วันเวลาปัจจุบัน 27 มิ.ย. 2019, 12:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2018, 05:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3449


 ข้อมูลส่วนตัว


"วัดนั้น เป็นอย่างนั้น
พระเณรองค์นั้น เป็นอย่างนั้น อย่างนี้
เจ้าของเป็นยังไงไม่ดู"
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน





"ถ้าปัจจุบัน เราสร้างเหตุไว้ดี
อนาคต มันก็จะดีด้วย
อดีต คือวันนี้ที่ผ่านไป
มันย่อมดีด้วย

และที่สำคัญที่สุด คือ
ถ้าเราหมดทุกข์ได้ ในปัจจุบันนี้แล้ว
อนาคต คือ ชาติหน้า
ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง"

หลวงปู่ชา สุภัทโท






“พิจารณาความตายให้มาก ๆ
ไม่ว่าคนว่าสัตว์ เกิดมาแล้วต้องตาย
เพราะเกิดกับตาย เป็นของคู่กัน
ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
เอวัง ก็มีด้วยประการ ฉะนี้”

หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล





“เราเกิดมานี้ได้พบแล้วซึ่งพุทธศาสนา ขอให้พากันตั้งใจประพฤติปฏิบัติ เกาะพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเต็มกำลังความสามารถของตน สมบัติแห่งความดีทั้งหลายนี้จะเป็นสมบัติของใจแห่งท่านทั้งหลายเอง จะไม่เป็นสมบัติของใครของอะไรละ สมบัติเงินทองข้าวของยศถาบรรดาศักดิ์มีมากน้อยเป็นเครื่องประดับ ธาตุขันธ์ที่มีอยู่ในโลก มีความรู้สึกว่าได้อาศัยสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นความภาคภูมิใจไปเป็นระยะๆ พอขันธ์พังลงไปแล้วสิ่งเหล่านั้นหมดความหมาย ขันธ์ก็หมดความหมาย แต่บาปกับบุญไม่หมดอยู่ในใจ เพราะฉะนั้นจึงให้พยายามละบาปบำเพ็ญบุญเต็มหัวใจ

เชื่อเถิดเชื่อพระพุทธเจ้า ไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ใดที่จะโกหกโลกแม้เม็ดหินเม็ดทราย สอนอย่างถูกต้องแม่นยำ ฉุดลากขึ้น ไม่เหมือนกิเลสที่ฉุดลากลงทั้งนั้น เรื่องกิเลสนี้ฉุดลงตลอดเวลา ให้ระวังความฉุดลงของกิเลส มันปากหวานนะกิเลส ไม่มีอะไรจะปากหวานยิ่งกว่ากิเลส พวกเรานี่ชอบของหวานๆ เสียด้วย มันจึงติดกิเลสไปเรื่อยๆ กิเลสปากหวานร้อยจมูกนี้ พวกเรานี้มีจมูกหรือไม่มี ถูกกิเลสมันร้อยเอาไปหมดแล้วนี่เพราะมันปากหวาน ให้มันร้อยจมูกไปๆ ธรรมนี้ไม่หวานเรื่องโลกๆ ของกิเลสอย่างนี้”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙






“การปฏิบัติ ถ้าไม่มีครูอาจารย์แนะนำสั่งสอนที่ถูกต้องแม่นยำไปยากนะ มันออกนอกลู่นอกทางไปเลย ถ้ามีครูบาอาจารย์ผู้แนะนำสั่งสอนถูกต้องแม่นยำ มันก็ค่อยพยายามตะเกียกตะกายไปตามแนวทาง แล้วจิตใจก็ค่อยสงบร่มเย็นสว่างไสว เดี๋ยวใจก็พุ่งๆ เลย หลุดพ้นได้ เพราะมีครูอาจารย์ที่แน่นอนสั่งสอน เรียกว่าในชาตินี้เป็นชาติที่สุดของเราแล้ว พูดให้ฟังพี่น้องทั้งหลายฟังเสียนะ เรามายุติในชาตินี้ละ ยุติหมดเลย การเกิดแก่เจ็บตายภพน้อยภพใหญ่จะไปขึ้นสูงลงต่ำที่ไหนยุติหมด สถานที่เกิดเกิดที่ใด เป็นสัตว์ตัวใด เสวยผลกรรมอะไรยุติหมด เพราะกิเลสเป็นตัวผลิตสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาให้หาความแน่นอนไม่ได้ สูงๆ ต่ำๆ เกิดนั้นเกิดนี้มีแต่กิเลสพาให้สร้างทำกรรม กรรมดีกรรมชั่วอยู่กับจิต ไปไหนกรรมดีกรรมชั่วจะต้องผูกมัดจิตไป

ทีนี้เวลาถึงขั้นปุญญปาปปหินบุคคล ผู้มีบุญและบาปอันละเสียได้แล้ว เอกเทศเป็นใหญ่โต มีธรรมเป็นใหญ่ เป็นใหญ่อยู่กับธรรม ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกัน หมด ทีนี้ไม่ต้องหาอะไร นี่ละการปฏิบัติธรรมเอาจนกระทั่งหมดที่หา ไม่หา หาอะไร มันพอแล้ว พอมันก็รู้ เวลาหิวโหยมันก็รู้ เหมือนเรารับประทานอาหารเวลาหิวโหยมากน้อยก็รับประทานตามความหิวโหย พออิ่มแล้วมันปล่อยหมด ไม่ว่าหวานว่าคาวไม่เอาทั้งนั้น จิตใจนี่ไม่ว่าบาปว่าบุญปล่อยโดยสิ้นเชิง ท่านว่าปุญญปาปปหินบุคคล ผู้มีบุญและบาปอันละเสียได้แล้วโดยสิ้นเชิง นั่นละท่านผู้สิ้นกิเลสละทั้งบาปทั้งบุญ บาปก็เป็นสมมุติ บุญก็เป็นสมมุติ ทั้งสองฝ่ายนี้เป็นบันได ทั้งกดลง ทั้งฉุดขึ้น พอผ่านไปได้แล้วเป็นอันว่าหมดแล้วสมมุติ จิตเป็นจิตตวิมุตติ เรียกว่านิพพานเที่ยงได้แล้ว”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร