วันเวลาปัจจุบัน 22 ต.ค. 2020, 07:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 130 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ม.ค. 2015, 13:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:
s004
กบเข้าใจไปคนละความหมายในเรื่องอดีตอารมณ์

อดีตอารมณ์ หมายถึง อารมณ์ที่เคยเกิดในอดีต เช่น ความดีใจที่สอบได้ที่ 1 สมัยเรียนชั้น มศ.1 มันเป็นสัญญาก็ใช่ และมันก็เคยเป็นอารมณ์ที่เกิดกับจิตในอดีตก็ใช่ หรือจะพูดว่ามันเป็นปัจจุบันอารมณ์เมื่อสมัยอดีตก็ได้ ถ้าหากเอามาปรุงใหม่ในปัจจุบัน อารมณ์ปัจจุบันเป็นความนึกคิด ปรุงแต่งไปตามสัญญาอดีตไม่ใช่ความดีใจหรือารมณ์ดีใจที่เคยเกิด
พิจารณาตรงนี้ให้ดี

ถ้าเป็นสายหนอเขาจะบริกรรมว่า "คิดหนอๆ" ไม่ใช่ "ดีใจหนอๆ"ซึ่งเป็นอารมณ์อดีตตั้งนานแล้ว
onion


อดีต..ใครจะไม่รู้...ละอโสกะ...แต่เขาไม่เอามาปนกับธรรมเฉพาะหน้า..อย่างที่อโสกะ..รังเกียจ..
อดีต...ที่ล่วงไปแล้ว...หากเราจับมาพิจารณา..โยนิโสมนสิการ...มันก็เป็นธรรมเฉพาะหน้าของผู้พิจารณาได้..เช่นกัน
และ...สภาวะธรรมใดที่เกิดจากการพิจารณา...ไม่ว่า..ปราโมทย์..ปีติ..ปัสสัทธิ...สุข..สมาธิ..ยถาภูตญาณทัสสนะ..นิพพิทาวิราคะ...วิมุตติญาณทัสสนะ....ก็ล้วนเป็นธรรมเฉพาะหน้าที่เป็นผล

:b4:
โห......! อ้างบาลีมาประกอบเสียจนเท่เลยนะกบ

ธรรมที่ยกอดีตขึ้นมาพิจารณามันไปดีในส่วนของธัมมวิจัยและการใคร่ครวญธรรมช่วยให้เข้าใจและแตกฉานในธรรมมากขึ้น แต่ยังอ้อมค้อมและอาจทำให้เนิ่นช้าเพราะไปทำงานกับอดีตซึ่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

ทำไมพระบรมศาสดาจึงทรงเน้นปัจจุบันธรรม ปัจจุบันอารมณ์ ก็เพราะมันแก้ไขและสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จริงๆ ไม่ใช่คิดนึกเอา

ธรรมเฉพาะหน้าหรือปัจจุบันอารมณ์นั้นเขาต้องเกิดเองเป็นเองโดยธรรมชาติตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัยเมื่อไปสังเกตพิจารณาจึงจะได้พบธรรมตามความเป็นจริง

ถ้าเป็นธรรมที่กำหนดสั่งตั้งหยิบยกขึ้นมาหรือใส่เจตนาทำขึ้นมันจะกลายเป็นปัจจุบันหลอกตามแบบของพวกนักสมถะมันจึงได้ผลหลอกๆเป็นมรรคผลนิพพานหลอกดังเราจะได้พบเห็นในปัจจุบันทั่วไปนี้เยอะมาก. โสดาบันอรหันต์อริยบุคคลผู้บรรลุธรรมโดยคิดเอาเอง เชื่อเอาตามหลักในตำราหรือเหตุผล
:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ม.ค. 2015, 22:46 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:
s004
กบเข้าใจไปคนละความหมายในเรื่องอดีตอารมณ์

อดีตอารมณ์ หมายถึง อารมณ์ที่เคยเกิดในอดีต เช่น ความดีใจที่สอบได้ที่ 1 สมัยเรียนชั้น มศ.1 มันเป็นสัญญาก็ใช่ และมันก็เคยเป็นอารมณ์ที่เกิดกับจิตในอดีตก็ใช่ หรือจะพูดว่ามันเป็นปัจจุบันอารมณ์เมื่อสมัยอดีตก็ได้ ถ้าหากเอามาปรุงใหม่ในปัจจุบัน อารมณ์ปัจจุบันเป็นความนึกคิด ปรุงแต่งไปตามสัญญาอดีตไม่ใช่ความดีใจหรือารมณ์ดีใจที่เคยเกิด
พิจารณาตรงนี้ให้ดี

ถ้าเป็นสายหนอเขาจะบริกรรมว่า "คิดหนอๆ" ไม่ใช่ "ดีใจหนอๆ"ซึ่งเป็นอารมณ์อดีตตั้งนานแล้ว
onion


อดีต..ใครจะไม่รู้...ละอโสกะ...แต่เขาไม่เอามาปนกับธรรมเฉพาะหน้า..อย่างที่อโสกะ..รังเกียจ..
อดีต...ที่ล่วงไปแล้ว...หากเราจับมาพิจารณา..โยนิโสมนสิการ...มันก็เป็นธรรมเฉพาะหน้าของผู้พิจารณาได้..เช่นกัน
และ...สภาวะธรรมใดที่เกิดจากการพิจารณา...ไม่ว่า..ปราโมทย์..ปีติ..ปัสสัทธิ...สุข..สมาธิ..ยถาภูตญาณทัสสนะ..นิพพิทาวิราคะ...วิมุตติญาณทัสสนะ....ก็ล้วนเป็นธรรมเฉพาะหน้าที่เป็นผล

:b4:
โห......! อ้างบาลีมาประกอบเสียจนเท่เลยนะกบ

ธรรมที่ยกอดีตขึ้นมาพิจารณามันไปดีในส่วนของธัมมวิจัยและการใคร่ครวญธรรมช่วยให้เข้าใจและแตกฉานในธรรมมากขึ้น แต่ยังอ้อมค้อมและอาจทำให้เนิ่นช้าเพราะไปทำงานกับอดีตซึ่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
ทำไมพระบรมศาสดาจึงทรงเน้นปัจจุบันธรรม ปัจจุบันอารมณ์ ก็เพราะมันแก้ไขและสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จริงๆ ไม่ใช่คิดนึกเอา

ธรรมเฉพาะหน้าหรือปัจจุบันอารมณ์นั้นเขาต้องเกิดเองเป็นเองโดยธรรมชาติตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัยเมื่อไปสังเกตพิจารณาจึงจะได้พบธรรมตามความเป็นจริง

ถ้าเป็นธรรมที่กำหนดสั่งตั้งหยิบยกขึ้นมาหรือใส่เจตนาทำขึ้นมันจะกลายเป็นปัจจุบันหลอกตามแบบของพวกนักสมถะมันจึงได้ผลหลอกๆเป็นมรรคผลนิพพานหลอกดังเราจะได้พบเห็นในปัจจุบันทั่วไปนี้เยอะมาก. โสดาบันอรหันต์อริยบุคคลผู้บรรลุธรรมโดยคิดเอาเอง เชื่อเอาตามหลักในตำราหรือเหตุผล
:b13:


ยิ่งชัดเจนมากเลยว่า..อโสกะเข้าใจ..ธรรมเกิดเฉพาะหน้า..หรือ...ปัจจุบันธรรม...น้อยนิดเหลือเกิน...คือ..พอมีคำว่า..อดีต...เมื่อไร...ก็ไม่ใช่ปัจจุบัน..ทันที
s002
หมดคำจะเว้า..เลยนิ :b32:

ธรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า...นะคราบอโสกะ...ไม่ใช่...เรื่อง(ที่นำมาพิจารณา)นั้นต้องเกิดตรงหน้า....

ธรรม...ไม่ใช่..เรื่อง

เข้าใจ..ปะ :b13: :b13:

นี้แหละหน่า...ทำหัวล้านเกินครู....คงเพราะไปแปลว่า..ปัจจุบันอารมณ์...ก็เลยทำให้หลงได้ง่าย
(จริงๆก็ไม่หน้าหลง..นะ...ปัจจุบันอารมณ์..อารมณ์ปัจจุบัน..ก็ไม่ใช่...เรื่องปัจจุบัน...ซะหน่อย)

อโสกะ..นะอโสกะ... :b15: :b15:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2015, 20:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b14:
ออกนอกทางไปเลยน้า กบ ถ้าคิดอย่างกบ

ธรรมเฉพาะหน้า หรือปัจจุบันอารมณ์นั้น เป็นอนัตตาธรรมต้องเป็นธรรมที่เกิดขึ้นมาโดยอำนาจแห่งเหตุและปัจจัยโดยธรรม ไม่ใช่โดย กู หรือ อัตตา ปรุงแต่ง สร้าง กำหนดมา

จึงจะเป็นอารมณ์ให้พิจารณาด้วยวิปัสสนาปัญญาอันบริสุทธิ์
และมีสัมฤทธิผลในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติ

ชั่วโมงบินยังน้อย ค่อยๆทำไปสังเกตพิจารณาไป อย่ามโนเอาตามใจ ตามทฤษฎีที่เรียนรู้มาแต่เพียงอย่างเดียวนะกบ

พระบรมศาสดาไม่ตำหนิปริยัติ แต่ทรงสรรเสริญ ปฏิบัติบูชา
อันจะนำพาให้เกิดปฏิเวทได้จริงๆ
:b11:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2015, 21:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b14:
ออกนอกทางไปเลยน้า กบ ถ้าคิดอย่างกบ

ธรรมเฉพาะหน้า หรือปัจจุบันอารมณ์นั้น เป็นอนัตตาธรรมต้องเป็นธรรมที่เกิดขึ้นมาโดยอำนาจแห่งเหตุและปัจจัยโดยธรรม ไม่ใช่โดย กู หรือ อัตตา ปรุงแต่ง สร้าง กำหนดมา
จึงจะเป็นอารมณ์ให้พิจารณาด้วยวิปัสสนาปัญญาอันบริสุทธิ์
และมีสัมฤทธิผลในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติ

ชั่วโมงบินยังน้อย ค่อยๆทำไปสังเกตพิจารณาไป อย่ามโนเอาตามใจ ตามทฤษฎีที่เรียนรู้มาแต่เพียงอย่างเดียวนะกบ

พระบรมศาสดาไม่ตำหนิปริยัติ แต่ทรงสรรเสริญ ปฏิบัติบูชา
อันจะนำพาให้เกิดปฏิเวทได้จริงๆ
:b11:

....ธรรมเฉพาะหน้า หรือปัจจุบันอารมณ์นั้น เป็นอนัตตาธรรมต้องเป็นธรรมที่เกิดขึ้นมาโดยอำนาจแห่งเหตุและปัจจัยโดยธรรม ไม่ใช่โดย กู หรือ อัตตา ปรุงแต่ง สร้าง กำหนดมา.....

อโสกะ..ไม่มีอะไร..นอกจากโวหารไปวันวัน...
น่าเศร้า... grin


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ม.ค. 2015, 08:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:
:b14:
ออกนอกทางไปเลยน้า กบ ถ้าคิดอย่างกบ

ธรรมเฉพาะหน้า หรือปัจจุบันอารมณ์นั้น เป็นอนัตตาธรรมต้องเป็นธรรมที่เกิดขึ้นมาโดยอำนาจแห่งเหตุและปัจจัยโดยธรรม ไม่ใช่โดย กู หรือ อัตตา ปรุงแต่ง สร้าง กำหนดมา
จึงจะเป็นอารมณ์ให้พิจารณาด้วยวิปัสสนาปัญญาอันบริสุทธิ์
และมีสัมฤทธิผลในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติ

ชั่วโมงบินยังน้อย ค่อยๆทำไปสังเกตพิจารณาไป อย่ามโนเอาตามใจ ตามทฤษฎีที่เรียนรู้มาแต่เพียงอย่างเดียวนะกบ

พระบรมศาสดาไม่ตำหนิปริยัติ แต่ทรงสรรเสริญ ปฏิบัติบูชา
อันจะนำพาให้เกิดปฏิเวทได้จริงๆ
:b11:

....ธรรมเฉพาะหน้า หรือปัจจุบันอารมณ์นั้น เป็นอนัตตาธรรมต้องเป็นธรรมที่เกิดขึ้นมาโดยอำนาจแห่งเหตุและปัจจัยโดยธรรม ไม่ใช่โดย กู หรือ อัตตา ปรุงแต่ง สร้าง กำหนดมา.....

อโสกะ..ไม่มีอะไร..นอกจากโวหารไปวันวัน...
น่าเศร้า... grin

:b12:
รู้ไม่ถึงจึงไม่เข้าใจ

น่าเวทนา
:b7:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ม.ค. 2015, 09:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


เข้าใจ....
จึงรู้ว่าอโสกะเข้าใจตรงไหนถูก...ตรงไหนผิด...จึงชี้จุดผิดให้อโสกะได้รู้

:b32: :b32: :b32:
ต้องผ่านจากจุดที่อโสกะเป็นอยู่....นี้ก่อน...ละมั้ง...ถึงจะฟังเข้าใจ

อิอิ...:b9: :b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ม.ค. 2015, 19:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
เข้าใจ....
จึงรู้ว่าอโสกะเข้าใจตรงไหนถูก...ตรงไหนผิด...จึงชี้จุดผิดให้อโสกะได้รู้

:b32: :b32: :b32:
ต้องผ่านจากจุดที่อโสกะเป็นอยู่....นี้ก่อน...ละมั้ง...ถึงจะฟังเข้าใจ

อิอิ...:b9: :b9:

:b12:
รู้ไปตามระดับที่จะพึงรู้ได้ก่อนนะกบ อีกหน่อยจะค่อยรู้ลึกซึ้งจริงๆเรื่องปัจจุบันอารมณ์

จำไว้คร่าวๆก่อนว่า ถ้าสติไม่ทันปัจจุบันอารมณ์จริงๆ จะได้เห็นแต่ธรรมหลอกจากสัญญาและบัญญัติ จะไม่ได้เห็นธรรมจริงจากภาวนามยปัญญาและปรมัตถ์

ไปพิสูจน์จากการทำจริงเอาเองนะกบ

cool


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ม.ค. 2015, 20:31 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ผมว่า..อโสกะยังเข้าไม่ถึงธรรมเฉพาะหน้าจริงๆ..ซะละมัง...ถึงแค่สติ...ก็เข้าใจว่าตนถึงแล้ว...จึงไม่เข้าใจ..อะไรคือธรรมเฉพาะหน้า...อะไรคือเรื่องราว....เลยพาล...ไม่รู้ว่าอะไรคืออดีต..อะไรคือปัจจุบัน...แค่เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตมาพิจารณาก็เข้าใจว่า..ตกไปในอดีตซะแล้ว

ชัดเจนเลยว่า..อโสกะ..ยังเข้าใจปัจจุบันธรรมผิดไปเยอะ...ยิ่งไปแปลว่าเป็นปัจจุบันอารมณ์ก็ยิ่งทำให้อโสกะหลงทางเข้าไปใหญ่...แต่ถ้าเข้าใจแล้วนะ...ใครจะแปลว่าอะไร..แปลยังงัย..ก็ไม่หลง

ชัดเจนนะ....

ถ้าอโสกะยังไม่เข้าใจ...ตรงไหนก็ถามได้นะ...
แต่ถ้าคิดว่าตนเข้าใจแล้ว..ก็ไม่ต้องแกล้งถาม....เพราะบอกไปยังงัย...มานะมันบังธรรมหมดนั้นแหละ

:b6: :b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ม.ค. 2015, 20:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b12:
กบพล่ามโวหารอ้อมไปอ้อมมาตั้งนาน ยังไม่สามารถให้คำจำกัดความของคำว่า ธรรมเฉพาะหน้า หรือปัจจุบันอารมณ์ให้ชัดเจนเข้าใจง่ายได้เลย ซ้ำยังจะมาพูดให้ผู้คนสับสนไขว้เขวในเรื่องของปัจจุบันอารมณ์มากขึ้น บาปนะโยม
:b7:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ม.ค. 2015, 21:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


:b13: :b11: :b11:

โยนบาป..ให้คนอื่น..ดีจัง...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ม.ค. 2015, 07:31 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
:b13: :b11: :b11:

โยนบาป..ให้คนอื่น..ดีจัง...

:b12:
ความรู้ทางธรรมที่ถูกต้อง เพื่อแก้ไขความเห็นผิดของคนนั้นเขาถือว่าเป็นบุญไม่ใช่บาปนะกบ

นี่ก็ยังมองโดยเอาจิต ลบ เป็นที่ตั้งอยู่อีกนั่นแหละ ปรับปรุงเสียนะ

Possitive Thinking ให้เป็นนิสัยให้ได้นะ จะได้พบแต่ความสุขความเจริญ

มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันอารมณ์ให้ได้มากขึ้นๆนะ จะก้าวหน้าในธรรมและมีสุข

ฝึกเทียบธรรมจากผลปฏิบัติจริงบ้าง อย่าเอาแต่เทียบตัดสินจากตำรา สัญญาบัญญัติ ที่มีแต่คิดเอา ไม่ได้พิสูจน์จากการปฏิบัติจริง
:b36:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ม.ค. 2015, 20:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ผมว่า..อโสกะยังเข้าไม่ถึงธรรมเฉพาะหน้าจริงๆ..ซะละมัง...ถึงแค่สติ...ก็เข้าใจว่าตนถึงแล้ว...จึงไม่เข้าใจ..อะไรคือธรรมเฉพาะหน้า...อะไรคือเรื่องราว....เลยพาล...ไม่รู้ว่าอะไรคืออดีต..อะไรคือปัจจุบัน...แค่เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตมาพิจารณาก็เข้าใจว่า..ตกไปในอดีตซะแล้ว

ชัดเจนเลยว่า..อโสกะ..ยังเข้าใจปัจจุบันธรรมผิดไปเยอะ...ยิ่งไปแปลว่าเป็นปัจจุบันอารมณ์ก็ยิ่งทำให้อโสกะหลงทางเข้าไปใหญ่...แต่ถ้าเข้าใจแล้วนะ...ใครจะแปลว่าอะไร..แปลยังงัย..ก็ไม่หลง

ชัดเจนนะ....

ถ้าอโสกะยังไม่เข้าใจ...ตรงไหนก็ถามได้นะ...
แต่ถ้าคิดว่าตนเข้าใจแล้ว..ก็ไม่ต้องแกล้งถาม....เพราะบอกไปยังงัย...มานะมันบังธรรมหมดนั้นแหละ

:b6: :b6:

s004 s004 s004


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2015, 02:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b12:
"ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ในที่นั้นๆอย่างแจ่มแจ้งไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้"

"ธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า"

"เกิดขึ้นเฉพาะหน้า"

ไม่ใช่ "ปรุงแต่งมาไว้เฉพาะหน้า" ที่กบเข้าใจว่าเป็นปัจจุบันธรรม ปัจจุบันอารมณ์ เลยต้องหลงงมอยู่กับอดีตและอนาคต ลดเลี้ยววกวนอยู่ในวังวนแห่งกระแสของความคิดและเหตุผล จนยึดติดแน่นวางไม่ลง คงต้องปลงว่าเป็นกรรมของหมู่สัตว์ ย่อมผูกมัดปิดหูตาชั่วกาลนาน

คงป่วยการชี้แนะและสนทนา ตัดสินว่าทางใครมันหมั่นทำไป
จนกว่าผลประจักษ์ใจด้วยตนเอง
s004


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2015, 07:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b12:
"ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ในที่นั้นๆอย่างแจ่มแจ้งไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้"

"ธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า"

"เกิดขึ้นเฉพาะหน้า"

ไม่ใช่ "ปรุงแต่งมาไว้เฉพาะหน้า" ที่กบเข้าใจว่าเป็นปัจจุบันธรรม ปัจจุบันอารมณ์ เลยต้องหลงงมอยู่กับอดีตและอนาคต ลดเลี้ยววกวนอยู่ในวังวนแห่งกระแสของความคิดและเหตุผล จนยึดติดแน่นวางไม่ลง คงต้องปลงว่าเป็นกรรมของหมู่สัตว์ ย่อมผูกมัดปิดหูตาชั่วกาลนาน

คงป่วยการชี้แนะและสนทนา ตัดสินว่าทางใครมันหมั่นทำไป
จนกว่าผลประจักษ์ใจด้วยตนเอง
s004


ยัง...ยังไม่เข้าใจ...ไม่เลิก :b2: :b2:
ไม่มีเวลา...แต่สั้นๆ...คนที่มีปัญญาจะเข้าใจ..นัยที่จะแสดง

ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ...แยกให้ชัดอ่านทีละตอนจะได้ไม่งง..
คือ..เห็นธรรม..กับ...อันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า

..มีอะไรเกิดขึ้น...ไม่ว่าต่อหน้าภายนอก...ต่อใจภายใน..ก็สามารถเห็นธรรมจากสิ่งนั้นได้

เริ่มที่
.อันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า...นี้มีได้สองทาง...
เหตุการณ์ที่เกิดเองเป็นภายนอก..เช่นเห็นชาวบ้านร้านตลาดด่าทอทะเลาะกัน...เห็นคนเกิด..คนแก่..คนเจ็บ..คนตาย
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน...เช่นการพิจารณาใคร่ครวญที่เรียกว่าโยนิโสนี้แหละ...เห็นคนแก่ก็อ่อคนแก่เป็นอย่างนี้เองลำบากอย่างนี้เอง..เห็นคนเจ็บก็อ่อคนเจ็บเป็นอย่างนี้ทุกข์อย่างนี้เอง....เป็นต้น
และ...แม้การเห็นภายนอกแต่ไม่พิจารณา...ก็เหมือนอายตนภายนอกไม่เกิดผัสสะกับอายตนภายใน...ก็ไม่เห็นอะไรแม้สิ่งนั้นอยู่ตรงหน้า...

รวมความว่า..ยังงัย..ยังงัย..ก็ต้อง...โยนิโส...อยู่วันยันค่ำ..จักทำให้เห็นธรรม..ละ

เห็นธรรม....
ธรรม..ที่ควรเห็น..หรือนักภาวนาต้องเห็น (...ไม่งั้นคงไม่มาปฏิบัติธรรมเพื่อออกจากทุก์...ไม่ใช่ท่องจำทำข้อสอบ)...เป็นต้นว่า..เห็นกฎของกรรม...เห็นกฎของอนิจจัง...เห็นทุกข์โทษภัยของกรรม..เห็นทุกข์โทษภัยของวัฏฏะสงสารอันตกอยู่ภายใต้ไตรลักษณะ..เห็นวิปัสสนาญาณทั้งหลาย.นั้นแหละ..คือ..การเห็นธรรม... อันนี้ให้จิตเขาเห็นเอง..เป็นส่วนที่เป็นเอง.
..การเห็นแล้วเข้าใจแบบนี้เป็นมนสิการ

นี้แหละ....การโยนิโสมนสิการ

ผู้มีปัญญา...คงพิจารณาต่อได้เอง...ละทีนี้

onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2015, 08:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:
:b12:
"ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ในที่นั้นๆอย่างแจ่มแจ้งไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้"

"ธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า"

"เกิดขึ้นเฉพาะหน้า"

ไม่ใช่ "ปรุงแต่งมาไว้เฉพาะหน้า" ที่กบเข้าใจว่าเป็นปัจจุบันธรรม ปัจจุบันอารมณ์ เลยต้องหลงงมอยู่กับอดีตและอนาคต ลดเลี้ยววกวนอยู่ในวังวนแห่งกระแสของความคิดและเหตุผล จนยึดติดแน่นวางไม่ลง คงต้องปลงว่าเป็นกรรมของหมู่สัตว์ ย่อมผูกมัดปิดหูตาชั่วกาลนาน

คงป่วยการชี้แนะและสนทนา ตัดสินว่าทางใครมันหมั่นทำไป
จนกว่าผลประจักษ์ใจด้วยตนเอง
s004


ยัง...ยังไม่เข้าใจ...ไม่เลิก :b2: :b2:
ไม่มีเวลา...แต่สั้นๆ...คนที่มีปัญญาจะเข้าใจ..นัยที่จะแสดง

ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ...แยกให้ชัดอ่านทีละตอนจะได้ไม่งง..
คือ..เห็นธรรม..กับ...อันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า

..มีอะไรเกิดขึ้น...ไม่ว่าต่อหน้าภายนอก...ต่อใจภายใน..ก็สามารถเห็นธรรมจากสิ่งนั้นได้

เริ่มที่
.อันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า...นี้มีได้สองทาง...
เหตุการณ์ที่เกิดเองเป็นภายนอก..เช่นเห็นชาวบ้านร้านตลาดด่าทอทะเลาะกัน...เห็นคนเกิด..คนแก่..คนเจ็บ..คนตาย
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน...เช่นการพิจารณาใคร่ครวญที่เรียกว่าโยนิโสนี้แหละ...เห็นคนแก่ก็อ่อคนแก่เป็นอย่างนี้เองลำบากอย่างนี้เอง..เห็นคนเจ็บก็อ่อคนเจ็บเป็นอย่างนี้ทุกข์อย่างนี้เอง....เป็นต้น
และ...แม้การเห็นภายนอกแต่ไม่พิจารณา...ก็เหมือนอายตนภายนอกไม่เกิดผัสสะกับอายตนภายใน...ก็ไม่เห็นอะไรแม้สิ่งนั้นอยู่ตรงหน้า...

รวมความว่า..ยังงัย..ยังงัย..ก็ต้อง...โยนิโส...อยู่วันยันค่ำ..จักทำให้เห็นธรรม..ละ

เห็นธรรม....
ธรรม..ที่ควรเห็น..หรือนักภาวนาต้องเห็น (...ไม่งั้นคงไม่มาปฏิบัติธรรมเพื่อออกจากทุก์...ไม่ใช่ท่องจำทำข้อสอบ)...เป็นต้นว่า..เห็นกฎของกรรม...เห็นกฎของอนิจจัง...เห็นทุกข์โทษภัยของกรรม..เห็นทุกข์โทษภัยของวัฏฏะสงสารอันตกอยู่ภายใต้ไตรลักษณะ..เห็นวิปัสสนาญาณทั้งหลาย.นั้นแหละ..คือ..การเห็นธรรม... อันนี้ให้จิตเขาเห็นเอง..เป็นส่วนที่เป็นเอง.
..การเห็นแล้วเข้าใจแบบนี้เป็นมนสิการ

นี้แหละ....การโยนิโสมนสิการ

ผู้มีปัญญา...คงพิจารณาต่อได้เอง...ละทีนี้

onion onion

:b12:
เพราะคิดเอา จึงเห็นเป็นอย่างที่กบเห็น

แต่ถ้าทำเอา จะได้พบธรรมที่เป็น อนัตตาธรรม ที่เกิดเองเป็นเองตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัย หาใช่ใครมาลิขิต สั่ง บอก ปรุง เอาไม่

ปฏิบัติจริงๆต่อไป ไม่ช้าก็จะรู้เองนะกบ
onion


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 130 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 19 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร