วันเวลาปัจจุบัน 07 ธ.ค. 2019, 23:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 257 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16 ... 18  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มิ.ย. 2015, 23:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


สีลัพพตสูตรที่ ๘ จบ

๙. คันธชาตสูตร
ว่าด้วยกลิ่นหอม

[๘๐] ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย
อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอม ๓ อย่าง ลอยไปตามลมเท่านั้น ลอยไป
ทวนลมไม่ได้
กลิ่นหอม ๓ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. กลิ่นที่เกิดจากราก ๒. กลิ่นที่เกิดจากแก่น
๓. กลิ่นที่เกิดจากดอก
กลิ่นหอม ๓ อย่างนี้แล ลอยไปตามลมเท่านั้น ลอยไปทวนลมไม่ได้ ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไปทวนลมก็ได้ ลอยไปตามลม
และทวนลมก็ได้ มีอยู่หรือ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อานนท์ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไป
ทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้ มีอยู่

ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลม
ก็ได้ ลอยไปทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้ เป็นอย่างไร


พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อานนท์ ในโลกนี้สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือใน
ตำบลใดถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ

เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
เว้นขาดจากการลักทรัพย์
เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
เว้นขาดจากการพูดเท็จ
เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นเหตุแห่งความประมาท
เป็นผู้มีศีล มีธรรมงาม มีใจปราศจากความตระหนี่
อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ
ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและการจำแนกทาน อยู่ครองเรือน

สมณพราหมณ์ในทิศทั้งหลายต่างกล่าวสรรเสริญคุณของเขาว่า “สตรีหรือ
บุรุษในบ้านหรือในตำบลโน้นถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ถึง
พระสงฆ์เป็นสรณะ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ เว้นขาดจาก
การประพฤติผิดในกาม เว้นขาดจากการพูดเท็จ เว้นขาดจากการเสพของมึนเมา
คือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท เป็นผู้มีศีล มีธรรมงาม มีใจปราศ
จากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ
ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและการจำแนกทาน อยู่ครองเรือน”


แม้พวกเทวดาก็กล่าวสรรเสริญคุณของเขาว่า “สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือใน
ตำบลโน้น ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ฯลฯ ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและ
การจำแนกทาน อยู่ครองเรือน”

อานนท์ กลิ่นหอมนี้แล ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไป
ทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้
กลิ่นดอกไม้ลอยไปทวนลมไม่ได้
กลิ่นจันทน์ กลิ่นกฤษณา
หรือกลิ่นกะลำพัก ลอยไปทวนลมไม่ได้

ส่วนกลิ่นของสัตบุรุษลอยไปทวนลมได้
เพราะสัตบุรุษขจรไปทั่วทุกทิศ(ด้วยกลิ่นแห่งคุณมีศีลเป็นต้น)


http://www.geocities.ws/tmchote/tpd-mcu/tpd20-3.htm

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 13:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2015, 21:06
โพสต์: 84

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


walaiporn เขียน:
สีลัพพตสูตรที่ ๘ จบ

๙. คันธชาตสูตร
ว่าด้วยกลิ่นหอม

[๘๐] ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย
อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอม ๓ อย่าง ลอยไปตามลมเท่านั้น ลอยไป
ทวนลมไม่ได้
กลิ่นหอม ๓ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. กลิ่นที่เกิดจากราก ๒. กลิ่นที่เกิดจากแก่น
๓. กลิ่นที่เกิดจากดอก
กลิ่นหอม ๓ อย่างนี้แล ลอยไปตามลมเท่านั้น ลอยไปทวนลมไม่ได้ ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไปทวนลมก็ได้ ลอยไปตามลม
และทวนลมก็ได้ มีอยู่หรือ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อานนท์ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไป
ทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้ มีอยู่

ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลม
ก็ได้ ลอยไปทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้ เป็นอย่างไร


พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อานนท์ ในโลกนี้สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือใน
ตำบลใดถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ

เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
เว้นขาดจากการลักทรัพย์
เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
เว้นขาดจากการพูดเท็จ
เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นเหตุแห่งความประมาท
เป็นผู้มีศีล มีธรรมงาม มีใจปราศจากความตระหนี่
อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ
ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและการจำแนกทาน อยู่ครองเรือน

สมณพราหมณ์ในทิศทั้งหลายต่างกล่าวสรรเสริญคุณของเขาว่า “สตรีหรือ
บุรุษในบ้านหรือในตำบลโน้นถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ถึง
พระสงฆ์เป็นสรณะ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ เว้นขาดจาก
การประพฤติผิดในกาม เว้นขาดจากการพูดเท็จ เว้นขาดจากการเสพของมึนเมา
คือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท เป็นผู้มีศีล มีธรรมงาม มีใจปราศ
จากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ
ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและการจำแนกทาน อยู่ครองเรือน”


แม้พวกเทวดาก็กล่าวสรรเสริญคุณของเขาว่า “สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือใน
ตำบลโน้น ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ฯลฯ ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและ
การจำแนกทาน อยู่ครองเรือน”

อานนท์ กลิ่นหอมนี้แล ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไป
ทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้
กลิ่นดอกไม้ลอยไปทวนลมไม่ได้
กลิ่นจันทน์ กลิ่นกฤษณา
หรือกลิ่นกะลำพัก ลอยไปทวนลมไม่ได้

ส่วนกลิ่นของสัตบุรุษลอยไปทวนลมได้
เพราะสัตบุรุษขจรไปทั่วทุกทิศ(ด้วยกลิ่นแห่งคุณมีศีลเป็นต้น)


:b8: สาธุค่ะคุณวลัยพร พระธรรมงดงามมาก :b8:

tongue เรื่องศีล 5 ข้อ ถ้างดเว้นไม่ได้เด็ดขาดทั้ง 5 ด้วยเจตนา สุชาวดีคิดว่าภาวนาลำบากค่ะ คือจิตจะรวมยาก จิตจะแตกสับสนปนเปไปตามกระแสโลก กระแสแห่งทุกข์ จะพัฒนาระดับจิตให้ละเอียดนี่ยากมากค่ะ ขนาดเพียรเจตนารักษาศีลทุกข้อ จิตจะรวมยังยากมากเลยค่ะ รวมคือจิตสงบนะคะ

http://www.geocities.ws/tmchote/tpd-mcu/tpd20-3.htm


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 14:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5962

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องศิลในข้อต่างๆนี่ วลัยพรกลัวทุกข์มากกว่าค่ะ มันก็เลยกลายเป็นว่า รักษาโดยไม่ต้องคิดรักษา

มีโรคประจำตัว เป็นภูมิแพ้
เจอความเจ็บป่วยเล่นงาน จนรู้สึกว่า มันทุกข์นะ

ตั้งแต่ระวังการกระทำ เช่น มดตัวน้อย บางครั้งยังมีพลั้งพลาดอยู่
จะว่าอุปทานก็ได้นะ จะทำให้มีอาการคันทั้งตัว ไม่ก็รู้สึกว่า มีมดเข้าหู นอนไม่ได้เลย

ปลวกนี่ ทำให้เข็ดจริงๆ
เคยไปบ้านแฟน มีปลวกขึ้นอิฐ แล้วกำลังลามขึ้นเสาไม้สัก ทางเหนือจะใช้ไม้สักปลูกบ้าน
ยายแฟนจะฆ่าปลวก สงสารคนแก่ ทำเอง ผลคือ กลางคืนไม่ต้องนอน คันทั้งตัว อาบน้ำแล้วก็ยังคัน
ต้องกล่าวขอขมากับปลวกในใจ จะว่าอุทานก็ได้ เพราะอาการค่อยๆทุเลาลง

มอด
เคยนะ มอดขึ้นข้าว ข้าวสารประมาณ 5 กิโล ไล่ออกเท่าไหร่ก็ไม่หมด
จึงนำถุงข้าวเข้าตู้เย็น คือคิดว่า ให้มอดตายเย็น ดีกว่าตากแดด
ผลคือ พอมีเมนส์ ตกเลือดแทบตาย เกือบตายก็ว่าได้ ก็ได้การทำสมาธิและวิธีรักษาสมุนไพรแบบโบราณนี่แหละ ช่วยไว้ได้

อาหาร
หากไม่ได้ยินกับหู ไม่ได้เห็นกับตา ว่ากำลังถูกฆ่า ก็กินได้ปกติ
หากได้ยินกับหู ได้เห็นกับตา หรือคิดว่าน่าจะใช่ จะไม่กิน



การพูดปด กับการไม่รักษาคำพูดนี่ สำคัญมาก เวลาพูดจะระวังเรื่องการรับปาก
พอเผลอ มีหลุดไปบ้าง เอาละ ไอระเบิดระเบ้อ เป็นที่น่ารังเกียจจริงๆ
จึงทำให้ระวังในการตกปากรับคำกับใครๆ แต่เดี๋ยวนี้ใช้วิธีเลี่ยงประมาณว่า
หากมันเป็นความลับส่วนตัว อย่าเล่าให้ฟังเลย กลัวเผลอ

หรือเรื่องงาน หากมีถามว่า จะได้วันนี้ไหม
จะใช้วิธีบอกว่า ถ้าเสร็จแล้วจะบอก (ไม่ด่วน รอได้)

คือจะไม่พยายามรับปากอย่างเด็ดขาด
มันน่ากลัวนะเวลาไอน่ะ เจ็บคอไปหมด

เรื่องลักทรัพย์
อันนี้กล้าพูดได้เต็มปาก ไม่มีความอยากได้ของผู้อื่น
เช่น เจอเงินตกครั้งก่อน 100 บาท เดินหาเจ้าของไม่เจอ จึงนำเงินนั้นไปหย่อนตู้ตามวัด
ที่ไหนได้ มีเหตุให้เสียทรัพย์ ตั้งแต่นั้นมา ไม่คิดจะเก็บเงินที่ตกอยู่กับพื้น ต่อให้เป็นพันด้วย
คือ กลัวน่ะ ของฟรีไม่มีในโลก ได้มาต้องเสียไป แม้ไมได้เจตนาอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่น ที่ทำหล่นไว้ก็ตาม

เวลาซักผ้า ล้วงกระเป๋ากางเกง(แฟน) ที่จะซัก เจอตังค์บ่อย จะคืนให้เขา หลังจากที่กลับมาแล้ว
เหมือนที่เคยอยู่กับน้อง ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน
หากใครวางเงินไว้ แล้วลืม ไม่รู้ว่าเงินที่วางอยู่ เป็นของใคร ต่างคนต่างไม่มีใครเอา
จึงให้เป็นกองกลาง เวลาใครไปวัด นำเงินไปหย่อนตู้

สุรา
อดีตเคยเที่ยวเทค เที่ยวบาร์ ดื่มสุรา (สมัยทำงาน)
เงินมีเพื่อนมาเพียบ เงินหมด เพื่อนหาย

มันก็แปลกนะ สุราไม่มีผลต่อภูมิแพ้
ที่คิดเลิก เพราะโกรธเพื่อนสนิท เผลอแว่บเดียว(ไม่ได้เที่ยวด้วย) ดันไปมีอะไรกับสามีชาวบ้าน
เรื่องนี้ โกรธเพื่อนมาก เพราะตัวเพื่อนก็มีครอบครัว มีลูก ทิ้งลูกทิ้งครอบครัว มาจับผู้ชายคนนี้(มีเงิน)
สุดท้าย ผู้ชายก็ทิ้งเขาไป เพราะเพื่อนไมได้มีแค่ผู้ชายคนนี้คนเดียว(เพื่อนสวย)

ศิลข้อกาเม
ข้อนี้เคยผิดนะ ก็สมัยที่เที่ยวกับเพื่อนน่ะแหละ เจอเพื่อนของเพื่อน คบกันไป
ก็คิดว่าเขาโสด ที่ไหนได้ มีเมียแล้ว

พอรู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว ก็เลิกนะ แรกๆมีอาลัยอามวรณ์บ้าง นี่เรื่องธรรมดา
พอห่างไปนานๆ มันก็ลืมไปเอง



อดีต วลัยพรเป็นคนเก๊นะ เก๊มากๆก็ว่าได้คนกินเหล้า เที่ยวกลางคืน สมัยก่อนเขาถือว่าเก๊นะ
เพื่อนที่ทำงาน บางคนก็ตั้งข้อรังเกียจ หาว่าไม่ใช่แค่เที่ยว
เออนะ มีเพื่อนบางคน เขาก็เชื่อใจ เพราะเขาดูจากคำพูด ดูการกระทำ เขาก็คบด้วย

ที่หันมาทำกรรมฐาน เกิดจาก รถสี่สูบคว่ำ ทำให้คนขับหัวเข่าแตก ต้องใส่เข่าเทียมตลอดชีวิต
ส่วนวลัยพร เวลานั่ง งอเข่าไม่ได้ คลุกเข่าไม่ได้ น่าอายมาก เวลานั่ง ต้องเหยียดขายาว

ที่ทำกรรมฐาน เพราะเชื่อหลวงพ่อจรัญ
ท่านบอกว่า หากทำกรรมฐาน จะหายได้

ตอนแรก ก็รั้นพอสมควร มัมนมีเหตุน่ะ ที่ยอมสยบให้กับหลวงพ่อจรัญ

มันก็ค่อยๆมาเส้นทางนี้นะ
ที่ทำ เพราะกลัวทุกข์ กลัวความผิดหวัง กลัวความเสียใจ คือ มีความกลัว ทำให้ต้องทำ

พอทำมาเรื่อยๆ ชีวิตก็ดีขึ้น
ทางที่เคยมั่วสุม ประตูนั้นก็ปิดสนิท ไม่เคยย่างก้าวเข้าไปอีก


เอาเป็นว่า ศิลทุกข้อ ไม่ได้คิดรักษา แต่เพราะกลัวความทุกข์ ความเจ็บป่วย
จึงทำให้เกิดการระวังด้วยความเคยชิน

อย่างเงินนี่ กลัวเสียเงิน เพราะรู้ว่าของฟรีไม่มีในโลก
เมื่อไม่มีความอยากได้ของใคร ก็จึงไม่ต้องระวังอะไร


ส่วนการทำกรรมฐาน ที่ทำอยู่ เพราะรู้ว่า ทำแล้ว ชีวิตดีขึ้นจริงๆ ที่สำคัญ ทุกข์น้อยลง

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 19:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


walaiporn เขียน:
bigtoo เขียน:
walaiporn เขียน:
bigtoo เขียน:
walaiporn เขียน:
bigtoo เขียน:

วิธีการตามรักษาไว้ซึ่งความจริง
(สจฺจานุรกฺขณา)
“ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ! การตามรักษาไว้ซึ่งความจริง
(สจฺจานุรกฺขณา) นั้น มีได้ด้วยการกระทำเพียงเท่าไร ? บุคคลจะตาม
รักษาไว้ซึ่งความจริงนั้นได้ ด้วยการกระทำเพียงเท่าไร ? ข้าพเจ้าขอถาม
พระโคดมผู้เจริญถึงวิธีการตามรักษาไว้ซึ่งความจริง”
ภารท๎วาชะ ! ถ้าแม้ ความเชื่อ ของบุรุษมีอยู่
และเขาก็ ตามรักษาไว้ซึ่งความจริง กล่าวอยู่ว่า
“ข้าพเจ้ามีความเชื่ออย่างนี้” ดังนี้,
เขาก็ อย่าพึงถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียว ว่า
“อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้ก่อน ...
ภารท๎วาชะ ! ถ้าแม้ ความชอบใจ ของบุรุษมีอยู่
และเขาก็ ตามรักษา ไว้ซึ่งความจริง กล่าวอยู่ว่า
“ข้าพเจ้ามีความชอบใจอย่างนี้” ดังนี้,
เขาก็ อย่าพึงถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียว ว่า
“อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้ก่อน....

ภารท๎วาชะ !
ถ้าแม้ เรื่องที่ฟังตาม ๆ กันมาของบุรุษมีอยู่
และเขาก็ตามรักษาไว้ซึ่งความจริง กล่าวอยู่ว่า
“ข้าพเจ้ามีเรื่องที่ฟังตาม ๆ กันมาอย่างนี้” ดังนี้,
เขาก็ อย่าพึงถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียว ว่า
“อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้ก่อน...
ภารท๎วาชะ !
ถ้าแม้ ความตริตรึกไปตามเหตุผลที่แวดล้อม ของบุรุษมีอยู่
และเขาก็ตามรักษาไว้ซึ่งความจริง กล่าวอยู่ว่า
“ข้าพเจ้ามีความตริตรึกไปตามเหตุผลที่แวดล้อมอย่างนี้” ดังนี้,
เขาก็ อย่าพึงถึงการสันนิษฐานโดยส่วนเดียว ว่า
“อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้ก่อน....
ภารท๎วาชะ !
ถ้าแม้ ข้อยุตติที่ทนได้ต่อการเพ่งพินิจด้วยความเห็น ของบุรุษ
มีอยู่ และเขาก็ตามรักษาไว้ซึ่งความจริง กล่าวอยู่ว่า
“ข้าพเจ้ามีข้อยุตติที่ทนได้ต่อการเพ่งพินิจด้วยความเห็น
อย่างนี้” ดังนี้,
เขาก็ อย่าพึงถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียว ว่า
“อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้ก่อน.

ภารท๎วาชะ !
ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้แล
การตามรักษาไว้ซึ่งความจริง ย่อมมี,
บุคคลชื่อว่าย่อมตามรักษาไว้ซึ่งความจริง
ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้,
และเราบัญญัติการตามรักษาไว้ซึ่งความจริง
ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้;
และเราบัญญัติการตามรักษาไว้ซึ่งความจริง
ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้;
แต่ว่านั่นยังไม่เป็นการตามรู้ซึ่งความจริง.







รู้จักไหมตาทู่ สักแต่ว่าน่ะ
ควรใช้พระสูตรนี้เนืองๆนะ จะได้ค่อยๆละการกล่าวเพ่งโทษนอกตัวที่มีอยู่ ให้เบาบางลงไปได้




ฮาอะไร. ผมเห็นคุณพยามยกธรรมะอยู่ในบริบทเดียว ทั้งๆสาวกที่บรรลุธรรมนั้นมีตั้งหลายประเภท ทั้งนุ่งเหลืองโกนศรีษะ. นุ่งขาวห่มขาว. ทั้งละกามแล้ว ทั้งที่ยังบริโภคกามอยู่แต่เขารู้วิธีที่จะกระโดดออกจากบ่วงได้ยามภัยมา. ผมไม่ได้กล่าวตำหนิคุณหรอกนะเพียงแค่อยากให้มุมมองในบริบทอื่นบ้าง. จะได้ตรงธรรมแท้ๆจริง. การกล่าวในบริบทเดียวนั่นมันมองไม่กว้างทั่วถึงในความเป็นจริงเพราะชีวิตมนุษย์หลากหลายมากสะสมมาต่างกัน. และที่ผมกล่าวมีอะไรก็เอาเหตุผลมาหักล้างกัน ผมก็เอาแต่ที่พระองค์กล่าวมาทั้งนั้นซึ่งมีอยู่จริง. และที่กล่าวเรื่องคนกินผักกินหญ้านะ คุณจะมีเหตุผลอะไรอย่างไรห็แล้วแต่เถอะผมไม่ได้ติดใจหรอก. แค่เพียงอยากให้เข้าใจในเรื่องธรรมะในบริบทอื่นดูบ้าง ในเรื่องของอบายมุข6เดี๋ยวจะกลายเป็นวัตรเพื่อการรังเกลียดไปก็แค่นั้น เห็นพยามยกธรรมะในฝ่ายที่พระองค์แสดงแก่ภิกษุสงฆ์ซึ่งเป็นธรรมะที่จะต้องเข้มงวด. เราเป็นฆราวาสก็ให้ผ่อนลงมาบ้าง. เดี๋ยวจะไม่ตรงธรรมที่ประสงค์อยากให้ทราบ ตามพุทธวจน










ป๊าดดดดดดด

ว่าไปโน่นนน บรรล๊งบรรลุอะไรกัน


ผู้ทำความเพียรตามพระธรรมคำสอน ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสไว้
ล้วนมุ่งสู่ การดับเหตุแห่งทุกข์


เป็นวัตรเพื่อการรังเกลียดไปก็แค่นั้น

อีกอย่าง การเพียรเพื่อละเหตุแห่งทุกข์ แล้วการละเว้นการดื่มน้ำเมา มันผิดตรงไหน
ในเมื่อมันเป็นไปในทางเสื่อม พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรงตรัสไว้ชัดเจน





ตาทู่นี่มาจากไหน หลงละเมอเพ้อพกแต่เรื่องของภพชาติ บรรล๊งบรรลุอะไรกัน :b32:



มันไม่น่ารังเกลียดหรอกเป็นการดีด้วย. แต่การที่มีคนดื่มด้วยเหตุปัจจัยที่ไม่ประกอบเนื่องๆก็สามารถทำได้. ก็แค่ยอมรับว่าทำได้ไม่ได้ผิดอะไรก็แค่นั้น. อย่าให้มันสุดโต่งเกินธรรมฆราวาสเลย





อ่านแล้ว ฮาจริงๆ
ก็เป้าหมาย วัตถุประสงค์มันต่างกัน เข้าใจไหมตาทู่
ถึงจะเป็นฆราวาสก็ตาม ก็สามารถปฏิบัติตามคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้

อ่อ .. การเพิ่มเติมข้อความ เพราะเห็นว่า ท่าทางตาทู่คงจะไม่ค่อยจะเข้าใจ
พอแก้ไขเสร็จ จึงเห็นข้อความที่ตาทู่โพสอ้างอิงไปแล้ว
จึงบอกไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาว่ากันได้ว่า แหมรีบแก้เชียว ให้ดูเวลาที่แก้ไขด้วย
เวลามันโชว์อยู่ เวลาที่วลัยพรแก้ไข ตรงกับที่ตาทู่โพสอ้างอิง


จึงเขียนเพิ่ม ให้เห็นชัดๆว่า คนที่เขาตั้งใจละสุรา เขาละเพราะอะไร ไม่ได้ละเพราะรังเกียจ
เข้าใจหรือยังตาทู่
ผมนะดื่มสุราเล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน คบคนชั่วขี้เกียจผิดศิลห้ามาทั้งชีวิตเกือบ20สิบปีแบบจัดหนักก่อนมารู้เรื่องธรรมะ ผมจึงรู้ดีเรื่องนี้มากกว่าพวกท่านทั้งหลายผมรู้จักอบายมุจ6ดีมากกว่าพวกท่าน. คนที่มีเจตนาละสุราผมเข้าใจดีเพราะเขาหวังการทำที่สุดแห่งธรรมให้ปรากฎ. แต่การที่บุคคลดื่มสุราบ้างตามโอกาศเหตุปัจจัยนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าค่ายอบายมุข6 นี่คนล่ะเรื่องกับบุคคลที่เห็นโทษของการดื่มสุรา. อันนี้ต้องเข้าใจในมุมของผมที่ต้องการเสนอความจริงตามพระสูตรว่าอบายมุข6นั้นคืออะไร. ส่วนการนำเสนอของท่านเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามความตั้งใจของการที่ท่านต้องการนำเสนอในความดี. นี่มันคนล่ะมุมกัน. ผมเพียงนำเสนอความจริงตามฐานะของบุคคลที่ทำอะไรได้บ้างตามพุทธวจนเท่านั้นโปรดเข้าใจ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 19:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
bigtoo เขียน:
มันไม่น่ารังเกลียดหรอกเป็นการดีด้วย. แต่การที่มีคนดื่มด้วยเหตุปัจจัยที่ไม่ประกอบเนื่องๆก็สามารถทำได้. ก็แค่ยอมรับว่าทำได้ไม่ได้ผิดอะไรก็แค่นั้น. อย่าให้มันสุดโต่งเกินธรรมฆราวาสเลย


อยากดื่มก็ดื่มไปเถอะ...สิทธิส่วนบุคคล...ใครเขาจะไปว่า..กฎหมายก็ไม่ได้ห้าม

หากวันใดอยากพ้นทุกข์..ก็ให้พยายามรักษาศีล...ให้ได้...

แรกๆ....มันก็ต้องกดข่มกันทั้งนั้นแหละ...เพราะมันตามใจกิเลสมานาน...หากเข้าขั้นอธิศีลแล้วก็ไม่ต้องกดข่มอะไรให้ยาก...มันจะสบายๆ...เป็นของมันเอง...นี้แหละธรรมชาติของมนุษย์ที่แท้จริง...แต่ก่อนหน้านี้มันธรรมชาติของกิเลส..นะ
คนเข้าใจอธิศิลจะไม่กล่าวแบบนี้ผมเป็นคนดื่มเหล้ามาตลอดเกือบ20ปีแบบหนักทุกวัน. ผมเลิกมา15ปีแล้วอย่างเด็ดขาดเพียงเข้าคอร์สอบรมธรรมะเพียงสิบวัน. ผมจึงรู้ว่าดื่มแบบเก่ากับดื่มไปอย่างนั้นแบบเลี่ยงไม่ได้ อธิศิลผมจึงรู้ดีว่ามันคืออะไร. ถ้าท่านเองไม่ดื่มผมดีใจด้วย. ผมเองก็ไม่ดื่มมา15ปีแล้ว เคยดื่มแบบเลี่ยงไม่ได้น่าจะไม่เกิน500ccในเวลา15ปีมากไปไหมนี่ไงครับบริบทที่ดื่มสุราที่ไม่ใช่อบายมุข6. ท่านยังไม่รู้อะไรกับเรื่องพวกนี้อีกเยอะครับ. ผมนะมันโจรกับใจ. ผมจึงรู้ในบริบทอื่นๆอีกมาก.

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 19:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
ถ้าอริยสาวกท่องไปในที่อโคจรอย่างนั้น..ไม่ว่าจะดื่มเหล้า เข้าผับเที่ยวบา เล่นการพนัน..ก็ระวังชะตาขาดนะเจ้าค่ะ..เพราะความประมาทเป็นหนทางไปสู่ความชิบหาย..ความพินาศ..ถึงคราวอกุศลกรรมส่งผล..มันอาจจะตีชิ่งแบบเล่นสนุกเกอร์ก็ได้ นึกออกม่ะ แทงลูกนึงไปโดนลูกนึงตกหลุม :b32: แบบไมตั้งใจ :b5: ..พระพุทธองค์สอนไม่ให้ประมาท :b8:
ถ้าคุณจะพูดเพื่อให้ดูดีหรือประชดประชันก็ไม่ว่ากัน. แต่ความจริงก็คือความจริงอะไรทำได้บ้างแค่ไหนอย่างไรพระพุทธองค์กล่าวไว้แล้ว. อริยบุคคลรู้ว่าอะไรควรทำได้แค่ไหน เพราะอริยบุคคลอยู่อย่างไม่ยำเกรงพระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรากล่าวธรรมตามพยัญชนะตามพุทธวจน. เพราะเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้เพราะเราไม่มีญาณปรีชาใดๆที่จะเทียบกับพระองค์. เพราะองค์รู้ความยิ่งหย่อนของบุคคล และรู้ว่าทำอะไรทำอย่างไรได้ตามฐานะนั้น.

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 19:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
bigtoo เขียน:
ท่านต้องศึกษาเรื่องอริยะสาวกที่เป็นฆราวาสอีกเยอะนะเรื่องสุรา. ท่านต้องศึกษาในพุทธวจน ไว้ท่านเจอแล้วจะร้องอ๋อ. มันละเอียดอ่อนมากอย่าคิดว่าสิ่งนี้ใช่สิ่งอื่นเปล่า คิดแบบนี้นะกบถึงจะถูก. สมัยก่อนผมก็คิดแบบท่านนั้นแหล่ะว่าห้ามดืมเด็ดขาด. แต่ไม่ใช่เลยเรื่องสุรา. มีบริบทอื่นครับ. แต่ศิล1-4ต้องเป๊ะ


ทำไม...จะเป็นอริยะต้องละขาดสุรา..รู้มั้ย?

และรู้มั้ย...อริยะสาวกถึงไม่ดื่มสุราเลย?...ไม่ใช่เพราะท่านกลัวศีลขาดหรอก...ครับ

เอาเถอะ....ส่วนตัวบิ๊กทูจะวิเคราะห์วิจัยศึกษาเรื่องนี้..ว่าดื่มสุราบางครั้งบางคราวนี้ทำได้มั้ย...นั้น

ก็ให้สังเกตุที่ผล...ก็แล้วกันว่า..มรรคผลเป็นอย่างไร...ก็แล้วกัน

ระหว่างนี้..ก็อย่าด่วนไปเผยแพร่ให้ใครเขาเชื่อตามก็แล้วกัน...เพราะกรรมเรื่องบิดเบือนพระธรรม..มันหนักมาก...

กบคงไม่ได้ศึกษาพุทธวจนกะมั้ง?เรื่องสุราว่ามีบริบทไหนที่อริยบุคคลยังดื่มสุราอยู่. ผมเองกล่าวธรรมตามพุทธวจนมีบริบทที่ดื่มสุราได้ครับ. ท่านกบลองพยามไปหาดูก่อนนะครับ. ผมจะยังไม่ยกมาให้ดูหรอก. จะได้เกิดความพยามในตัวคนเองบ้าง. จะได้เป็นปัจจัดตัง. คุณคิดว่าผมโง่ขนาดไม่รู้เรื่องแบบง่ายๆเหรอครับ. แต่ความจริงมันมีมากกว่าคุณคิดครับ. อย่าคิดว่าสิ่งนี้จริงสิ่งอื่นเปล่า. นี่คือการรักษาความจริงครับ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 19:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


walaiporn เขียน:
nongkong เขียน:
ถ้าอริยสาวกท่องไปในที่อโคจรอย่างนั้น..ไม่ว่าจะดื่มเหล้า เข้าผับเที่ยวบา เล่นการพนัน..ก็ระวังชะตาขาดนะเจ้าค่ะ..เพราะความประมาทเป็นหนทางไปสู่ความชิบหาย..ความพินาศ..ถึงคราวอกุศลกรรมส่งผล..มันอาจจะตีชิ่งแบบเล่นสนุกเกอร์ก็ได้ นึกออกม่ะ แทงลูกนึงไปโดนลูกนึงตกหลุม :b32: แบบไมตั้งใจ :b5: ..พระพุทธองค์สอนไม่ให้ประมาท :b8:




แค่ฆราวาสอย่างวลัยพรนี่ ยังไม่ข้องแวะกับเรื่องพวกนี้เลย
และยังมีผู้คนอีกมากมาย ที่เขาไม่ข้องแวะเช่นกัน

ไม่ต้องเห็นธรรมอะไรหรอก
แค่บางคนเขาไม่อยากทำลายสุขภาพ ไม่อยากเสียทรัพย์

ขนาดเจ้านาย(แฟน) งานแต่งยังไม่ไปเลย เอาเงินใส่ซองอย่างเดียว
เสียทั้งค่าแท็กซี่ เสียเวลาเดินทาง กะอีกแค่ไปนั่งกิน จะไปทำไม

หากใครยังทำอยู่ นั่นก็เหตุของเขา
ต่างคนต่างเลือกกระทำกันเอง
อย่าเอาเรื่องราวของตนเองเพียงเท่านั้นไปเปรียบเทียบกับชีวิตอีกหลายล้านคน แต่ที่ผมบอกทำอะไรอย่างไรได้แค่ไหนนั้นคือความจริงตรงธรรมที่พระองค์กล่าว. ส่วนใครจะมีเจตนาเลิกทำอะไรนั้นย่อมเป็นการดี. แต่คนล่ะเรื่องกับที่ผมกล่าวว่าทำอะไรอย่างไรได้แค่ไหน. พอเข้าใจนะ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


แก้ไขล่าสุดโดย bigtoo เมื่อ 13 มิ.ย. 2015, 19:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 19:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
nongkong เขียน:
ถ้าอริยสาวกท่องไปในที่อโคจรอย่างนั้น..ไม่ว่าจะดื่มเหล้า เข้าผับเที่ยวบา เล่นการพนัน..ก็ระวังชะตาขาดนะเจ้าค่ะ..เพราะความประมาทเป็นหนทางไปสู่ความชิบหาย..ความพินาศ..ถึงคราวอกุศลกรรมส่งผล..มันอาจจะตีชิ่งแบบเล่นสนุกเกอร์ก็ได้ นึกออกม่ะ แทงลูกนึงไปโดนลูกนึงตกหลุม :b32: แบบไมตั้งใจ :b5: ..พระพุทธองค์สอนไม่ให้ประมาท :b8:
ถ้าคุณจะพูดเพื่อให้ดูดีหรือประชดประชันก็ไม่ว่ากัน. แต่ความจริงก็คือความจริงอะไรทำได้บ้างแค่ไหนอย่างไรพระพุทธองค์กล่าวไว้แล้ว. อริยบุคคลรู้ว่าอะไรควรทำได้แค่ไหน เพราะอริยบุคคลอยู่อย่างไม่ยำเกรงพระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรากล่าวธรรมตามพยัญชนะตามพุทธวจน. เพราะเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้เพราะเราไม่มีญาณปรีชาใดๆที่จะเทียบกับพระองค์. เพราะองค์รู้ความยิ่งหย่อนของบุคคล และรู้ว่าทำอะไรทำอย่างไรได้ตามฐานะนั้น.

อยากทำไรก็ทำไปเถิด..ทางใดที่เจริญ..ไม่เบียดเบีบนใคร ไม่ทำใครทุกข์..และตนเองก็ไม่มานั่งทุกข์
เมื่อก่อนเห็นบิ๊กทู่เตือนคุนน้องไม่ให้ไปเที่ยวผับ..คราวนี้ถึงคราวคุนน้องเตือนบิ๊กทู่บ้าง..
อริยสาวกลดละเลิกอบายมุขได้..ก็เพราะละได้ด้วยเหตุ..คือไม่ได้กำหนัดยินดีพอใจในสิ่งเหล่านั้นแล้ว..ไม่ใช่ว่าทำเพราะรักษาศีลยึดเป็นข้อวัตร
บิ๊กทู่เข้าใจนะ..ละเหตุได้แล้ว..คือยังไง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 19:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
bigtoo เขียน:
nongkong เขียน:
ถ้าอริยสาวกท่องไปในที่อโคจรอย่างนั้น..ไม่ว่าจะดื่มเหล้า เข้าผับเที่ยวบา เล่นการพนัน..ก็ระวังชะตาขาดนะเจ้าค่ะ..เพราะความประมาทเป็นหนทางไปสู่ความชิบหาย..ความพินาศ..ถึงคราวอกุศลกรรมส่งผล..มันอาจจะตีชิ่งแบบเล่นสนุกเกอร์ก็ได้ นึกออกม่ะ แทงลูกนึงไปโดนลูกนึงตกหลุม :b32: แบบไมตั้งใจ :b5: ..พระพุทธองค์สอนไม่ให้ประมาท :b8:
ถ้าคุณจะพูดเพื่อให้ดูดีหรือประชดประชันก็ไม่ว่ากัน. แต่ความจริงก็คือความจริงอะไรทำได้บ้างแค่ไหนอย่างไรพระพุทธองค์กล่าวไว้แล้ว. อริยบุคคลรู้ว่าอะไรควรทำได้แค่ไหน เพราะอริยบุคคลอยู่อย่างไม่ยำเกรงพระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรากล่าวธรรมตามพยัญชนะตามพุทธวจน. เพราะเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้เพราะเราไม่มีญาณปรีชาใดๆที่จะเทียบกับพระองค์. เพราะองค์รู้ความยิ่งหย่อนของบุคคล และรู้ว่าทำอะไรทำอย่างไรได้ตามฐานะนั้น.

อยากทำไรก็ทำไปเถิด..ทางใดที่เจริญ..ไม่เบียดเบีบนใคร ไม่ทำใครทุกข์..และตนเองก็ไม่มานั่งทุกข์
เมื่อก่อนเห็นบิ๊กทู่เตือนคุนน้องไม่ให้ไปเที่ยวผับ..คราวนี้ถึงคราวคุนน้องเตือนบิ๊กทู่บ้าง..
อริยสาวกลดละเลิกอบายมุขได้..ก็เพราะละได้ด้วยเหตุ..คือไม่ได้กำหนัดยินดีพอใจในสิ่งเหล่านั้นแล้ว..ไม่ใช่ว่าทำเพราะรักษาศีลยึดเป็นข้อวัตร
บิ๊กทู่เข้าใจนะ..ละเหตุได้แล้ว..คือยังไง
การที่ผมเตือนคุณน้องไม่ให้เที่ยว. กับการแสดงธรรมที่ตรงต่อธรรม ที่อาจมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนคนล่ะเรื่องกันนะครับ. ผมเองเลิกขาดจากจิตมานานถึง15ปีแล้วครับ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 19:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


[quote="bigtoo]
ผมนะดื่มสุราเล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน คบคนชั่วขี้เกียจผิดศิลห้ามาทั้งชีวิตเกือบ20สิบปีแบบจัดหนักก่อนมารู้เรื่องธรรมะ ผมจึงรู้ดีเรื่องนี้มากกว่าพวกท่านทั้งหลายผมรู้จักอบายมุจ6ดีมากกว่าพวกท่าน. คนที่มีเจตนาละสุราผมเข้าใจดีเพราะเขาหวังการทำที่สุดแห่งธรรมให้ปรากฎ. แต่การที่บุคคลดื่มสุราบ้างตามโอกาศเหตุปัจจัยนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าค่ายอบายมุข6 นี่คนล่ะเรื่องกับบุคคลที่เห็นโทษของการดื่มสุรา. อันนี้ต้องเข้าใจในมุมของผมที่ต้องการเสนอความจริงตามพระสูตรว่าอบายมุข6นั้นคืออะไร. ส่วนการนำเสนอของท่านเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามความตั้งใจของการที่ท่านต้องการนำเสนอในความดี. นี่มันคนล่ะมุมกัน. ผมเพียงนำเสนอความจริงตามฐานะของบุคคลที่ทำอะไรได้บ้างตามพุทธวจนเท่านั้นโปรดเข้าใจ[/quote]

ในปุถุชน....กระผมก็ไม่ได้ไปว่าอะไรเขา...

แต่..บิ๊กทู..เข้าใจว่า..อริยะสาวก..ก็สามารถดื่มได้ถ้าไม่เป็นการประกอบเนืองๆ..นี้ซิ...

โจร..ชัดๆ

ส่วนเรื่องอบายมุก...บิ๊กทูก็อย่าคิดตัวรู้จักดีกว่าใคร...ๆ :b32: :b32:
มันก็บ่แน่..หรอกนาย... :b11:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 20:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
[quote="bigtoo]
ผมนะดื่มสุราเล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน คบคนชั่วขี้เกียจผิดศิลห้ามาทั้งชีวิตเกือบ20สิบปีแบบจัดหนักก่อนมารู้เรื่องธรรมะ ผมจึงรู้ดีเรื่องนี้มากกว่าพวกท่านทั้งหลายผมรู้จักอบายมุจ6ดีมากกว่าพวกท่าน. คนที่มีเจตนาละสุราผมเข้าใจดีเพราะเขาหวังการทำที่สุดแห่งธรรมให้ปรากฎ. แต่การที่บุคคลดื่มสุราบ้างตามโอกาศเหตุปัจจัยนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าค่ายอบายมุข6 นี่คนล่ะเรื่องกับบุคคลที่เห็นโทษของการดื่มสุรา. อันนี้ต้องเข้าใจในมุมของผมที่ต้องการเสนอความจริงตามพระสูตรว่าอบายมุข6นั้นคืออะไร. ส่วนการนำเสนอของท่านเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามความตั้งใจของการที่ท่านต้องการนำเสนอในความดี. นี่มันคนล่ะมุมกัน. ผมเพียงนำเสนอความจริงตามฐานะของบุคคลที่ทำอะไรได้บ้างตามพุทธวจนเท่านั้นโปรดเข้าใจ[/quote]

ในปุถุชน....กระผมก็ไม่ได้ไปว่าอะไรเขา...

แต่..บิ๊กทู..เข้าใจว่า..อริยะสาวก..ก็สามารถดื่มได้ถ้าไม่เป็นการประกอบเนืองๆ..นี้ซิ...

โจร..ชัดๆ

ส่วนเรื่องอบายมุก...บิ๊กทูก็อย่าคิดตัวรู้จักดีกว่าใคร...ๆ :b32: :b32:
มันก็บ่แน่..หรอกนาย... :b11:
ผมมันพวก....ไปซอยไหนก็ไปให้สุดๆ..ซะด้วย.. :b13:[/quote][/quote]
คุณไม่เข้าใจในคำถามนี้จริงๆหรือ.แกล้งไม่เข้าใจ อริยสาวกไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคะ6ประการเป็นไฉน? นี่คือคำถามที่คฤหบดีบุตรถามพระองค์ คำตอบพระองค์.การประกอบเนื่องๆ. ก็หมายความว่า. การประกอบเนื่องๆคือความเสื่อม. อริยสาวกไม่ประกอบเนื่องๆ. ดูคำถามหลายๆครั้งนะกบ ไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคะ6เป็นไฉน อ่านสัก10ครั้ง. และดูคำคอบที่พระองค์ตรัสตอบสัก10ครั้ง ถ้ายังไม่เข้าใจอีก ก็ไปนอนนะ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 20:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
คุณไม่เข้าใจในคำถามนี้จริงๆหรือ.แกล้งไม่เข้าใจ อริยสาวกไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคะ6ประการเป็นไฉน? นี่คือคำถามที่คฤหบดีบุตรถามพระองค์ คำตอบพระองค์.การประกอบเนื่องๆ. ก็หมายความว่า. การประกอบเนื่องๆคือความเสื่อม. อริยสาวกไม่ประกอบเนื่องๆ. ดูคำถามหลายๆครั้งนะกบ ไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคะ6เป็นไฉน อ่านสัก10ครั้ง. และดูคำคอบที่พระองค์ตรัสตอบสัก10ครั้ง ถ้ายังไม่เข้าใจอีก ก็ไปนอนนะ


อ่านยังงัย..ผมก็เห็นแต่ท่านพูดกับคถหบดีว่าทางเสื่อมทั้ง6 ที่ประกอบเนืองๆ..มีอะไรบ้าง....และพระอริยะสาวกไม่เสพ

ไม่เสพ...ก็คือไม่เสพ..อิอิ

บิ๊กทู..อยากเสพ...แบบไม่ประกอบเนืองๆ...ก็ตามใจไปซิ....

แล้วก็หัดไปดูบทอื่นๆ..ประกอบด้วย....ว่าท่านสอนอย่างไร...ไม่ใช่แปลเข้าข้างแต่กิเลส...ซิ...บิ๊กทู


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 20:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
bigtoo เขียน:
คุณไม่เข้าใจในคำถามนี้จริงๆหรือ.แกล้งไม่เข้าใจ อริยสาวกไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคะ6ประการเป็นไฉน? นี่คือคำถามที่คฤหบดีบุตรถามพระองค์ คำตอบพระองค์.การประกอบเนื่องๆ. ก็หมายความว่า. การประกอบเนื่องๆคือความเสื่อม. อริยสาวกไม่ประกอบเนื่องๆ. ดูคำถามหลายๆครั้งนะกบ ไม่เสพทางเสื่อมแห่งโภคะ6เป็นไฉน อ่านสัก10ครั้ง. และดูคำคอบที่พระองค์ตรัสตอบสัก10ครั้ง ถ้ายังไม่เข้าใจอีก ก็ไปนอนนะ


อ่านยังงัย..ผมก็เห็นแต่ท่านพูดกับคถหบดีว่าทางเสื่อมทั้ง6 ที่ประกอบเนืองๆ..มีอะไรบ้าง....และพระอริยะสาวกไม่เสพ

ไม่เสพ...ก็คือไม่เสพ..อิอิ

บิ๊กทู..อยากเสพ...แบบไม่ประกอบเนืองๆ...ก็ตามใจไปซิ....

แล้วก็หัดไปดูบทอื่นๆ..ประกอบด้วย....ว่าท่านสอนอย่างไร...ไม่ใช่แปลเข้าข้างแต่กิเลส...ซิ...บิ๊กทู
สงสัยกบจะมองไม่รอบครอบในเรื่องการสอนธรรมะของพระองค์. ผมจะสอนให้นะ. พระองค์เวลาสอนธรรมะพระองค์จะสอนในบริบทที่ไม่ให้เกิดการหย่อนยานในการทำกิจความความดี. แต่เมื่อมีคนไปถามพระองค์จะกล่าวธรรมเป็นจริงของโลกตามฐานะที่ใครสามารถจะทำได้. จากคำถามที่ท่าคฤหบดียกคำถามมาผมจะแปลให้เป็นภาษาที่กบพอจะทำความเข้าใจได้นะถ้ากบยังไม่เข้าใจภาษาก็จะแปลให้. ท่านถามว่า. อริสาวกไม่ทำอะไรบ้างที่เป็นทางไม่มีดีที่จะนำไปสู่ความเสื่อม. พระองค์ก็ตรัสตอบว่าอริยสาวกไม่กระทำความไม่ดี6อย่างนี้บ่อยๆ.ก็หมายความว่าอริสาวกกระทำได้แต่ไม่บ่อย. พอเข้าใจได้ใช้มั้ย. ถ้าไม่เข้าใจจะจัดอยู่ในปัญญาทรามนะกบ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 21:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
สงสัยกบจะมองไม่รอบครอบในเรื่องการสอนธรรมะของพระองค์. ผมจะสอนให้นะ. พระองค์เวลาสอนธรรมะพระองค์จะสอนในบริบทที่ไม่ให้เกิดการหย่อนยานในการทำกิจความความดี. แต่เมื่อมีคนไปถามพระองค์จะกล่าวธรรมเป็นจริงของโลกตามฐานะที่ใครสามารถจะทำได้. จากคำถามที่ท่าคฤหบดียกคำถามมาผมจะแปลให้เป็นภาษาที่กบพอจะทำความเข้าใจได้นะถ้ากบยังไม่เข้าใจภาษาก็จะแปลให้. ท่านถามว่า. อริสาวกไม่ทำอะไรบ้างที่เป็นทางไม่มีดีที่จะนำไปสู่ความเสื่อม. พระองค์ก็ตรัสตอบว่าอริยสาวกไม่กระทำความไม่ดี6อย่างนี้บ่อยๆ.ก็หมายความว่าอริสาวกกระทำได้แต่ไม่บ่อย. พอเข้าใจได้ใช้มั้ย. ถ้าไม่เข้าใจจะจัดอยู่ในปัญญาทรามนะกบ

รูปภาพ


แต่..จะเลอะ..ก็เลอะไปคนเดียว...เถอะ

มีที่ไหน..อริยะสาวก...กินเหล้าเป็นบางครั้งได้...เพราะไม่ได้ทำบ่อยๆ...
รูปภาพ


แก้ไขล่าสุดโดย กบนอกกะลา เมื่อ 13 มิ.ย. 2015, 21:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 257 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16 ... 18  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร