วันเวลาปัจจุบัน 18 ก.ย. 2020, 14:56  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 346 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12 ... 24  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 23:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


หลักฐานนี้ตกไป....

มีหลักฐานใหม่มั้ย?...ครับ....อโสกะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 00:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2011, 16:32
โพสต์: 324


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
บุคคลผู้มีเมตตา ไม่เข้ายึดถือทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ ( คือโสดาปัตติมรรค)

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ย่อมไม่ถึงความนอน(เกิด) ในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียว


:b11:
ก็ยังคงยืนยันอย่างนี้ไปเรื่อยๆก่อน จนกว่าจะมีผู้แสดงหลักฐานว่าพระโสดาบันกลับมาเกิดในโลกมนุษย์นี้อีก
onion onion onion

กรณียเมตตาสูตร ก็ต้องนับว่าเป็นสูตรที่สำคัญ จะเป็นพุทธพจน์หรือไม่ผมไม่อาจทราาบได้ แต่หลักฐานโดยธรรมเขาบอกไว้ชัดดีนะครับ
:b39:


อุตส่ายืนยัน...มาอย่างดี....แต่ก็มาตกม้าตายกับคำยืนยันของตัวเอง..ซะแล้ว..อิอิ
.....
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก
......

เอากาม..ออกได้....นี้เลยโสดาบันไปแล้วละอโสกะเอ๋ย....

ปฏิฆะ..เกิดเพราะมีคนมาขัด...กามตัญหา..ภวตัญหา...วิภาวตัญหา...แห่งตน

ดังนั้น..ตัดกามได้....ปฏิฆะย่อมเบาบางไปอักโขแล้ว....
อย่างน้อย..ก็อนาคามีมรรค...แล้วละอโสกะ...เลยโสดาบันไปไกลแล้ว..


ไล่อ่านตรงที่พี่อโสกะเอาพระสูตรมาลง ก็คิดอยู่ว่าจะมีใครเห็นและเอามาพูดบ้างนะ สุดท้ายก็เป็นพี่กบนอกกะลา นี่เองที่เห็นในท่อนสุดท้ายเหมือนกัน ถ้าให้ผมเดานะผมว่าพี่กบอ่านถึงตรงนี้แล้วปิ้งขึ้นมาเลยใช่มั้ยครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 00:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


มันทิ่มลูกกะตา...เข้าให้..
อิอิ... :b13: :b13:
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 00:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2011, 16:32
โพสต์: 324


 ข้อมูลส่วนตัว


แล้วตัวของเราจะล่วงรู้ได้มั้ยว่าเราบรรลุความเป็นโสดาบันรึยัง...
คำตอบคือ ไม่ได้...จนกว่าตัวเรานั้นจะบรรลุถึงความสิ้นไปแห่งกามคุณหรือเข้าถึงอนาคามีนั่นแหละ...มั้งครับ?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 13:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


ลูกพระป่า เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
บุคคลผู้มีเมตตา ไม่เข้ายึดถือทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ ( คือโสดาปัตติมรรค)

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ย่อมไม่ถึงความนอน(เกิด) ในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียว


:b11:
ก็ยังคงยืนยันอย่างนี้ไปเรื่อยๆก่อน จนกว่าจะมีผู้แสดงหลักฐานว่าพระโสดาบันกลับมาเกิดในโลกมนุษย์นี้อีก
onion onion onion

กรณียเมตตาสูตร ก็ต้องนับว่าเป็นสูตรที่สำคัญ จะเป็นพุทธพจน์หรือไม่ผมไม่อาจทราาบได้ แต่หลักฐานโดยธรรมเขาบอกไว้ชัดดีนะครับ
:b39:


อุตส่ายืนยัน...มาอย่างดี....แต่ก็มาตกม้าตายกับคำยืนยันของตัวเอง..ซะแล้ว..อิอิ
.....
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก
......

เอากาม..ออกได้....นี้เลยโสดาบันไปแล้วละอโสกะเอ๋ย....

ปฏิฆะ..เกิดเพราะมีคนมาขัด...กามตัญหา..ภวตัญหา...วิภาวตัญหา...แห่งตน

ดังนั้น..ตัดกามได้....ปฏิฆะย่อมเบาบางไปอักโขแล้ว....
อย่างน้อย..ก็อนาคามีมรรค...แล้วละอโสกะ...เลยโสดาบันไปไกลแล้ว..


ไล่อ่านตรงที่พี่อโสกะเอาพระสูตรมาลง ก็คิดอยู่ว่าจะมีใครเห็นและเอามาพูดบ้างนะ สุดท้ายก็เป็นพี่กบนอกกะลา นี่เองที่เห็นในท่อนสุดท้ายเหมือนกัน ถ้าให้ผมเดานะผมว่าพี่กบอ่านถึงตรงนี้แล้วปิ้งขึ้นมาเลยใช่มั้ยครับ :b8:

:b34:
กาเมสุ กับอพรหมจริยา นี่ความหมายต่างกันเยอะเลยนะ อย่าพึ่งกระหยิ่มใจไปกับคำแปลที่ไม่ละเอียดอ่อนเลย

พระโสดาบัน ไม่ล่วงศีลข้อกาเม แต่ยังไม่ถึงขั้นอพรหมจริยา เพราะยังเสพกามกับสามีภรรยาอยู่

ดูในวงเล็บข้างล่างซิท่านบอกว่า (โสดาปัตติมรรค)

สงสัยจะพากันตกควายตายเสียมากกว่าละกระมัง กบ กับ ลูกพระป่า
:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 21:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


1. ใครเป็นผู้ไปวงเล็บครับ
2. ทำไมอโสกะ...จึงเอา...คำว่า...กาม....ไปเป็นศีลข้อ3 ละครับ...ทั้งๆที่..คำก่อนหน้านี้เป็นการกล่าวถึงสังโยชน์ 1.2. 3
แต่พอ...เอากามออกได้...อโสกะกลับดึงไปเรื่องศีล..ซะนี้
3. ถ้าพูดถึงศีล..ข้อ3 จริง...ทำไมจึงกล่าวเพียงศีลข้อเดียวละครับ..อโสกะ...ทำไม่กล่าวถึงศีลข้อ..ลักทรัพย์..พูดปด...เสพของมึนเมา....ด้วยละ
แปลกมั้ย?

นี้ก็แสดงชัดเจนว่า..ไม่ได้กล่าวถึงศีล...เข้าใจยังครับ..อโสกะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 22:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
1. ใครเป็นผู้ไปวงเล็บครับ
2. ทำไมอโสกะ...จึงเอา...คำว่า...กาม....ไปเป็นศีลข้อ3 ละครับ...ทั้งๆที่..คำก่อนหน้านี้เป็นการกล่าวถึงสังโยชน์ 1.2. 3
แต่พอ...เอากามออกได้...อโสกะกลับดึงไปเรื่องศีล..ซะนี้
3. ถ้าพูดถึงศีล..ข้อ3 จริง...ทำไมจึงกล่าวเพียงศีลข้อเดียวละครับ..อโสกะ...ทำไม่กล่าวถึงศีลข้อ..ลักทรัพย์..พูดปด...เสพของมึนเมา....ด้วยละ
แปลกมั้ย?

นี้ก็แสดงชัดเจนว่า..ไม่ได้กล่าวถึงศีล...เข้าใจยังครับ..อโสกะ

s004
ทำไมบาลีท่านถึงพูดแค่เพียงว่า "กาเมสุ วิเนยยะเคธัง"....ท่านไม่ได้บอกว่า "อะพรหมจริยา วิเนยยะเคธัง"หรอกนะลองสังเกตดูให้ดีๆ

พึงพิจารณาให้ดี

เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจเราก็ลองเอาไปเทียบกับการสมาทานศีล 5 กับการสมาทานศีล 8

ศีล 5 ท่านกล่าวว่า กาเมสุมิจฉาจาร....อันมีความหมายเพียงแค่การประพฤติผิดในกาม คือเสพผิดคู่ ท่านให้ห้ามเสีย

ส่วนศีล 8 นั้นท่านสมาทานว่า "อะพรหมจริยา เวรมณี" ...อันมีความหมายว่าเว้นจากการประพฤติผิดพรหมจรรย์ คืองดเสพกาม อย่างนี้จึงจะหมายถึงพระอนาคามีได้
onion
กลับไปอ่านทบทวนกรณียเมตตาสูตรท่อนท้ายๆสังเกต พิจารณา ใคร่ครวญธรรม วิจัยธรรมตามไปด้วยให้ดีๆ จึงจะเห็นถึงความลึกซึ้งของเรื่องนี้
:b38:
(โสดาปัตติมรรค) ....ผู้แปล เป็นผู้วงเล็บ เพื่อป้องกันคนไม่รู้จริงตีความผิดพลาดยังไงล่ะครับ :b11:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 22:21 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ที่ไม่พูดว่า..อพรมจาริยา...ก็เพราะ..ท่านไม่ได้พูดเรื่องศีล..ในวรรคนี้นะซิอโสกะ....ท่านพูดเรื่องสังโยชน์ต่างหาก...
ผมบอกแล้วว่าไม่ได้พูดเรื่องศีล....ไม่งั้นก็ต้องพูดถึงศีลข้ออื่นๆ..ด้วยซิ

เอ้า..อโสกะไม่แปลกใจหรือ...ว่า..ทำไมไม่พูดถึงศีลข้ออื่นด้วย?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 22:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ที่ไม่พูดว่า..อพรมจาริยา...ก็เพราะ..ท่านไม่ได้พูดเรื่องศีล..ในวรรคนี้นะซิอโสกะ....ท่านพูดเรื่องสังโยชน์ต่างหาก...
ผมบอกแล้วว่าไม่ได้พูดเรื่องศีล....ไม่งั้นก็ต้องพูดถึงศีลข้ออื่นๆ..ด้วยซิ

เอ้า..อโสกะไม่แปลกใจหรือ...ว่า..ทำไมไม่พูดถึงศีลข้ออื่นด้วย?

:b12:
กาเมสุ วิเนยยะเคธัง...เอาออกเสียได้ซึ่งความประพฤติผิดในกาม

มันไม่เกี่ยวกับศีลข้อสามตรงไหน กบ

มัวเล็งแต่สังโยชน์ 3 ตามตำราอยู่นั่นแหละเลยเพี้ยนธรรม

ศีลข้ออื่นไม่จำเป็นต้องพูดในนี้เพราะเขาจะบริสุทธิโดยอัตโนมัติ

แต่การเสพกามยังมีอยู่กับพระโสดาบันและพระสกิทาคามี ท่านจึงเน้นย้ำไว้ให้เห็นชัด

เข้าใจ๋บ้อละ.....
onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2014, 23:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:

ศีลข้ออื่นไม่จำเป็นต้องพูดในนี้เพราะเขาจะบริสุทธิโดยอัตโนมัติ

แต่การเสพกามยังมีอยู่กับพระโสดาบันและพระสกิทาคามี ท่านจึงเน้นย้ำไว้ให้เห็นชัด

เข้าใจ๋บ้อละ.....
onion

ที่บอกว่า...ศีลข้ออื่นเขาจะบริสุทธิ์เองอัตโนมัต...นั้นนะ..
อิอิ.....คิดเอง....เอ่อเอง....อีกแล้วนะครับ....

กลับไปตรึกใหม่นะครับ.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2014, 01:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2011, 16:32
โพสต์: 324


 ข้อมูลส่วนตัว


ก่อนหน้านี้พูดกันเรื่องการกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกของพระโสดาบันไม่ใช่หรือครับ ทำไมกลายไปเป็นเรื่องศีลไปได้นะ

ประโยคที่ว่า"นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก" ฟังยังก็ไม่ใช่หมายถึงแค่เรื่องกามเมถุนอย่างเดียวนะ แต่หมายถึงกามคุณทั้งหลายจึงจะถูก สัตว์โลกทั้งหลายที่ยังข้องแวะติดอยู่กับกามคุณไม่ว่าจะมากจะน้อย ย่อมต้องเวียนว่ายติดอยู่ในกามภพ มีเกิดแก่เจ็บตาย เป็นธรรมดา เพราะเหตุปัจจัยยังมียังคงอยู่คือ กามตัณหา จึงมีภพมีชาติตามมา

หรือจะคิดตื้นๆง่ายๆก็ได้ครับ ดูพระพุทธเจ้า พระอรหันสาวกก็ได้ ท่านเหล่านั้นก่อนที่จะมาเกิดในชาติที่สำเร็จมรรคผล คงไม่ได้เกิดมาเป็นเพียงปุถุชนทุกๆชาติเป็นแน่

ดังนั้นในส่วนที่เห็นว่าพระโสดาบันจะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกจึงเป็นความเห็นที่ผิดครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2014, 10:51 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
asoka เขียน:

ศีลข้ออื่นไม่จำเป็นต้องพูดในนี้เพราะเขาจะบริสุทธิโดยอัตโนมัติ

แต่การเสพกามยังมีอยู่กับพระโสดาบันและพระสกิทาคามี ท่านจึงเน้นย้ำไว้ให้เห็นชัด

เข้าใจ๋บ้อละ.....
onion

ที่บอกว่า...ศีลข้ออื่นเขาจะบริสุทธิ์เองอัตโนมัต...นั้นนะ..
อิอิ.....คิดเอง....เอ่อเอง....อีกแล้วนะครับ....

กลับไปตรึกใหม่นะครับ.....

:b7:
เอ้อ.....กบนี่ ช่างไม่รู้เลยว่า เมื่อโสดาปัตติผลเกิดขึ้นกับบุคคลใด ศีล 5 ของบุคคลนั้นจะกลายเป็นปกติศีล เป็นนิจศีล อาชีวบริสุทธิศีล ของท่านโดยอัตโนมัติ คือท่านจะไม่มีใจล่วงศีล 5 เป็นธรรมชาติใหม่ของท่าน
:b3:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2014, 11:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


ลูกพระป่า เขียน:
ก่อนหน้านี้พูดกันเรื่องการกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกของพระโสดาบันไม่ใช่หรือครับ ทำไมกลายไปเป็นเรื่องศีลไปได้นะ

ประโยคที่ว่า"นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก" ฟังยังก็ไม่ใช่หมายถึงแค่เรื่องกามเมถุนอย่างเดียวนะ แต่หมายถึงกามคุณทั้งหลายจึงจะถูก สัตว์โลกทั้งหลายที่ยังข้องแวะติดอยู่กับกามคุณไม่ว่าจะมากจะน้อย ย่อมต้องเวียนว่ายติดอยู่ในกามภพ มีเกิดแก่เจ็บตาย เป็นธรรมดา เพราะเหตุปัจจัยยังมียังคงอยู่คือ กามตัณหา จึงมีภพมีชาติตามมา

หรือจะคิดตื้นๆง่ายๆก็ได้ครับ ดูพระพุทธเจ้า พระอรหันสาวกก็ได้ ท่านเหล่านั้นก่อนที่จะมาเกิดในชาติที่สำเร็จมรรคผล คงไม่ได้เกิดมาเป็นเพียงปุถุชนทุกๆชาติเป็นแน่

ดังนั้นในส่วนที่เห็นว่าพระโสดาบันจะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกจึงเป็นความเห็นที่ผิดครับ :b8:

:b12: :b12:
อ้างคำพูด:
ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
บุคคลผู้มีเมตตา ไม่เข้ายึดถือทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ ( คือโสดาปัตติมรรค)

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก


นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ย่อมไม่ถึงความนอน(เกิด) ในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียว

:b39:
คุณลูกพระป่าพึงพิจารณาข้อความท่อนที่ยกมานี้ให้ละเอียดมากๆนะครับ

เอาความหมกมุ่นในกามออก อันเป็นคุณสมบัติของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี กับ

เอากามออก ซึ่งเป็นคุณสมบัติของพระอนาคามีนั้น มันเป็นคนละอันกัน

สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน........นี่แหละที่ไปเกี่ยวกับศีล

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ.......ตรงนี้จึงจะเกี่ยวกับสังโยชน์ข้อที่ 1

เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ ( คือโสดาปัตติมรรค).......ความตอนนี้แหละที่ล๊อคไว้แค่ระดับโสดาบันบุคคล
:b44:
onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2014, 00:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


อโสกะครับ.....อย่าไปเอาคำแปล...มาเป็นสรณะแล้วก็ยึดมาเป็นหลักในการวิจัยยะเลยนะครับ....มันผิดหลัก

แล้วยัง...ไปยึด..เอาวงเล็บ....ว่าเป็นการล็อค....ไม่ให้คิดวิจัยยะเป็นอื่นอีก....ยิ่งตลกครับผม

เอางี้....เดียวผมขยับวงเล็บให้...นะ

ใครเป็นคนไปล็อคใว้รึครับ....วงเล็บ..รึ...จึงทำให้มองอะไรไม่ออก
อิอิ...เดียวผมขยับให้นะ...

asoka เขียน:

พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวกิริยาอันนี้ว่า เป็นพรหมวิหารในพระศาสนานี้

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
บุคคลผู้มีเมตตา ไม่เข้ายึดถือทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก ( คืออนาคามีมรรค)

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ย่อมไม่ถึงความนอน(เกิด) ในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียว


:b11:
ก็ยั
:b39:


เอาละ...ล็อคให้ใหม่แล้ว...ละ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2014, 00:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:

:b7:
เอ้อ.....กบนี่ ช่างไม่รู้เลยว่า เมื่อโสดาปัตติผลเกิดขึ้นกับบุคคลใด ศีล 5 ของบุคคลนั้นจะกลายเป็นปกติศีล เป็นนิจศีล อาชีวบริสุทธิศีล ของท่านโดยอัตโนมัติ คือท่านจะไม่มีใจล่วงศีล 5 เป็นธรรมชาติใหม่ของท่าน
:b3:


ก็เมื่อกล่าวถึงศีลไปแล้ว....ศีลสมบูรณแล้ว....
ยังจะหวนมาบอกศีลอีกแค่ข้อเดียวทำไม...เขาไม่พิรีพิไร...กันหรอกอโสกะ....เขามีแต่กล่าวไปข้างหน้า..

:b32:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 346 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12 ... 24  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร