วันเวลาปัจจุบัน 01 ธ.ค. 2020, 07:21  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 346 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 ... 24  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 12:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
ลูกพระป่า เขียน:
สวัสดีครับพี่ๆทุกท่าน :b8:
คุยกันเรื่องอจินตรัย...คุยกันจนแก่จนตายก็ไม่จบนะ
แต่คุยกับตัวของตัวเอง...เรื่องศีลของตัวเองว่ามีว่าบกพร่องตรงไหน...มันจบได้ที่ตัวเราเองนะครับ
:b8:

smiley
ขอบคุณคุณลูกพระป่า ที่มีเมตตาเป็นห่วง

ก็ไม่เชิงว่าจะเป็นเรื่องอจินไตย ในเรื่องคุณสบบัติของพระโสดาบัน มันยังพอมีเหตุผลบอกได้คุยได้อยู่นะครับ พอดีคุณกบเขาพูดเองสรุปเองว่าพระโสดาบันที่ตายไปชาติสุดท้ายต้องกลับมาทำความเพียรในโลกมนุษย์ จึงต้องถามหาพยานหลักฐานกันหน่อย

แต่ในส่วนที่ได้นั่งแท่นเป็นโสดาบันบุคคลแล้ว จะไม่หวนกลับมาเกิดในอบายภูมิและมนุษย์ภูมินั้นมีหลักฐานอ้างอิงได้ใน กรณียเมตตาสูตรครับ
tongue

ทำไมอโศกะถึงยึดนักยึดหนาว่าพระโสดาบัณจะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก อโศกะเคยไปโพสโต้กะชาวบ้านเขาที่ลานธรรมแห่งนึง

http://larndham.org/index.php?/topic/43 ... %E0%B8%B2/
มีคนเอาข้อมูลหลักฐานทางพระไตรปิฏกมาอ้างอิง แล้วเหตุใดอโสกะถึงไม่ปักใจเชื่อพระไตรปิฏก แต่ปักใจเชื่อหลักฐาน กรณียเมตตาสูตร ฟังหูไว้หูไม่ดีกว่ารึอโศกะ พวกเรายังไม่ได้ตายกันเลยนะอโสกะ อย่าไปยึดแน่นยึดหนาขนาดนั้นว่าจะไม่มาเกิดบนโลกมนุษย์ พระไตรปิฏกบอกไว้ถ้ามันขัดกับความรู้สึกอโสกะก็ไม่เป็นไรมันเป็นเรื่องที่อโสกะต้องพยายามยอมรับอย่างเป็นกลาง อย่าเอนเอียงเพราะอยากให้เป็นอย่างที่อโศกะต้องการจะให้เป็น :b29: ทำใจ เผื่อใจไว้บ้างก็ควรจะดี
http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B= ... agebreak=0


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 13:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
asoka เขียน:
ลูกพระป่า เขียน:
สวัสดีครับพี่ๆทุกท่าน :b8:
คุยกันเรื่องอจินตรัย...คุยกันจนแก่จนตายก็ไม่จบนะ
แต่คุยกับตัวของตัวเอง...เรื่องศีลของตัวเองว่ามีว่าบกพร่องตรงไหน...มันจบได้ที่ตัวเราเองนะครับ
:b8:

smiley
ขอบคุณคุณลูกพระป่า ที่มีเมตตาเป็นห่วง

ก็ไม่เชิงว่าจะเป็นเรื่องอจินไตย ในเรื่องคุณสบบัติของพระโสดาบัน มันยังพอมีเหตุผลบอกได้คุยได้อยู่นะครับ พอดีคุณกบเขาพูดเองสรุปเองว่าพระโสดาบันที่ตายไปชาติสุดท้ายต้องกลับมาทำความเพียรในโลกมนุษย์ จึงต้องถามหาพยานหลักฐานกันหน่อย

แต่ในส่วนที่ได้นั่งแท่นเป็นโสดาบันบุคคลแล้ว จะไม่หวนกลับมาเกิดในอบายภูมิและมนุษย์ภูมินั้นมีหลักฐานอ้างอิงได้ใน กรณียเมตตาสูตรครับ
tongue

ทำไมอโศกะถึงยึดนักยึดหนาว่าพระโสดาบัณจะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก อโศกะเคยไปโพสโต้กะชาวบ้านเขาที่ลานธรรมแห่งนึง

http://larndham.org/index.php?/topic/43 ... %E0%B8%B2/
มีคนเอาข้อมูลหลักฐานทางพระไตรปิฏกมาอ้างอิง แล้วเหตุใดอโสกะถึงไม่ปักใจเชื่อพระไตรปิฏก แต่ปักใจเชื่อหลักฐาน กรณียเมตตาสูตร ฟังหูไว้หูไม่ดีกว่ารึอโศกะ พวกเรายังไม่ได้ตายกันเลยนะอโสกะ อย่าไปยึดแน่นยึดหนาขนาดนั้นว่าจะไม่มาเกิดบนโลกมนุษย์ พระไตรปิฏกบอกไว้ถ้ามันขัดกับความรู้สึกอโสกะก็ไม่เป็นไรมันเป็นเรื่องที่อโสกะต้องพยายามยอมรับอย่างเป็นกลาง อย่าเอนเอียงเพราะอยากให้เป็นอย่างที่อโศกะต้องการจะให้เป็น :b29: ทำใจ เผื่อใจไว้บ้างก็ควรจะดี
http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B= ... agebreak=0


onion
กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
กิจอันใดอันพระอริยเจ้า บรรลุบท กระทำบำเพ็ญแล้ว กิจอันนั้น กุลบุตรผู้ฉลาดในประโยชน์พึงกระทำบำเพ็ญ

สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
กุลบุตรนั้นพึงเป็นผู้อาจหาญ ซื่อตรง เป็นผู้ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง

สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
เป็นผู้สันโดษ เป็นผู้เลี้ยงง่าย เป็นผู้มีกิจธุระน้อย ประพฤติเบากายจิต

สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ
เป็นผู้มีอินทรีย์อันสงบระงับแล้ว มีปัญญา เป็นผู้ไม่คะนอง ไม่พัวพันในสกุลทั้งหลาย

นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
วิญญูชน ติเตียนชนอื่นทั้งหลายได้ด้วยกรรมอันใด ไม่พึงประพฤติกรรมอันนั้นเลย

สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ขอสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้มีสุข มีความเกษม มีตนถึงความสุขเถิด

เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย เหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่ ยังเป็นผู้สะดุ้ง(คือมีตัณหา) หรือเป็นผู้มั่นคง (ไม่มีตัณหา) ทั้งหมดไม่เหลือ

ทีฆา วา เย มะหันตา วา มัชฌิมา รัสสะกา อะนุกะถูลา
เหล่าใดเป็นทีฆชาติหรือโตใหญ่ หรือปานกลาง หรือต่ำเตี้ย หรือผอม หรืออ้วนพี

ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา
เหล่าใดที่เราเห็นแล้ว หรือมิได้เห็นก็ดี

เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
เหล่าใดอยู่ในที่ไกลหรือที่ใกล้ก็ดี

ภูตา วา สัมภะเวสี วา
ที่เกิดแล้ว หรือกำลังแสวงหาภพอยู่ก็ดี

สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น จงเป็นผู้มีตนถึงความสุขเถิด

นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
สัตว์อื่นไม่พึงข่มเหงสัตว์อื่น ไม่พึงดูหมิ่นอะไรๆ เขา ในที่ใดๆ เลย

พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
ไม่ควรปรารถนาทุกข์แก่กันและกัน เพราะความกริ้วโกรธ หรือความคุมแค้น

มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
มารดาถนอมบุตรคนเดียวผู้เกิดในตน ด้วยยอมสละชีวิตของตนได้ ฉันใด

เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
พึงเจริญเมตตา มีในใจ ไม่มีประมาณ ในสัตว์ทั้งหลาย แม้ฉันนั้น

เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
บุคคลพึงเจริญเมตตา มีในใจ ไม่มีประมาณ ไปในโลกทั้งสิ้น

อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ
ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวาง

อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง
เป็นธรรมอันไม่คับแคบ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู

ติฎฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ
ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น ยืนอยู่ก็ดี เดินไปก็ดี นั่งแล้วก็ดี นอนแล้วก็ดี เป็นผู้ปราศจากความง่วงนอนเพียงใด

เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ
ก็ตั้งสติอันนั้นไว้เพียงนั้น

พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวกิริยาอันนี้ว่า เป็นพรหมวิหารในพระศาสนานี้

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
บุคคลผู้มีเมตตา ไม่เข้ายึดถือทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ ( คือโสดาปัตติมรรค)

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ย่อมไม่ถึงความนอน(เกิด) ในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียว


:b11:
ก็ยังคงยืนยันอย่างนี้ไปเรื่อยๆก่อน จนกว่าจะมีผู้แสดงหลักฐานว่าพระโสดาบันกลับมาเกิดในโลกมนุษย์นี้อีก
onion onion onion

กรณียเมตตาสูตร ก็ต้องนับว่าเป็นสูตรที่สำคัญ จะเป็นพุทธพจน์หรือไม่ผมไม่อาจทราาบได้ แต่หลักฐานโดยธรรมเขาบอกไว้ชัดดีนะครับ
:b39:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 13:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
nongkong เขียน:
asoka เขียน:
ลูกพระป่า เขียน:
สวัสดีครับพี่ๆทุกท่าน :b8:
คุยกันเรื่องอจินตรัย...คุยกันจนแก่จนตายก็ไม่จบนะ
แต่คุยกับตัวของตัวเอง...เรื่องศีลของตัวเองว่ามีว่าบกพร่องตรงไหน...มันจบได้ที่ตัวเราเองนะครับ
:b8:

smiley
ขอบคุณคุณลูกพระป่า ที่มีเมตตาเป็นห่วง

ก็ไม่เชิงว่าจะเป็นเรื่องอจินไตย ในเรื่องคุณสบบัติของพระโสดาบัน มันยังพอมีเหตุผลบอกได้คุยได้อยู่นะครับ พอดีคุณกบเขาพูดเองสรุปเองว่าพระโสดาบันที่ตายไปชาติสุดท้ายต้องกลับมาทำความเพียรในโลกมนุษย์ จึงต้องถามหาพยานหลักฐานกันหน่อย

แต่ในส่วนที่ได้นั่งแท่นเป็นโสดาบันบุคคลแล้ว จะไม่หวนกลับมาเกิดในอบายภูมิและมนุษย์ภูมินั้นมีหลักฐานอ้างอิงได้ใน กรณียเมตตาสูตรครับ
tongue

ทำไมอโศกะถึงยึดนักยึดหนาว่าพระโสดาบัณจะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก อโศกะเคยไปโพสโต้กะชาวบ้านเขาที่ลานธรรมแห่งนึง

http://larndham.org/index.php?/topic/43 ... %E0%B8%B2/
มีคนเอาข้อมูลหลักฐานทางพระไตรปิฏกมาอ้างอิง แล้วเหตุใดอโสกะถึงไม่ปักใจเชื่อพระไตรปิฏก แต่ปักใจเชื่อหลักฐาน กรณียเมตตาสูตร ฟังหูไว้หูไม่ดีกว่ารึอโศกะ พวกเรายังไม่ได้ตายกันเลยนะอโสกะ อย่าไปยึดแน่นยึดหนาขนาดนั้นว่าจะไม่มาเกิดบนโลกมนุษย์ พระไตรปิฏกบอกไว้ถ้ามันขัดกับความรู้สึกอโสกะก็ไม่เป็นไรมันเป็นเรื่องที่อโสกะต้องพยายามยอมรับอย่างเป็นกลาง อย่าเอนเอียงเพราะอยากให้เป็นอย่างที่อโศกะต้องการจะให้เป็น :b29: ทำใจ เผื่อใจไว้บ้างก็ควรจะดี
http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B= ... agebreak=0


onion
กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
กิจอันใดอันพระอริยเจ้า บรรลุบท กระทำบำเพ็ญแล้ว กิจอันนั้น กุลบุตรผู้ฉลาดในประโยชน์พึงกระทำบำเพ็ญ

สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
กุลบุตรนั้นพึงเป็นผู้อาจหาญ ซื่อตรง เป็นผู้ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง

สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
เป็นผู้สันโดษ เป็นผู้เลี้ยงง่าย เป็นผู้มีกิจธุระน้อย ประพฤติเบากายจิต

สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ
เป็นผู้มีอินทรีย์อันสงบระงับแล้ว มีปัญญา เป็นผู้ไม่คะนอง ไม่พัวพันในสกุลทั้งหลาย

นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
วิญญูชน ติเตียนชนอื่นทั้งหลายได้ด้วยกรรมอันใด ไม่พึงประพฤติกรรมอันนั้นเลย

สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ขอสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้มีสุข มีความเกษม มีตนถึงความสุขเถิด

เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย เหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่ ยังเป็นผู้สะดุ้ง(คือมีตัณหา) หรือเป็นผู้มั่นคง (ไม่มีตัณหา) ทั้งหมดไม่เหลือ

ทีฆา วา เย มะหันตา วา มัชฌิมา รัสสะกา อะนุกะถูลา
เหล่าใดเป็นทีฆชาติหรือโตใหญ่ หรือปานกลาง หรือต่ำเตี้ย หรือผอม หรืออ้วนพี

ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา
เหล่าใดที่เราเห็นแล้ว หรือมิได้เห็นก็ดี

เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
เหล่าใดอยู่ในที่ไกลหรือที่ใกล้ก็ดี

ภูตา วา สัมภะเวสี วา
ที่เกิดแล้ว หรือกำลังแสวงหาภพอยู่ก็ดี

สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น จงเป็นผู้มีตนถึงความสุขเถิด

นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
สัตว์อื่นไม่พึงข่มเหงสัตว์อื่น ไม่พึงดูหมิ่นอะไรๆ เขา ในที่ใดๆ เลย

พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
ไม่ควรปรารถนาทุกข์แก่กันและกัน เพราะความกริ้วโกรธ หรือความคุมแค้น

มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
มารดาถนอมบุตรคนเดียวผู้เกิดในตน ด้วยยอมสละชีวิตของตนได้ ฉันใด

เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
พึงเจริญเมตตา มีในใจ ไม่มีประมาณ ในสัตว์ทั้งหลาย แม้ฉันนั้น

เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
บุคคลพึงเจริญเมตตา มีในใจ ไม่มีประมาณ ไปในโลกทั้งสิ้น

อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ
ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวาง

อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง
เป็นธรรมอันไม่คับแคบ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู

ติฎฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ
ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น ยืนอยู่ก็ดี เดินไปก็ดี นั่งแล้วก็ดี นอนแล้วก็ดี เป็นผู้ปราศจากความง่วงนอนเพียงใด

เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ
ก็ตั้งสติอันนั้นไว้เพียงนั้น

พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวกิริยาอันนี้ว่า เป็นพรหมวิหารในพระศาสนานี้

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
บุคคลผู้มีเมตตา ไม่เข้ายึดถือทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ ( คือโสดาปัตติมรรค)

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ย่อมไม่ถึงความนอน(เกิด) ในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียว


:b11:
ก็ยังคงยืนยันอย่างนี้ไปเรื่อยๆก่อน จนกว่าจะมีผู้แสดงหลักฐานว่าพระโสดาบันกลับมาเกิดในโลกมนุษย์นี้อีก
onion onion onion

กรณียเมตตาสูตร ก็ต้องนับว่าเป็นสูตรที่สำคัญ จะเป็นพุทธพจน์หรือไม่ผมไม่อาจทราาบได้ แต่หลักฐานโดยธรรมเขาบอกไว้ชัดดีนะครับ
:b39:




อโศกสวดมนต์สะแล้ว คิกๆๆ

อยากเป็นโสดาจริงๆ ก็เป็นพระอรหันต์สะก็หมดเรื่อง ไม่ต้องเป็นหลายที ทีเดียวอยู่เลย คิกๆๆ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 13:37 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ
กิจอันใดอันพระอริยเจ้า บรรลุบท กระทำบำเพ็ญแล้ว กิจอันนั้น กุลบุตรผู้ฉลาดในประโยชน์พึงกระทำบำเพ็ญ

สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี
กุลบุตรนั้นพึงเป็นผู้อาจหาญ ซื่อตรง เป็นผู้ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง

สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ
เป็นผู้สันโดษ เป็นผู้เลี้ยงง่าย เป็นผู้มีกิจธุระน้อย ประพฤติเบากายจิต

สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ
เป็นผู้มีอินทรีย์อันสงบระงับแล้ว มีปัญญา เป็นผู้ไม่คะนอง ไม่พัวพันในสกุลทั้งหลาย

นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง
วิญญูชน ติเตียนชนอื่นทั้งหลายได้ด้วยกรรมอันใด ไม่พึงประพฤติกรรมอันนั้นเลย

สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ขอสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้มีสุข มีความเกษม มีตนถึงความสุขเถิด

เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา
สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย เหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่ ยังเป็นผู้สะดุ้ง(คือมีตัณหา) หรือเป็นผู้มั่นคง (ไม่มีตัณหา) ทั้งหมดไม่เหลือ

ทีฆา วา เย มะหันตา วา มัชฌิมา รัสสะกา อะนุกะถูลา
เหล่าใดเป็นทีฆชาติหรือโตใหญ่ หรือปานกลาง หรือต่ำเตี้ย หรือผอม หรืออ้วนพี

ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา
เหล่าใดที่เราเห็นแล้ว หรือมิได้เห็นก็ดี

เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร
เหล่าใดอยู่ในที่ไกลหรือที่ใกล้ก็ดี

ภูตา วา สัมภะเวสี วา
ที่เกิดแล้ว หรือกำลังแสวงหาภพอยู่ก็ดี

สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น จงเป็นผู้มีตนถึงความสุขเถิด

นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ
สัตว์อื่นไม่พึงข่มเหงสัตว์อื่น ไม่พึงดูหมิ่นอะไรๆ เขา ในที่ใดๆ เลย

พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ
ไม่ควรปรารถนาทุกข์แก่กันและกัน เพราะความกริ้วโกรธ หรือความคุมแค้น

มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข
มารดาถนอมบุตรคนเดียวผู้เกิดในตน ด้วยยอมสละชีวิตของตนได้ ฉันใด

เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
พึงเจริญเมตตา มีในใจ ไม่มีประมาณ ในสัตว์ทั้งหลาย แม้ฉันนั้น

เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง
บุคคลพึงเจริญเมตตา มีในใจ ไม่มีประมาณ ไปในโลกทั้งสิ้น

อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ
ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวาง

อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง
เป็นธรรมอันไม่คับแคบ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู

ติฎฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ
ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น ยืนอยู่ก็ดี เดินไปก็ดี นั่งแล้วก็ดี นอนแล้วก็ดี เป็นผู้ปราศจากความง่วงนอนเพียงใด

เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ
ก็ตั้งสติอันนั้นไว้เพียงนั้น

พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ
บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวกิริยาอันนี้ว่า เป็นพรหมวิหารในพระศาสนานี้

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
บุคคลผู้มีเมตตา ไม่เข้ายึดถือทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ ( คือโสดาปัตติมรรค)

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ย่อมไม่ถึงความนอน(เกิด) ในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียว


:b11:
ก็ยังคงยืนยันอย่างนี้ไปเรื่อยๆก่อน จนกว่าจะมีผู้แสดงหลักฐานว่าพระโสดาบันกลับมาเกิดในโลกมนุษย์นี้อีก
onion onion onion

กรณียเมตตาสูตร ก็ต้องนับว่าเป็นสูตรที่สำคัญ จะเป็นพุทธพจน์หรือไม่ผมไม่อาจทราาบได้ แต่หลักฐานโดยธรรมเขาบอกไว้ชัดดีนะครับ
:b39:




อโศกสวดมนต์สะแล้ว คิกๆๆ

อยากเป็นโสดาจริงๆ ก็เป็นพระอรหันต์สะก็หมดเรื่อง ไม่ต้องเป็นหลายที ทีเดียวอยู่เลย คิกๆๆ

:b12:
สวดแผ่เมตตาให้สัมภเวสีทั้งหลายนะครับ

ส่วนการรีบไปเป็นพระอรหันต์นั้นขอให้คุณกรัชกายนำไปก่อนก็แล้วกันนะครับ

ขอแค่ได้นั่งแท่นทางธรรม ปิดประตูอบาย ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ สำหรับคนบ้านนอกคอกนา วิชาการน้อย อย่างอโศกะ
:b20:
:b38:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 13:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


จะเล่าไรให้ฟัง คุนน้องเป็นคนที่ชอบสวดคาถาบทนึงนั่นคือ ยอดพระกันต์ไตรปิฏก แต่ที่คุนน้องเลือกสวดบทนี้เพราะว่าถูกกับจริตของตน เพราะคุนน้องเป็นประเภทสมาธิสั้นเลยต้องสวดอะไรยาวๆเพื่อให้ตนเองสงบไม่ว๊อกแว๊กและคุนน้องก็รู้ชัดด้วยว่าขณะนั้นอาการของจิตปรากฏอย่างไร คือสงบมั้ยหรือรีบสวดให้จบไวๆ55+ :b14: คุนน้องไม่เคยคิดว่าสวดคาถานี้แล้วตนจะไม่ตกอบายภูมิหรือจะไม่มีบาปกรรม อย่างที่ในบทสวดต์กล่าวไว้เลย เพราะถ้าคุนน้องคิดแบบนั้น คุนน้องก็คงบอกให้คนอื่นเจริญภาวนาคาถาบทนี้ทุกค่ำเช้าจะได้ไม่มีบาปกรรม ไม่ตกอบายภูมิแถมสวดครบอายุตนเองกระดูกลอยน้ำได้ ไม่ต้องเป็นพระโสดาบัณก็ได้นะแค่สวดคาถาบทนี้ก็ไม่ตกอบายภูมิแล้ว :b24: ถ้ามันง่ายขนาดนั้นก็คงดีสิ แบบนี้เราก็คงไม่ต้องรักษา ศีล ไม่ต้องทำทาน แต่มาภาวนาๆๆทุกวัน เช้า-ค่ำ จะได้ไม่มีบาปกรรม คุนน้องไม่รู้ว่าทำได้จริงหรือ คุนน้องก็เลยเลือกที่จะ ปฏิบัติครบทั้ง ทาน ศีล ภาวนา หุหุ :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 14:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:

ขอแค่ได้นั่งแท่นทางธรรม ปิดประตูอบาย ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ สำหรับคนบ้านนอกคอกนา วิชาการน้อย อย่างอโศกะ



อ้างคำพูด:
ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน


อโศกพูดอะไร ไม่เข้าใจ "ไม่กลับมาเกิดเป็นคนทันในชาติปัจจุบัน" ถามนะครับ ทุกวันนี้ (ชาตินี้) คุณไม่เป็นคนหรือขอรับ งง คุณนับอะไรยังไง


คุณไม่อยากเกิดเป็นคน แล้วอยากเกิดเป็นอะไรขอรับ :b32:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 14:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:

ขอแค่ได้นั่งแท่นทางธรรม ปิดประตูอบาย ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ สำหรับคนบ้านนอกคอกนา วิชาการน้อย อย่างอโศกะ



อ้างคำพูด:
ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน


อโศกพูดอะไร ไม่เข้าใจ "ไม่กลับมาเกิดเป็นคนทันในชาติปัจจุบัน" ถามนะครับ ทุกวันนี้ (ชาตินี้) คุณไม่เป็นคนหรือขอรับ งง คุณนับอะไรยังไง


คุณไม่อยากเกิดเป็นคน แล้วอยากเกิดเป็นอะไรขอรับ :b32:

ตอบให้ก็ได้ อโสกะอยากเกิดบนสวรรค์ชั้นฟ้า เพราะว่าไม่ต้องมาลำบากยุ่งยากเป็นมนุษย์ที่ดิ้นรนทำมาหากิน เป็นเทวดาสบายจะตาย มีทั้งนางอัปสรสวรรค์ :b22: แถมอยากได้อาไรก็นึกเอาๆ :b13:

ปล.คุนน้องเคยคิดนะ เป็นมนุษย์เหนื่อยจัง แถมยังติดนิสัยนึกๆๆๆ อยากได้นั่นอยากได้นี่ พอนึกแล้วมันดันเนรมิตไม่ได้ แบบว่าตูมะใช่เทวดานิ อยากได้ไรก็ต้องหาด้วยหยาดเหงื่อลำแข็งของตน เฮ้อเหนื่อย :b14:
เคยนึกเล่นๆ ไม่อยากเกิดเป็นคนเลยขี้เกียจตื่น ขี้เกียจทำงาน โอ้ยเหนื่อยจังทำไปทำมาสุดท้ายที่เราหามาทั้งหมดก็สูญป่าวอยู่ดี ถ้าตายก็เอวัง จบ :b5: แล้วอยู่ๆก็มีสังขารความคิดอีกตัวโผล่ขึ้นมา ถ้าไม่อยากเกิดเป้นคนมันเหนื่อย ก็ไปเกิดเป็นหมาในตระกูลไฮโซ ทีนี้ ได้กิน ได้นอน ทั้งวัน ไม่ต้องทำงาน เฝ้าบ้านอย่างเดียว 555+เวรกรรม wink คิดมาได้ไง :b5: :b5:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 14:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:

ขอแค่ได้นั่งแท่นทางธรรม ปิดประตูอบาย ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ สำหรับคนบ้านนอกคอกนา วิชาการน้อย อย่างอโศกะ



อ้างคำพูด:
ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน


อโศกพูดอะไร ไม่เข้าใจ "ไม่กลับมาเกิดเป็นคนทันในชาติปัจจุบัน" ถามนะครับ ทุกวันนี้ (ชาตินี้) คุณไม่เป็นคนหรือขอรับ งง คุณนับอะไรยังไง


คุณไม่อยากเกิดเป็นคน แล้วอยากเกิดเป็นอะไรขอรับ :b32:

ตอบให้ก็ได้ อโสกะอยากเกิดบนสวรรค์ชั้นฟ้า เพราะว่าไม่ต้องมาลำบากยุ่งยากเป็นมนุษย์ที่ดิ้นรนทำมาหากิน เป็นเทวดาสบายจะตาย มีทั้งนางอัปสรสวรรค์ :b22: แถมอยากได้อาไรก็นึกเอาๆ :b13:

ปล.คุนน้องเคยคิดนะ เป็นมนุษย์เหนื่อยจัง แถมยังติดนิสัยนึกๆๆๆ อยากได้นั่นอยากได้นี่ พอนึกแล้วมันดันเนรมิตไม่ได้ แบบว่าตูมะใช่เทวดานิ อยากได้ไรก็ต้องหาด้วยหยาดเหงื่อลำแข็งของตน เฮ้อเหนื่อย :b14:
เคยนึกเล่นๆ ไม่อยากเกิดเป็นคนเลยขี้เกียจตื่น ขี้เกียจทำงาน โอ้ยเหนื่อยจังทำไปทำมาสุดท้ายที่เราหามาทั้งหมดก็สูญป่าวอยู่ดี ถ้าตายก็เอวัง จบ :b5: แล้วอยู่ๆก็มีสังขารความคิดอีกตัวโผล่ขึ้นมา ถ้าไม่อยากเกิดเป้นคนมันเหนื่อย ก็ไปเกิดเป็นหมาในตระกูลไฮโซ ทีนี้ ได้กิน ได้นอน ทั้งวัน ไม่ต้องทำงาน เฝ้าบ้านอย่างเดียว 555+เวรกรรม wink คิดมาได้ไง :b5: :b5:



เกิดเป็นเทวดานึกว่าสบายหรือไง งานเข้าทั้งกะปีกะชาติ ทำงานกันจนแทบไม่ได้หลับไ้ด้นอน เช่น พอพลบคำ ก็ต้องลากเดือนลากดาวมาประดับฟ้า ดาวชื่อนี้ติดตรงนั้น ช่องนี้ ฯลฯ กว่าจะติดดาวเสร็จก็ใกล้รุ่ง ได้พักหน่อยกินน้ำกินท่า ยังไม่หายเหนือยดีเลยนะ :b32: ต้องช่วยกันลากดวงอาทิตย์มาประดับฟ้าอีก แล้วลากดาวเอาไปเก็บ เก็บดาวกว่าจะเสร็จก็ใกล้ค่ำ ใกล้คำลากดาวออกอีก ฯลฯ ลำบากจะตาย ดีหน่อย ที่ตรงแค่มองตากันก็มีความสุขแค่นั้นแหละ คิกๆๆ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 18:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อโศก....อยากไปเกิดเป็นเทพ หรือเทวดา พึงศึกษาบทความ (ตัดลัดมาพอเห็นเค้า) นี้ อาจเปลี่ยนใจ ไม่งั้นนะขอรับ พอไปเกิดเป็นเทวดาเข้าก็จะร่ำร้องขอมาเกิดเป็นมนุษย์อีก คิกๆๆ :b1:


ปกติพวกมนุษย์ จะถือว่าเทวดาสุงกว่าพวกตน และพากันอยากไปเกิดในสวรรค์ แต่สำหรับพวกเทวดา เขาถือกันว่า การเกิดเป็นมนุษย์ เป็นสุขคติของพวกเขา ดังพุทธพจน์ที่ยืนยันไว้ว่า


"ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์นี่แล นับว่าเป็นการไปสุคติของเทพทั้งหลาย"

(ขุ.อิติ.25/261-2/289-296)


เมื่อเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งจะจุติ เพื่อนเทพชาวสวรรค์จะพากันอวยพรว่า ขอให้ไปสุคติ คือไปเกิดในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย เพราะโลกมนุษย์ เป็นถิ่นที่มีโอกาสเลือกประกอบกุศลธรรม ทำความดีงามต่างๆ และประพฤติปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ (ความสำเร็จหรืออกุศลอกุศลกรรมต่างๆ ก็เลือกทำได้เต็มที่เช่นเดียวกัน)


การเป็นเทวดาที่มีอายุยืนยาว ท่านถือว่า เป็นการเสียหรือพลาดโอกาสอย่างหนึ่่่่่งในการที่จะได้ประพฤติพรหมจรรย์ (ปฏิบัติตามอริยมรรค) เรียกอย่างสามัญว่า เป็นโชคไม่ดี


พวกชาวสวรรค์มีแต่ความสุข ชวนให้เกิดความประมาทมัวเมา สติไม่มั่่น ส่วนโลกมนุษย์มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เคล้าระคน มีประสบการณ์หลากหลาย เป็นบทเรียนได้มาก เมื่อรู้จักกำหนด ก็ทำให้ได้เรียนรู้ ช่วยให้สติเจริญว่องไว ทำงานได้ดี (องฺ.อ.3/345) เกื้อกูลแก่การฝึกตน และการที่จะก้าวหน้าในอารยรธรรม


โลกมนุษย์ ที่อยู่ระหว่างกลาง ก็เป็นประดุจชุมทางที่ผ่านหมุนเวียนกันไปมา ทั้งของชาวสวรรค์ และชาวอบาย เป็นแหล่งที่สัตว์โลกทุกพวกทุกชนิดมาทำมาหากรรม เป็นที่คนชั่วมาสร้างตัวให้เป็นคนดี เตรียมไปสวรรค์ หรือคนดีมาสุมตัวให้เป็นคนชั่ว เตรียมไปนรก ตลอดจนเป็นที่ผู้รู้จะมาสะสางตัวให้เป็นคนอิสระ เลิกทำมาหากรรม เปลี่ยนเป็นผู้หว่านธรรม ลอยพ้นเหนือการเดินทางหมุนเวียนต่อไป


โลกมนุษย์แดนเดียวนี้ เป็นที่รวมของบาปธรรมและคุณธรรมทุกอย่างทุกระดับ มีคนชั่ว ซึ่งมีบาปธรรมหยาบหนาเหมือนดังชาวนรกชั้ิืนต่ำสุด และมีคนดี ซึ่งมีคุณธรรมประณีตเท่ากับพรหมผู้สูงสุด ตลอดจนท่านผู้พ้นแล้วจากภพภูมิทั้งหลาย ซึ่งแม้แต่เหล่าเทพมารพรหมก็เคารพบูชา

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 21:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:

ขอแค่ได้นั่งแท่นทางธรรม ปิดประตูอบาย ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ สำหรับคนบ้านนอกคอกนา วิชาการน้อย อย่างอโศกะ



อ้างคำพูด:
ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน


อโศกพูดอะไร ไม่เข้าใจ "ไม่กลับมาเกิดเป็นคนทันในชาติปัจจุบัน" ถามนะครับ ทุกวันนี้ (ชาตินี้) คุณไม่เป็นคนหรือขอรับ งง คุณนับอะไรยังไง


คุณไม่อยากเกิดเป็นคน แล้วอยากเกิดเป็นอะไรขอรับ :b32:

:b12:
นั่งแท่นทางธรรม ปิดประตูอบาย ตายแล้วไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคน สามอย่างนี้ทำให้สำเร็จได้ในชาติปัจจุบัน
:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 21:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:

ขอแค่ได้นั่งแท่นทางธรรม ปิดประตูอบาย ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน แค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ สำหรับคนบ้านนอกคอกนา วิชาการน้อย อย่างอโศกะ



อ้างคำพูด:
ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนได้ทันในชาติปัจจุบัน


อโศกพูดอะไร ไม่เข้าใจ "ไม่กลับมาเกิดเป็นคนทันในชาติปัจจุบัน" ถามนะครับ ทุกวันนี้ (ชาตินี้) คุณไม่เป็นคนหรือขอรับ งง คุณนับอะไรยังไง


คุณไม่อยากเกิดเป็นคน แล้วอยากเกิดเป็นอะไรขอรับ :b32:

ตอบให้ก็ได้ อโสกะอยากเกิดบนสวรรค์ชั้นฟ้า เพราะว่าไม่ต้องมาลำบากยุ่งยากเป็นมนุษย์ที่ดิ้นรนทำมาหากิน เป็นเทวดาสบายจะตาย มีทั้งนางอัปสรสวรรค์ :b22: แถมอยากได้อาไรก็นึกเอาๆ :b13:

ปล.คุนน้องเคยคิดนะ เป็นมนุษย์เหนื่อยจัง แถมยังติดนิสัยนึกๆๆๆ อยากได้นั่นอยากได้นี่ พอนึกแล้วมันดันเนรมิตไม่ได้ แบบว่าตูมะใช่เทวดานิ อยากได้ไรก็ต้องหาด้วยหยาดเหงื่อลำแข็งของตน เฮ้อเหนื่อย :b14:
เคยนึกเล่นๆ ไม่อยากเกิดเป็นคนเลยขี้เกียจตื่น ขี้เกียจทำงาน โอ้ยเหนื่อยจังทำไปทำมาสุดท้ายที่เราหามาทั้งหมดก็สูญป่าวอยู่ดี ถ้าตายก็เอวัง จบ :b5: แล้วอยู่ๆก็มีสังขารความคิดอีกตัวโผล่ขึ้นมา ถ้าไม่อยากเกิดเป้นคนมันเหนื่อย ก็ไปเกิดเป็นหมาในตระกูลไฮโซ ทีนี้ ได้กิน ได้นอน ทั้งวัน ไม่ต้องทำงาน เฝ้าบ้านอย่างเดียว 555+เวรกรรม wink คิดมาได้ไง :b5: :b5:

s004
แสดงว่าน้องคงไม่เข้าใจคำว่าปิดประตูอบาย

ถ้าเข้าใจคงไม่คิดเรื่องไปเกิดเป็นหมาไฮโซหรอกนะ

เรื่องจะไปเกิดบนสวรรค์หรือชั้นพรหมนั้นต้องแล้วแต่เหตุปัจจัยในการบรรลุธรรมจะนำไปครับ
:b11:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 21:46 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
อโศก....อยากไปเกิดเป็นเทพ หรือเทวดา พึงศึกษาบทความ (ตัดลัดมาพอเห็นเค้า) นี้ อาจเปลี่ยนใจ ไม่งั้นนะขอรับ พอไปเกิดเป็นเทวดาเข้าก็จะร่ำร้องขอมาเกิดเป็นมนุษย์อีก คิกๆๆ :b1:


ปกติพวกมนุษย์ จะถือว่าเทวดาสุงกว่าพวกตน และพากันอยากไปเกิดในสวรรค์ แต่สำหรับพวกเทวดา เขาถือกันว่า การเกิดเป็นมนุษย์ เป็นสุขคติของพวกเขา ดังพุทธพจน์ที่ยืนยันไว้ว่า


"ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์นี่แล นับว่าเป็นการไปสุคติของเทพทั้งหลาย"

(ขุ.อิติ.25/261-2/289-296)


เมื่อเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งจะจุติ เพื่อนเทพชาวสวรรค์จะพากันอวยพรว่า ขอให้ไปสุคติ คือไปเกิดในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย เพราะโลกมนุษย์ เป็นถิ่นที่มีโอกาสเลือกประกอบกุศลธรรม ทำความดีงามต่างๆ และประพฤติปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ (ความสำเร็จหรืออกุศลอกุศลกรรมต่างๆ ก็เลือกทำได้เต็มที่เช่นเดียวกัน)


การเป็นเทวดาที่มีอายุยืนยาว ท่านถือว่า เป็นการเสียหรือพลาดโอกาสอย่างหนึ่่่่่งในการที่จะได้ประพฤติพรหมจรรย์ (ปฏิบัติตามอริยมรรค) เรียกอย่างสามัญว่า เป็นโชคไม่ดี


พวกชาวสวรรค์มีแต่ความสุข ชวนให้เกิดความประมาทมัวเมา สติไม่มั่่น ส่วนโลกมนุษย์มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เคล้าระคน มีประสบการณ์หลากหลาย เป็นบทเรียนได้มาก เมื่อรู้จักกำหนด ก็ทำให้ได้เรียนรู้ ช่วยให้สติเจริญว่องไว ทำงานได้ดี (องฺ.อ.3/345) เกื้อกูลแก่การฝึกตน และการที่จะก้าวหน้าในอารยรธรรม


โลกมนุษย์ ที่อยู่ระหว่างกลาง ก็เป็นประดุจชุมทางที่ผ่านหมุนเวียนกันไปมา ทั้งของชาวสวรรค์ และชาวอบาย เป็นแหล่งที่สัตว์โลกทุกพวกทุกชนิดมาทำมาหากรรม เป็นที่คนชั่วมาสร้างตัวให้เป็นคนดี เตรียมไปสวรรค์ หรือคนดีมาสุมตัวให้เป็นคนชั่ว เตรียมไปนรก ตลอดจนเป็นที่ผู้รู้จะมาสะสางตัวให้เป็นคนอิสระ เลิกทำมาหากรรม เปลี่ยนเป็นผู้หว่านธรรม ลอยพ้นเหนือการเดินทางหมุนเวียนต่อไป


โลกมนุษย์แดนเดียวนี้ เป็นที่รวมของบาปธรรมและคุณธรรมทุกอย่างทุกระดับ มีคนชั่ว ซึ่งมีบาปธรรมหยาบหนาเหมือนดังชาวนรกชั้ิืนต่ำสุด และมีคนดี ซึ่งมีคุณธรรมประณีตเท่ากับพรหมผู้สูงสุด ตลอดจนท่านผู้พ้นแล้วจากภพภูมิทั้งหลาย ซึ่งแม้แต่เหล่าเทพมารพรหมก็เคารพบูชา

:b12:
ยังอยากกลับมาเกิดเป็นคน ก็พยายามทำเหตุที่จะได้กลับมาเกิดเป็นคนให้ดีๆนะกรัชกาย

ส่วนที่สงสัยว่าเทวดาจะเอาแต่เสวยสุขลืมภาวนา ขอให้ละทิ้งไปได้เลย มีเทวดาจำนวนมากมายมหาศาลที่ไปเจริญวิปัสสนาภาวนาต่อในภพภูมิของท่านแล้วบรรลุธรรมชั้นที่สูงขึ้นไปข้างบนจนดับขันธ์เข้านิพพาน
onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 22:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
อโศก....อยากไปเกิดเป็นเทพ หรือเทวดา พึงศึกษาบทความ (ตัดลัดมาพอเห็นเค้า) นี้ อาจเปลี่ยนใจ ไม่งั้นนะขอรับ พอไปเกิดเป็นเทวดาเข้าก็จะร่ำร้องขอมาเกิดเป็นมนุษย์อีก คิกๆๆ :b1:


ปกติพวกมนุษย์ จะถือว่าเทวดาสุงกว่าพวกตน และพากันอยากไปเกิดในสวรรค์ แต่สำหรับพวกเทวดา เขาถือกันว่า การเกิดเป็นมนุษย์ เป็นสุขคติของพวกเขา ดังพุทธพจน์ที่ยืนยันไว้ว่า


"ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์นี่แล นับว่าเป็นการไปสุคติของเทพทั้งหลาย"

(ขุ.อิติ.25/261-2/289-296)


เมื่อเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งจะจุติ เพื่อนเทพชาวสวรรค์จะพากันอวยพรว่า ขอให้ไปสุคติ คือไปเกิดในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย เพราะโลกมนุษย์ เป็นถิ่นที่มีโอกาสเลือกประกอบกุศลธรรม ทำความดีงามต่างๆ และประพฤติปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ (ความสำเร็จหรืออกุศลอกุศลกรรมต่างๆ ก็เลือกทำได้เต็มที่เช่นเดียวกัน)


การเป็นเทวดาที่มีอายุยืนยาว ท่านถือว่า เป็นการเสียหรือพลาดโอกาสอย่างหนึ่่่่่งในการที่จะได้ประพฤติพรหมจรรย์ (ปฏิบัติตามอริยมรรค) เรียกอย่างสามัญว่า เป็นโชคไม่ดี


พวกชาวสวรรค์มีแต่ความสุข ชวนให้เกิดความประมาทมัวเมา สติไม่มั่่น ส่วนโลกมนุษย์มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เคล้าระคน มีประสบการณ์หลากหลาย เป็นบทเรียนได้มาก เมื่อรู้จักกำหนด ก็ทำให้ได้เรียนรู้ ช่วยให้สติเจริญว่องไว ทำงานได้ดี (องฺ.อ.3/345) เกื้อกูลแก่การฝึกตน และการที่จะก้าวหน้าในอารยรธรรม


โลกมนุษย์ ที่อยู่ระหว่างกลาง ก็เป็นประดุจชุมทางที่ผ่านหมุนเวียนกันไปมา ทั้งของชาวสวรรค์ และชาวอบาย เป็นแหล่งที่สัตว์โลกทุกพวกทุกชนิดมาทำมาหากรรม เป็นที่คนชั่วมาสร้างตัวให้เป็นคนดี เตรียมไปสวรรค์ หรือคนดีมาสุมตัวให้เป็นคนชั่ว เตรียมไปนรก ตลอดจนเป็นที่ผู้รู้จะมาสะสางตัวให้เป็นคนอิสระ เลิกทำมาหากรรม เปลี่ยนเป็นผู้หว่านธรรม ลอยพ้นเหนือการเดินทางหมุนเวียนต่อไป


โลกมนุษย์แดนเดียวนี้ เป็นที่รวมของบาปธรรมและคุณธรรมทุกอย่างทุกระดับ มีคนชั่ว ซึ่งมีบาปธรรมหยาบหนาเหมือนดังชาวนรกชั้ิืนต่ำสุด และมีคนดี ซึ่งมีคุณธรรมประณีตเท่ากับพรหมผู้สูงสุด ตลอดจนท่านผู้พ้นแล้วจากภพภูมิทั้งหลาย ซึ่งแม้แต่เหล่าเทพมารพรหมก็เคารพบูชา

:b12:
ยังอยากกลับมาเกิดเป็นคน ก็พยายามทำเหตุที่จะได้กลับมาเกิดเป็นคนให้ดีๆนะกรัชกาย

ส่วนที่สงสัยว่าเทวดาจะเอาแต่เสวยสุขลืมภาวนา ขอให้ละทิ้งไปได้เลย มีเทวดาจำนวนมากมายมหาศาลที่ไปเจริญวิปัสสนาภาวนาต่อในภพภูมิของท่านแล้วบรรลุธรรมชั้นที่สูงขึ้นไปข้างบนจนดับขันธ์เข้านิพพาน
onion onion



แน่ๆ คิดจะไปทำวิปัสสนาบนเทวโลก ตรงหน้าเดี๋ยวนี้ไม่เอา ไม่ทำ ผ่าคิดจะไปทำบนสวรรค์โน่น เดี๋ยวเถอะได้แบกจักรยานกลับสำนักจริงๆ น่ะ :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 22:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
อโศก....อยากไปเกิดเป็นเทพ หรือเทวดา พึงศึกษาบทความ (ตัดลัดมาพอเห็นเค้า) นี้ อาจเปลี่ยนใจ ไม่งั้นนะขอรับ พอไปเกิดเป็นเทวดาเข้าก็จะร่ำร้องขอมาเกิดเป็นมนุษย์อีก คิกๆๆ :b1:


ปกติพวกมนุษย์ จะถือว่าเทวดาสุงกว่าพวกตน และพากันอยากไปเกิดในสวรรค์ แต่สำหรับพวกเทวดา เขาถือกันว่า การเกิดเป็นมนุษย์ เป็นสุขคติของพวกเขา ดังพุทธพจน์ที่ยืนยันไว้ว่า


"ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นมนุษย์นี่แล นับว่าเป็นการไปสุคติของเทพทั้งหลาย"

(ขุ.อิติ.25/261-2/289-296)


เมื่อเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งจะจุติ เพื่อนเทพชาวสวรรค์จะพากันอวยพรว่า ขอให้ไปสุคติ คือไปเกิดในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย เพราะโลกมนุษย์ เป็นถิ่นที่มีโอกาสเลือกประกอบกุศลธรรม ทำความดีงามต่างๆ และประพฤติปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ (ความสำเร็จหรืออกุศลอกุศลกรรมต่างๆ ก็เลือกทำได้เต็มที่เช่นเดียวกัน)


การเป็นเทวดาที่มีอายุยืนยาว ท่านถือว่า เป็นการเสียหรือพลาดโอกาสอย่างหนึ่่่่่งในการที่จะได้ประพฤติพรหมจรรย์ (ปฏิบัติตามอริยมรรค) เรียกอย่างสามัญว่า เป็นโชคไม่ดี


พวกชาวสวรรค์มีแต่ความสุข ชวนให้เกิดความประมาทมัวเมา สติไม่มั่่น ส่วนโลกมนุษย์มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เคล้าระคน มีประสบการณ์หลากหลาย เป็นบทเรียนได้มาก เมื่อรู้จักกำหนด ก็ทำให้ได้เรียนรู้ ช่วยให้สติเจริญว่องไว ทำงานได้ดี (องฺ.อ.3/345) เกื้อกูลแก่การฝึกตน และการที่จะก้าวหน้าในอารยรธรรม


โลกมนุษย์ ที่อยู่ระหว่างกลาง ก็เป็นประดุจชุมทางที่ผ่านหมุนเวียนกันไปมา ทั้งของชาวสวรรค์ และชาวอบาย เป็นแหล่งที่สัตว์โลกทุกพวกทุกชนิดมาทำมาหากรรม เป็นที่คนชั่วมาสร้างตัวให้เป็นคนดี เตรียมไปสวรรค์ หรือคนดีมาสุมตัวให้เป็นคนชั่ว เตรียมไปนรก ตลอดจนเป็นที่ผู้รู้จะมาสะสางตัวให้เป็นคนอิสระ เลิกทำมาหากรรม เปลี่ยนเป็นผู้หว่านธรรม ลอยพ้นเหนือการเดินทางหมุนเวียนต่อไป


โลกมนุษย์แดนเดียวนี้ เป็นที่รวมของบาปธรรมและคุณธรรมทุกอย่างทุกระดับ มีคนชั่ว ซึ่งมีบาปธรรมหยาบหนาเหมือนดังชาวนรกชั้ิืนต่ำสุด และมีคนดี ซึ่งมีคุณธรรมประณีตเท่ากับพรหมผู้สูงสุด ตลอดจนท่านผู้พ้นแล้วจากภพภูมิทั้งหลาย ซึ่งแม้แต่เหล่าเทพมารพรหมก็เคารพบูชา

:b12:
ยังอยากกลับมาเกิดเป็นคน ก็พยายามทำเหตุที่จะได้กลับมาเกิดเป็นคนให้ดีๆนะกรัชกาย

ส่วนที่สงสัยว่าเทวดาจะเอาแต่เสวยสุขลืมภาวนา ขอให้ละทิ้งไปได้เลย มีเทวดาจำนวนมากมายมหาศาลที่ไปเจริญวิปัสสนาภาวนาต่อในภพภูมิของท่านแล้วบรรลุธรรมชั้นที่สูงขึ้นไปข้างบนจนดับขันธ์เข้านิพพาน
onion onion



แน่ๆ คิดจะไปทำวิปัสสนาบนเทวโลก ตรงหน้าเดี๋ยวนี้ไม่เอา ไม่ทำ ผ่าคิดจะไปทำบนสวรรค์โน่น เดี๋ยวเถอะได้แบกจักรยานกลับสำนักจริงๆ น่ะ :b1:

grin grin
เพี้ยนอีกแล้ว ๆ ๆ กรัชกาย ทำไมไม่ไม่ลำดับเรื่องให้ดีๆ
เขาบอกไว้ดีๆแล้วว่าหลังจากบรรลุโสดาบัน ตายไปเกิดบนสวรรค์แล้วทำความเพียรต่อไป ไม่ได้หยุดหลงสวรรค์สุขเหมือนปุถุชนเทวดาหรือพรหมทั้งหลาย

อันเรื่องทำความเพียรให้ได้นั่งแท่นทางธรรมบนโลกให้ทันในปัจจุบันนี้มันเป็นหน้าที่สำคัญของชาวพุทธแท้ทุกคนเขาสำเหนียกกันดีอยู่แล้วในใจ ทำหน้าที่ไปของใครของมันให้ดีที่สุดอยู่แล้ว คงไม่มัวหลงระเริงในวิชาการอันวิจิตรพิสดารอยู่ อย่างคนบางคนละกระมัง
onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 23:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:

ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน
บุคคลผู้มีเมตตา ไม่เข้ายึดถือทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ ( คือโสดาปัตติมรรค)

กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก

นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ
ย่อมไม่ถึงความนอน(เกิด) ในครรภ์อีก โดยแท้ทีเดียว


:b11:
ก็ยังคงยืนยันอย่างนี้ไปเรื่อยๆก่อน จนกว่าจะมีผู้แสดงหลักฐานว่าพระโสดาบันกลับมาเกิดในโลกมนุษย์นี้อีก
onion onion onion

กรณียเมตตาสูตร ก็ต้องนับว่าเป็นสูตรที่สำคัญ จะเป็นพุทธพจน์หรือไม่ผมไม่อาจทราาบได้ แต่หลักฐานโดยธรรมเขาบอกไว้ชัดดีนะครับ
:b39:


อุตส่ายืนยัน...มาอย่างดี....แต่ก็มาตกม้าตายกับคำยืนยันของตัวเอง..ซะแล้ว..อิอิ
.....
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง
นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก
......

เอากาม..ออกได้....นี้เลยโสดาบันไปแล้วละอโสกะเอ๋ย....

ปฏิฆะ..เกิดเพราะมีคนมาขัด...กามตัญหา..ภวตัญหา...วิภาวตัญหา...แห่งตน

ดังนั้น..ตัดกามได้....ปฏิฆะย่อมเบาบางไปอักโขแล้ว....
อย่างน้อย..ก็อนาคามีมรรค...แล้วละอโสกะ...เลยโสดาบันไปไกลแล้ว..


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 346 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 ... 24  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร