วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ย. 2019, 09:21  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 220 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 11, 12, 13, 14, 15  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2014, 10:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ก็ใช่ไง ผมถึงได้ย้ำพูดไปว่า การถกธรรมไม่มีใครผิดใครถูก
และเรื่องการไม่ยอมรับมันเป็นเรื่องปกติ แต่คุณพยายามทำให้มันผิดปกติ
คุณพยายามบังคับ เซ้าซี้ให้ผมแสดงความเห็นให้ตรงใจคุณ
เรื่องราวก่อนๆมันน่าจะจบได้แล้ว ถ้าคุณจะไม่สนใจความเห็นผม ตามที่คุณเคยเอ่ยปากไว้

ความเห็นไหนของคุณ ถ้าเห็นว่าผมไปโต้แย้ง คุณก็ดูให้เป็นเสียงนกเสียงกา มันก็หมดเรื่อง
มิหน่ำซ้ำมันจะไม่ทำให้คุณเสียคำพูดอีกด้วย

ถ้าเอาความจริงมาพูด มันก็แค่คุณไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาอ้าง
ในตอนแรก คุณก็แก้เกี้ยวว่าผมจิ้นเอาเอง จะไม่ยุ่งด้วย
พอมาเจอผมแย้งในความเห็นถัดๆมา คุณก็แก้เกี้ยวอีก โดยลืมคำพูดตัวว่าจะไม่ยุ่งกับผม
คุณเป็นคนที่ยึดมั่นถือมั่น ชอบขุดเอาอดีตขึ้นมาสร้างเหตุใหม่
เสียสัจจ์กะอีเรื่องขี้ปะติ๋ว :b13:


ถ้าเห็นแบบนั้นจริงแล้วจะตั้งกระทู้นี้ทำแมวน้ำอะไรครับ?
ตั้งมาเพื่อจะโชว์เพาว์แสดงต่อหน้าคนอื่นว่าผมผิดไม่ใช่หรือ


อ้างคำพูด:
ก็ไอ้พูดพรรณนี้ไง ผมถึงได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้น
คุณเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักวารแบบนี้ใช้ไม่ได้ครับ
พุทธศาสนาในทัศนคติของคุณมันก็ของคุณ
มันไม่ใช่การทีจะโหนเอาพระพุทธเจ้า หรือนิกายที่คุณว่า มาเป็นของตัวเอง
ถ้าขื่นคุณยังเป็นแบบนี้ พอเห็นความเห็นใคร ที่ไม่ตรงใจคุณ
คุณก็จะด่าเขาว่า ดังเช่นครูบาอาจารย์หลายคนที่โดนคุณปรามาส
ผมว่าไม่เฉพาะแต่ท่านพุทธทาส ยังมีอีกหลายท่าน ถ้าคุณไม่ปากแข็งจนเกินไป
ก็จะรู้ว่าคุณเป็นเช่นนั้นจริงๆ :b13:


ก็ถ้าไม่ยอมรับว่าเรายึดธรรมวินัยเป็นพระศาสดาก็คิดเองเออเองสิครับ
เรื่องพุทธทาส แยกเป็นกระทู้ใหม่ไปเลยครับ
เดี๋ยวผมจัดเต็มให้

อ้างคำพูด:
ผมถามคุณจริงๆ จะเอาไงกันแน่ คุณจะยุ่งหรือไม่ยุ่งกับผม
ตั้งสติแล้วก็ตัดสินใจแบบลูกผู้ชาย อย่ามาชักเข้าชักออกแบบนี้ มันเหมือนพวกลักเพศ

ผมจะบอกให้น่ะ ผมได้ทุกเรื่อง เพียงแต่คุณจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดหรือเปล่า
ปะเดี๋ยว เจอคำตอบที่มีตัวหนังสือผิดไปจากที่อ่านมา ก็จะมาบอกว่า....ผมจิ้น
กลับไปตรองให้ดี ถ้าตัดสินใจแน่ชัดแล้ว ก็มาบอกครับ

ท่าจะให้ดี ไปเรียกผู้รู้ของคุณมาคุยกับผมเองก็ได้ครับ
ไอ้คนที่ชอบปรามาสสำนักอื่นแบบคุณ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คุณเป็นพวกสำนักไหน :b32:


นี่แหละพวกขี้โม้
คืออ้างปฏิเวธ อ้างต้องเจอสภาวะธรรม พอให้บอกจริงๆก็ฝ่ออ้างโน่นอ้างนี่

ไอ้ที่ผมบอกไม่อยากยุ่งรำคาญตอนแรกก็เป็นแบบนี้แหละ
คือพอหันมาเผชิญหน้าก็ฝ่อ หันหลังก็เห่าอีก
อย่าโม้ครับ จัดมาเลยครับ เสียเวลารอ

อ้างคำพูด:
คิดอย่างไรแล้วแต่คุณครับ ทางที่ดีคุยกับผมอย่าอ้างคนโน้นคนนี้
มันจะเอาความเสื่อมไปให้ท่านซ่ะเปล่าๆ
จะบอกให้ ผ้าเหลืองผมเกรงใจครับ
แต่เป็นเรื่องพระธรรม ผมไม่กลัวใครอยู่แล้ว :b13:


ก็ไม่ได้อ้างอะไรแค่บอกว่าระดับนั้นปฏิบัติยังได้ตรงกับพระไตร
ส่วนระดับลูกกระจ๊อก ที่เห็นไม่ตรงกับพระไตรน่ะมันไม่ใช่ผลปฏิบัติ แต่เป็นผลจิ้น

เอาเป็นว่ารีบๆโชว์มาเลยครับ ถึงขั้นไหนอะไรอย่างไร
อย่าดีแต่โม้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2014, 13:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
ก็ใช่ไง ผมถึงได้ย้ำพูดไปว่า การถกธรรมไม่มีใครผิดใครถูก
และเรื่องการไม่ยอมรับมันเป็นเรื่องปกติ แต่คุณพยายามทำให้มันผิดปกติ
คุณพยายามบังคับ เซ้าซี้ให้ผมแสดงความเห็นให้ตรงใจคุณ
เรื่องราวก่อนๆมันน่าจะจบได้แล้ว ถ้าคุณจะไม่สนใจความเห็นผม ตามที่คุณเคยเอ่ยปากไว้

ความเห็นไหนของคุณ ถ้าเห็นว่าผมไปโต้แย้ง คุณก็ดูให้เป็นเสียงนกเสียงกา มันก็หมดเรื่อง
มิหน่ำซ้ำมันจะไม่ทำให้คุณเสียคำพูดอีกด้วย

ถ้าเอาความจริงมาพูด มันก็แค่คุณไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาอ้าง
ในตอนแรก คุณก็แก้เกี้ยวว่าผมจิ้นเอาเอง จะไม่ยุ่งด้วย
พอมาเจอผมแย้งในความเห็นถัดๆมา คุณก็แก้เกี้ยวอีก โดยลืมคำพูดตัวว่าจะไม่ยุ่งกับผม
คุณเป็นคนที่ยึดมั่นถือมั่น ชอบขุดเอาอดีตขึ้นมาสร้างเหตุใหม่
เสียสัจจ์กะอีเรื่องขี้ปะติ๋ว :b13:


ถ้าเห็นแบบนั้นจริงแล้วจะตั้งกระทู้นี้ทำแมวน้ำอะไรครับ?
ตั้งมาเพื่อจะโชว์เพาว์แสดงต่อหน้าคนอื่นว่าผมผิดไม่ใช่หรือ


ก็เห็นเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไง ถึงได้ตั้งกระทู้คุยในเว็บบอร์ด
ถ้าผมเห็นเป็นเรื่องใหญ่ ผมให้คนรู้จักสืบหาipคุณ
และเอาพวกไปกระทืบคุณถึงบ้านแล้ว :b32:

cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
ก็ไอ้พูดพรรณนี้ไง ผมถึงได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้น
คุณเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักวารแบบนี้ใช้ไม่ได้ครับ
พุทธศาสนาในทัศนคติของคุณมันก็ของคุณ
มันไม่ใช่การทีจะโหนเอาพระพุทธเจ้า หรือนิกายที่คุณว่า มาเป็นของตัวเอง
ถ้าขื่นคุณยังเป็นแบบนี้ พอเห็นความเห็นใคร ที่ไม่ตรงใจคุณ
คุณก็จะด่าเขาว่า ดังเช่นครูบาอาจารย์หลายคนที่โดนคุณปรามาส
ผมว่าไม่เฉพาะแต่ท่านพุทธทาส ยังมีอีกหลายท่าน ถ้าคุณไม่ปากแข็งจนเกินไป
ก็จะรู้ว่าคุณเป็นเช่นนั้นจริงๆ :b13:


ก็ถ้าไม่ยอมรับว่าเรายึดธรรมวินัยเป็นพระศาสดาก็คิดเองเออเองสิครับ
เรื่องพุทธทาส แยกเป็นกระทู้ใหม่ไปเลยครับ เดี๋ยวผมจัดเต็มให้


อย่าตลกแก้เกี้ยว อ้างพระธรรมวินัย กะอีแค่พระอภิธรรมมัตถสังคหะยังไม่รู้เรื่อง
เวลาพูดจากตำราหนึ่ง เวลาอ้างดันอ้างอีกตำรา แถมยังมีชาวบ้านที่ไหนก็ไม่รู้อีก
เอาให้เปอะไปหมด

ถามจริงพระศาสดาของคุณ เป็นใครกันแน่ครับ :b32:

cantona_z เขียน:

อ้างคำพูด:
ผมถามคุณจริงๆ จะเอาไงกันแน่ คุณจะยุ่งหรือไม่ยุ่งกับผม
ตั้งสติแล้วก็ตัดสินใจแบบลูกผู้ชาย อย่ามาชักเข้าชักออกแบบนี้ มันเหมือนพวกลักเพศ

ผมจะบอกให้น่ะ ผมได้ทุกเรื่อง เพียงแต่คุณจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดหรือเปล่า
ปะเดี๋ยว เจอคำตอบที่มีตัวหนังสือผิดไปจากที่อ่านมา ก็จะมาบอกว่า....ผมจิ้น
กลับไปตรองให้ดี ถ้าตัดสินใจแน่ชัดแล้ว ก็มาบอกครับ

ท่าจะให้ดี ไปเรียกผู้รู้ของคุณมาคุยกับผมเองก็ได้ครับ
ไอ้คนที่ชอบปรามาสสำนักอื่นแบบคุณ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คุณเป็นพวกสำนักไหน :b32:


นี่แหละพวกขี้โม้
คืออ้างปฏิเวธ อ้างต้องเจอสภาวะธรรม พอให้บอกจริงๆก็ฝ่ออ้างโน่นอ้างนี่

ไอ้ที่ผมบอกไม่อยากยุ่งรำคาญตอนแรกก็เป็นแบบนี้แหละ
คือพอหันมาเผชิญหน้าก็ฝ่อ หันหลังก็เห่าอีก
อย่าโม้ครับ จัดมาเลยครับ เสียเวลารอ


แปลกดีครับ ตอนนี้ผมกลับรำคาญคุณยิ่งกว่า
เอางี้อย่ามาเสียเวลา คุณไปเอาเรื่องที่คุณกล่าวหาท่าพุทธทาสมาเลยดีกกว่า

แนะนำน่ะครับ กล่าวนำกระทู้ด้วยว่า ไม่ได้ปรามาสครูบาอาจารย์
เป็นเรื่องธรรมโดยเฉพาะ ที่นี้เขามีกฎห้ามวิพากษ์วิจารณ์ครูบาอาจารย์และบุคคลภายนอก

เร็วๆผมรออยู่ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2014, 18:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
ก็ใช่ไง ผมถึงได้ย้ำพูดไปว่า การถกธรรมไม่มีใครผิดใครถูก
และเรื่องการไม่ยอมรับมันเป็นเรื่องปกติ แต่คุณพยายามทำให้มันผิดปกติ
คุณพยายามบังคับ เซ้าซี้ให้ผมแสดงความเห็นให้ตรงใจคุณ
เรื่องราวก่อนๆมันน่าจะจบได้แล้ว ถ้าคุณจะไม่สนใจความเห็นผม ตามที่คุณเคยเอ่ยปากไว้

ความเห็นไหนของคุณ ถ้าเห็นว่าผมไปโต้แย้ง คุณก็ดูให้เป็นเสียงนกเสียงกา มันก็หมดเรื่อง
มิหน่ำซ้ำมันจะไม่ทำให้คุณเสียคำพูดอีกด้วย

ถ้าเอาความจริงมาพูด มันก็แค่คุณไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาอ้าง
ในตอนแรก คุณก็แก้เกี้ยวว่าผมจิ้นเอาเอง จะไม่ยุ่งด้วย
พอมาเจอผมแย้งในความเห็นถัดๆมา คุณก็แก้เกี้ยวอีก โดยลืมคำพูดตัวว่าจะไม่ยุ่งกับผม
คุณเป็นคนที่ยึดมั่นถือมั่น ชอบขุดเอาอดีตขึ้นมาสร้างเหตุใหม่
เสียสัจจ์กะอีเรื่องขี้ปะติ๋ว :b13:


ถ้าเห็นแบบนั้นจริงแล้วจะตั้งกระทู้นี้ทำแมวน้ำอะไรครับ?
ตั้งมาเพื่อจะโชว์เพาว์แสดงต่อหน้าคนอื่นว่าผมผิดไม่ใช่หรือ


ก็เห็นเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไง ถึงได้ตั้งกระทู้คุยในเว็บบอร์ด
ถ้าผมเห็นเป็นเรื่องใหญ่ ผมให้คนรู้จักสืบหาipคุณ
และเอาพวกไปกระทืบคุณถึงบ้านแล้ว :b32:

cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
ก็ไอ้พูดพรรณนี้ไง ผมถึงได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้น
คุณเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักวารแบบนี้ใช้ไม่ได้ครับ
พุทธศาสนาในทัศนคติของคุณมันก็ของคุณ
มันไม่ใช่การทีจะโหนเอาพระพุทธเจ้า หรือนิกายที่คุณว่า มาเป็นของตัวเอง
ถ้าขื่นคุณยังเป็นแบบนี้ พอเห็นความเห็นใคร ที่ไม่ตรงใจคุณ
คุณก็จะด่าเขาว่า ดังเช่นครูบาอาจารย์หลายคนที่โดนคุณปรามาส
ผมว่าไม่เฉพาะแต่ท่านพุทธทาส ยังมีอีกหลายท่าน ถ้าคุณไม่ปากแข็งจนเกินไป
ก็จะรู้ว่าคุณเป็นเช่นนั้นจริงๆ :b13:


ก็ถ้าไม่ยอมรับว่าเรายึดธรรมวินัยเป็นพระศาสดาก็คิดเองเออเองสิครับ
เรื่องพุทธทาส แยกเป็นกระทู้ใหม่ไปเลยครับ เดี๋ยวผมจัดเต็มให้


อย่าตลกแก้เกี้ยว อ้างพระธรรมวินัย กะอีแค่พระอภิธรรมมัตถสังคหะยังไม่รู้เรื่อง
เวลาพูดจากตำราหนึ่ง เวลาอ้างดันอ้างอีกตำรา แถมยังมีชาวบ้านที่ไหนก็ไม่รู้อีก
เอาให้เปอะไปหมด

ถามจริงพระศาสดาของคุณ เป็นใครกันแน่ครับ :b32:

cantona_z เขียน:

อ้างคำพูด:
ผมถามคุณจริงๆ จะเอาไงกันแน่ คุณจะยุ่งหรือไม่ยุ่งกับผม
ตั้งสติแล้วก็ตัดสินใจแบบลูกผู้ชาย อย่ามาชักเข้าชักออกแบบนี้ มันเหมือนพวกลักเพศ

ผมจะบอกให้น่ะ ผมได้ทุกเรื่อง เพียงแต่คุณจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดหรือเปล่า
ปะเดี๋ยว เจอคำตอบที่มีตัวหนังสือผิดไปจากที่อ่านมา ก็จะมาบอกว่า....ผมจิ้น
กลับไปตรองให้ดี ถ้าตัดสินใจแน่ชัดแล้ว ก็มาบอกครับ

ท่าจะให้ดี ไปเรียกผู้รู้ของคุณมาคุยกับผมเองก็ได้ครับ
ไอ้คนที่ชอบปรามาสสำนักอื่นแบบคุณ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คุณเป็นพวกสำนักไหน :b32:


นี่แหละพวกขี้โม้
คืออ้างปฏิเวธ อ้างต้องเจอสภาวะธรรม พอให้บอกจริงๆก็ฝ่ออ้างโน่นอ้างนี่

ไอ้ที่ผมบอกไม่อยากยุ่งรำคาญตอนแรกก็เป็นแบบนี้แหละ
คือพอหันมาเผชิญหน้าก็ฝ่อ หันหลังก็เห่าอีก
อย่าโม้ครับ จัดมาเลยครับ เสียเวลารอ


แปลกดีครับ ตอนนี้ผมกลับรำคาญคุณยิ่งกว่า
เอางี้อย่ามาเสียเวลา คุณไปเอาเรื่องที่คุณกล่าวหาท่าพุทธทาสมาเลยดีกกว่า

แนะนำน่ะครับ กล่าวนำกระทู้ด้วยว่า ไม่ได้ปรามาสครูบาอาจารย์
เป็นเรื่องธรรมโดยเฉพาะ ที่นี้เขามีกฎห้ามวิพากษ์วิจารณ์ครูบาอาจารย์และบุคคลภายนอก

เร็วๆผมรออยู่ :b32:


ตั้งกระทู้ว่าผม พอถามว่าเอามาจากไหนก็หาไม่ได้
ซักมากๆเข้าก็ขี้โม้อ้างปฏิเวธ
พอบอกให้โชว์ปฏิเวธว่าได้ขั้นไหนอย่างไร ก็ปอดแหกไม่กล้าเล่าอีก
แล้วแถออกเรื่องพุทธทาสพากระทู้ออกทะเล
นึกว่าผมไม่รู้ทันหรือ

ส่วนเจ๊บี
คราวที่แล้วจำได้คร่าวๆว่าเราคุยกันเรื่องธัมมานุปัสสนา
จำได้เจ๊บอกเจ๊เชี่ยวมาก ผมเลยถามว่าเอ แล้วธัมมานุปัสสนาปฏิบัติแบบไหน เจ๊โชว์หน่อย
เพราะผมก็สงสัยนานแล้ว ณ ตอนนั้นว่าจะปฏิบัติแบบไหนดี
จำไม่ได้ถนัดว่าเจ๊ตอบว่าอะไร
แต่จำได้ว่าเล่าไปๆ เฮ้ย มันไม่ใช่นี่หว่า
ผมเลยแย้งไปว่า หัวข้อธัมมานุปัสสนาคือ โพชฌงค์ นิวรณ์ อริยสัจ ขันธ์ อายตนะ
แล้วเจ๊เอาอะไรมาเล่าให้ผมฟังฟระเนี่ย
มันไม่ได้เกี่ยวกับบรรพต่างๆที่มีอยู่ในธัมมานุปัสสนาเลย
เจ๊มั่วนี่หว่า

พอแย้งไปเจ๊ก็ไฟธาตุแตก ด่าผมเปิงอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ
ผมจำได้ว่าผมก็บอกแต่แรกว่าผมไม่ได้เก๋าธัมมา
แต่ที่ผมรู้แน่ๆคือที่เจ๊ยกมามันมั่วแน่ๆ
เพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ โพชฌงค์ นิวรณ์ อริยสัจ ขันธ์ อายตนะ เลย

ยกตัวอย่างเหมือนเจ๊บอกเจ๊ทำคะน้าปลาเค็มอร่อยมาก ผมก็บอกเอ้างั้นเจ๊เล่าวิธีทำหน่อย
เริ่มต้นเจ๊บอกเอากะเทียมลง แล้วตามด้วยพริกแกง ใส่กะทิ
ผมก็ เฮ้ย เจ๊มั่วนี่หว่า คะน้าปลาเค็มบ้านเจ๊มีพริกแกงกับกะทิด้วยเร้อะ
แล้วเจ๊ก็แต๋วแตกด่าผมกระจุยกระจายไปเลย

อาการที่เจ๊เป็นวันนั้นมันก็แบบนี้แหละ
คุ้นเหมือนเจ๊จะอ้างเรื่องดูจิต แล้วเนียนๆบอกว่าดูจิตนั่นแหละเป็นธัมมามิใช่หรือ
หลังจากนั้นพอจะคุยต่อ เจ๊ก็โดนแบนไปสิบaccount ติดๆ แล้วก็หายไปเลย
แล้วเจ๊จะมาเอาอะไรจากผมครับ?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2014, 19:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:

คุณเกา นี่มันสมบูรณแบบ ของความเป็นกแก้วนกขุนทองเลย

เถียงกับอีกคนบอกจิตคือวิญญานขันธ์ ถ้าแบบนี้เจ้แกจะผิดไปได้อย่างไร

เจ้แกบอกว่า แกดูจิตและบอกว่าเป็นธรรมมานุปัสสนาฯ มันผิดตรงไหน

ถ้าใครบอกว่าการดูจิต เป็นธรรมมาวิปัสสนาฯ นั้นก็หมายความว่า
การพิจารณาจิตสังขาร มันก็คือการพิจารณขันธ์๕นั้นแหล่ะ
มันอยู่ในบรรพของขันธ์

นี่และน่า พอตัวหนังสือไม่เหมือนกัน ก็บอกว่าไม่ใช่
:b32:



นี่ก็เนียนมาโดยไม่ทันรู้รายละเอียดอะไร

ผมไม่ได้เถียงเรื่องจิตเป็นวิญญาณขันธ์ จะเถึยงทำไมก็จิตมันเป็นวิญญาณขันธ์
แต่ที่เจ๊แกอธิบายมาตอนนั้นน่ะมันจิตตานุปัสสนา

ผมถามถึงธัมมานุปัสสนา มันคนละประเด็น
นี่ก็มั่วโดยไม่เปิดพระสูตรเลย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2014, 20:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
โฮฮับ เขียน:

คุณเกา นี่มันสมบูรณแบบ ของความเป็นกแก้วนกขุนทองเลย

เถียงกับอีกคนบอกจิตคือวิญญานขันธ์ ถ้าแบบนี้เจ้แกจะผิดไปได้อย่างไร

เจ้แกบอกว่า แกดูจิตและบอกว่าเป็นธรรมมานุปัสสนาฯ มันผิดตรงไหน

ถ้าใครบอกว่าการดูจิต เป็นธรรมมาวิปัสสนาฯ นั้นก็หมายความว่า
การพิจารณาจิตสังขาร มันก็คือการพิจารณขันธ์๕นั้นแหล่ะ
มันอยู่ในบรรพของขันธ์

นี่และน่า พอตัวหนังสือไม่เหมือนกัน ก็บอกว่าไม่ใช่
:b32:



นี่ก็เนียนมาโดยไม่ทันรู้รายละเอียดอะไร

ผมไม่ได้เถียงเรื่องจิตเป็นวิญญาณขันธ์ จะเถึยงทำไมก็จิตมันเป็นวิญญาณขันธ์
แต่ที่เจ๊แกอธิบายมาตอนนั้นน่ะมันจิตตานุปัสสนา

ผมถามถึงธัมมานุปัสสนา มันคนละประเด็น
นี่ก็มั่วโดยไม่เปิดพระสูตรเลย


ไอ้จิตตานุปัสสนาฯ มันเป็นส่วนหนึ่งของธัมมานุปัสสนา เข้าใจมั้ย

ขั้นตอนของการทำสติปัฏฐาน เราจำเป็นต้องรู้สติปัฏฐานสามฐานแรกเสียก่อน
นั้นก็คือกายาปัสสนานุ เวทนานุปัสสนาและจิตตานุปัสสนา

การทำธรรมมานุปัสสนา ก็คือการนำสติปัฏฐานทั้งสาม
มาร่วมพิจารณาธรรมที่เกิดขึ้น

:b13: ไปนอนดีกว่า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2014, 07:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คำว่า.......ดูจิต มันเป็นคำศัพท์ ที่นักปฏิบัติบัญญัติขึ้นเอง
ด้วยเหตุนี้เราต้องเข้าใจด้วยว่า ผู้พูดจะให้คำว่า"ดูจิต" หมายถึงอะไร

ดูจิตเป็นทั้งการหาวิปัสสนาญาน๙ และเป็นทั้งสติปัฏฐาน
มันขึ้นอยู่ที่ผู้พูดต้องการสื่อให้"ดูจิต" มีความหมายไปในทางใด

นักปฏิบัติส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดและถกเถียงกัน
นั้นก็คือคนหนึ่งพูดถึงดูจิต ในความหมายของวิปัสสนาญาน๙
แต่อีกคนกลับไปคิดว่าเป็นเรื่องสติปัฏฐาน....การอธิบายความมันเลยพัลวันพัลเก

สรุปถ้าหมายให้ดูจิตเป็นวิปัสสนาญาน๙ ก็ต้องอธิบายตามวิปัสสนาที่มาจาก
คัมภีร์วิสุทธิมรรคและคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค

แต่ถ้าจะให้"ดูจิต" เป็นสติปัฏฐาน ต้องอธิบายตามพุทธวจนในพระธรรมวินัยแท้ๆ
นั้นก็คือการเอาไปเทียบกับพุทธพจน์ แล้วจึงอธิบายไปตามพุทธพจน์นั้น


ถ้าเราพิจารณาให้ดี การเอาคำว่า"ดูจิต" มาใช้กับวิปัสสนาญาน๙
มันไม่ค่อยจะถูกนัก เพราะการที่เราจะดูจิตได้นั้น จะต้องเป็นผู้ผ่านการเห็นไตรลักษณ์
แต่วิปัสสนาญาน๙ เป็นหลักการเพื่อค้นหาไตรลักษณ์.....

พูดให้ตรงตัวไปเลยก็คือ การดูจิตในวิปัสสนาญาน๙ เป็นการทันความคิด
แต่การดูจิตในสติปัฏฐาน เป็นการรู้ทันสังขารหรือเรียกอีกอย่างว่า...จิตสังขาร

กรุณาจำหลักการพิจารณาบัญญัติ ที่ผมอธิบายให้ดี
แล้วจะได้วกเข้าประเด็นปัญหาระหว่างป้าวาสิฏฐีกับคุณเกายิกๆ
:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2014, 09:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า สิ่งที่ผมอธิบายผมแยกแต่ธรรม ผมไม่ได้แยกตัวบุคคล
หมายความว่า ธรรมใดๆนั้นจะต้องยึดโยงกับตัวบุคคลด้วย
เช่นวิปัสสนาญาน(วิสุทธิมรรค)หรือในพระไตรปิฎกเรียกว่า ปฏิสัมภิทามรรค
แบบนี้เป็นธรรมของปุถุชน หรือสติปัฏฐานนี้เป็นธรรมของอริยชน(เสขะ)

ผมไม่รู้ว่าป้าวาสิฏฐี เป็นบุคคลระดับไหน มีดวงตาเห็นธรรมหรือยัง(เพราะไม่ค่อยได้คุยธรรมกัน)
แต่ถ้าจะให้พิจารณาจากคำพูดที่ว่า......ดูจิตเป็นธัมมานุปัสสนาฯ

ถ้าเราเอาตามความหมายนี้ เราก็ต้องไปหาเหตุว่า การดูจิตเป็นธัมมานุปัสสนาได้หรือไม่
เอาล่ะเราละตรงนี้ไว้ฐานที่เข้าใจ ที่นี้เราก็ไปหาเหตุที่มาของการดูจิต

โดยเนื้อแท้แล้ว การดูจิตมันเป็นบัญญัติ ถ้าจะเอามาพูดในลักษณะของ
สติปัฏฐาน เราต้องเข้าใจก่อนว่า ความหมายของจิตคืออะไร

จิตเป็นบัญญัติที่ให้ความหมายของนามธรรมทั้งหมด สิ่งที่เป็นสภาวะล้วนเรียกว่าจิต
ปุถุชนอาจไม่เข้าใจ เอาเป็นว่า สิ่งที่เป็นอารมณ์ก็คือจิต แต่ความคิดไม่ใช่จิต

เมื่อจิตหมายถึงนามธรรมทั้งหมด การดูสภาวธรรมไม่ว่าจะเรียกสิ่งที่ดูว่าอะไร
ทุกสิ่งนั้นล้วนเรียกว่า.....การดูจิต


กายานุปัสสนาฯ......เวทนานุปัสสนา.....จิตตานุปัสสนา
สามมรรควิธีนี้ล้วนเป็นการดูจิตทั้งสิ้น

แล้วธัมมานุปัสสนาฯ มาเกี่ยวข้องกับการดูจิตได้อย่างไร :b13:

(ยังมีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 07:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แม่ช้อย เขียน:

( ขอมอบ คำคม นี้ให้เป็นพิเศษ แด่ ทั่นท้าวประดู่กระปู๋กุด
และ ฝากบอกมันด้วยว่า ถ้าเป็น แม่ช้อยนางรำ ทำกับข้าว อ่ะนะ
ต่อให้ ผัดคะน้าปลาเค็ม แล้วใส่ พริกแกงกับกะทิ
ก็เรียกว่า ผัดคะน้าปลาเค็ม ได้ว้อยยยย ของงี้มันอยู่ที่คน !
ถ้าไม่เชื่อ ก็ยื่นคำร้องให้ ตลก. ตีความดิ
ว่า ผัดคะน้าปลาเค็ม ใส่ พริกแกงกับกะทิ ได้ไหม ? :b9: )


ไอ้คนที่แม่ช้อยพูดถึงน่ะ มันก็เป็นพวกอันธพาลแถวโรงฝิ่น
ขอแม่ช้อยอย่าเอามันมาเป็นอารมณ์เลย
แต่ไอ้ชื่อแม่ช้อยนี่น่ะ เป็นลูกสาวท่านเจ้าคุณฟากกระโน้น
หรือเป็นแม่ช้อยไทยรัฐ.....

เจ้เริ่มมั่วแล้วน่ะ ปะเดี๋ยวทั่นท้าวแกก็จะย้อนเอาได้

ไอ้เรื่องชื่อบัญญัติน่ะ มันเป็นแค่ชื่อมันแล้วแต่คนจะเรียก
ความสำคัญมันอยู่ที่เหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิดบัญญัตินั้น
เช่น คะน้า...ปลาเค็ม...พริกแกง...กะทิ ของเจ้ เจ้จะเรียกมันว่า ผัดคะน้าปลาเค็ม ก็ย่อมได้
แต่ผัดคะน้าปลาเค็มของทั่นท้าว มันมีแค่ คะน้ากับปลาเค็ม

เหตุนี้การจะคุยกันในเรื่องบัญญัติ มันต้องบอกเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดบัญญัตินั้น
ไม่ใช่เอาบัญญัติมาเถียงกัน

เหมือนคุณเกาฯที่ชอบเอาคำพูดของ ท่านอนุรุทธาจารย์มามั่วกับคำพูดของพระพุทธองค์
:b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 07:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องของธัมมานุปัสสนาฯ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเอาปัญญามาเป็นประธานในการพิจารณาธรรม
เพื่อที่จะวางอุเบกขา เกิดผลเป็นองค์อริยมรรค

ที่บอกว่าพิจารณาธรรม ธรรมที่ว่าหมายถึงอะไร นั้นก็คือ..ธรรมชาติที่เป็นสมมติสัจจะทั้งหมด
พูดง่ายก็คือ เรื่องราวต่างๆที่มากระทบกับจิตใจเรา เช่นเรื่องราวที่เข้ามาทางตา ทางหู
ทางจมูก ลิ้น กายและใจ

สรุปให้ฟังสั้นๆก่อน ก็คือ กายานุปัสสนาฯ เวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนาฯ
ทั้งสามล้วนแล้วแต่เป็นการพิจารณาสิ่งที่เกิดภายในกายใจตนเอง
แต่ธัมมานุปัสสนาฯเป็นการพิจารณาสิ่งที่มากระทบกายใจ

กายาฯ เวทนาฯ จิตตาฯ ล้วนเป็นตัวช่วยในการทำธัมมานุปัสสนา เพื่อวางอุเบกขา
ดังนั้นการธัมมานุปัสสนา จึงหมายรวมสติปัฏฐานสี่ทั้งหมด
:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2014, 19:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แม่ช้อย เขียน:
เรื่องที่ 3 ที่อยากจะคุยด้วย[/b]

ว่าง ๆ ลองเล่า ประสบการณ์ในการปฏิบัติ
ที่ ลื้อ รู้สึกว่า เข้าถึง ธรรรมานุปัสนา ให้ ป้าฟังมั่งจิ
อยากรู้อ่ะ ว่า มันมีความคล้ายคลึงกัน หรือไม่ อย่างไร
จะได้ ลองเอาไปเปรียบเทียบ กับของตัวเองดู
ไม่เอา แบบที่บอกว่า เห็นดวงจิตดวงธรรม เกิดดับเป็นดวง ๆ
จนมีปิติ น้ำตา ไหลพราก ๆ นะ อิแบบนั้น มันก็ นิยายไปหน่อย


มันยาวมากกลัวพิมพ์ไม่ทัน เดี๋ยวเจ้ก็โดนผูดูแลถีบกระเด็นออกนอกเว็บอีก
เอาเป็นว่าจะค่อยพูดในกระทู้นี้ ถ้าเจ้ไม่ทำให้กระทู้ลงถังขยะไปซะก่อน

แม่ช้อย เขียน:

เรื่องที่ 4 ที่อยากจะคุยด้วย


อันนี้ไม่เกี่ยวกับ เรื่องการ ปฏิบัติ แต่ อยากรู้
ฝากถาม ไอ้เด็ก กฏหมายแถวบ้านลื้อ ให้ทีดิ๊ว่า
ถ้า เจ้ เข้าคูหา กาบัตรเสีย ในวันเลือกตั้ง 2 กพ. นี้
( โดย กา โหวตโน แล้ว เขียนว่า Respect My Vote )





อย่าไปฉีกบัตรเป็นใช่ได้ เจ้จะเขียนด่าบรรพบุรุษกกตด้วย ก็ไม่มีใครรู้หรอก
แต่บัตรเจ้เขาจะนับเป็นบัตรเสีย เจ้ดีแล้วล่ะไปใช่สิทธิของเรา

นี่ดีไม่ดีจะเขียนในบัตรว่า กกตหมายถึง คณะกรรมการเลือกตั้ง
มันไม่ใช่คณะกรรมการไม่อยากให้เลือกตั้ง เสียดายภาษี
ไม่อยากทำหน้าที่ดันสมัครมาเป็นทำไม :b32:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 220 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 11, 12, 13, 14, 15

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร