วันเวลาปัจจุบัน 19 ก.ย. 2020, 10:37  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 52 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 03:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
เจ้าของกระทู้นำมา ถามความเห็น
ก็บอกไปตามเนื้อผ้า
แล้วก็ไปอ่านสิ่งที่ พิมพ์ให้อ่านดีๆ ใหม่
อย่าทะลึ่งใส่วงเล็บ (ถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงด้วยความกำหนัด)

ก็บอกไปซิว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ดันเอาพระวินัยปิฎกมาอ้างผิดๆ
แบบนี้มันต้องท้วงติงกันหน่อย :b13:

แล้วที่ต้องใส่วงเล็บนั้นน่ะ ก็เพื่อจะให้เช่นนั้นรู้แก่นของพระวินัยบทนี้
สังฆาทิเสสเรื่องภิกษุถูกต้องตัวหญิง จะเป็นผิดได้มันจะต้องประกอบด้วย
ความกำหนัดและเจตนา ถ้าถูกต้องตัวหญิงสาวโดยไม่เจตนามันก็ไม่ถึงสังฆาทิเสส
หรือถ้าถูกต้องหญิงสาวโดยไม่มีความกำหนัดมันก็ไม่เข้าข่ายสังฆาทิเสส


อยากให้เช่นนั้นอ่าน พระวินัยสองวรรคนี้แล้วก็เปรียบเทียบกันดู
*เรื่องสตรีหลับ*
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ถึงความเคล้าคลึงด้วยกายกับสตรีนอนหลับ เธอได้มี
ความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี
พระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว.
*เรื่องสตรีตาย*
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ถึงความเคล้าคลึงด้วยกายกับสตรีตายแล้ว เธอได้
มีความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย.

ดูสองวรรคนี้ เปรียบเทียบกันมันต่างกันด้วยเจตนา อีกอันเป็นหญิงสาว อีกกรณีเป็นศพ
ทั้งสองเกิดจากความกำหนัดเหมือนกัน(เคล้าคลึง)

ในกรณีหญิงสาว ครบองค์ความผิดนั้นคือมีความกำหนัดในตัวหญิงสาว แล้วลงมือเคล้าคลึง
ด้วยเจตนา นี่เรียกว่าผิดสังฆาทิเสส

ในกรณีศพ ไม่ครบองค์ความผิดแห่งสังฆาทิเสส มีความกำหนัดก็จริง
แต่ขาดเจตนาที่เกี่ยวกับหญิงสาว เป็นเพียงอสุภะหรือซากศพ จึงเป็นอาบัติเล็กน้อยที่เรียกว่า
ถุลลัจจัย :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 04:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
พระพุทธองค์แสดง ข้ออาบัติทุกกฏ ไว้ว่า
Quote Tipitaka:
[๓๘๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งจับต้องมารดาด้วยความรักฉันมารดา เธอได้มี
ความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ
จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ.


แม้ด้วยความรักฉันมารดา ..............

อ่านภาษาไทยออกไหม

จับต้องมารดาแม้ด้วยความรักฉันมารดา ไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
แต่ ต้องอาบัติทุกกฏ .......

แบบนี้ไงเขาเรียกว่าอ่านเป็นนกแก้ว นกเอี้ยง มันต้องพิจารณาด้วยสติทุกวรรคทุกประโยค

ถ้าเช่นนั้นบอกว่า การจับต้องมารดาด้วยความรักฉันมารดา มันผิด
แล้วทำไมไม่ผิดสังฆาทิเสส ทำไมพระพุทธองค์บอกผิดทุกกฎ

การจับต้องมารดาด้วยรักฉันมารดา มันไม่ผิดพระวินัยไม่ว่าจะเป็นหนักหรือเบา
แต่ที่มันผิดเพราะ ภิกษุมีความเข้าใจว่า
การจับต้องมารดาด้วยรักฉันมารดามันผิดพระวินัยสังฆาทิเสส นี่ความผิดของภิกษุมันอยู่ตรงนี่
นั้นคือขาดความเข้าใจในพระวินัย
ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติ เมื่อไม่เข้าใจจุดประสงค์หรือแก่นของพระวินัย นั้นแสดงว่า
ไม่มีความเข้าใจในพระวินัยทุกกฎ


เช่นนั้นโปรดเข้าใจด้วยว่า ที่ผมมาแย้งเช่นนั้นอยู่ ก็เพราะเช่นนั้น
กำลังเข้าใจว่า การจับต้องมารดาด้วยความรักฉันมารดา เช่นนั้นเข้าใจว่า มันผิดอาบัติทุกกฎ

มันเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก เพราะการจับต้องผู้หญิงผู้เป็นแม่ด้วยความรักฉันมารดา
ไม่ได้ผิดหรืออาบัติไม่ว่าจะเป็นสังฆาทิเสสหรือทุกกฎ ที่ภิกษุต้องอาบัติทุกกฎเป็นเพราะ
เข้าใจไปว่า การจับต้องมารดาตนเองมันผิดพระวินัยสังฆาทิเสส นั้นคือเอามารดาตนเอง
ไปเปรียบกับหญิงสาวทั่วๆไป แบบนี้มันเป็นอกุศลเป็นมิจฉาทิฐิ เป็นอาบัติทุกกฎ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 08:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5981


 ข้อมูลส่วนตัว


คิดกันแค่พองาม ธรรมะที่เป็นฝ่ายกุศลจะเกิด
ไม่ต้องถึงกับต้องให้หน้าดำหน้าแดง ธรรมะฝ่ายอกุศลก็เกิด

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 08:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
แบบนี้ไงเขาเรียกว่าอ่านเป็นนกแก้ว นกเอี้ยง มันต้องพิจารณาด้วยสติทุกวรรคทุกประโยค

ถ้าเช่นนั้นบอกว่า การจับต้องมารดาด้วยความรักฉันมารดา มันผิด
แล้วทำไมไม่ผิดสังฆาทิเสส ทำไมพระพุทธองค์บอกผิดทุกกฎ


Quote Tipitaka:
[๓๘๗] เรื่องมารดา เรื่องธิดา เรื่องพี่น้องหญิง เรื่องชายา เรื่องยักษี เรื่องบัณเฑาะก์
เรื่องสตรีหลับ เรื่องสตรีตาย เรื่องสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย เรื่องตุ๊กตาไม้ เรื่องฉุดต่อๆ กัน
เรื่องสะพาน เรื่องหนทาง เรื่องต้นไม้ เรื่องเรือ เรื่องเชือก เรื่องท่อนไม้ เรื่องดันด้วยบาตร
เรื่องไหว้ เรื่องพยายามแต่มิได้จับต้อง.
เรื่องมารดา
[๓๘๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งจับต้องมารดาด้วยความรักฉันมารดา เธอได้มี
ความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ.
เรื่องธิดา
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง จับต้องธิดาด้วยความรักฉันธิดา เธอได้มีความรังเกียจว่า
เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค
ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ.
เรื่องพี่น้องหญิง
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง จับต้องพี่น้องหญิงด้วยความรักฉันพี่น้องหญิง เธอได้
มีความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ.

เช่นนั้น เขียน:
ความหมายของอาบัติแต่ละอย่าง

(๑) อาบัติปาราชิก ผู้พ่ายแพ้ ขาดจากความเป็นภิกษุ

(๒) อาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาศัยสงฆ์ในการออกจากอาบัติ

(๓) อาบัติถุลลัจจัย อาบัติที่เกิดจากการกระทำที่หยาบคาย

(๔) อาบัติปาจิตตีย์ อาบัติที่ทำให้ความดีงามตกไป

(๕) อาบัติปาฏิเทสนียะ อาบัติที่ต้องแสดงคืนกับบุคคลที่ทำให้ต้องอาบัติ

(๖) อาบัติทุกกฏ อาบัติที่เกิดจากการทำที่ไม่ดีไม่เหมาะสม

(๗) อาบัติทุพภาสิต อาบัติที่เกิดจากการพูดไม่ดีไม่เหมาะสม

โฮฮับ....
หมายความว่า ไม่ผิดอาบัติ ข้อ ๒
แต่ ผิดอาบัติ ข้อ ๖ เป็นอาบัติเบา
กลับไปอ่านใหม่นะ โฮฮับ........

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


แก้ไขล่าสุดโดย เช่นนั้น เมื่อ 01 พ.ค. 2013, 08:38, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 08:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลุงหมาน เขียน:
คิดกันแค่พองาม ธรรมะที่เป็นฝ่ายกุศลจะเกิด
ไม่ต้องถึงกับต้องให้หน้าดำหน้าแดง ธรรมะฝ่ายอกุศลก็เกิด

ขอบคุณในความหวังดี ลุงหมาน
คิดว่า คงชี้แจง เรื่องอาบัติทุกกฏ เป็นอาบัติเบา คือไม่เหมาะสม กันพอแค่นี้

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 08:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
ความหมายของอาบัติแต่ละอย่าง

(๑) อาบัติปาราชิก ผู้พ่ายแพ้ ขาดจากความเป็นภิกษุ

(๒) อาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาศัยสงฆ์ในการออกจากอาบัติ

(๓) อาบัติถุลลัจจัย อาบัติที่เกิดจากการกระทำที่หยาบคาย

(๔) อาบัติปาจิตตีย์ อาบัติที่ทำให้ความดีงามตกไป

(๕) อาบัติปาฏิเทสนียะ อาบัติที่ต้องแสดงคืนกับบุคคลที่ทำให้ต้องอาบัติ

(๖) อาบัติทุกกฏ อาบัติที่เกิดจากการทำที่ไม่ดีไม่เหมาะสม

(๗) อาบัติทุพภาสิต อาบัติที่เกิดจากการพูดไม่ดีไม่เหมาะสม

...
เช่นนั้น พี่โฮถามจริงๆ เช่นนั้นจะเอาอย่างไรกันแน่ ทำเป็นปากว่าตาขยิบ
เที่ยวว่าคนอื่น พูดในสิ่งที่ไม่ใช่พุทธพจน์ แล้วที่เช่นนั้นกำลังอ้างมันเป็นพุทธพจน์หรือ
พี่โฮไม่ว่าเช่นนั้นในกรณีที่นี้ก็ได้ แต่เช่นนั้นก็อย่าเที่ยว
ไปปรามาสคนอื่นในสิ่งที่ตัวเองยังทำไม่ได้ :b32: เข้าใจมั้ย

แล้วดูที่ที่เอามาอ้างซิ แบบนี้พุทธพจน์และสิ่งที่พระพุทธองค์ต้องการก็เละตุ้มเป๊ะหมด :b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 08:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
เช่นนั้น เขียน:
ความหมายของอาบัติแต่ละอย่าง

(๑) อาบัติปาราชิก ผู้พ่ายแพ้ ขาดจากความเป็นภิกษุ

(๒) อาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาศัยสงฆ์ในการออกจากอาบัติ

(๓) อาบัติถุลลัจจัย อาบัติที่เกิดจากการกระทำที่หยาบคาย

(๔) อาบัติปาจิตตีย์ อาบัติที่ทำให้ความดีงามตกไป

(๕) อาบัติปาฏิเทสนียะ อาบัติที่ต้องแสดงคืนกับบุคคลที่ทำให้ต้องอาบัติ

(๖) อาบัติทุกกฏ อาบัติที่เกิดจากการทำที่ไม่ดีไม่เหมาะสม

(๗) อาบัติทุพภาสิต อาบัติที่เกิดจากการพูดไม่ดีไม่เหมาะสม

...
เช่นนั้น พี่โฮถามจริงๆ เช่นนั้นจะเอาอย่างไรกันแน่ ทำเป็นปากว่าตาขยิบ
เที่ยวว่าคนอื่น พูดในสิ่งที่ไม่ใช่พุทธพจน์ แล้วที่เช่นนั้นกำลังอ้างมันเป็นพุทธพจน์หรือ
พี่โฮไม่ว่าเช่นนั้นในกรณีที่นี้ก็ได้ แต่เช่นนั้นก็อย่าเที่ยว
ไปปรามาสคนอื่นในสิ่งที่ตัวเองยังทำไม่ได้ :b32: เข้าใจมั้ย

แล้วดูที่ที่เอามาอ้างซิ แบบนี้พุทธพจน์และสิ่งที่พระพุทธองค์ต้องการก็เละตุ้มเป๊ะหมด :b6:


:b4:

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 09:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33832

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าเห็นรูปพระป้อนข้าวป้อนน้ำเช็ดตัวให้แม่ซึ่งเป็นอัมพาตจะขนาดไหน :b1: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 09:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
โฮฮับ เขียน:
แบบนี้ไงเขาเรียกว่าอ่านเป็นนกแก้ว นกเอี้ยง มันต้องพิจารณาด้วยสติทุกวรรคทุกประโยค

ถ้าเช่นนั้นบอกว่า การจับต้องมารดาด้วยความรักฉันมารดา มันผิด
แล้วทำไมไม่ผิดสังฆาทิเสส ทำไมพระพุทธองค์บอกผิดทุกกฎ


Quote Tipitaka:
[๓๘๗] เรื่องมารดา เรื่องธิดา เรื่องพี่น้องหญิง เรื่องชายา เรื่องยักษี เรื่องบัณเฑาะก์
เรื่องสตรีหลับ เรื่องสตรีตาย เรื่องสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย เรื่องตุ๊กตาไม้ เรื่องฉุดต่อๆ กัน
เรื่องสะพาน เรื่องหนทาง เรื่องต้นไม้ เรื่องเรือ เรื่องเชือก เรื่องท่อนไม้ เรื่องดันด้วยบาตร
เรื่องไหว้ เรื่องพยายามแต่มิได้จับต้อง.
เรื่องมารดา
[๓๘๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งจับต้องมารดาด้วยความรักฉันมารดา เธอได้มี
ความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ.
เรื่องธิดา
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง จับต้องธิดาด้วยความรักฉันธิดา เธอได้มีความรังเกียจว่า
เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค
ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ.
เรื่องพี่น้องหญิง
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง จับต้องพี่น้องหญิงด้วยความรักฉันพี่น้องหญิง เธอได้
มีความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ.

เช่นนั้น เขียน:
ความหมายของอาบัติแต่ละอย่าง

(๑) อาบัติปาราชิก ผู้พ่ายแพ้ ขาดจากความเป็นภิกษุ

(๒) อาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาศัยสงฆ์ในการออกจากอาบัติ

(๓) อาบัติถุลลัจจัย อาบัติที่เกิดจากการกระทำที่หยาบคาย

(๔) อาบัติปาจิตตีย์ อาบัติที่ทำให้ความดีงามตกไป

(๕) อาบัติปาฏิเทสนียะ อาบัติที่ต้องแสดงคืนกับบุคคลที่ทำให้ต้องอาบัติ

(๖) อาบัติทุกกฏ อาบัติที่เกิดจากการทำที่ไม่ดีไม่เหมาะสม

(๗) อาบัติทุพภาสิต อาบัติที่เกิดจากการพูดไม่ดีไม่เหมาะสม

โฮฮับ....
หมายความว่า ไม่ผิดอาบัติ ข้อ ๒
แต่ ผิดอาบัติ ข้อ ๖ เป็นอาบัติเบา
กลับไปอ่านใหม่นะ โฮฮับ........

ยิ่งพูดยิ่งเละ อาบัติทุกกฎมันจะเป็นอาบัติเบาอะไรมันไม่เกี่ยว
อาบัติทุกกฎ มันหมายถึงไม่มีความเข้าใจในพระวินัย ผู้ที่ต้องอาบัติทุกกฎมันไม่มีโทษ
เพียงแต่เป็นผู้ขาดปัญญา ยังต้องเร่งปฏิบัติให้มาก

กรุณาอย่าเอาเรื่องที่มีในพระวินัยฯ ไปผสมปนเปกับปาฏิโมก
แล้วแปลความ ไม่งั้นผลที่ได้มันทำให้พุทธพจน์เละตุ้มเป๊ะ

ดูซิอธิบายความออกมา กลายเป็นไม่มีในพระวินัยแถมไม่มีใน
ปาฎิโมกอีกแน่ะ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 09:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2010, 11:11
โพสต์: 94


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนน้องโฮฯ บอกว่า เมตตาเป็นกิเลส น่าอายจริงๆ นะขอบอก
คิดถึงน้องโฮฯ จ้ะ :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 11:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ให้ทาง เขียน:
ตอนน้องโฮฯ บอกว่า เมตตาเป็นกิเลส น่าอายจริงๆ นะขอบอก
คิดถึงน้องโฮฯ จ้ะ :b4:

ไปถามพระโพธิสัตว์ดูซิจ๊ะ แต่คงหมดหวังล่ะมั้ง
แค่กิเลสคืออะไรยังไม่รู้จัก......เปลี่ยนศาสนาเถอะ
จะได้ไปสวรรค์ นิพพานอย่าไปหวังเลย :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2013, 17:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


huh

มาบวช ไม่ได้ มีใครไปบังคับ ขอร้อง ให้มาบวช

ขอบวชเอง แล้ว พุทธานุญาติ ทรงกล่าว ไว้ว่า เมื่อ บุพการี ป่วย ไม่อาจดูแลตัวเองได้ ก็สามารถ อาบน้ำ ป้อนข้าวได้

แล้ว ที่ทำอยู่ นี่ เรียกว่า "ประทุษร้ายสกุล" คือทำวงศ์สงฆ์ อุปัชชาอาจารย์ ให้หมองไปด้วย

เรื่อง ที่พระ ทำนา ไปรับใช้ ฆราวาส ... พวกนี้ สึกออกมา เถอะ พอได้ล่ะ

พุทธบริษัท 4 ช่วยกันดูแลรักษา ผิด ก็ว่า ผิด

เอาธรรมไปเทียบ ซิ เอากิเลสตน มา บอกว่า ผิด ถูก ใครจะเชื่อ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2013, 20:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.พ. 2008, 10:17
โพสต์: 97

ที่อยู่: นครปฐม

 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
นนท์ เขียน:
ทุเรศ...ทำให้สิ่งที่เป็นสาระ ให้ไร้สาระ เพราะไม่ดูภาวะในสิ่งที่ตัวเองเป็น...
ผิดทั้งคนห่มเหลือง และคุณยายนั่นแหละ....
คนห่มเหลือง สร้างภาพมาลงเฟสเพื่อจะอวดพระคุณแม่ แต่การกระทำแบบนี้มีแต่โทษมากกว่า
คุณยาย...ไม่ดูภาวะว่าตัวเองเป็นสตรีเพศ ศีลห้าครบมั่งไม่ครบมั่ง ปล่อยให้คนห่มเหลืองนั่งคกเข่าล้างเท้า
คนอนุโมทนา สาธุ...ไม่รู้เรืองแก่นสารอะไร สาธุไปอย่างไร้ปัญญา
คนตำหนิติฉิน...บางพวกก็จ้องจับผิดเพียงเพื่อให้มีเรื่องเม้าส์ให้มันส์ในอารมณ์ไปวัน ๆ
.................บางพวกก็มีเหตุผลอ้างอิงตามพระธรรมวินัย
.................บางพวกก็เฉย ๆ เห็นแก่ตัว ไม่อยากจะยุ่งอะไร
.................บางพวกก็ด่ามั่ว ๆ ไม่ดูที่มาที่ไปอะไรเลย....

แต่ตอนนี้คนที่น่าสมเพศกว่ารูปพระล้างเท้ามารดาคือตัวท่านเองนั่นแหละ :b6: ทีสาธยายมามันไม่ได้ไกลตัวเองเลย พูดยังกะตนเองมีศีลบริสุทธิ์กว่าพระในรูปนั้น ถ้าจะว่าพระในรูปทุเรดไปด่า จขกท ดีกว่านะ

............เดือดดาลเลยนะ เป็นอะไรกับคนห่มเหลืองนั้นหรือ ลองอ่านแล้วทำความเข้าใจด้วยสติปัญญาสิ อย่าแสดงอารมณ์ทุเรศ ๆ ออกมา เพราะปัญญาจะหลุดลอยไป....

.....................................................
อยู่อย่างเข้าใจในทุกสิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2013, 21:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


นนท์ เขียน:
nongkong เขียน:
นนท์ เขียน:
ทุเรศ...ทำให้สิ่งที่เป็นสาระ ให้ไร้สาระ เพราะไม่ดูภาวะในสิ่งที่ตัวเองเป็น...
ผิดทั้งคนห่มเหลือง และคุณยายนั่นแหละ....
คนห่มเหลือง สร้างภาพมาลงเฟสเพื่อจะอวดพระคุณแม่ แต่การกระทำแบบนี้มีแต่โทษมากกว่า
คุณยาย...ไม่ดูภาวะว่าตัวเองเป็นสตรีเพศ ศีลห้าครบมั่งไม่ครบมั่ง ปล่อยให้คนห่มเหลืองนั่งคกเข่าล้างเท้า
คนอนุโมทนา สาธุ...ไม่รู้เรืองแก่นสารอะไร สาธุไปอย่างไร้ปัญญา
คนตำหนิติฉิน...บางพวกก็จ้องจับผิดเพียงเพื่อให้มีเรื่องเม้าส์ให้มันส์ในอารมณ์ไปวัน ๆ
.................บางพวกก็มีเหตุผลอ้างอิงตามพระธรรมวินัย
.................บางพวกก็เฉย ๆ เห็นแก่ตัว ไม่อยากจะยุ่งอะไร
.................บางพวกก็ด่ามั่ว ๆ ไม่ดูที่มาที่ไปอะไรเลย....

แต่ตอนนี้คนที่น่าสมเพศกว่ารูปพระล้างเท้ามารดาคือตัวท่านเองนั่นแหละ :b6: ทีสาธยายมามันไม่ได้ไกลตัวเองเลย พูดยังกะตนเองมีศีลบริสุทธิ์กว่าพระในรูปนั้น ถ้าจะว่าพระในรูปทุเรดไปด่า จขกท ดีกว่านะ

............เดือดดาลเลยนะ เป็นอะไรกับคนห่มเหลืองนั้นหรือ ลองอ่านแล้วทำความเข้าใจด้วยสติปัญญาสิ อย่าแสดงอารมณ์ทุเรศ ๆ ออกมา เพราะปัญญาจะหลุดลอยไป....

ปัญญาหลุดลอยก็ดีกว่าพวกนรกกินหัวกบาลว่ะ อย่าให้เดือดกว่านี้พวกชอบด่าพระ ยังไงนั่นก็ห่มเหลืองถือว่าเป็นสาวกในพุทธศาสนา คนอย่างคุนน้องไม่จำเป็นต้องสำรวมวาจากับคนประเภทนี้ขนาดแช่งยังไม่กลัวเลย สาธุขอให้มันตกนรกพวกชอบด่าพระสงฆ์องค์เจ้า เกิดชาติหน้าก็ขอให้มันปากเบี้ยวพูดไม่ได้ คุนน้องขอขึ้นบัญชีดำเจ้ากรรมนายเวรคนนี้ คนอื่นไม่เกี่ยวไม่ต้องยุ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2013, 21:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.พ. 2008, 10:17
โพสต์: 97

ที่อยู่: นครปฐม

 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
นนท์ เขียน:
nongkong เขียน:
นนท์ เขียน:
ทุเรศ...ทำให้สิ่งที่เป็นสาระ ให้ไร้สาระ เพราะไม่ดูภาวะในสิ่งที่ตัวเองเป็น...
ผิดทั้งคนห่มเหลือง และคุณยายนั่นแหละ....
คนห่มเหลือง สร้างภาพมาลงเฟสเพื่อจะอวดพระคุณแม่ แต่การกระทำแบบนี้มีแต่โทษมากกว่า
คุณยาย...ไม่ดูภาวะว่าตัวเองเป็นสตรีเพศ ศีลห้าครบมั่งไม่ครบมั่ง ปล่อยให้คนห่มเหลืองนั่งคกเข่าล้างเท้า
คนอนุโมทนา สาธุ...ไม่รู้เรืองแก่นสารอะไร สาธุไปอย่างไร้ปัญญา
คนตำหนิติฉิน...บางพวกก็จ้องจับผิดเพียงเพื่อให้มีเรื่องเม้าส์ให้มันส์ในอารมณ์ไปวัน ๆ
.................บางพวกก็มีเหตุผลอ้างอิงตามพระธรรมวินัย
.................บางพวกก็เฉย ๆ เห็นแก่ตัว ไม่อยากจะยุ่งอะไร
.................บางพวกก็ด่ามั่ว ๆ ไม่ดูที่มาที่ไปอะไรเลย....

แต่ตอนนี้คนที่น่าสมเพศกว่ารูปพระล้างเท้ามารดาคือตัวท่านเองนั่นแหละ :b6: ทีสาธยายมามันไม่ได้ไกลตัวเองเลย พูดยังกะตนเองมีศีลบริสุทธิ์กว่าพระในรูปนั้น ถ้าจะว่าพระในรูปทุเรดไปด่า จขกท ดีกว่านะ

............เดือดดาลเลยนะ เป็นอะไรกับคนห่มเหลืองนั้นหรือ ลองอ่านแล้วทำความเข้าใจด้วยสติปัญญาสิ อย่าแสดงอารมณ์ทุเรศ ๆ ออกมา เพราะปัญญาจะหลุดลอยไป....

ปัญญาหลุดลอยก็ดีกว่าพวกนรกกินหัวกบาลว่ะ อย่าให้เดือดกว่านี้พวกชอบด่าพระ ยังไงนั่นก็ห่มเหลืองถือว่าเป็นสาวกในพุทธศาสนา คนอย่างคุนน้องไม่จำเป็นต้องสำรวมวาจากับคนประเภทนี้ขนาดแช่งยังไม่กลัวเลย สาธุขอให้มันตกนรกพวกชอบด่าพระสงฆ์องค์เจ้า เกิดชาติหน้าก็ขอให้มันปากเบี้ยวพูดไม่ได้ คุนน้องขอขึ้นบัญชีดำเจ้ากรรมนายเวรคนนี้ คนอื่นไม่เกี่ยวไม่ต้องยุ่ง

........สาธุๆ ๆ ๆ หาข้าวให้อาคันตุกะกิน อาคันตุกะไม่กิน เป็นเจ้าของบ้านก็ตามสบาย ๆ

.....................................................
อยู่อย่างเข้าใจในทุกสิ่ง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 52 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร