วันเวลาปัจจุบัน 07 เม.ย. 2020, 22:57  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 116 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2013, 16:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3922

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตา เป็นส่วนหนึ่งของ มรรคปัญญา เพื่อทำลายทิฐานุสัย,สักกายะทิฏฐิ,มานานุสัย,มานะ อันเป็นธรรมที่ประกอบอยู่ในอวิชชาธาตุ
V
มีการได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ ได้ฟังธรรมอันเป็นอริยะ และโยนิโสมนสิการ
เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อให้เกิดปัญญา อันเป็นวิปัสสนาญาณ เพื่อให้เห็นธรรมตามเป็นจริง
V
ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายสมุทัย.
ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้วในโลกนี้ ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมแห่งพระอริยะ มิได้รับการแนะนำในอริยธรรม ไม่ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในสัปปุริสธรรม ย่อมตามเห็นรูปโดยความเป็นตน ๑ ย่อมเห็นตนมีรูป ๑ ย่อมเห็นรูปในตน ๑ ย่อมเห็นตนในรูป ๑ ย่อมเห็นเวทนาโดยความเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสัญญาโดยความเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสังขารโดย
ความเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน ๑ ย่อมเห็นตนมีวิญญาณ ๑ ย่อมเห็น
วิญญาณในตน ๑ ย่อมเห็นตนในวิญญาณ ๑
ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายสมุทัย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำที่กล่าวแล้วนี้ เรียกว่า การตามเห็นอันจะยังสัตว์ให้ถึงทุกขสมุทัย (ความเกิดขึ้นแห่งทุกข์)
V
ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วในศาสนานี้ ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ฉลาดในธรรม
ของพระอริยะ ได้รับการแนะนำดีแล้วในอริยธรรม ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ฉลาดในธรรมของ
สัตบุรุษ ได้รับการแนะนำดีแล้วในสัปปุริสธรรม ย่อมไม่ตามเห็นรูปโดยความเป็นตน ๑ ย่อมไม่
ตามเห็นตนมีรูป ๑ ย่อมไม่ตามเห็นรูปในตน ๑ ย่อมไม่ตามเห็นตนในรูป ๑ ไม่ตามเห็นเวทนาโดย
ความเป็นตน ฯลฯ ไม่ตามเห็นสัญญาโดยความเป็นตน ฯลฯ ไม่ตามเห็นสังขารโดยความเป็นตน
ฯลฯ ไม่ตามเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน ๑ ไม่ตามเห็นตนมีวิญญาณ ๑ ไม่ตามเห็นวิญญาณใน
ตน ๑ ไม่ตามเห็นตนในวิญญาณ ๑.
ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำที่กล่าวแล้วนี้ เรียกว่า การพิจารณาเห็นอันจะยังสัตว์ให้ถึงทุกขนิโรธ
V
(มีต่อ)

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2013, 17:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3922

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อทิฏฐิถูกวิปัสสนาปัญญานั้นชำระจน เป็นสัมมาทิฏฐิ ปัญญาญาณเกิดขึ้นอันถอนออกจาก "อัตตา"
วิปัสสนาปัญญาอันประเสริฐนั้น เพื่อให้เกิดญาณอันประเสริฐนั้น เรียกชื่อว่า "อนัตตา"

ผลของการเห็นแจ่มแจ้งว่าสรรพสิ่งเป็นอนัตตา
จิตก็คลายจากความยึด..เมื่อคลายจึงหลุด..เมื่อหลุดจึงเป็นผล
พอถึง"ผล" ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เป็นญาณทัสสนะวิสุทธิ
V
ใน อโนทิสสสูตร
แสดงไว้ว่า
ผู้ยังอนัตตสัญญาให้ปรากฏในธัมมะทั้งหลายไม่มีเขตแดน
ย่อมมีอานิสงส์ คือ
-ทิฐิอันเป็นเหตุให้กระทำความถือตัวว่าเราของเราจักดับ
-ตัณหาอันเป็นเหตุให้กระทำการยึดถือว่าของเราของเราจักดับ
-จักเป็นผู้ประกอบด้วยอสาธารณญาณ
-จักเห็นเหตุด้วยดี
-จักเห็นธรรมที่เกิดขึ้นแต่เหตุด้วยดี
-จักเป็นผู้หลุดพ้น
V
อนัตตา จึงเป็นสังขตะธรรม เพราะเป็นมรรคปัญญา เป็นกุศลธรรม ยังไม่ใช่ฝ่ายนิโรธ เป็นฝ่ายปฏิปทาคือยังต้องปฏิบัติพิจารณาอยู่
V
ต้องก่ออนัตตสัญญาครอบไปในธรรมทั้งหลาย ว่าเป็นอนัตตา จึงจะทำลายส่วนแห่งอวิชชาธาตุได้

เจริญธรรม

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2013, 21:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
เมื่อทิฏฐิถูกวิปัสสนาปัญญานั้นชำระจน เป็นสัมมาทิฏฐิ ปัญญาญาณเกิดขึ้นอันถอนออกจาก "อัตตา"
วิปัสสนาปัญญาอันประเสริฐนั้น เพื่อให้เกิดญาณอันประเสริฐนั้น เรียกชื่อว่า "อนัตตา"

ผลของการเห็นแจ่มแจ้งว่าสรรพสิ่งเป็นอนัตตา
จิตก็คลายจากความยึด..เมื่อคลายจึงหลุด..เมื่อหลุดจึงเป็นผล
พอถึง"ผล" ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เป็นญาณทัสสนะวิสุทธิ
V
ใน อโนทิสสสูตร
แสดงไว้ว่า
ผู้ยังอนัตตสัญญาให้ปรากฏในธัมมะทั้งหลายไม่มีเขตแดน
ย่อมมีอานิสงส์ คือ
-ทิฐิอันเป็นเหตุให้กระทำความถือตัวว่าเราของเราจักดับ
-ตัณหาอันเป็นเหตุให้กระทำการยึดถือว่าของเราของเราจักดับ
-จักเป็นผู้ประกอบด้วยอสาธารณญาณ
-จักเห็นเหตุด้วยดี
-จักเห็นธรรมที่เกิดขึ้นแต่เหตุด้วยดี
-จักเป็นผู้หลุดพ้น
V
อนัตตา จึงเป็นสังขตะธรรม เพราะเป็นมรรคปัญญา เป็นกุศลธรรม ยังไม่ใช่ฝ่ายนิโรธ เป็นฝ่ายปฏิปทาคือยังต้องปฏิบัติพิจารณาอยู่
V
ต้องก่ออนัตตสัญญาครอบไปในธรรมทั้งหลาย ว่าเป็นอนัตตา จึงจะทำลายส่วนแห่งอวิชชาธาตุได้

เจริญธรรม

กระจ่างดีแท้เจ้าค่ะ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2013, 03:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
อนัตตา เป็นส่วนหนึ่งของ มรรคปัญญา เพื่อทำลายทิฐานุสัย,สักกายะทิฏฐิ,มานานุสัย,มานะ อันเป็นธรรมที่ประกอบอยู่ในอวิชชาธาตุ
V
มีการได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ ได้ฟังธรรมอันเป็นอริยะ และโยนิโสมนสิการ
เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อให้เกิดปัญญา อันเป็นวิปัสสนาญาณ เพื่อให้เห็นธรรมตามเป็นจริง
V
ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายสมุทัย.
ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้วในโลกนี้ ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมแห่งพระอริยะ มิได้รับการแนะนำในอริยธรรม ไม่ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในสัปปุริสธรรม ย่อมตามเห็นรูปโดยความเป็นตน ๑ ย่อมเห็นตนมีรูป ๑ ย่อมเห็นรูปในตน ๑ ย่อมเห็นตนในรูป ๑ ย่อมเห็นเวทนาโดยความเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสัญญาโดยความเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสังขารโดย
ความเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน ๑ ย่อมเห็นตนมีวิญญาณ ๑ ย่อมเห็น
วิญญาณในตน ๑ ย่อมเห็นตนในวิญญาณ ๑
ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายสมุทัย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำที่กล่าวแล้วนี้ เรียกว่า การตามเห็นอันจะยังสัตว์ให้ถึงทุกขสมุทัย (ความเกิดขึ้นแห่งทุกข์)
V
ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วในศาสนานี้ ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ฉลาดในธรรม
ของพระอริยะ ได้รับการแนะนำดีแล้วในอริยธรรม ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ฉลาดในธรรมของ
สัตบุรุษ ได้รับการแนะนำดีแล้วในสัปปุริสธรรม ย่อมไม่ตามเห็นรูปโดยความเป็นตน ๑ ย่อมไม่
ตามเห็นตนมีรูป ๑ ย่อมไม่ตามเห็นรูปในตน ๑ ย่อมไม่ตามเห็นตนในรูป ๑ ไม่ตามเห็นเวทนาโดย
ความเป็นตน ฯลฯ ไม่ตามเห็นสัญญาโดยความเป็นตน ฯลฯ ไม่ตามเห็นสังขารโดยความเป็นตน
ฯลฯ ไม่ตามเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน ๑ ไม่ตามเห็นตนมีวิญญาณ ๑ ไม่ตามเห็นวิญญาณใน
ตน ๑ ไม่ตามเห็นตนในวิญญาณ ๑.
ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำที่กล่าวแล้วนี้ เรียกว่า การพิจารณาเห็นอันจะยังสัตว์ให้ถึงทุกขนิโรธ
V
(มีต่อ)

อ่านธรรมปะสาอะไร เห็นอะไรแค่ไหนก็บอกว่ามีแค่นั้น แล้วที่ไม่เห็น ที่ตัวเองไม่รู้อีกล่ะ
สิ่งที่ตัวเองไม่รู้ไม่ใช่มันไม่มีน่ะ ตลกมั้ยล่ะ ท่อง ก-คได้แค่นี้ นั้นบอกอักษรไทยมีแค่สี่ตัว
ธรรมกล่าวแค่สังขตะมันก็แค่สังขตะ มันยังมีธรรมที่กล่าวถึงอสังขตะอีก :b9:

ที่พูดมาถามหน่อย เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ดันมาบอกลอยว่า....
อนัตตาเป็นส่วนหนึ่งของ มรรคปัญญา

ที่ถูกแล้ว ถ้าจะกล่าวว่า อนัตตาเป็นมรรคปัญญา จะต้องกล่าวให้ครบทั้งสาม ลักษณะ
นั้นก็คือ จะต้องกล่าวถึง อนิจจังและทุกขังด้วยจึงจะเรียก มรรคปัญญา
สรุปก็คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา....ก็คือมรรคปัญญา(มรรค) เป็นสังขตะ

ถ้ากล่าวอนัตตาเพียงอย่างเดียว ความหมายของอนัตตาก็คือ.....นิโรธเป็นอสังขตะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2013, 03:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
เมื่อทิฏฐิถูกวิปัสสนาปัญญานั้นชำระจน เป็นสัมมาทิฏฐิ ปัญญาญาณเกิดขึ้นอันถอนออกจาก "อัตตา"
วิปัสสนาปัญญาอันประเสริฐนั้น เพื่อให้เกิดญาณอันประเสริฐนั้น เรียกชื่อว่า "อนัตตา"

ผลของการเห็นแจ่มแจ้งว่าสรรพสิ่งเป็นอนัตตา
จิตก็คลายจากความยึด..เมื่อคลายจึงหลุด..เมื่อหลุดจึงเป็นผล
พอถึง"ผล" ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว เป็นญาณทัสสนะวิสุทธิ
V
ใน อโนทิสสสูตร
แสดงไว้ว่า
ผู้ยังอนัตตสัญญาให้ปรากฏในธัมมะทั้งหลายไม่มีเขตแดน
ย่อมมีอานิสงส์ คือ
-ทิฐิอันเป็นเหตุให้กระทำความถือตัวว่าเราของเราจักดับ
-ตัณหาอันเป็นเหตุให้กระทำการยึดถือว่าของเราของเราจักดับ
-จักเป็นผู้ประกอบด้วยอสาธารณญาณ
-จักเห็นเหตุด้วยดี
-จักเห็นธรรมที่เกิดขึ้นแต่เหตุด้วยดี
-จักเป็นผู้หลุดพ้น
V
อนัตตา จึงเป็นสังขตะธรรม เพราะเป็นมรรคปัญญา เป็นกุศลธรรม
ยังไม่ใช่ฝ่ายนิโรธ เป็นฝ่ายปฏิปทาคือยังต้องปฏิบัติพิจารณาอยู่
V
ต้องก่ออนัตตสัญญาครอบไปในธรรมทั้งหลาย ว่าเป็นอนัตตา จึงจะทำลายส่วนแห่งอวิชชาธาตุได้

เจริญธรรม

พูดเป็นนกแก้ว"ต้องก่ออนัตตสัญญาครอบไปในธรรมทั้งหลาย ว่าเป็นอนัตตา"
ถามหน่อยเข้าใจความหมายที่พูดประโยคนั้นหรือเปล่า

ความหมายก็คือ ต้องทำให้อนัตตสัญญาทั้งหลาย ให้เป็น....อนัตตา
นั้นก็คือการปฏิบัติให้ถึงอนัตตา หรือให้เหลือเพียงอนัตตาเพียงอย่างเดียว
อนัตตาจึงเป็นผลแห่งนิโรธ

คำพูดของเช่นนั้นอีกครับ"อนัตตา จึงเป็นสังขตะธรรม เพราะเป็นมรรคปัญญา เป็นกุศลธรรม
ยังไม่ใช่ฝ่ายนิโรธ เป็นฝ่ายปฏิปทาคือยังต้องปฏิบัติพิจารณาอยู่"

พูดโดยขาดความเข้าใจ อนัตตาจะเป็น มรรคปัญญาได้จะต้องมีครบทั้งสามลักษณะ
นั้นก็คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แบบนี้จึงเรียกมรรคปัญญา


ด้วยความไม่รู้ของเช่นนั้น ทำให้กล่าวธรรมผิดพลาด นิสัยที่ชอบท่องจำบัญญัติ
เลยทำให้หยิบธรรมมากล่าวเป็นบางส่วน หารู้ไม่ว่ามันทำให้ธรรมแปรเปลี่ยนผิดพลาด
เป็นที่น่าขบขันแก่ผู้รู้เป็นอย่างยิ่ง :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2013, 13:26 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ส.ค. 2011, 13:22
โพสต์: 80


 ข้อมูลส่วนตัว


กระผมคิดว่า นิพพาน แปลว่าตายจากอาสวะกิเลสทั้งหมด ทั้งทางกาย วาจา และใจ ทั้งที่เป็นกุศลและอกุศลกรรม จากกฏแห่งกรรม ใครๆตามหามาใช้กรรมไม่เจอ มีที่อยู่ที่เป็นสุข ไม่ใช่ ยมโลก มนุษยโลก เทวโลกหรือพรหมโลกนั้นเอง คือที่บรมสุข ไม่กลับมาเกิดอีกตามกฎแห่งกรรมนั้นเอง กระมัง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2013, 14:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 699


 ข้อมูลส่วนตัว


cool cool cool ตามนิยามไฮเทค นิพพานเป็น singurality แปลไทยว่า จุดๆ หนึ่ง หรือ 0 มิติ (จริงๆ พรหมโลกก็อยู่ใน singularity เหมือนกัน)

นิพพานจึงไม่อยู่ในกฎทั้งปวง ไม่ใช่อนัตตา ไม่นิจจัง ไม่อนิจจัง ไม่เที่ยง และไม่ไม่เที่ยง เป็นอจินไตย...
จะว่ามีก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีก็ไม่ใช่...มันทั้งมีและไม่มีในขณะเดียวกัน

ว่าในเชิงวิทย์ นิพพานมีพลังงานระดับ 0 และพลังงานมหาศาลระดับอนันต์ไปพร้อมๆ กัน ที่จุดๆ หนึ่ง
นิพพานมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลจนวัดไม่ได้ ไปพร้อมๆ กับมีระยะทางเป็น 0

นิพพานคือ God ฮับ :b13: :b13: :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2013, 14:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3922

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


murano เขียน:
cool cool cool ตามนิยามไฮเทค นิพพานเป็น singurality แปลไทยว่า จุดๆ หนึ่ง หรือ 0 มิติ (จริงๆ พรหมโลกก็อยู่ใน singularity เหมือนกัน)

นิพพานจึงไม่อยู่ในกฎทั้งปวง ไม่ใช่อนัตตา ไม่นิจจัง ไม่อนิจจัง ไม่เที่ยง และไม่ไม่เที่ยง เป็นอจินไตย...
จะว่ามีก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีก็ไม่ใช่...มันทั้งมีและไม่มีในขณะเดียวกัน

ว่าในเชิงวิทย์ นิพพานมีพลังงานระดับ 0 และพลังงานมหาศาลระดับอนันต์ไปพร้อมๆ กัน ที่จุดๆ หนึ่ง
นิพพานมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลจนวัดไม่ได้ ไปพร้อมๆ กับมีระยะทางเป็น 0

นิพพานคือ God ฮับ :b13: :b13: :b13:

God แบบนี้
นิพพาน น่าจะมีระยะทางอนันต์ และพลังงานระดับอนันต์ โน๊ะ

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2013, 16:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4974


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2013, 16:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4974


 ข้อมูลส่วนตัว


:b53: :b53: :b53: :b53: :b53:

:b1: วันก่อนมีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ซึ่งเล่าถึง GOD

:b1: :b1: :b1: :b1:

:b48: :b48: :b48: :b48:

รูปภาพ

:b48: :b48: :b48: :b48:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 26 เม.ย. 2013, 16:23, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2013, 16:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12215


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
รูปภาพ

:b32: :b32: :b32:

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2013, 17:34 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4974


 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
murano เขียน:
cool cool cool ตามนิยามไฮเทค นิพพานเป็น singurality แปลไทยว่า จุดๆ หนึ่ง หรือ 0 มิติ (จริงๆ พรหมโลกก็อยู่ใน singularity เหมือนกัน)

นิพพานจึงไม่อยู่ในกฎทั้งปวง ไม่ใช่อนัตตา ไม่นิจจัง ไม่อนิจจัง ไม่เที่ยง และไม่ไม่เที่ยง เป็นอจินไตย...
จะว่ามีก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีก็ไม่ใช่...มันทั้งมีและไม่มีในขณะเดียวกัน

ว่าในเชิงวิทย์ นิพพานมีพลังงานระดับ 0 และพลังงานมหาศาลระดับอนันต์ไปพร้อมๆ กัน ที่จุดๆ หนึ่ง
นิพพานมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลจนวัดไม่ได้ ไปพร้อมๆ กับมีระยะทางเป็น 0

นิพพานคือ God ฮับ :b13: :b13: :b13:

God แบบนี้
นิพพาน น่าจะมีระยะทางอนันต์ และพลังงานระดับอนันต์ โน๊ะ


:b1:

วันนี้ นึกถึงเรื่องนี้... พลังงานระดับอนันต์ ....
มีความทรงจำหนึ่ง ... เป็นสิ่งที่เอกอนก็กังขาใจ เก็บไว้ในใจ ไม่เคยกล้าที่จะพูดออกมา
เพราะ การถ่ายทอดออกมาให้คนอื่นฟังนั้น
มันเหมือนมันจะทำให้ดูเหมือนเรานั้น เพี้ยนจนหลุดโลกไปแล้ว

พลังงานระดับ อนันต์ จะคือ นิพพาน หรือไม่ ...
เอกอน ตอบ ไม่รู้
รู้แต่ว่า...ในพลังงานระดับอนันต์ ยังคงมีพลังงาน
แต่เป็นพลังงานที่ เสมือนอ่อนนุ่ม เสมือนนิ่ง เสมือนบางเบา
แต่ก็เป็นพลังงานที่ทำให้เกิดกระแสเหนี่ยวนำ ดึงดูด พยุง โอบล้อม สรรพสิ่งเอาไว้ด้วยกัน
กระแสที่นุ่มนวล บางเบา และอ่อนนุ่มยิ่งกว่าใยแมงมุม แต่เหนียวกว่าเส้นใยใด ๆ
การเกิดปฏิกริยาในกระแสนั้น แทบจะรู้ทั่วถึงโดยทันที แทบจะไม่มีจุดเหลื่อมล้ำในเรื่องของเวลา
ดั่งคำเปรียบเปรย "ผีเสื้อกระพือปีก สะเทือนถึงดวงดาว"

นั่นเป็นสิ่งที่ชาวโลก ต่างเรียกขานกันว่า พระผู้เป็นเจ้า
แต่ความเข้าใจในตอนนั้น ... เอกอนรู้จัก และเรียกสิ่งนั้นว่า "พระบิดา"

........

พลังงานของสิ่งนั้น ชาวโลก เปรียบว่าเป็น "พลังรักอันบริสุทธิ์"
พลังรัก อันบางครั้งผู้คนก็กังขา
ตรงที่ถ้าพระองค์รักพวกเรา แต่ทำไมพระองค์กลับมอบทุกข์ ความพลัดพราก อันตราย
และความตายให้กับพวกเรา...
และก็ดูเหมือนพระองค์เย็นชา ไม่สนใจใยดีต่อคำอ้อนวอน ...

ซึ่งจริง ๆ ความรัก ในแบบพระองค์นั้น
คือ ความรักอันบริสุทธิ์ นั้น
เป็น พลังงาน ที่ยากที่พวกมนุษย์จะเข้าใจ

.........

แต่ถ้าใครสามารถที่จะเข้าใจได้ จะไม่กล่าวโทษพระองค์
จะสรรเสริญพระองค์ จะเห็นคุณค่า จะช่วยแบ่งเบาภาระ
และเขาจะพยายาม รักสรรพสิ่ง ให้ได้อย่างที่พระองค์ทำ ...

:b1: :b1: :b1:

เรื่อง จิต-วิญญาณ ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเรย ที่จะเข้าใจ

สิ่งนั้น ไม่ใช่ พระเจ้า ของ ศาสนา ใด ๆ
ความเป็นไปนั้น ๆ อยู่เหนือทุก ๆ ความคิด ความศรัทธา ของทั้งหมดทั้งมวล...

.........

การกลับบ้าน หรือ การกลับไปหาพระเจ้า
มันเป็นภาษา ระดับหยาบ ที่การตีความเป็นไปตามประสบการณ์ภายในใจที่เป็นไป
แต่ถ้า...ใครมีความรู้สึกถึงสิ่งนั้นอยู่ในใจ
การกลับไปหาสิ่งนั้น ... คือ ... การปรับพลังงานให้ไปสู่รูปพลังงานรูปแบบนั้น ...

:b1: :b1: :b1:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 03 พ.ค. 2013, 20:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2013, 20:06 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4974


 ข้อมูลส่วนตัว


การหลุดมาจาก "พระบิดา" เหมือนกับทำให้เราขาดการติดต่อ
เหมือนถูกลอยแพเพียงลำพังกลางมหาสมุทร
ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ และทรมาน อยู่เพียงลำพัง
แต่ทว่า พระองค์ ยังคงเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ ตลอดเวลา

การเชื่อในพระองค์ คือ การเชื่อในสิ่งที่ดีงาม
การศรัทธาในพระองค์ คือ การศรัทธาในสิ่งที่ดีงาม...

สิ่งที่ดีงามนั้น...ยังคงซุกซ่อนอยู่ในชะตากรรมที่โหดร้าย...อยู่เงียบ ๆ
ดั่ง ดอกบัวที่บานอยู่กลางป่า....ที่คนจะเข้าไปค้นหา....

ค้นพบ....สันติ....ในโลกที่โหดร้าย....

:b9: ....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2013, 21:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3922

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มังกรน้อย บรรเจิด :b9:

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2013, 22:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
การหลุดมาจาก "พระบิดา" เหมือนกับทำให้เราขาดการติดต่อ
เหมือนถูกลอยแพเพียงลำพังกลางมหาสมุทร
ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ และทรมาน อยู่เพียงลำพัง
แต่ทว่า พระองค์ ยังคงเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ ตลอดเวลา

การเชื่อในพระองค์ คือ การเชื่อในสิ่งที่ดีงาม
การศรัทธาในพระองค์ คือ การศรัทธาในสิ่งที่ดีงาม...

สิ่งที่ดีงามนั้น...ยังคงซุกซ่อนอยู่ในชะตากรรมที่โหดร้าย...อยู่เงียบ ๆ
ดั่ง ดอกบัวที่บานอยู่กลางป่า....ที่คนจะเข้าไปค้นหา....

ค้นพบ....สันติ....ในโลกที่โหดร้าย....

:b9: ....

คุนน้องก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันค่ะ :b1:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 116 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร