วันเวลาปัจจุบัน 22 ม.ค. 2018, 05:31  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ย. 2013, 08:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 22226

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม ไปร่วมงานศพ "นายผาสุก อารยางกูร" พี่ชายคนที่สอง ทุ่มตรง วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2556 ณ ศาลา 2 วัดชลประทานรังสฤษฎ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายผาสุก อารยางกูร เกิดที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี วันที่ 27 พฤศจิกายน 2475, ถึงแก่กรรม วันที่ 16 กันยายน 2556 อายุ 81 ปี, อุทิศร่างกายให้ รพ.จุฬาลงกรณ์ เวลา 9 โมง วันที่ 20 กันยายน 2656

http://pantip.com/topic/31004327


เมื่อวานนี้เอง :b8: โพสภาพไม่ขึ้น ดูตามลิงค์นั้น

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ย. 2013, 09:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม ไปร่วมงานศพ "นายผาสุก อารยางกูร" พี่ชายคนที่สอง ทุ่มตรง วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2556 ณ ศาลา 2 วัดชลประทานรังสฤษฎ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายผาสุก อารยางกูร เกิดที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี วันที่ 27 พฤศจิกายน 2475, ถึงแก่กรรม วันที่ 16 กันยายน 2556 อายุ 81 ปี, อุทิศร่างกายให้ รพ.จุฬาลงกรณ์ เวลา 9 โมง วันที่ 20 กันยายน 2656

รูปภาพ

รูปภาพ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ต.ค. 2013, 16:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2011, 14:07
โพสต์: 284


 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุคะ :b8: :b8: :b8: :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2016, 07:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 22226

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ภาพพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)) วัดญาณเวศกวัน จ. นครปฐม อาทิตย์ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙

http://pantip.com/topic/35406678


รูปภาพ

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2016, 21:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4323


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


:b20: :b20: :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2016, 16:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 22226

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เจ้าคุณประยุทธ์-สมเด็จ มส.เลื่อนสมณศักดิ์ 159 เถระ เข้ารับพระราชทานวันที่ 5 ธ.ค.

มหาเถรสมาคมเตรียมสถาปนาสมณศักดิ์พระเถรานุเถระ 159 รูป เจ้าคุณประยุทธ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ เผยจะเป็นกรรมการ มส.โดยสมณศักดิ์ทันที ทั้ง 159 รูปเตรียมเข้ารับพระราชทานสมณศักดิ์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในวันที่ 5 ธ.ค.

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_107005


:b8: :b8: :b8:

รูปภาพ

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ธ.ค. 2016, 09:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 22226

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พิธีถวายมุทิตาสักการะสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ประยุทธ์ ปยุตฺโต 5 ธันวาคม2559

https://www.youtube.com/watch?v=tgp3djSfFQU

รูปภาพ

http://pantip.com/topic/35881964

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ธ.ค. 2016, 10:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 22226

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ภาพสามพระมหาเถระมหานิกายครั้งอดีต

รูปภาพ

http://www.posttoday.com/dhamma/468561

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ธ.ค. 2016, 18:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 22226

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้ได้ไปรดน้ำศพคนรู้จัก ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด แต่กว่าจะสิ้นลมก็นอนรอความตายอยู่เป็นปีๆ

ก็พอดีอีกมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งหน้าปกชื่อ มองมะเร็งในมุมบวก ร.ท.ดร.กุเทพ ใสกระจ่าง (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) เขียนเล่าถึงตนเองครั้งเข้ารักษาตัวที่ รพ. และสู้กับโรคมะเร็งยังไง

หนังสือเขาหนาร้อยกว่าหน้า แต่ตัดหน้าท้ายๆตรงที่เล่าถึงสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ.ปยุตโต) มา ซึ่งก็ทำงานหนังสือด้วยพลังจิตที่มุ่งมั่นทั้งๆที่อาพาธ (ก็เป็นจริงอย่างนั้นดูจากคลิปจะเห็นว่าต้องเค้นเสียงฝืนพูด)

ผู้เขียนได้เล่าความไว้ดังนี้

เก็บตกจากมะเร็ง

หลังจากเป็นผู้ป่วยมะเร็ง ผมมีเวลาอ่านหนังสือมากอย่างไม่เคยมีมากก่อน จึงพยายามหาหนังสือดีๆ มาอ่านนับเล่มไม่ถ้วน ซึ่งมีหนังสือธรรมะ หนังสือที่เขียนโดยคนที่มีประสบการณ์สู้มะเร็ง และหนังสือเกี่ยวกับการสู้มะเร็งตามแนวทางธรรมชาติบำบัด

ในการที่เกี่ยวกับมะเร็ง ฯลฯ

ผมได้อ่าน มะเร็ง รักษาด้วยตนเอง ของแพทย์หญิง ลลิตา ธีระสิริ ทำให้เข้าใจการต่อสู้มะเร็งตามแนวธรรมชาติบำบัด ซึ่งเน้นการดูแลด้านอาหาร ออกกำลังกาย ฝึกปราณ ฝึกสมาธิ ตลอดจนการใช้วิตามิน สมุนไพร และการรักษาทางเลือกอื่นๆ

ฯลฯ

แต่ที่ผมเห็นว่า มีคุณค่ามากคือได้มีเวลาอ่านผลงานคุณภาพของพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ซึ่งเป็นมหาปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

อานุภาพพลังจิต (กรณี ป.อ.ปยุตฺโต)

ผมเห็นว่าชีวิตการทำงานของพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) คือ ตัวอย่างของคนที่ทำงานสำเร็จด้วยอาศัยพลังจิตที่เข้มแข็ง เพราะแม้ร่างกายของท่านจะอาพาธเกือบตลอดเวลา แต่ท่านก็สามารถผลิตผลงานทางวิชาการที่ทรงคุณค่าได้จำนวนมาก ซึ่งถ้าไม่ใช่อาศัยพลังจิตที่เข้มแข็งเป็นพิเศษแล้ว คงทำไม่ได้

ผมถือว่าตนเองก็เป็นศิษย์คนหนึ่งของท่านเจ้าคุณ เพราะท่านเคยสอนผมสมัยเริ่มเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เมื่อราวปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ผมจึงสมัครใจเรียกท่านด้วยความเคารพว่าเจ้าคุณอาจารย์

ในฐานะศิษย์ พวกเราทุกคนที่ได้เรียนกับท่านต่างรู้สึกภาคภูมิใจที่เคยได้อยู่ใกล้ชิดท่าน เพราะเห็นได้ชัดเจนว่า นอกจากท่านจะมีความรู้เพียบพร้อมแล้ว ยังเป็นสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีปฏิปทาน่าเลื่อมใสเป็นที่ประจักษ์อีกด้วย

ท่านสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยคตั้งแต่เป็นสามเณร เป็นนาคหลวงในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จบปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จาก มจร.

โดยอุปนิสัย ท่านชอบที่จะทำงานในฐานะนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา แต่เพราะความห่วงใยและมีเมตตาต่อนิสิต ท่านได้เสียสละเวลามาสอนพวกผมพร้อมกับรับหน้าที่บริหารมหาวิทยาลัยในยุคที่ขาดแคลนทั้งเงินทุนและบุคคลากร

ตอนที่ได้เรียนกับท่าน ผมสังเกตว่า แม้ท่านจะยังหนุ่มแน่น แต่สุขภาพกายไม่ค่อยดี แต่ท่านก็สามารถยืนบรรยายให้ความรู้พวกเรา ซึ่งมีจำนวนนับร้อยได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยท่านเลือกสอนวิชาที่อธิบายเนื้อหาธรรมะจากภาษาอังกฤษ เช่น เลือกตำราที่เขียนโดยพระนักปราชญ์ชาวศรีลังกา

ที่ผมประทับใจ คือ วิธีการสอนของท่านที่อธิบายความเข้าใจง่าย ได้เนื้อหาสมบูรณ์ทั้งด้านหลักธรรมและหลักภาษา ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาอังกฤษจนเอาดีได้ในเวลาต่อมา

ผมได้เรียนกับท่านเพียงปีเดียว เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ท่านได้ตัดสินใจวางมือจากงานใน มจร. มุ่งสู่การทุ่มเทเวลาผลิตผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นงานที่ท่านต้องการทำมากที่สุด กอปรกับขณะนั้น สุขภาพของท่านเริ่มมีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆท่านจึงเลือกจะไปอยู่ที่ที่เป็นสัปปายะเพื่อดูแลสุขภาพ และทำงานด้านวิชาการให้สำเร็จ

ผมทราบว่าท่านต้องอดทนทำงานด้วยความมุ่งมั่นทั้งๆที่ร่างกายไม่เคยเป็นใจให้เลย เพราะท่านต้องพบกับการอาพาธอยู่เป็นระยะ

แต่ผ่านไปไม่กี่ปี ผลงานด้านวิชาการทางพระพุทธศาสนาที่มีคุณภาพและความสมบูรณ์ขั้นเอกอุของท่านได้เริ่มมีออกมาให้เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสือเล่มหนากว่าพันห้าร้อยหน้า ที่ชื่อว่า พุทธธรรม ซึ่งกลายเป็นแหล่งอ้างอิงค้นคว้าที่มีหลักฐานสมบูรณ์ที่สุดสำหรับผู้สนใจศึกษาพระพุทธศาสนา

ถ้าผมจะกล่าวว่า พุทธธรรม ของท่านเจ้าคุณ คือ ผลงานทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนาที่ถือได้ว่าเป็นเพชรน้ำหนึ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ก็คงไม่ผิด

นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงผลงานเล่มอื่นๆ เช่น พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์-ประมวลธรรม ธรรมนูญชีวิต กาลานุกรมพระพุทธศาสนาในอารยะธรรมโลก พระไตรปิฎกสิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้ จาริกบุญจารึกธรรม เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มีคุณภาพทางวิชาการอันสูงค่าทั้งสิ้น

ถ้าตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์และปริมาณของเนื้อหาในพุทธธรรม และผลงานเล่มอื่นๆ ของท่านเจ้าคุณด้วยจิตใจไร้อคติแล้ว ผมเชื่อว่า ทุกคนต้องยอมรับในความละเอียดรอบคอบ และความอดทนมุ่งมั่นของท่าน เพราะการผลิตผลงานวิชาการที่ทรงคุณค่าขนาดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย แต่ท่านเจ้าคุณก็ทำได้สำเร็จ ทั้งๆที่ต้องทำงานในสภาพที่ร่างกายอาพาธไม่หยุดหย่อน

ผมเชื่อว่าท่านต้องงานด้วยพลังจิตที่เข้มแข็งมาก โดยไม่ไปมัวรอให้กายหายอาพาธ ท่านจึงเป็นตัวอย่างที่ผมอยากยกมาเป็นกำลังใจสำหรับผู้ป่วยทั้งหลาย ให้ทุกคนพยายามพัฒนาจิตในขณะที่กายถูกมะเร็งมาเกาะกิน

ในการทำงานทางวิชาการทางพระพุทธศาสนานั้น ท่านเจ้าคุณมีหลักการชัดเจนว่า ท่านเป็นเพียงผู้เข้าไปค้นคว้าหาหลักฐานยืนยันคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธองค์ โดยพยายามทำตัวเป็นอิสระจากหลักฐานเหล่านั้นให้มากที่สุด ท่านจึงหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวอย่างถึงที่สุด เว้นแต่การอธิบายความประกอบเพื่อความชัดเจนของหลักฐานเท่าที่จำเป็น

ในฐานะพระสงฆ์ฝ่ายเถรวาท ซึ่งเชื่อว่าหลักฐานสำคัญที่ยืนยันคำสอนแท้จริงของพระพุทธองค์ คือ พระไตรปิฎก ฉบับภาษาบาลี ท่านจึงทุ่มเทเวลาในการหาหลักฐานจากพระไตรปิฎก และได้คิดค้นวิธีการอ้างอิงหลักฐานในรูปแบบที่เป็นระบบ จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม แม้ท่านจะไม่นิยมแสดงความคิดเห็นส่วนตัวในงานวิชาการ แต่สำหรับการอธิบายเนื้อหาธรรมที่เป็นคำสอนที่ถูกต้องแท้จริงของพระพุทธองค์ ท่านกลับทำได้แทบไม่มีที่ติ เพราะหลายครั้งที่ท่านได้รับอาราธนานิมนต์ให้แสดงธรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคมของโลกปัจจุบัน ท่านสามารถอธิบายให้มองเห็นหลักธรรมที่สามารถนำไปแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ สมเหตุสมผล และสามารถนำไปปฏิบัติได้

ท่านจึงมีหนังสือธรรมที่เกิดจากการแสดงธรรมมากมายหลายรูปแบบ รวมแล้วมากกว่า ๓๐๐ เล่ม ล้วนแต่ตอบโจทย์สังคมสมัยใหม่ได้อย่างดี แถมยังเข้าใจประดิษฐ์ถ้อยคำถอดหัวใจธรรมในแต่ละเรื่องได้อย่างงดงาม

อย่างเช่น เมื่อมีผู้โจมตีพระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาที่สอนแต่ความทุกข์ ท่านอธิบายความให้เห็นว่า เป้าหมายสำคัญของพระพุทธศาสนาไม่ได้อยู่ที่การสอนให้มองเห็นทุกข์แล้วมัวเป็นทุกข์อยู่อย่างนั้น แต่อยู่ที่การปฏิบัติตนเพื่อนไปสู่การดับทุกข์หรือการสร้างสุข โดยท่านใช้คำทำนองว่า ทุกข์มีไว้ให้เห็น แต่สุขมีไว้ให้เป็น

เมื่อจำเป็นต้องอธิบายสภาพความเป็นจริงในสังคมไทย ท่านก็สามารถกะเทาะเปลือกให้เห็นแก่นของปัญหาได้อย่างน่าทึ่ง ท่านเป็นคนแรกๆ ที่อธิบายสังคมไทยว่าเป็นสังคมบริโภคนิยม คือ นิยมใช้ประโยชน์จากความเจริญทางวัตถุที่คนอื่นคิดค้นผลิตขึ้น แต่ไม่พยายามใช้ปัญญาในการผลิตด้วยตนเอง

หรือในกรณีของความขัดแย้งของคนในชาติ ท่านก็อธิบายให้เห็นภาพว่า แม้ในสภาพวิกฤติ บางครั้งคนไทยก็ไม่หันหน้าเข้าหากัน เอาแต่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่ต่างจากไก่ในเข่งที่มัวจิกตีกันขณะที่กำลังถูกนำไปฆ่า

สำหรับคนที่ไม่มีอคติ ผมเชื่อว่ามองเห็นและยอมรับคุณภาพทางวิชาการของท่านเจ้าคุณ เพราะท่านพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่ายึดคำสอนที่ถูกต้องแท้จริงของพระพุทธองค์เป็นที่ตั้ง อธิบายธรรมโดยยึดประโยชน์ของผู้รับเป็นสำคัญ ไม่มีอคติกับใคร ไม่ชวนทะเลาะกับใคร มีแต่ความเมตตาและมุ่งประโยชน์เกื้อกูลต่อผู้อื่นเป็นสำคัญ

แต่เมื่อผมได้อ่านหนังสือบางเล่มในช่วงที่ต่อสู้กับมะเร็ง ผมจึงทราบว่า ทั้งๆที่ท่านเจ้าคุณต้องผลิตผลงานคุณภาพในสภาพที่ร่างกายอาพาธเกือบตลอดเวลา โดยทุ่มเททำงานด้วยความมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคมโดยรวม อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยและประโยชน์ส่วนตัวนั้น ท่านกลับต้องเสียเวลาไม่น้อยในการชี้แจงประเด็นที่ถูกคนอื่นกล่าวพาดพิงในทางเสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการไม่พยายามศึกษาข้อเท็จจริงของผู้พาดพิงเอง

อย่างในหนังสือ ตอบ ดร.มาร์ติน: พุทธวินัยถึงภิกษุณี ท่านใช้เวลานานมากในการชี้แจงข้อกล่าวหา จนกลายเป็นหนังสือเล่าหนา ๓๒๘ หน้า และในอีกเล่มชื่อ นักวิชาการเทศ-ไทย หาความรู้ให้แน่ ใช้แค่คิดเอา ท่านต้องใช้เวลาชี้แจงข้อเท็จจริงจนได้หนังสือหนาอีก ๓๑๘ หน้า

แต่ถึงจะต้องเสียเวลากับการชี้แจงในเรื่องต่างๆมากมาย ท่านเจ้าคุณยังคงรักษาความเป็นนักวิชาการของท่านอย่างเคร่งครัด เพราะท่านเลือกที่จะนำหลักฐานจาก พระไตรปิฎกมายืนยันความถูกต้อง มากกว่าการแสดงความเห็นส่วนตัว และในการชี้แจงแต่ละเรื่อง ท่านก็ทำด้วยความเมตตาและคามหวังดีต่อทุกคน ไม่ใช่ทำด้วยอารมณ์ไม่พอใจ ทำให้คำชี้แจงของท่านมีคุณค่าทางวิชาการอย่างมาก
ฯลฯ

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 13 ธ.ค. 2016, 20:15, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ธ.ค. 2016, 18:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 22226

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


หลัก ๗ อ.

อ. ที่ ๑ อิทธิบาท หรือทางสู่ความสำเร็จ ๔ ประการ ประกอบด้วย

ฉันทะ ความพอใจ คือพอใจที่จะต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป อย่างยาวนาน และพอใจที่จะดูแลร่างกายและจิตใจให้มีสุขภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ

วิริยะ คือ ความพากเพียรพยายามที่จะดูแลร่างกายและจิตใจให้ดีที่สุด

จิตตะ คือความเอาใจใส่ในการดูแลร่างกายและจิตใจอย่างไม่ย่อท้อ และ

วิมังสา คือ ความรอบคอบรัดกุมในการดูแลร่างกายและจิตใจ โดยใช้สติปัญญาพิจารณาไตร่ตรองวิธีการดูแลร่างกายและจิตใจให้ได้ผลดีที่สุด

อ.ที่ ๒ อารมณ์ คือ พยายามทำให้จิตใจเบิกบานแจ่มใส ไม่เครียด ไม่กังวล

อ.ที่ ๓ อากาศ คือ พยายามอยู่ในที่โล่งเพื่อสูดลมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์

อ.ที่ ๔ อาหาร คือ พยายามเลือกกินอาหารที่ย่อยง่าย ไม่เป็นอาหารมะเร็ง

อ.ที่ ๕ ออกกำลังกาย คือ พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้ได้เหงื่อไคลสม่ำเสมอ

อ.ที่ ๖ เอนกายนอนพักผ่อน คือ พยายามเข้านอนแต่หัวค่ำตื่นแต่เช้า นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

อ.ที่ ๗ เอาพิษออกจากร่างกาย คือ พยายามขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะได้อย่างสะดวกทุกวัน

ผมเห็นว่าหลักการนี้น่าสนใจ จึงได้ดัดแปลงมาใช้กับตนเอง เฉพาะในส่วนที่ทำได้สะดวก ซึ่งก็ปรากฏว่าได้ผลดีอย่างน่าพอใจ

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.พ. 2017, 19:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 22226

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_209679

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร