วันเวลาปัจจุบัน 24 ก.ย. 2020, 01:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 110 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 10:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


amazing เขียน:
ไม่ทุกข์ก็สุขแล้ว


ดูเหมือนง่าย..แต่ใช่เลย

จุดสูงสุด...ยอดเยี่ยมที่สุด...ที่ทุกคนใฝ่หา...กลับอยู่ที่พื้น..ณ...จุดต่ำที่สุด...จุดที่น้อยที่สุด...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 12:07 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


สุข....เป็นคำตอบเดียวที่ทุกดวงจิต..แสวงหา

ดูได้จากที่ไหน?

เรื่องภายใน...สัมพันท์กับเรื่องภายนอก
เรื่องภายนอก...สะท้อน...เรื่องภายใน
โลกนอก...สะท้อน..โลกใน
สภาวะนอก...บ่งบอก..สภาวะใน
จักรวาลนอก...เกี่ยวเนื่องกับ..จักรวาลใน

เมื่อพิจารณาธรรมนอก...จึงต้องอย่าลืม...ดึงมาสู่ธรรมใน

สภาวะโลกภายนอก...

วันนี้เรามีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาบนโลกเมื่อเทียบกับร้อยปีที่แล้ว...พันปีที่แล้ว...มากมายขนาดไหน
ทุกสิ่งที่คิดค้น..คิดสร้างขึ้นมาก็ล้วนแล้วแต่เพื่อให้มนุษย์สุขสบายขึ้น..ทั้งนั้น

แล้ววันนี้....มนุษยชาติพบสุขอย่างที่หวังใว้แล้วหรือยัง?

ยิ่งมีสิ่งที่จะต้องหามาครอบครองมากเท่าไร....ดัชนีความสุขดูเหมือนจะลดลงมากเท่านั้น
แสดงว่า...เราพัตนามาผิดทาง...ใช่หรือไม่?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 14:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สุข....เป็นคำตอบเดียวที่ทุกดวงจิต..แสวงหา

ดูได้จากที่ไหน?

เรื่องภายใน...สัมพันท์กับเรื่องภายนอก
เรื่องภายนอก...สะท้อน...เรื่องภายใน
โลกนอก...สะท้อน..โลกใน
สภาวะนอก...บ่งบอก..สภาวะใน
จักรวาลนอก...เกี่ยวเนื่องกับ..จักรวาลใน

เมื่อพิจารณาธรรมนอก...จึงต้องอย่าลืม...ดึงมาสู่ธรรมใน

สภาวะโลกภายนอก...

วันนี้เรามีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาบนโลกเมื่อเทียบกับร้อยปีที่แล้ว...พันปีที่แล้ว...มากมายขนาดไหน
ทุกสิ่งที่คิดค้น..คิดสร้างขึ้นมาก็ล้วนแล้วแต่เพื่อให้มนุษย์สุขสบายขึ้น..ทั้งนั้น

แล้ววันนี้....มนุษยชาติพบสุขอย่างที่หวังใว้แล้วหรือยัง?

ยิ่งมีสิ่งที่จะต้องหามาครอบครองมากเท่าไร....ดัชนีความสุขดูเหมือนจะลดลงมากเท่านั้น
แสดงว่า...เราพัตนามาผิดทาง...ใช่หรือไม่?


พยายามหาคำตอบความนัยของท่าน แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ หากไม่เป็นการรบกวน แปลให้อีกทีครับ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 17:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4979


 ข้อมูลส่วนตัว


Rotala เขียน:

".... เหมือนแสงที่ส่องผ่านกระดาษแก้วที่เป็นสี แสงที่ออกไปมันก็จะเจือปนด้วยสีนั้น พอจิตคลายในช่วงนั้นความเจือปนก็จะน้อยลง ทำให้สภาวะที่ถูกรู้ รู้ด้วยความเป็นกลาง
มากขึ้น ชัดขึ้น จะคล้ายกับการทำสมาธิก่อนแล้วมากำหนดรู้จะชัดแต่จะต่างกันบางส่วน เหมือนความเป็นเป็นอิสระจะต่างกัน
แบบแรกกำหนดปัจจุบัน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป .....มีแต่สิ่งที่หมดไป....ดับไป....ดับไป...
จะเกิดอาการความคลายตัวของจิต..."

:b8: :b12:


:b32: :b32: :b32:

อิอิ อธิบายอย่างนี้ เอกอนรู้นะว่าท่านเห็นอะไร...

:b32: :b32: :b32:

:b4: :b4: :b4:

:b8: :b8: :b8:

:b1: :b1: :b1:

ไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้เรยเน๊อะ....

:b12: :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 19:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สุข....เป็นคำตอบเดียวที่ทุกดวงจิต..แสวงหา

ดูได้จากที่ไหน?

เรื่องภายใน...สัมพันท์กับเรื่องภายนอก
เรื่องภายนอก...สะท้อน...เรื่องภายใน
โลกนอก...สะท้อน..โลกใน
สภาวะนอก...บ่งบอก..สภาวะใน
จักรวาลนอก...เกี่ยวเนื่องกับ..จักรวาลใน

เมื่อพิจารณาธรรมนอก...จึงต้องอย่าลืม...ดึงมาสู่ธรรมใน

สภาวะโลกภายนอก...

วันนี้เรามีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาบนโลกเมื่อเทียบกับร้อยปีที่แล้ว...พันปีที่แล้ว...มากมายขนาดไหน
ทุกสิ่งที่คิดค้น..คิดสร้างขึ้นมาก็ล้วนแล้วแต่เพื่อให้มนุษย์สุขสบายขึ้น..ทั้งนั้น

แล้ววันนี้....มนุษยชาติพบสุขอย่างที่หวังใว้แล้วหรือยัง?

ยิ่งมีสิ่งที่จะต้องหามาครอบครองมากเท่าไร....ดัชนีความสุขดูเหมือนจะลดลงมากเท่านั้น
แสดงว่า...เราพัตนามาผิดทาง...ใช่หรือไม่?

พี่กบค่ะ สิ่งที่ถูกรู้ของพี่ เมื่อมันเกิดรู้ขึ้นมาแล้ว พี่เห็นสิ่งที่ถูกรู้มันดับไปรึป่าวค่ะ พี่เห็นความคิดนั้นผุดขึ้นมาแล้วจิตของพี่คลายความยึดมั่นในสิ่งที่ถูกรู้มั้ยค่ะ ถ้าจิตยังคลายไม่ได้ มันจะเป็นวิปัสนูกิเลส คือสิ่งที่ถูกรู้ของพี่กบมันยากที่จะอธิบายให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ถ้าจิตผู้นั้นยังเข้าไม่ถึง ต่อให้พี่พูดในสิ่งที่ถูกรู้บรรยายออกมาเป็นสายน้ำ ถ้าจิตบุคคลนั้นยังเข้าไม่ถึง ก็ไม่มีวันเข้าใจในสิ่งที่พี่อธิบายได้หรอกค่ะ :b1: :b27:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 20:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้ขณะที่คุนน้องนั่งกินข้าวอยู่ พอจิตคุนน้องเป็นสมาธิ ตัวปัญญาจะเกิดขึ้นทันที ทำให้คุณน้องเกิดความคิดนึงขึ้นมา เรากินอาหารเพื่อให้ร่างกายไม่หิว และดำรงอยู่ แท้จริงแล้วชีวิตต้องการแค่ อาหาร เครื่องนุ่งหุ่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค แล้วในชีวิตปัจจุบัณ อะไรเป็นปัจจัยให้เรามี อาหาร มีเครื่ิงนุ่งห่ม มีที่อยู่อาศัย มียารักษาโรค ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความจริงได้ว่า เรายังแสวงหาอยู่ซึ่งความไม่ทุกข์และความหลุดพ้น ในเมื่อเรามีชีวิตเราก็ต้องยังมีเหตุปัจจัยในการดำเนินชีวิต แต่ต้องเป็นไปด้วยความไม่เบียดเบียนผู้อื่น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 20:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ธ.ค. 2012, 15:49
โพสต์: 932


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สุข....เป็นคำตอบเดียวที่ทุกดวงจิต..แสวงหา

ดูได้จากที่ไหน?

เรื่องภายใน...สัมพันท์กับเรื่องภายนอก
เรื่องภายนอก...สะท้อน...เรื่องภายใน
โลกนอก...สะท้อน..โลกใน
สภาวะนอก...บ่งบอก..สภาวะใน
จักรวาลนอก...เกี่ยวเนื่องกับ..จักรวาลใน

เมื่อพิจารณาธรรมนอก...จึงต้องอย่าลืม...ดึงมาสู่ธรรมใน

สภาวะโลกภายนอก...

วันนี้เรามีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาบนโลกเมื่อเทียบกับร้อยปีที่แล้ว...พันปีที่แล้ว...มากมายขนาดไหน
ทุกสิ่งที่คิดค้น..คิดสร้างขึ้นมาก็ล้วนแล้วแต่เพื่อให้มนุษย์สุขสบายขึ้น..ทั้งนั้น

แล้ววันนี้....มนุษยชาติพบสุขอย่างที่หวังใว้แล้วหรือยัง?

ยิ่งมีสิ่งที่จะต้องหามาครอบครองมากเท่าไร....ดัชนีความสุขดูเหมือนจะลดลงมากเท่านั้น
แสดงว่า...เราพัตนามาผิดทาง...ใช่หรือไม่?
ที่จริงเราไม่ได้มาผิดทางหรอกครับ มนุษย์มีสิทธิ์ในการบริโภคกามยามที่กุศลธรรมแสดงตัวได้อย่างสมเหตุสมผล ด้วยการรู้เท่าทัน อย่างพระสูตรนีครับ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า เนื้อป่าที่ติดบ่วงนอนทับกองบ่วง พึงทราบ
ว่า เป็นสัตว์ที่ถึงความเสื่อมความพินาศ ถูกพรานกระทำได้ตามต้องการ เมื่อพรานเดินเข้ามาก็หนีไปไม่ได้ ตามปรารถนา ฉันใด สมณพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ใฝ่ฝัน ลุ่มหลง ติดพันไม่เห็นโทษ ไม่มีปัญญาที่จะคิดนำตนออก ย่อมบริโภคกามคุณ ๕ เหล่านี้ สมณพราหมณ์พวกนั้น.บัณฑิตพึงทราบว่า เป็นผู้ถึงความเสื่อมความพินาศ ถูกมารผู้ใจบาปกระทำได้ตามต้องการ ฉันนั้นสมณพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งไม่ใฝ่ฝัน ไม่ลุ่มหลง ไม่ติดพัน เห็นโทษ มีปัญญาที่จะคิดนำตนออก ย่อมบริโภคกามคุณ ๕ เหล่านี้
สมณพราหมณ์พวกนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า เป็นผู้ไม่ถึงความเสื่อมความพินาศไม่ถูกมารผู้ใจบาปกระทำได้ตามต้องการ. เหมือนอย่างว่า เนื้อป่าที่ไม่ติดบ่วง นอนทับกองบ่วง พึงทราบว่า เป็นสัตว์ไม่ถึงความเสื่อมความพินาศ ไม่ถูกพรานกระทำได้ตามต้องการเมื่อพรานเดินเข้ามา ก็หนีไปตามปรารถนา ฉันใด สมณพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งไม่ใฝ่ฝันไม่ลุ่มหลง ไม่ติดพัน เห็นโทษ มีปัญญาที่จะคิดนำตนออก ย่อมบริโภคกามคุณ ๕ เหล่านี้

สีแดงแบบลุ่มหลงเสร็จมารใจบาป สี่น้ำเงินพ้นมือมารใจบาป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 22:06 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


student เขียน:

พยายามหาคำตอบความนัยของท่าน แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ หากไม่เป็นการรบกวน แปลให้อีกทีครับ


ขออภัยครับ...ที่เขียนยังไม่สุด smiley

แต่ก็ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อนมาก....ตื้น ๆ ง่าย ๆ อยู่ตามประสาผมแหละครับ.. :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 22:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:

พี่กบค่ะ สิ่งที่ถูกรู้ของพี่ เมื่อมันเกิดรู้ขึ้นมาแล้ว พี่เห็นสิ่งที่ถูกรู้มันดับไปรึป่าวค่ะ พี่เห็นความคิดนั้นผุดขึ้นมาแล้วจิตของพี่คลายความยึดมั่นในสิ่งที่ถูกรู้มั้ยค่ะ ถ้าจิตยังคลายไม่ได้ มันจะเป็นวิปัสนูกิเลส คือสิ่งที่ถูกรู้ของพี่กบมันยากที่จะอธิบายให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ถ้าจิตผู้นั้นยังเข้าไม่ถึง ต่อให้พี่พูดในสิ่งที่ถูกรู้บรรยายออกมาเป็นสายน้ำ ถ้าจิตบุคคลนั้นยังเข้าไม่ถึง ก็ไม่มีวันเข้าใจในสิ่งที่พี่อธิบายได้หรอกค่ะ :b1: :b27:


ไหน ๆ มันก็เกิด....ขึ้นมาแล้ว....ก่อนมันดับ...ขอใช้ประโยชน์จากมันก่อนนะ.. :b13: :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 22:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


amazing เขียน:
ที่จริงเราไม่ได้มาผิดทางหรอกครับ มนุษย์มีสิทธิ์ในการบริโภคกามยามที่กุศลธรรมแสดงตัวได้อย่างสมเหตุสมผล ด้วยการรู้เท่าทัน อย่างพระสูตรนีครับ



การรู้เท่าทัน...หากรู้ทันทุกคำข้าว...จึงจะเชื่อว่ารู้เท่าทันแล้ว...อิอิ
หากรู้แล้วตัดสงบเลย...หยุดเพียงเท่านี้ก็ยังเป็นสมถะอยู่...แล้ว..ระวังอวิชชาให้ดี..มันชอบหยิบตรงนี้มากล่อมเราเสมอ... s002

แต่ถ้าเคยรู้ทันแล้วพิจารณาจนเห็นเหตุชัดเจน....การรู้เท่าทันครั้งหลัง ๆ ...จิตจะระลึกถึงที่เคยพิจารณาทันที... สมถะกับวิปัสสนามันถึงจะอยู่ในตัวเดียวกัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มี.ค. 2013, 22:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
:b32: :b32: :b32:

อิอิ อธิบายอย่างนี้ เอกอนรู้นะว่าท่านเห็นอะไร...

:b32: :b32: :b32:

:b4: :b4: :b4:

:b8: :b8: :b8:

:b1: :b1: :b1:

ไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้เรยเน๊อะ....

:b12: :b12: :b12:

เขาเห็นอะไรกันนะ.....อยากรู้...จุงเบย cry


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 00:33 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:

สภาวะโลกภายนอก...

วันนี้เรามีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาบนโลกเมื่อเทียบกับร้อยปีที่แล้ว...พันปีที่แล้ว...มากมายขนาดไหน
ทุกสิ่งที่คิดค้น..คิดสร้างขึ้นมาก็ล้วนแล้วแต่เพื่อให้มนุษย์สุขสบายขึ้น..ทั้งนั้น

แล้ววันนี้....มนุษยชาติพบสุขอย่างที่หวังใว้แล้วหรือยัง?

ยิ่งมีสิ่งที่จะต้องหามาครอบครองมากเท่าไร....ดัชนีความสุขดูเหมือนจะลดลงมากเท่านั้น
แสดงว่า...เราพัตนามาผิดทาง...ใช่หรือไม่?


บ้าน....มีใว้ป้องกันภัยร้อนหนาว...ให้แก่กายเรา...ไฟฟ้า...ทีวี...ตู้เย็น..เครื่องซักผ้า...เตาแก๊ส..เตารีด..พัดลม..แอร์...ก็ล้วนแต่เพื่อให้ร่างกายได้อยู่สบาย...คิดแต่ว่า...กายสบายแล้วใจจะสบาย

ทำงานไปเก็บเงินไป....ตาก็หมายไปถึงแต่สิ่งของที่คิดว่า...จะนำความสุขสบายมาให้

ขอดีก็มักจะแพง...ของแพงก็ใช้ตังค์เยอะ...จะเก็บตังค์เยอะ ๆ.ก็ต้องทำงาน...มีงานก็รักษางาน...บางคนรักษางานด้วยการฟาดฟันลูกค้า...บางคนรักษางานด้วยการฟาดฟันเพื่อนร่วมงาน...บางคนรักษางานด้วยการเก็บความลับของงานไม่บอกใคร...บางคนรักษางานด้วยการเป็นคนดีมีน้ำใจ...ทำทุกอย่างเพื่อรักษางาน....ดั่งจะเห็นคำขวัญที่ว่า...."งานคือเงิน..เงินคืองาน...บันดาลสุข"

กว่าจะได้ของที่หมายตาใว้....ทุกข์ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง...ก็ไม่รู้

ได้ของมา...ได้บ้านได้รถ..เครื่องใช้ไม้สอย....ก็ไม่อยากให้มันหายไป....ไม่อยากให้มันหายก็ต้องเฝ้า...ตัวเฝ้าไม่ได้..ก็ให้รั่วเฝ้า...สร้างรั่ว...สร้างลูกกรงเหล็ดดัด...เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว..ติดสัญญาณกันขโมย...แม้จะมีของสารพัดใว้รักษา....แต่ตัวก็ยังไม่วายเฝ้าห่วงหวงแหน....ทุกข์...ก็ไม่เห้นอาการของทุกข์

(ก่อนจะมี...ก็คิดว่าจะมีมันเพื่อเรา....พอมีมัน...เรากลับต้องไปเฝ้ามัน....บ้าดีมั้ย)

ที่สุด...หากรักษาของนั้นไม่ได้...ของมันหายไปหรือสลายไป....ก็ไปหาซื้อมาแทน...ทุกข์ก็ไม่เข็ด

จิตอวิชชา...หลงรูปหลงสังขาร...ก็ย้ายตัวไปอยู่ในบ้าน..เป็นนามรูป....นามทำทุกอย่างเพื่อรักษารูปตามเจตนาแห่งอวิชชา....แม้ที่สุดรูปต้องสลายไป...ใจแห่งอวิชชาก็ไปสร้างรูปใหม่...แล้วก็เกาะรูปใหม่...รวดเร็วเป็นอัตโนมัต (โปรแกรมมิจฉาญาณ)

เท่านี้ยังไม่พอ...ยังสร้างสุขเทียม...ใว้ฉโลมมิจฉาญาณให้อยู่หยั้งยืนยง...ไปอีกนานเท่านาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 00:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


แรกเริ่มเดิมที...ห้องมันว่าง....(สบายก็ไม่รู้ว่าสบาย....นี้แหละมั้งอวิชชา...)

ทุกวันนี้....ของเต็มห้องไปหมด....(ก็ให้เห็นความไม่สบายที่ต้องดูแลของ....ทุกข์พึงกำหนดรู้)

งานที่ต้องทำ....ทำความสะอาดห้อง....(มรรค 8)

จุดหมายปลายทาง.....ห้องว่าง...

สุขที่แท้จริง....มันน่าจะอยู่ตรงห้องว่าง ๆ....ไม่ต้องมีอะไรให้รักษา

เราต้องกลับไปเป็นห้องว่าง ๆ อีกครา....กลับไปพร้อมประสพการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 02:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
แรกเริ่มเดิมที...ห้องมันว่าง....(สบายก็ไม่รู้ว่าสบาย....นี้แหละมั้งอวิชชา...)

ทุกวันนี้....ของเต็มห้องไปหมด....(ก็ให้เห็นความไม่สบายที่ต้องดูแลของ....ทุกข์พึงกำหนดรู้)

งานที่ต้องทำ....ทำความสะอาดห้อง....(มรรค 8)

จุดหมายปลายทาง.....ห้องว่าง...

สุขที่แท้จริง....มันน่าจะอยู่ตรงห้องว่าง ๆ....ไม่ต้องมีอะไรให้รักษา

เราต้องกลับไปเป็นห้องว่าง ๆ อีกครา....กลับไปพร้อมประสพการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาว


แม้มีห้องว่าง ก็จงทำลายห้องนั้นให้พังดับลงซะเลย รื้อหลังคาออก เสานั้นตัดให้ขาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ทุบผนังห้องอย่าให้เหลือเป็นรูปร่าง เหมือนกับที่พระพุทธเจ้ากล่าวตอนตรัสรู้ครับ ต้องเป็นอย่างนั้น

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 08:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


student เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
แรกเริ่มเดิมที...ห้องมันว่าง....(สบายก็ไม่รู้ว่าสบาย....นี้แหละมั้งอวิชชา...)

ทุกวันนี้....ของเต็มห้องไปหมด....(ก็ให้เห็นความไม่สบายที่ต้องดูแลของ....ทุกข์พึงกำหนดรู้)

งานที่ต้องทำ....ทำความสะอาดห้อง....(มรรค 8)

จุดหมายปลายทาง.....ห้องว่าง...

สุขที่แท้จริง....มันน่าจะอยู่ตรงห้องว่าง ๆ....ไม่ต้องมีอะไรให้รักษา

เราต้องกลับไปเป็นห้องว่าง ๆ อีกครา....กลับไปพร้อมประสพการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาว


แม้มีห้องว่าง ก็จงทำลายห้องนั้นให้พังดับลงซะเลย รื้อหลังคาออก เสานั้นตัดให้ขาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ทุบผนังห้องอย่าให้เหลือเป็นรูปร่าง เหมือนกับที่พระพุทธเจ้ากล่าวตอนตรัสรู้ครับ ต้องเป็นอย่างนั้น

พระพุทธเจ้ากล่าวตอนตรัสรู้ว่าอย่างไรค่ะ ช่วยอธิบายให้ชัดเจนด้วยเจ้าค่ะ :b8:
แล้วพวกท่านพูดเรื่ิองอะไรกันอยู่หรือค่ะ มีห้องว่างก็จงทำให้ห้องนั้นดับลง รื้อหลังคาออกตัดเสาทิ้ง ทุบห้องพัง (มึนตึ๊บ) :b14:
สัจธรรมความจริงก็มีแค่ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอาศัยเหตุปัจจัย ไม่มีอะไรเป็นเรา ไม่มีอะไรเป็นของเรา ไม่มีเรา ไม่มีเขา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เป็นอนัตตา แล้วถ้าจิตเข้าถึงแล้ว จะไปรื้อห้องเอาหลังคาออกให้เหนื่อยทำไม ก็ในเมื่อเห็นอยู่ว่ามันเป็นอนัตตา ไม่ได้ยึดว่าสิ่งนั้นเป็นของเราเป็นของเขา จิตมันก็ต้องปล่อยวางสิเจ้าค่ะ :b1:
สรรพวิขาที่คุณน้องมีจะสอนให้ผู้อื่นใช้ชีวิตอยู่ด้วยความสงบปราศจากทุกข์ คงไม่สามารถสอนให้นิพพาน เพราะคุณน้องไม่ใช่พระอรหันต์ เพราะเหตุนี้ความรู้ที่คุนน้องมีจะเป็นสรรพวิชาเพื่อให้ผู้อื่นดำรงชีวิตอย่างสันติสุข เพราะถ้าศาสนาจะสูญสิ้นไป คุณน้องกลัวมนุษย์โลกจะไม่ได้ถึงฝั่งพระนิพพานแต่จะไปอบายภูมิซะส่วนใหญ่ เลยต้องเร่งความเพียรตั้งแต่ชาตินี้ smiley


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 110 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron