วันเวลาปัจจุบัน 19 ก.ย. 2020, 09:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 62 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ส.ค. 2012, 04:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
แสงแห่งพระธรรม เขียน:

ใช่ๆๆๆๆๆๆเดียวนี้ต้องนั่งสมาธิในห้องแอร์.


อิจฉาละซี้.... :b32:

.....

คนที่เขานั่งกรรมฐานในห้องแอร์...ก็บุญกรรมที่เขาทำมาทั้งนั้น...แหละครับ....ไม่มีอะไรไม่เกิดแต่เหตุ

แต่ก็สงสารคนที่ยึดแต่รูปลักษณ์ภายนอก....ว่าต้องกันดารบ้าง...ลำบากบ้าง...มืด ๆ อยู่ในป่าบ้าง...วัดเก่า ๆ โทรม ๆ ก็คิดว่าแบบนี้จึงเรียกว่าอยู่อย่างสมถะบ้าง.....เรียกว่ามีอุปาทานในรูป....แต่กลับไม่รู้ตัว...

เอิ๊ก...เอิ๊ก....เอิ๊ก...


ผมว่าคนที่ยึด...นะ...คุณตะวัน...ไม่ได้ไปว่าธุดงควัตร ไม่ดี

เห็นกันเยอะ...มาก...คิดแต่ต้องไปวัดที่ห่างไกล..จึงจะเข้าท่า...วัดวาเต็มกรุงเทพ..ว่าไม่ดี

ยังไม่เคยไปเลย....วัดในกรุงเทพ....ได้แต่คิดนึกเอง...ไปมาแล้วก็ว่าไปอย่าง

ถ้าไม่ยึด...มีหรือจะออกอาการเพ่งโทษคนอื่น...(ว่าดี...ว่าไม่ดี)

จะทำดีทั้งทีดันคิดมาก...ต้องอย่านั้น...ต้องอย่านี้...ทีตอนกิเลสตัญหามันเกิด...ไม่หยักกะเลือกให้มันเกิดตามสถานที่

นักปฏิบัติ...ต้องฉลาด...

ต้องฉลาดรู้ว่านิสัยของตน....ต้องดัดด้วยอะไร...เราก็ทำไปตามเหตุปัจจัยของเรา...

ตอนไหนต้องเตะ...ก็เตะ
ตอนไหนต้องถีบ..ก็ต้องถีบ
ตอนไหนต้องปลอบ...ก็ปลอบ
ตอนไหนต้องฟัน...มันก็ต้องฟัน

ฟันไม่ถูกที่...ปลอบไม่ถูกเวลา...มันก็คนบ้าเท่านั้นเอง :b12:

กะลาว่าตัวเองเหรอ เห็นชอบกระแนะกระแหน่ครูบาอาจารย์คนอื่นบ่อยๆ
ไอ้ที่ว่าเขาสั่งอาหารตามเหลาน่ะ เห็นเงียบมาตั้งนานนึกว่าจะเลิกแล้วที่แท้
มันซ่อนอยู่
คุณกะลามีศีลเหมือนมีดพก วันไหนจะเอาศีลมาด่าคนอื่น
ก็กดสปิงเอาใบมีดออกมาจ้วงแทงคนอื่นอย่างเมามัน วันไหนตัวเองทำบ้าง
ก็พับใบมีดเก็บใส่กระเป๋าทำไม่รู้ไม่ชี้ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ส.ค. 2012, 17:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


ภิกษุณีนันทญาณี สตรีผู้สร้าง..."อารามแห่งความดับทุกข์”
สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๘

โดยมี คณะคุณวรรณา กาญจนภิญโญวงศ์ ถวายที่ดินกว่า ๖ ไร่ อ.นาทนิตย์ และ คุณสามารถ สุทธางคกูล ถวายเพิ่มอีกกว่า ๒ ไร่ ส่วนอีกฝั่งถนนหนึ่ง มีเนื้อที่กว่า ๑๐ ไร่ มีเจ้าภาพหลายคนร่วมกันถวาย

ดังนั้น รวมที่ดิน ๒ ฝั่งถนนทั้งหมด ๑๙ ไร่ ทั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก พระภาวนาวิสุทธาจารย์ (หลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร) วัดอภิญญาเทสิตธรรม (วัดนาหลวง) อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ตั้งชื่อให้ว่า “สำนักปฏิบัติธรรมนิโธาราม” อันมีความหมายเป็นมงคลว่า “อารามแห่งความดับทุกข์” โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการก่อตั้งสำนักฯ ๒ ประการ คือ ๑.เพื่ออนุเคราะห์แก่สตรีที่ตั้งใจมาดำเนินชีวิตบนวิถีแห่งศีล สมาธิ ปัญญา ตามรอยพระพุทธเจ้า โดยมี ท่านแม่ชี นันทญาณี เป็นผู้อบรมสั่งสอนตามพระพุทธพจน์ และ ๒. เพื่อรองรับผู้ปฏิบัติธรรมจากหน่วยงานราชการ เอกชน และผู้สนใจใฝ่ธรรมทั่วไป ที่ได้ติดต่อขอเข้ารับการอบรมธรรมะทั้งในรูปแบบค่ายอบรม และเข้ามาปฏิบัติธรรมเป็นการส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีญาติโยมจำนวนมากได้เข้ามาปรารภกับ ท่านภิกษุณีนันทญาณี (อดีต แม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ) ถึงสภาพปัญหาของสังคมว่า ในปัจจุบันมีคนที่มีความทุกข์ทางใจในการดำเนินชีวิตมากขึ้น และก็ได้ขอร้องให้ท่านแม่ชีรุ้งเดือน พร้อมด้วยคณะแม่ชี ๕ รูป ผู้ที่ได้ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นเวลาสิบกว่าปี ให้ช่วยนำพระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้ามาช่วยแนะนำพร้อมทั้งเผยแผ่พร่ำสอนให้ชาวบ้าน ได้มีหลักธรรมในการดำเนินชีวิต ให้เกิดประโยชน์และความสุขแก่ทั้งครอบครัวตนเองและบุคคลอื่น

ต่อมา พ.ศ. ๒๕๔๖ ศ.เกียรติคุณ ดร.ไมตรี สุทธจิตต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้บริจาคที่ดินบริเวณทางเข้าเขื่อนแม่กวง อ.ดอยสะเก็ด จำนวน ๑๖ ไร่ แก่มูลนิธินิโรธาราม เพื่อใช้ประโยชน์เป็นพุทธสถาน จึงได้มีการก่อตั้ง สำนักปฏิบัติธรรมสุทธจิตต์ (นิโรธาราม สาขา ๒) ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามาปฏิบัติธรรม ประกอบกิจกรรมการกุศลต่างๆ ให้เกิดความสงบและสติปัญญาทางจิตใจ รวมถึง เพื่อรองรับการขยายตัวของนักบวชสตรีนิโรธาราม

ปัจจุบัน สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และสำนักปฏิบัติธรรมสุทธจิตต์ (นิโรธาราม ๒) อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ อยู่ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธินิโรธาราม โดยมีท่านภิกษุณีนันทญาณี เป็นประธานมูลนิธิ และเป็นผู้อบรมสั่งสอนปกครองนักบวชทั้ง ๒ สำนัก

สำหรับประวัติความเป็นมาของ ท่านภิกษุณีนันทญาณี มีนามเดิมว่า รุ้งเดือน สุวรรณ กำเนิดที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ ๕๔ ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นรุ่นที่ ๑ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ปัจจุบัน ท่านดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธินิโรธาราม และเป็นหัวหน้าสำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ท่านเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนธรรมะและเผยแผ่ธรรมะ โดยนำพระพุทธพจน์จากพระไตรปิฎกมาอธิบายทำให้เข้าใจง่าย และบอกสอนแก่บรรดาศิษย์ทั้งในและนอกสำนักจากทั่วสารทิศ นับเป็นเวลากว่า ๓๐ ปี

ในอดีต น.ส.รุ้งเดือน เริ่มสนใจศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า นับตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ ๒ โดยศึกษาเรื่องอริยสัจ ๔ และปฏิจจสมุปบาท จากหนังสือธรรมะของ ท่านพุทธทาสภิกขุ

ครั้งนั้นเองท่านพบว่า คำสอนของพระพุทธเจ้า...ตอบคำถามชีวิตตนได้ว่า...เกิดมาทำไม ท่านพบว่า...คำสอนของพระองค์ยังชี้แนวทางสู่ความพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง นับแต่นั้นมา ท่านจึงเริ่มเดินตามรอยพระพุทธเจ้า โดยเริ่มเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเอง จากที่เคยแต่งตัวสวยงาม ดูหนังฟังเพลงตามประสาวัยรุ่น ที่หมุนตามกระแสในสังคมขณะนั้น หันมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มุ่งพัฒนาเรื่องจิตใจมากกว่าจะสนใจเรื่องรูปกายภายนอก

กระทั่งเมื่อขึ้นปี ๓ จึงตัดสินใจพักจากการเป็นนักศึกษาในรั้วของมหาวิทยาลัย ไปเป็นนักศึกษาในร่มพระธรรมที่สำนักปฏิบัติธรรมของท่านอุบาสิกา ที่เขาสวนหลวง จ.ราชบุรี เป็นเวลา ๑ ปี เพราะต้องการพิสูจน์ชีวิตพรหมจรรย์ด้วยการฝึกฝนอย่างจริงจัง

ประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้ท่านยิ่งมีความมั่นใจในแนวทางของพระพุทธเจ้า ท่านจึงได้กลับมาเรียนต่อศึกษาจนจบ และออกมาทำงานรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างเข้มแข็งเป็นเวลา ๒ ปี

และตัดสินใจเข้าสู่ชีวิตพรหมจรรย์อย่างแท้จริง ด้วยการบวชเป็นแม่ชีใน พ.ศ. ๒๕๒๓ เมื่ออายุได้ ๒๕ ปี และเลิกใช้เงินในบัดนั้น ด้วยคิดว่า แม้จะทำงานรับใช้ศาสนาและดูเหมือนเป็นคนดีในสายตาของคนทั่วไป แต่ตนรู้อยู่ภายในว่า โลภ โกรธ หลงยังมีอยู่ จึงตัดสินใจบวชเพื่อแสวงหาความสิ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง

แม่ชีรุ้งเดือน บรรพชาเป็นสามเณรี เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๙ และการอุปสมบทเป็นภิกษุณี เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๑ ที่ประเทศศรีลังกา ก็ต้องอาศัยความเมตตากรุณาจากพระภิกษุสงฆ์ไทย ที่ท่านให้การรับรองความประพฤติ อีกทั้งอาศัยการยอมรับ และความไว้วางใจของพระภิกษุสงฆ์ และพระภิกษุณีสงฆ์ศรีลังกา ในการทำพิธีให้ กระทั่งเมื่อกลับมาอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในประเทศไทย ก็ยังต้องอาศัยบารมีธรรมของคณะพระเถรานุเถระ อันได้แก่ พระเทพสิทธาจารย์ วิ. (หลวงปู่ทอง) ท่านเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งฝ่ายมหานิกาย และฝ่ายธรรมยุต รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ท่านเจ้าคณะอำเภอ ทั้ง อ.ดอยสะเก็ด และอ.จอมทอง ท่านเจ้าคณะตำบลดอยแก้ว และตำบลลวงเหนือ รวมถึง พระภิกษุสงฆ์ไทยอีกหลายรูป ที่ได้ให้ความเมตตาอนุเคราะห์ คณะภิกษุณีและคณะนักบวชสตรี สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม ได้อยู่ประพฤติพรหมจรรย์อย่างร่มเย็นเป็นสุข อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ได้มีส่วนช่วยเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าในรูปแบบต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน มีหน่วยงานและสถาบันต่างๆ มาขอรับการอบรมที่สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม โดยการแสดงธรรมของท่านสามเณรีนันทญาณี เป็นจำนวนมากติดต่อกันหลายปี
อาทิ เป็นสถานที่รองรับให้ผู้หญิงได้เข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาตามแนวทางพระไตรปิฎก และใช้เป็นสถานที่ในการอบรมค่ายคุณธรรม จริยธรรม โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น

มาขอจัดค่ายคุณธรรม จริยธรรม ตั้งแต่พ.ศ.๒๕๓๘ จนถึงปัจจุบัน รวม ๗๐ กว่ารุ่น ทั้งได้รับการเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษถวายความรู้แก่คณะพระภิกษุสงฆ์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาราชวิทยาลัย (มจร.) รวมถึง หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่างๆ เป็นต้น ด้วยศรัทธาในทางดำเนินชีวิตอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า

เรื่อง - ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ส.ค. 2012, 18:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2011, 22:53
โพสต์: 705

แนวปฏิบัติ: รู้สึกตัว
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จิตที่แท้นั้นย่อมสถิตอยู่ในกายกายใดก็ได้ โดยไม่แบ่งชาติ วรรณะ เพศ วัย ภาษา

ย่อมขับแสงแห่งความชุ่มเย็นออกมากระจ่าง ตามกำลังโพธิจิต เป็นการกระทำที่ชุ่มเย็น เกื้อกูลดุจกัน :b8:

.....................................................
"ธรรมะเป็นปัจจัตตัง ต้องทำเอง รู้เอง เห็นเอง เข้าใจเอง"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ส.ค. 2012, 21:45 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2012, 21:02
โพสต์: 127


 ข้อมูลส่วนตัว


<ตะวัน> เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
แสงแห่งพระธรรม เขียน:

ใช่ๆๆๆๆๆๆเดียวนี้ต้องนั่งสมาธิในห้องแอร์.


อิจฉาละซี้.... :b32:

ต้องเข้าใจว่า....บุญกรรมทำมาไม่เหมือนกัน...นะคราบบ... อิ....อิ..... :b12:

เคยได้ยินเรื่อง...อรหันต์ทานข้าวไม่อิ่มในสมัยพุทธกาล..มั้ยครับ?

เป็นอรหันต์...นะนั้นนะ...ใช่เล็กน้อย...แค่กรรมที่เคยสั่งคนใช้ขุดเอาเม็ดข้าวที่มดขนลงรูคืน...มาสนองเข้าเท่านั้นเอง....แต่ก็เป็นอรหันต์นะ...กลับกินข้าวไม่เคยอิ่ม....อ่ออิ่มวันเดียว...คือวันนิพพาน...

คนที่เขานั่งกรรมฐานในห้องแอร์...ก็บุญกรรมที่เขาทำมาทั้งนั้น...แหละครับ....ไม่มีอะไรไม่เกิดแต่เหตุ

แต่ก็สงสารคนที่ยึดแต่รูปลักษณ์ภายนอก....ว่าต้องกันดารบ้าง...ลำบากบ้าง...มืด ๆ อยู่ในป่าบ้าง...วัดเก่า ๆ โทรม ๆ ก็คิดว่าแบบนี้จึงเรียกว่าอยู่อย่างสมถะบ้าง.....เรียกว่ามีอุปาทานในรูป....แต่กลับไม่รู้ตัว...

เอิ๊ก...เอิ๊ก....เอิ๊ก...



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
<ตะวัน> เขียน:

ผมว่า ความกันดาร ความลำบาก จะเป็นตัวช่วยให้

ฝึกทรมานจิตให้มันไม่ดื้อมากได้ง่ายขึ้นต่างหาก
ไม่ได้เป็นการติดรูปลักษณ์ภายนอกนะ
และไม่ได้เป็นอุปาทานในรูปอะไรทั้งสิ้น

แต่เป็นตัวช่วยให้สามารถควบคุมจิตไม่ให้ดิ้นรนแส่ส่าย
ช่วยให้จิตเข้าถึงความสงบเย็นได้เร็วขึ้นต่างหาก
ไม่งั้น...พระพุทธองค์ท่านจะทรงบัญญัติธุดงค์ข้ออยู่ป่า
เป็นวัตร อยู่ป่าช้าเป็นวัตร ไว้ใน ธุดงควัตร 13 หรอกเหรอ

ธุดงควัตร ก็คือ ข้อปฏิบัติเพื่อปราบทำลายกิเลสอย่างเยี่ยม
หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่าย จะเรียกว่าเป็น...อาวุธหนัก...
ระดับนิวเคลียร์
ก็ได้ ไม่ใช่อาวุธเบาแบบ ปืนแก๊ป
ถ้าเอาไปใช้ถล่มกิเลสเมื่อไร กิเลสต้องกระเจิงเมื่อนั้น

แต่กลับไม่ค่อยมีคนจะกล้าเอาไปใช้เท่าไร
เพราะ....ใจไม่ถึง....ใจไม่เด็ด...
ก็เลย ไม่กล้าเอาไปใช้ฆ่ากิเลส
ชอบเอาแต่อาวุธเบาๆ อย่าง...มีดปอกผลไม้...(ศีลห้า)

จะเอาไปฆ่ากิเลสซึ่งเปรียบเหมือนกับยักษ์ใหญ่ แล้ว

เมื่อไหร่จะฆ่ามันได้สักทีหนอ??????



.................+++++++++++++++++++++++++....................

กบนอกกะลา เขียน :


ผมว่าคนที่ยึด...นะ...คุณตะวัน...ไม่ได้ไปว่าธุดงควัตร ไม่ดี

เห็นกันเยอะ...มาก...คิดแต่ต้องไปวัดที่ห่างไกล..จึงจะเข้าท่า...วัดวาเต็มกรุงเทพ..ว่าไม่ดี

ยังไม่เคยไปเลย....วัดในกรุงเทพ....ได้แต่คิดนึกเอง...ไปมาแล้วก็ว่าไปอย่าง

ถ้าไม่ยึด...มีหรือจะออกอาการเพ่งโทษคนอื่น...(ว่าดี...ว่าไม่ดี)

จะทำดีทั้งทีดันคิดมาก...ต้องอย่านั้น...ต้องอย่านี้...ทีตอนกิเลสตัญหามันเกิด...ไม่หยักกะเลือกให้มันเกิดตามสถานที่

นักปฏิบัติ...ต้องฉลาด...

ต้องฉลาดรู้ว่านิสัยของตน....ต้องดัดด้วยอะไร...เราก็ทำไปตามเหตุปัจจัยของเรา...

ตอนไหนต้องเตะ...ก็เตะ
ตอนไหนต้องถีบ..ก็ต้องถีบ
ตอนไหนต้องปลอบ...ก็ปลอบ
ตอนไหนต้องฟัน...มันก็ต้องฟัน

ฟันไม่ถูกที่...ปลอบไม่ถูกเวลา...มันก็คนบ้าเท่านั้นเอง :b12:


...........................++++++++++++++++................................


<ตะวัน> เขียน :



ขอยกเอาไปว่ากันต่อที่ กระทู้.......ไว้คุยธรรมะ.......แล้วกันเน้อท่านกบฯ

กระทู้.........ไว้คุยธรรมะ...........
viewtopic.php?f=1&t=42867


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ส.ค. 2012, 23:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


huh ภิกษุณี หมดไปแล้ว เมล็ดทุกเมล็ดไม่เหลือ กิ่งหน่อต้น ก็ตายแห้ง

ไม่ทราบว่า พวกนี้ เก่งกว่า ศาสดา มาจากไหน
แบงค์ปลอม ภิกษุณีปลอมๆ สังเวธ สลดมาก ... โสเภณี ยัง เป็นอริยะบุคคลได้
แต่ พวกที่ไม่ฟังไม่เชื่อคำตรัสพุทธองค์ จะมีธรรม สถิตใจได้อย่างไรกัน
แม่ชีก็ปฏิบัติให้ เห็นธรรมได้ ผิดตั้งแต่เริ่ม ที่ผิด ก็ยั้งให้ผิดมากขึ้นไปอีก ยิ่งกว่า เทวทัต พวกนี้กลับตัวไม่ได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 00:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


jojam เขียน:
huh ภิกษุณี หมดไปแล้ว เมล็ดทุกเมล็ดไม่เหลือ กิ่งหน่อต้น ก็ตายแห้ง

ไม่ทราบว่า พวกนี้ เก่งกว่า ศาสดา มาจากไหน
แบงค์ปลอม ภิกษุณีปลอมๆ สังเวธ สลดมาก ... โสเภณี ยัง เป็นอริยะบุคคลได้
แต่ พวกที่ไม่ฟังไม่เชื่อคำตรัสพุทธองค์ จะมีธรรม สถิตใจได้อย่างไรกัน
แม่ชีก็ปฏิบัติให้ เห็นธรรมได้ ผิดตั้งแต่เริ่ม ที่ผิด ก็ยั้งให้ผิดมากขึ้นไปอีก ยิ่งกว่า เทวทัต พวกนี้กลับตัวไม่ได้

พูดจายังมีสังโยชน์อัตตา วิจิกิจฉาอัดเต็มแบบนี้ รับรองเจอวิบากกรรมทางวจีทุจริต ถ้าไม่เลิกพฤติกรรมจาบจ้วงอริยะเจ้าแบบนี้ เอาโสเภนีมาเปรียบเทียบ(ไม่มีสมอง) ถ้าคิดว่าโสเภณีเป็นอริยะบุคคลได้ก็ไปเป็นซะสิมีลูกสาวก็ลองให้ลุกเป็นด้วยนะ ไม่ได้ต่อว่าอาชีพของเค้าหรอกนะ แต่เค้าเลือกไม่ได้ถึงต้องเป็นแบบนั้น แต่คนบางคนไม่รู้จักกาละเทศะ พูดไม่ใช้สติคิดก่อนพูด ปกติคุนน้องจะของขึ้นกับพวกลูกศิษพระเทวทัตเหมือนกันอ่ะ แล้วไม่กลัวพวกมารด้วย พระพุทธองค์เป็นสักขีพยานเลย
ไม่มีใครหนีกฏแห่งกรรมพ้นหรอก วจีกรรมก้อเหมือนกัน จบป่ะ :b6: onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 00:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ขึ้นชื่อว่าได้เป็นพระ ห่มจีวร นั่นก็หมายถึงตัวแทนพระศาสดา พุทธศาสนิกกชนต้องมีความเคารพศรัทธา ถ้าปฏิบัติตรงแล้วย่อมมีความเลื่อมใสศรัทธาใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่แบ่งฝักฝ่ายใดทั้งนั้น เพราะสัจธรรมคือหนึ่งเดียวกัน แต่ก็มีบางคนมิจฉาทิฏฐิเต็มประดาแฝงตัวมาชอบเอาอัตตาทิฏฐิของตน กล่าวร้ายจาบจ้วงพระ ไม่ว่าพระจะปฏิบัติดีหรือปฏิบัติไม่ดี เราไม่มีสิทธิ์ไปพาดพิงพระ ระวังกบาลกินหัว ตายไปก็เป็นเปรตเที่ยวขอส่วนบุญส่วนกุศลผู้อื่น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 00:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=15
นางสิริมา หญิงโสเภณีผู้บรรลุโสดาบัน

ห่มจีวร ต้นไม้ ก็ไปไหว้ต้นไม้หรือ? ในธรรมวินัย จะยกขึ้นเป็นสงฆ์ได้ ด้วยเหตุใด
หากไม่เชื่อไม่กระทำ ไม่อาจบวชในธรรมวินัย จะยกขึ้นเป็นสงฆ์ได้อย่างไร อันนี้ไม่มีเหตุ
ไม่มีวงศ์สังฆกรรมรองรับ จึงเรียกว่า ปลอม แค่นี้ไม่ เข้าใจหรือ? ชอบของปลอม กันหรือ..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 00:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


พระภิกษุณี ควรมีหรือไม่ ? (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)

viewtopic.php?f=7&t=18744

“ประกาศห้ามพระเณรไม่ให้บวชหญิงเป็นบรรพชิต หญิงซึ่งจักได้สมมติตนเป็นสามเณรี โดยถูกต้องพระพุทธานุญาตนั้น ต้องสำเร็จด้วยนางภิกษุณีให้บรรพชาเพราะพระองค์ทรงอนุญาตให้นางภิกษุณีมีพรรษา ๑๒ ล่วงแล้ว เป็นปวัตตินี คือเป็นอุปัชฌาย์ ไม่ได้ทรงอนุญาตให้ภิกษุเป็นอุปัชฌาย์ นางภิกษุณีหมดสาบสูญชาติเชื้อสายมานานแล้ว เมื่อนางภิกษุณีผู้รักษาขนบธรรมเนียมสืบต่อสามเณรีไม่มีแล้ว สามเณรีผู้บวชสืบต่อมาจากภิกษุณีก็ไม่มี เป็นอันเสื่อมสูญไปตามกัน

ผู้ใดให้บรรพชาเป็นสามเณรี ผู้นั้นชื่อว่าบัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติ เพิกถอนสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แล้ว เป็นเสี้ยนหนามแก่พระศาสนา เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี”

“เพราะเหตุนี้ ห้ามไม่ให้พระเณรทุกนิกายบวชหญิงเป็นภิกษุณี เป็นสิกขมานา และเป็นสามเณรี ตั้งแต่นี้ไป

ประกาศแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๑”
ลงพระนามข้างท้ายว่า “กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์”

คงเห็นพ้องต้องกันแน่ว่าพระบัญชานี้ทันสมัย ทันกับเหตุการณ์ขณะนี้อย่างยิ่ง จะเป็นคุณเป็นประโยชน์แก่ผู้คนมากมาย ช่วยปกป้องมิให้ทำบาปทำกรรมที่มิใช่เบาต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งขอเตือนสติไว้อีกครั้งในที่นี้ว่า ไม่มีการทำบาปกรรมใดจะยิ่งใหญ่เท่าทำต่อพระพุทธศาสนา และในทางตรงกันข้าม ก็ไม่มีการทำคุณงามความดีจะยิ่งใหญ่เท่าทำต่อพระพุทธศาสนา

เชื่อไว้เถิด ดีกว่าไม่เชื่อ จะได้ไม่เป็นการเสี่ยงพาตนไปรับผลของบาปกรรมที่หนักนัก ไม่มีสรณะ หรือที่พึงใด ที่ยิ่งใหญ่เสมอพระพุทธเจ้า พระผู้ประทานพระธรรมและพระอริยสงฆ์ให้เป็นสรณะแทนพระองค์ท่าน เมื่อเสด็จขันธปรินิพพานแล้วเช่นในทุกวันนี้

ขอทุกรูปผู้เป็นบัณฑิตมหาบัณฑิตหรือไม่ได้เป็นก็ตาม แต่เป็นพุทธศาสนิก จงสำนึกให้มั่นในพระมหากรุณาแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดา อย่าบังอาจลบหลู่ด้วยการคิดพูดทำใดๆ อันไม่ถูกต้อง อันผิดจากที่ทรงบัญญัติไว้ ไม่เช่นนั้นชีวิตจะไม่สวัสดี ขอฝากให้สำนึกให้จงดีดังกล่าวนี้

วัดบวรนิเวศวิหาร กทม.

*** เก่งเกินธรรม เก่งกว่าพระศาสดามาจากไหนกัน ***


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 00:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


jojam เขียน:
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=15
นางสิริมา หญิงโสเภณีผู้บรรลุโสดาบัน

ห่มจีวร ต้นไม้ ก็ไปไหว้ต้นไม้หรือ? ในธรรมวินัย จะยกขึ้นเป็นสงฆ์ได้ ด้วยเหตุใด
หากไม่เชื่อไม่กระทำ ไม่อาจบวชในธรรมวินัย จะยกขึ้นเป็นสงฆ์ได้อย่างไร อันนี้ไม่มีเหตุ
ไม่มีวงศ์สังฆกรรมรองรับ จึงเรียกว่า ปลอม แค่นี้ไม่ เข้าใจหรือ? ชอบของปลอม กันหรือ..

สมัยนี้ไม่มีภิกษุณีในเมืองไทย แต่สมัยพุทกาลนั้นมี ยกตัวอย่าง พระนางยโสธรา และนางปฏาจารา ก็ล้วนสำเร็จอรหันต์ ซึ่งลำดับขั้นก็แตกต่างกันอยู่แล้วนิ โสดาบัณกับอรหันต์ จริงหรือไม่จริง ไม่ได้ว่าโสเภณีเป็นโสดาบัณไม่ได้ แต่ภิกษุณีก็มีและเป็นไปได้ตามคำสอนของพระพุทธองค์ และผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ย่อมไม่มีคำว่าของปลอม แล้วเราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าใครเป็นอริยะหรือ ไม่ใช่อริยะ ถ้าพูดมากเด่ววิบากกรรมจะทำให้ตัวเองไม่บรรลุ มรรค ผล นิพพาน ในชาติปัจจุบัน เพราะวจีกรรมชอบว่าคนอื่นไงละ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 00:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


huh
ประเด็น อยู่ที่ ภิกษุณีปลอมๆ

ในยุคพุทธกาล ก็มีของจริง เมล็ดจริง ต้นจริง รากกิ่ง จริงๆ มีค่ามาก เหมือน เงินทอง

แต่ในยุคนี้ มีคนพยายาม เลียนแบบ พวกนี้ เรียกว่าอะไร?

ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็อยู่ใน แม่ชี ออกบินตบาตร ให้ยังท้องให้ขับเคลื่อนไป ตามสมควร

แล้ว ผู้ที่มีใจจริงต่อธรรม ใครจะไปเหยียบย้ำคำตรัส พระพุทธเจ้า ได้ลง อริยะชน เขาเชื่อฟัง ใช่ไหม?

ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วไป ปลอมมาบวช มันชอบ ที่จุดไหน แง่มุมธรรม หรือ กิเลส กัน แน่ .. ว่ามา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 01:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


jojam เขียน:
huh
ประเด็น อยู่ที่ ภิกษุณีปลอมๆ

ในยุคพุทธกาล ก็มีของจริง เมล็ดจริง ต้นจริง รากกิ่ง จริงๆ มีค่ามาก เหมือน เงินทอง

แต่ในยุคนี้ มีคนพยายาม เลียนแบบ พวกนี้ เรียกว่าอะไร?

ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็อยู่ใน แม่ชี ออกบินตบาตร ให้ยังท้องให้ขับเคลื่อนไป ตามสมควร

แล้ว ผู้ที่มีใจจริงต่อธรรม ใครจะไปเหยียบย้ำคำตรัส พระพุทธเจ้า ได้ลง อริยะชน เขาเชื่อฟัง ใช่ไหม?

ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วไป ปลอมมาบวช มันชอบ ที่จุดไหน แง่มุมธรรม หรือ กิเลส กัน แน่ .. ว่ามา
เอาเป็นว่า เทอก็มีทิฏฐิของเทอ แต่เราก็มีทิฏฐิของเรา ให้สิ่งศักสิทธิ์เป็นพยานพระพุทธองค์เป็นพยาน ถ้าวาจาของเราศักสิทธิ์เป็นไปตามคำสอนของพระพุทธองค์ ขอให้มีภิกษุณีเกิดขึ้นในเมืองไทย และก็ขอให้เป็นที่เคารพยกย่องศรัทราต่อพุทธศาสนิกชน แต่ถ้าคนที่มีจิตอกุศลเอาอัตตามาตัดสินผู้อื่นก็ขอให้โดนวิบากกรรมนั้น onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 01:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


ในสมัยพุทธกาล ตั้งสามวาระ กว่าจะได้บวชภิกษุณี รูปแรก..

ไม่มีใครไป แอบๆ ซ่อนๆ ทำ นี่ พูดถึงการทำตาม อริยชน
ไปกราบขอ พระศาสดา จนกระทั่ง พุทธานุญาติ

สมัยนี้ อ้างสิทธิรัฐธรรมมนู อ้างตาขรั่วที่เอาธรรมวินัยไปฝากร้านหนังสือเก่าที่ไม่มี ยางอาย แล้วพวกนี้
มีใครไปรอดบ้าง เชื่อพุทธองค์ ใช่ไหมที่ไปรอดพาใจไปได้

พวกไหนที่เกินพระพุทธองค์ เก่งเลยธรรมไปมาก .. ก็ให้ยกพวกมา เราจะรอ s004


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 01:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


jojam เขียน:
ในสมัยพุทธกาล ตั้งสามวาระ กว่าจะได้บวชภิกษุณี รูปแรก..

ไม่มีใครไป แอบๆ ซ่อนๆ ทำ นี่ พูดถึงการทำตาม อริยชน
ไปกราบขอ พระศาสดา จนกระทั่ง พุทธานุญาติ

สมัยนี้ อ้างสิทธิรัฐธรรมมนู อ้างตาขรั่วที่เอาธรรมวินัยไปฝากร้านหนังสือเก่าที่ไม่มี ยางอาย แล้วพวกนี้
มีใครไปรอดบ้าง เชื่อพุทธองค์ ใช่ไหมที่ไปรอดพาใจไปได้

พวกไหนที่เกินพระพุทธองค์ เก่งเลยธรรมไปมาก .. ก็ให้ยกพวกมา เราจะรอ s004

งั้นก็เซฟคำพูดของเทอกับบทสนทนาของเรา แล้วไปแจ้งต่อกรมศาสนาเลยสิ ถ้าเทอคิดว่าเก่ง แต่อย่าเก่งแต่ปากนะ เราก็จะรอเหมือนกัน huh


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 01:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


ธรรมวินัย ที่พุทธองค์ตรัสไว้ชอบแล้ว จึงบัญญัติศีล311 และวิธีอุปสมบท

การที่ พิจารณา ตามพุทธองค์ จึงเรียกว่าเป็นการ ทุนุบำรุง รักษา

ให้ธรรมวินัยนี้ เป็นศาสดา ของเธอ..

การเหยียบย้ำ ธรรมวินัย ของ ศาสดาผู้แจ้ง แล้วไป ขอให้พระพุทธเจ้าเป็น พยาน เหยียบย้ำทำลาย ขนาดนี้ ยัง บังอาจ ร้องเรียก พระพุทธเจ้า อีก .. หรือ?


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 62 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร