วันเวลาปัจจุบัน 04 ส.ค. 2020, 04:25  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 117 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ค. 2012, 23:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


huh
แก็งค์เดิมๆ
กระทู้ไหนมีน้ำมีเนื้อ ก็ไป ตบ ชง กัน ให้เป็นกระทู้ ที่ร้อน เดือด ฟัดกัน พวกนี้ไม่ได้ ทะเลาะอะไรกัน
เขาเตี๋ยมกัน ให้มันวุ่นวาย เหมือน บ่อน้ำ สะอาด พอคนจะมากิน ก็ เอา ขี้หมู ขี้หมา เท ลง

พอคนตั้งกระทู้บอกว่า ปิด ก็เพราะมีเหตุผล

ใครมาอ่านก็ ต้องเสพรับ ขยะกลิ่น จาก พวกแก๊งค์ชนพาล มาตั้งใจ ทำลายความสงบ ผ่องใส รื่นเริงในธรรม เอาเท่านี้แหละ พูดมาก็เหนื่อย ...

ตั้งกระทู้ใหม่ซิ ต้นไม้มัน กาฝากเกาะจนตาย ฝากกาฝากจะมีประเด็นอะไร ให้ชวนอ่านชวนคิดพิจารณาไม่มีหรอก เลยไม่ไปนะซิ เข้าใจหรือ?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 03:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


jojam เขียน:
huh
แก็งค์เดิมๆ
กระทู้ไหนมีน้ำมีเนื้อ ก็ไป ตบ ชง กัน ให้เป็นกระทู้ ที่ร้อน เดือด ฟัดกัน พวกนี้ไม่ได้ ทะเลาะอะไรกัน
เขาเตี๋ยมกัน ให้มันวุ่นวาย เหมือน บ่อน้ำ สะอาด พอคนจะมากิน ก็ เอา ขี้หมู ขี้หมา เท ลง

พอคนตั้งกระทู้บอกว่า ปิด ก็เพราะมีเหตุผล

ใครมาอ่านก็ ต้องเสพรับ ขยะกลิ่น จาก พวกแก๊งค์ชนพาล มาตั้งใจ ทำลายความสงบ ผ่องใส รื่นเริงในธรรม เอาเท่านี้แหละ พูดมาก็เหนื่อย ...

ตั้งกระทู้ใหม่ซิ ต้นไม้มัน กาฝากเกาะจนตาย ฝากกาฝากจะมีประเด็นอะไร ให้ชวนอ่านชวนคิดพิจารณาไม่มีหรอก เลยไม่ไปนะซิ เข้าใจหรือ?

พูดจาได้ดีครับ แต่อยากให้เอานิทานที่คุณเอาไปอวดภูมิด่าชาวบ้าน
เอามาพิจารณามั้ง

jojam เขียน:
ยังมีเศรษฐีชาวนาคนหนึ่ง มีนามาก และมีรายได้จากการขายข้าวปีละมากๆ อาชีพทำนาของเศรษฐีดี จึงมีการขยายกิจการทั้งเครื่องมือและผู้คน มีวัวไว้เทียมไถ มีพนักงานไถ ดำนา เก็บเกี่ยว นวดข้าว ตวงข้าว และเมื่อขายได้เท่าไรก็นำส่ง ครั้นต่อมาท่านเศรษฐีได้เลี้ยงสุนัขไว้

เศรษฐีได้ยินสุนัขเห่า ก็เกิดความยินดี ที่หมาเอางานเอาการ
ขยันตรวจตรา หากแต่นับวัน รายได้ก็ตกต่ำลงจนถึงขีดสุด
เศรษฐี จึงออกไล่เบี้ยว่า งานนาก็มีแต่ขยาย ราคาข้าวก็ดี หากแต่ทำไมกิจการจึงแย่กำไรจึงหดตัวได้ปานนี้ จึงไป สอบสวนเอากับ
คนตวงข้าวว่า เงินที่ขายได้มา ส่งเพียงเท่านี้ ก็ด้วยงุบงิบ เก็บไว้เองใช่ไหม
ก็ว่า ฟางข้าวก็น้อยนิดเหลือเกิน ทำไมไม่ไตร่ถามคนนวดดูละ ว่าทำไม มีข้าวที่นวดน้อยนิด คนตวงก็เพียงตวงเพียงอย่างเดียว ก็ไปหา คนเก็บเกี่ยว
คนเก็บเกี่ยวก็ว่า นาว่างเปล่า จึงไม่มีข้าว เศรษฐีจึงไปสอบสวนว่า กล่าวว่า ทำไม ช่างขี้เกียจ ไม่ยอมดำนา คนดำก็ว่า คนไถนา ไถเท่าไรก็ดำได้เพียงเท่านั้น จึงไปลงไล่เอากับคนไถ่นา คนไถ่ก็ว่า วัวนั้นแรงน้อย เดินก้าวก็จะเซจะล้ม ไถ่ได้เพียงเล็กน้อยก็เหนื่อยหอบ

เศรษฐี จึงไปดู ก็เห็นว่าจริง ผอมเหลือเกิน จึงเทอาหาร ทันที ที่วัวมากิน หมาตัวโปรด ก็ เห่า จนวัวไม่อาจกินได้

ลองพิจารณาให้ดีครับ กระทู้ที่คุณตั้งจะได้เกิดประโยชน์บ้าง
ค่อยๆคิดลองดูซิว่ามันเกี่ยวข้องกับตัวคุณอย่างไร
ถ้าคิดไม่ออกไว้จะเข้ามาบอกให้ครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 06:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


น่าเสียดายโดยแท้....

เพราะสัญญา..มานะ...มากไป

จึงมี..ใช่..กับ..ไม่ใช่...

เลือกผัสสะที่ตนถูกใจ...ไม่พิจารณาผัสสะ..ทั้งหลายตามความเป็นจริง

มีคนบอกว่า....เราต้องขอบคุณมารนะ...เพราะมารมา..ปัญญาจึงเกิด

นักปฏิบัติธรรมหลาย ต่อหลายราย...พยายามหาที่ที่มีสิ่งแว้ดล้อมดี..ดี...เป็นที่ปฏิบัติ

ไปวัดที่ดู..ขลัง ๆ...ดิบ ๆ...เงียบสงบร่มรื่น

พอมีใครคุยโขม่งโฉงเฉ่งเสียบรรยากาสหน่อย....จิตก็ออกนอก....นั้นไม่ควร...นี้ไม่ควร...ต้องอย่างนี้ซิจึงควร....

ใช่..นั้นเป็นความไม่ดีของเขา....แต่ความไม่ดีของเรากลับไม่เห็น..ไม่พิจารณา

จิตอวิชชา...เป็นอย่างนี้แหละ....สอดส่องแต่สิ่งภายนอก...ชอบไปบังคับบัญชาสิ่งภายนอก...ไม่กลับมาดูสิ่งภายใน

นี้แหละความไม่ดีของเรา....จิตส่งออกนอก

น่าเสียดาย....หากผู้ร้าย..จะร้ายน้อยลงหน่อย....ผู้ดีก็ดีน้อยลงนิด

คนอื่น ๆ คงจะได้อ่านประสบการณ์แปลก ๆ...กะเขาบ้าง

น่าเสียดาย..จริง ๆ :b6: :b6: :b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 10:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2011, 01:57
โพสต์: 324

แนวปฏิบัติ: อริยสัจ4
อายุ: 27
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
น่าเสียดายโดยแท้....

เพราะสัญญา..มานะ...มากไป

จึงมี..ใช่..กับ..ไม่ใช่...

เลือกผัสสะที่ตนถูกใจ...ไม่พิจารณาผัสสะ..ทั้งหลายตามความเป็นจริง

มีคนบอกว่า....เราต้องขอบคุณมารนะ...เพราะมารมา..ปัญญาจึงเกิด

นักปฏิบัติธรรมหลาย ต่อหลายราย...พยายามหาที่ที่มีสิ่งแว้ดล้อมดี..ดี...เป็นที่ปฏิบัติ

ไปวัดที่ดู..ขลัง ๆ...ดิบ ๆ...เงียบสงบร่มรื่น

พอมีใครคุยโขม่งโฉงเฉ่งเสียบรรยากาสหน่อย....จิตก็ออกนอก....นั้นไม่ควร...นี้ไม่ควร...ต้องอย่างนี้ซิจึงควร....

ใช่..นั้นเป็นความไม่ดีของเขา....แต่ความไม่ดีของเรากลับไม่เห็น..ไม่พิจารณา

จิตอวิชชา...เป็นอย่างนี้แหละ....สอดส่องแต่สิ่งภายนอก...ชอบไปบังคับบัญชาสิ่งภายนอก...ไม่กลับมาดูสิ่งภายใน

นี้แหละความไม่ดีของเรา....จิตส่งออกนอก

น่าเสียดาย....หากผู้ร้าย..จะร้ายน้อยลงหน่อย....ผู้ดีก็ดีน้อยลงนิด

คนอื่น ๆ คงจะได้อ่านประสบการณ์แปลก ๆ...กะเขาบ้าง

น่าเสียดาย..จริง ๆ :b6: :b6: :b6:


:b8: :b8: :b8:
ขอบคุณคุณกบที่กล่าวเตือนสติ ขอเก็บไปเตือนตัวเองครับ

.....................................................
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง การฝืนความจริงทำให้เกิดทุกข์ การเห็นและยอมตามความจริงทำให้หายทุกข์

คนที่รู้ธรรมะ มักจะชอบเอาชนะผู้อื่น แต่คนเข้าใจธรรมะ มักจะเอาชนะใจตนเอง

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง,
นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด

.....ติลักขณาทิคาถา.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 20:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


s004


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2012, 14:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
nongkong เขียน:
คุนน้องว่า เข้าฌาน 4 ได้ ตามความเข้าใจคุนน้องไม่ใช่ผู้รุ้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แต่เป็นการรวบรวมสมาธิเข้าอยู่ในฌานนี้ซึ่งต้องเป็นกำลังสมาธิระดับละเอียดมาก ระดับสูงเกินกว่าคนปกติจะทำได้ แล้วบางคนอยู่ในฌาน4ก็พิจารณาธรรมในฌาน4ไม่ได้ ต้องถอนออกจากฌาน4ถึงจะมีสติกำหนดรู้ แต่อธิบายแค่นี้ก่อน เพราะบารมียังไม่ถึงไม่กล้าพูดมาก เด่วจะปล่อยไก่ :b32:


เคยอยู่ในฌานแล้วเดินไปเดินมา...มั้ย?

ฌานแข็งทื่อ...มันก็มี....ฌานที่เหมาะแก่การทำงาน...มันก็มี

ส่วนผมก็ยังเป็นแค่นักเรียนรู้อยู่... :b16: :b16:

ขออภัยที่มาตอบช้า ติดธุระทางโลก :b32: คุนน้องเคยนั่งอ่านเวปธรรมมะหรือศึกษาความรู้ในเวปแล้วเกิดฌานโดยบังเอิญมันเป็นผลมาจากการนั่งกรรมฐาน คุนน้องเข้าฌานได้ทั้งๆที่นั่งไกว่ห้างเอามือค้ำคางศอกตั้งกับโตะ(ขี้เกียจ)อ่านไปซักครู่ ร่างกายมันโยกไปมาเบาๆแบบที่ไม่ได้ไปบังคับ ขนาดอ่านนั่งสือยังมีสมาธิ :b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2012, 15:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2010, 22:55
โพสต์: 213

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


nongkong เขียน:
ขออภัยที่มาตอบช้า ติดธุระทางโลก :b32: คุนน้องเคยนั่งอ่านเวปธรรมมะหรือศึกษาความรู้ในเวปแล้วเกิดฌานโดยบังเอิญมันเป็นผลมาจากการนั่งกรรมฐาน คุนน้องเข้าฌานได้ทั้งๆที่นั่งไกว่ห้างเอามือค้ำคางศอกตั้งกับโตะ(ขี้เกียจ)อ่านไปซักครู่ ร่างกายมันโยกไปมาเบาๆแบบที่ไม่ได้ไปบังคับ ขนาดอ่านนั่งสือยังมีสมาธิ :b9:

คุณ nongkong ผมขอคำอธิบายคำว่าฌานที่คุณเป็นอย่างละเอียดครับ อาการมันคล้ายๆ กับการตกภวังค์ที่ผมเคยเป็นอยู่มากเลย ที่ผมไม่ทราบก่อนก่อนจนหลวงพี่ท่านหนึ่งได้เตือนผม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2012, 16:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


din เขียน:
nongkong เขียน:
ขออภัยที่มาตอบช้า ติดธุระทางโลก :b32: คุนน้องเคยนั่งอ่านเวปธรรมมะหรือศึกษาความรู้ในเวปแล้วเกิดฌานโดยบังเอิญมันเป็นผลมาจากการนั่งกรรมฐาน คุนน้องเข้าฌานได้ทั้งๆที่นั่งไกว่ห้างเอามือค้ำคางศอกตั้งกับโตะ(ขี้เกียจ)อ่านไปซักครู่ ร่างกายมันโยกไปมาเบาๆแบบที่ไม่ได้ไปบังคับ ขนาดอ่านนั่งสือยังมีสมาธิ :b9:

คุณ nongkong ผมขอคำอธิบายคำว่าฌานที่คุณเป็นอย่างละเอียดครับ อาการมันคล้ายๆ กับการตกภวังค์ที่ผมเคยเป็นอยู่มากเลย ที่ผมไม่ทราบก่อนก่อนจนหลวงพี่ท่านหนึ่งได้เตือนผม

คือนั่งกรรมฐานแล้วเกิดฌาน แล้วอารมณ์ฌานยังค้างอยู่หรือเปล่าไม่แน่ใจ พอเราไปทำอะไรต่อมันก็จะเกิดฌานขึ้น คือคุนน้องอ่านเวปธรรมมะอยู่ดีๆ ตั้งใจอ่านแบบแน่วแน่มากเลย จำได้ว่าเข้าไปอ่านอภิธรรมเกี่ยวกับปฏิจสุปปบาท ก็ตั้งใจอ่านแล้วพิจารณาธรรมไปตามนั้น ซักพักร่างกายมันก็โยกไปมาเอียงซ้ายขวา คุนน้องก็สังเกตุว่าตัวเองโยกไปมา แต่ก็ไม่ได้ไปบังคับ ก็สังเกตุซักครู่มันก็โยกไปมาอยู่แบบนั้น เลยคิดว่าเป็นผลของฌาน มันตกภวังค์ยังงัยหรือเจ้าค่ะ ก็เรารู้สภาวะการเกิดขึ้นทุกอย่าง ตกภวังค์บางคนใช้คำว่านิมิต บางคนก็หลับในแล้วแต่จะเรียก ถ้าคุนน้องหลับในคุนน้องคงอ่านหนังสือไม่ได้หรอกกระมัง :b32: ก็ไม่รู้ว่าอาการตกภวังค์มันเป็นยังงัยเหมือนกันเจ้าค่ะ ช่วงนี้คุนน้องไม่ค่อยได้คิด คือจิตไม่ค่อยปรุงแต่ง พอนิ่งอยู่กับปัจจุบันอารมณ์มันจะเกิดอารมณ์ปิติขึ้นเลยคือนั่งอยู่เฉยๆร่างกายก็เหมือนจะปลิวแล้วจะเอียงไปเอียงมา(เหมือนคนติ๊งต๊องเลย) ทำจิตแน่วแน่ยังเกิดปิติได้เลยแบบไม่ต้องนั่งหลับตานั่งอยู่เฉยๆตัวยังจะโยกเลยบางครั้ง :b5: แล้วมันจะมีผลอะไรไหม ถามคุนdinว่า มันจะเป็นอะไรไหมเจ้าค่ะ ที่หลวงพี่เตือน เตือนเรื่องอะไรหรือเจ้าค่ะ s006


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2012, 17:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มิ.ย. 2010, 22:55
โพสต์: 213

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


^ ตอนที่ผมกำลังทำอาการอย่างนั้นอยู่ หลวงพี่ท่านก็บอกให้หยุดทำอาการอย่างนั้นได้ไหม (ผมก็งงอ้าวท่านมาทราบอาการของผมได้ยังไง) หลวงพี่เคยทำมาก่อนมันไม่ดี ผมก็ไม่ถามต่อ แต่คล้ายจะเป็นนัยว่ามันตัดสัมปชัญญะของเรา แต่ของคุณอาจจะไม่เป็นอย่างผมก็ได้ ผมแค่ถามไปตามอาการ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2012, 17:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ของคุณน้อง...ไม่เรียกตกภวังค์....มันเป็นอาการหนึ่งของอุปจารสมาธิ...เรียกว่าปีติ...แต่ยังไม่ถึงฌาน..

เลยตรงนี้ไป...จึงเรียกฌาน.1....แต่จะเป็นโลกียะ...หรือ..จะเป็นโลกุตระ...ก็เป็นอีกเรื่อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2012, 21:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


din เขียน:
^ ตอนที่ผมกำลังทำอาการอย่างนั้นอยู่ หลวงพี่ท่านก็บอกให้หยุดทำอาการอย่างนั้นได้ไหม (ผมก็งงอ้าวท่านมาทราบอาการของผมได้ยังไง) หลวงพี่เคยทำมาก่อนมันไม่ดี ผมก็ไม่ถามต่อ แต่คล้ายจะเป็นนัยว่ามันตัดสัมปชัญญะของเรา แต่ของคุณอาจจะไม่เป็นอย่างผมก็ได้ ผมแค่ถามไปตามอาการ


เข้าใจว่า....เพราะคุณดินเอาแต่เกาะทางเดิน...

ทางเดิน...เขาใช้เดิน...เดินแล้วมันก็ต้องผ่านไป...มันไม่ใช่เป้าหมาย

ดันไปสร้างเป้า...ให้ใจตกเข้าไป...

หลวงพี่ก็เลยต้องเตือน..

เดา..เดา...เอานะ :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มิ.ย. 2012, 05:51 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


s007 มันผิดพลาดตั้งแต่ เอาคำในปริยัติ มาละเลงผสมกันมั่วกับ ปฏิบัติแล้ว จนเข้าใจว่า ไปถึงนู้นี้นั้น ไปเรื่อย แค่คำว่า ระดับฌาณ ครูบาร์อาจารย์ ยังอธิบายไม่ค่อยจะตรงกันนักเลย

หลวงพ่อหลายท่ายจึงแนะนำไว้ว่า ให้เห็นคำว่า ไม่แน่นอน อะไรมันก็ไม่แน่ ไว้เสมอ
:b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 117 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร