วันเวลาปัจจุบัน 13 ส.ค. 2020, 13:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 117 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 14:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
จริงๆแล้วผมเคยเล่าและถามหลวงตามหาบัวแล้วล่ะครับเป็นทางจดหมายแล้วท่านก็เมตตาตอบผมมาแล้วว่าถูกต้อง ในเว็ปยังมีข้อความนี้อยู่ ผมขอคัดลอกตัดตอนบางส่วนออกมาให้อ่านกันเพื่อหวังให้เป็นความรู้นะครับ ^___^

กราบนมัสการหลวงตาที่เคารพอย่างสูง
ผมได้ศึกษาธรรมะจากหลวงตาจากทางหนังสือกับเทปและได้ปฏิบัติอย่างจริงจัง ช่วงฝึกใหม่ๆจิตไม่สงบเท่าไรนัก แต่พอทำไปๆจิตเริ่มสงบขึ้นทุกวันๆจนรู้สึกมีอาการตัวเบาจนไม่มีน้ำหนักเลย แต่พอไปสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอาการตัวเบาก็หายไปกลับมาหนักเหมือนเดิม ในตอนนั้นผมก็ได้รู้ว่าสมาธินี้สำคัญเช่นนี้เอง เกิดความพอใจติดใจในอาการตัวเบานี้และคิดว่าเราจะต้องทำให้ได้อีก แต่พอวันต่อๆมาทำไม่ได้เลย ยิ่งทำไม่ได้ยิ่งอยากให้มันเป็น ยิ่งอยากให้เป็นยิ่งหงุดหงิดรำคาญกระวนกระวายใจ จนเวลาทำสมาธิก็ไม่เป็นสมาธิเลย ช่วงนั้นทุกข์มากทุกข์จนได้สติคิดได้ว่าที่เราเครียดหน้าดำอยู่นี้ก็เพราะความอยากนี้เอง ไปยึดถืออาการตัวเบาจนทำให้เสียสมาธิ มีแต่กิเลสเต็มหัวใจ หลังจากที่ผมคิดได้ผมจึงได้ปล่อยวางความอยากได้อยากเป็นของผมลงแล้วหันมายึดคำสอนของหลวงตาที่ว่าใส่ใจแต่งานของตน หลังจากนั้นจิตก็เริ่มสงบขึ้นเลื่อยๆจนมาถึงคืนหนึ่งผมเริ่มนั่งสมาธิผ่านไประยะหนึ่งมีอาการตัวเบาเกิดขึ้นอีก คราวนี้ผมไม่สนใจแล้วมุ่งทำงานของตนคือพุทโธต่อไป สักพักพุทโธหายคิดยังไงก็คิดไม่ออกสิ่งที่เหลืออยู่คือลมหายใจที่ชัดเจนมาก ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจไม่คิดอะไรทั้งนั้นมุ่งหน้าทำงานของตนต่อไป เหลือแต่ลมหายใจก็เอาแค่ลมหายใจ ลมหายใจก็ละเอียดนุ่มนวลและแผ่วเบาขึ้นทุกทีจนสุดท้ายไม่มีลมหายใจเลย มาถึงตอนนี้เหมือนจะหมดที่ไปแล้ว งานที่ทำอยู่ก็หายไปหมดแล้วคือไม่มีงานทำ แต่แล้วสติก็นึกถึงคำสอนของหลวงตาขึ้นมาได้ คือหลวงตาให้ระลึกรู้ไปทั้งๆที่ไม่มีอะไรนั้นละ จากนั้นผมจึงกำหนดจิตไปที่ความรู้ของตน พอกำหนดปุ๊ปรู้พุ่งหนีปั๊บ ไปไกลมากในตอนนั้นเหมือนตัวรู้จะพุ่งหนีไปไกลสุดขอบโลก แต่ผมก็ตามตัวรู้ไปไม่ให้คลาดสายตา ดูเหมือนจะตามทันแต่ยิ่งตามตัวรู้ยิ่งพุ่งหนีไปไกลและเร็วมากเหมือนจะออกนอกจักวาลไปให้ได้ ระหว่างตามเกิดความกลัวตายขึ้นแต่ก็ได้ตัดสินใจทันทีในขณะนั้นว่าตายเป็นตายเรามาถึงตอนนี้แล้วจะไม่ถอยกลับ แล้วผมก็ตามไปจนสุดท้ายตัวรู้ก็หมด หมดทุกอย่าง หมดไม่เหลืออะไรทั้งสิ้น และตั้งแต่นั้นมาผมจึงได้รู้ว่าจิตจริงๆนั้นไม่มีอะไรเลยคือไม่มีธาตุ4ขันธ์5เลย คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจว่า นี่เราโง่มาตั้งนานแสนนาน ไปหลงคิดว่าเป็นเราของเรา ขนาดตัวรู้ คิด จำ ที่ละเอียดยังไม่ใช่ของเราเลย ตัวที่มันขยันนั่งสมาธินั้นก็ไม่ใช่เรา
ผมจึงใคร่ขอกาสกราบเรียนถึงผลการปฏิบัติพร้อมทั้งขอรับคำแนะนำจากหลวงตาต่อไปครับ และการที่ผมพิจารณาอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง




หลวงตาเมตตาแสดงธรรมปัญหาจิตตภาวนาให้
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 ณ วัดป่าบ้านตาด

หลวงตา : พูดนี้เข้าทีเลยละ ให้พิจารณาตามที่พิจารณามาแล้ว เรายังไม่ค้าน เรื่องค้านก็ไม่ค้าน เรื่องจะชมเชยว่าดีสุดยอดแล้วเราก็ยังไม่ชม แต่ที่ปฏิบัติมานี้ถูกต้องแล้ว เข้าใจเหรอ เออ พูดเข้าท่านะ อย่างงั้นแล้ว เนี่ยล่ะคนหนึ่งที่กำลัง.... ให้เขาก้าวของเขาไปเสียก่อนจะคอยฟัง ถ้าเขามีอะไรเขาก็มา แต่ถ้ามันเป็นอย่างงี้ไปเลยแล้วก็ไม่น่ามีอะไร....


แล้วกำหนดลงทุกขัง อนิจจัง อนัตตา อย่างไรครับ

เห็นการเกิดดับของขันธ์5 ว่า อย่างไรครับ

อ้างคำพูด:
ให้เขาก้าวของเขาไปเสียก่อนจะคอยฟัง ถ้าเขามีอะไรเขาก็มา แต่ถ้ามันเป็นอย่างงี้ไปเลยแล้วก็ไม่น่ามีอะไร....

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 20:27 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ผมสงสัยตรงสติปัญญาหายไป...

ถ้าว่าตามลำดับอาการที่ท่าน..จ.ข.ก.ท..ว่ามา

มันก็ต้องเข้า..ฌาณ4..

แต่...รู้...ตื่น..เบิกบาน....ท่าน..จ.ข.ก.ท...ไม่ได้แสดงใว้ให้เห็นเลย

ก็ต้องเดาใว้ก่อนว่า...ไม่มี

กัลยาณมิตร...ต้องไม่อวย..ให้กันเกินไป..จะเสียหาย..

ต้องแตะเบรกห้ามล้อใว้บ้าง....จะได้มีเวลามาฉุกคิด...มันจะเกิดความรอบขอบ

กะลาช่วยสาธยายหน่อยว่า ฌาณ4 รู้ตื่น รู้เบิกบาน มันเป็นอย่างไร
ถามหน่อยมันเป็นอย่างเดียวกับอรูปหรือเปล่า
เรารู้จักแต่ อรูปพรหมกับญาณ3
ไอ้ฌาณ4 แล้วรู้ตื่น รู้เบิกบานเป็นไงอ่ะ :b13:


เราไปมั่ว ๆ ห้องอื่นกันดีไหม? :b32: ..เกรงใจกระทู้เขานะ

ผมก็อยากรู้เหมือนกัน..อรูปพรหม...มันเป็นยังงัย...จะได้มีความรู้กะเขาบ้าง :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 20:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2007, 09:55
โพสต์: 1632


 ข้อมูลส่วนตัว


ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าใคร่ขอแนะนำพวกท่านทั้งหลายเอาไว้ว่า การอ่านหลักธรรม หรืออ่านกระทู้แสดงความคิดเห็นไดใด ควรได้อ่านบริบทของภาษาให้ครบถ้วน ความจริงแล้วข้าพเจ้าเคยได้ว่ากล่าว สอน เตือน และแนะนำ ไปหลายครั้งแล้ว สำหรับ พวกที่ชอบ ยกเอา ประโยคสั้นขึ้นมา แล้วทำเป็นอวดรู้อวดฉลาด ความจริงแล้ว โง่เขลา เบาปัญญามากกว่า ฉลาดขอรับ ที่ข้าพเจ้ากล่าวไปข้างต้น ไม่ใช่เป็นการด่านะขอรับ แต่ชึ้แนะให้เห็น และในเมื่อท่านทั้งหลายยังอ่านข้อแสดงความคิดเห็นหรือคำตอบที่ข้าพเจ้าตอบให้แล้วไม่เข้าใจ ข้าพเจ้าก็จะนำมาให้ได้อ่านและคิดพิจารณาให้ดีว่า การที่ข้าพเจ้าเขียนว่าเป็น อาการ "หลับใน"นั้น แท้จริงแล้ว ข้่าพเจ้าอธิบายไว้อย่างไร และสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ตอบไป ได้เขียนไป ก็มีอยู่ในพระไตรปิฎก เพียงแต่มันคนละยุคคนละสมัย คนละศัพท์ภาษาที่ใช้เรียก คนละสำนวนภาษาที่ใช้ในการอธิบาย ข้าพเจ้าใช้การอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบัน มันก็เป็นเรื่องธรรมด๊า ธรรมดา ขอรับ

อาการที่คุณ(เจ้าของกระทู้)เล่ามา ถ้าจะให้กล่าวอย่างเข้าใจง่ายและสั้นๆ เรียกว่า "หลับใน"ขอรับ ถ้าจะอธิบายให้ละเอียดอีกสักหน่อย ก็เกิดจาก ตอนก่อนที่คุณจะภาวนา หรือปฏิบัติสมาธิ คุณได้ทำงานซึ่งใช้สมองและกำลังกายไปตามสมควรของงานที่คุณกระทำ แต่งานที่คุณได้ทำไปก่อนที่จะมานั่งภาวนาหรือนั่งสมาธินั้น ทำให้สมองของคุณทำงานหนัก หรืออาจจะเกิดจากการที่ร่างกายและสมองของคุณได้ทำงานหนักสะสมกันมาหลายวัน โดยที่คุณไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ เมื่อคุณมานั่งภาวนา หรือปฏิบัติสมาธิ ทั้งๆที่คุณควรจะนอนหลับพักผ่อน ก็ทำให้สมองบางส่วนบริเวณสมองส่วนกลางหยุดทำงาน ไม่ส่งคลื่นต่อไปยังสมองส่วนอื่นๆฯลฯ จึงทำให้เกิดอาการอย่างนั้น
ส่วนที่คุณบอกว่า ต่อมา พอมีสติปัญญาครบถ้วน จึงได้ตรวจเช็คตัวเอง พบว่าไม่มีลมหายใจในร่างกาย ขอถาม คุณฝันไปหรือเปล่าขอรับ การตรวจลมหายใจก็ย่อมตรวจตรงจมูก แสดงว่า คุณครึ่งหลับครึ่งตื่น ระบบประสาททำงานไม่เต็มร้อย จึงทำให้ไม่รู้สึกว่ามีลมหายใจ ก็เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย พอระบบประสาททำงานเต็มร้อย คุณก็สามารถรับความรู้สึกของลมหายใจ ธรรมด๊า ธรรมดา ขอรับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 20:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
จริงๆแล้วผมเคยเล่าและถามหลวงตามหาบัวแล้วล่ะครับเป็นทางจดหมายแล้วท่านก็เมตตาตอบผมมาแล้วว่าถูกต้อง ในเว็ปยังมีข้อความนี้อยู่ ผมขอคัดลอกตัดตอนบางส่วนออกมาให้อ่านกันเพื่อหวังให้เป็นความรู้นะครับ ^___^

....


แหม่...ทีถามผู้รู้..เขียนซะละเอียดเลย

พอมาคุยกะคนยังไม่รู้...เขียนสั้นจุ้ดจู๊ :b32: :b32:

ขอบคุณนะครับที่มาแบ่งปันความรู้ :b8:

การจะเล่าประสบการณ์ความรู้สึกนี้...จะมีปัญหาคือภาษาไม่สามารถสื่อความรู้สึกออกมาได้

พอพยายามจะใส่ภาษา...คือบัญญัติ...แทนความรู้สึก...ก็เกิดปัญหา..เพราะบัญญัตินั้น ๆ ...คนอื่น ๆ มีสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง...อยู่เดิมแล้ว...ก็เกิดความขัดแย้ง

ครั้น...จะไม่ใช้ภาษา...ก็ไม่รู้จะสื่อ...ความรู้สึกนั้นออกมาได้อย่างไร

หลาย ๆ ท่านถึงพูดว่า...พูดไม่ได้...(คือพูดแทนความรู้ทั้งหมดไม่ได้...พูดไปแล้วรู้สึกว่าจะด้อยค่ากว่าความเป็นจริง)

แต่....หากคนที่พูดกับคนฟังเท่าๆ กัน...รู้สึกว่า....จะเข้าใจกันได้

อาการบางอย่าง..เข้าใจว่าเป็นกับอำนาจวาสนาบารมี...ทำมาต่างกัน...อาการก็ต่างกัน

ดังนั้นแต่ละคน....ไม่มีทางเหมือนกัน...เป๊ะ

ใครทำแล้ว...เป๊ะ....นั้น copy เขามา...อุปาทาน

คนจะเป็นครูบาอาจารย์คนได้...ต้องรู้จริงทุกอาการ..ไม่งั้น..แก้อาการของลูกศิกษ์หลาย ๆ คนไม่ได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 21:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


จากที่ดูท่าน มัชฌิมา...เล่ามาในรายละเอียด....มีความรู้สึกว่า...จะมีตัวแดง....เป็นจุด ๆ ไป

แต่ก็ช่างเถอะ....เพราะจุดแดงเหล่านั้นเป็นความรู้สึกของคนนอก...อาจไม่จริง

แต่..จุดแดงของจริงสำหรับท่าน..ท่านจะต้องเป็นคนเปลี่ยนมันเองอยู่แล้ว...

ว่าแต่ว่า....จาก พ.ศ.นั้น...จนมาถึง.พ.ศ นี้...ท่าน มัชฌิมา...มองดูเรื่องเก่าของตัวเองแล้ว...ยังรู้สึกเหมือนเดิมหรือเปล่า?

มีจุดไหนเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?
:b8:
:b1: :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 21:21 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2012, 19:48
โพสต์: 28


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
จริงๆแล้วผมเคยเล่าและถามหลวงตามหาบัวแล้วล่ะครับเป็นทางจดหมายแล้วท่านก็เมตตาตอบผมมาแล้วว่าถูกต้อง ในเว็ปยังมีข้อความนี้อยู่ ผมขอคัดลอกตัดตอนบางส่วนออกมาให้อ่านกันเพื่อหวังให้เป็นความรู้นะครับ ^___^

....


แหม่...ทีถามผู้รู้..เขียนซะละเอียดเลย

พอมาคุยกะคนยังไม่รู้...เขียนสั้นจุ้ดจู๊ :b32: :b32:

ขอบคุณนะครับที่มาแบ่งปันความรู้ :b8:




ด้วยความเต็มใจครับ สิ่งที่ผมทำลงไปอาจจะมีคนด่าผม10คน แต่ถ้ามีคนเข้าใจเจตนาผมสักคนสองคน แค่นี้ผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 21:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2012, 19:48
โพสต์: 28


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
จากที่ดูท่าน มัชฌิมา...เล่ามาในรายละเอียด....มีความรู้สึกว่า...จะมีตัวแดง....เป็นจุด ๆ ไป

แต่ก็ช่างเถอะ....เพราะจุดแดงเหล่านั้นเป็นความรู้สึกของคนนอก...อาจไม่จริง

แต่..จุดแดงของจริงสำหรับท่าน..ท่านจะต้องเป็นคนเปลี่ยนมันเองอยู่แล้ว...

ว่าแต่ว่า....จาก พ.ศ.นั้น...จนมาถึง.พ.ศ นี้...ท่าน มัชฌิมา...มองดูเรื่องเก่าของตัวเองแล้ว...ยังรู้สึกเหมือนเดิมหรือเปล่า?

มีจุดไหนเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?
:b8:
:b1: :b1:


เหมือนเดิมครับ อาจจะมีอะไรบางอย่างที่เพิ่มเติมรายละเอียดความรู้ขึ้นมาบ้างครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 22:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ก่อนจะพบกับเหตุการณ์นั้น....ถือศีลกี่ข้อครับ?

หลังจากเจอแล้ว...มีศีลกี่ข้อครับ?

ปัจจุบัน...มีศีลกี่ข้อครับ?
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 23:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 21:59
โพสต์: 234

สิ่งที่ชื่นชอบ: ในตัวเอง
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สภาวะธรรมพื้นๆ แต่พยายามสื่อให้ดูอลังการ ใช้ภาษาสื่อไม่ตรงกับตัวสภาพธรรม
สร้างภาษาเอง จนดูเปรอะไปหมด

กิเลสคุณไม่ได้มีตัวไหนลดลง สมาธิของคุณก็ไม่ได้แนบแน่นสมบูรณ์มั่นคง

สภาพที่เกิดขึ้นกับคุณ ไม่ใช่ทั้งอารมณ์ฌาณ และไม่ใช่ทั้งญาณ ไม่ใช่ทั้งนิพพาน

ในทุกลำดับฌาณ ในทุกลำดับญาณ และแม้แต่จิตที่ระงับสังขาร สิ้นสุดการปรุงแต่ง
เป็นสัญญา เวทนา เจตนา ผัสสะ มนสิการ สภาวะอย่างนั้นก็ยังมีวิญญาณรู้ทำหน้าที่อยู่

วิญญาณขันธ์ หรือตัวรู้ จะดับสนิทไปอย่างแท้จริงเมื่อปรินิพพานเท่านั้น

ส่วนการที่จะพบว่าตัวรู้หายไป นั่นก็เพราะจิตตกเข้าไปสู่ภาวะหลับในนั่นหละ

onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2012, 00:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


:b9: คนรุ่นปู่ย่าตายาย เขาปลูกข้าวเป็น รู้จักวิธีเพาะ ฟูมฝักวิธีการไหน ได้รวง ทราบแจ้งชัด

สมัยนี้ เคยแต่อ่าน มา ไม่เคย ลงมือ ใน ยุ้งฉาง ว่างไปหมด ... แล้วเอาอะไร มาคุยแลกเปลี่ยนกันล่ะ

แต่ก่อน สมัย เปิดเวป นี้ มีแต่ ครูบาอาจารย์ มาแนะนำ ฟังอย่างมีสติ ใส่ใจแม้ในรายละเอียดเล็กๆน้อย

สอบถามแก้ แนะนำ กัน พอมาถึงตอนนี้ ... ไม่มีใคร ฟัง แล้วจะมีใครมาแนะนำ มันก็หมด นะซิ ว่าง ร้าง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2012, 04:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
โฮฮับ เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ผมสงสัยตรงสติปัญญาหายไป...

ถ้าว่าตามลำดับอาการที่ท่าน..จ.ข.ก.ท..ว่ามา

มันก็ต้องเข้า..ฌาณ4..

แต่...รู้...ตื่น..เบิกบาน....ท่าน..จ.ข.ก.ท...ไม่ได้แสดงใว้ให้เห็นเลย

ก็ต้องเดาใว้ก่อนว่า...ไม่มี

กัลยาณมิตร...ต้องไม่อวย..ให้กันเกินไป..จะเสียหาย..

ต้องแตะเบรกห้ามล้อใว้บ้าง....จะได้มีเวลามาฉุกคิด...มันจะเกิดความรอบขอบ

กะลาช่วยสาธยายหน่อยว่า ฌาณ4 รู้ตื่น รู้เบิกบาน มันเป็นอย่างไร
ถามหน่อยมันเป็นอย่างเดียวกับอรูปหรือเปล่า
เรารู้จักแต่ อรูปพรหมกับญาณ3
ไอ้ฌาณ4 แล้วรู้ตื่น รู้เบิกบานเป็นไงอ่ะ :b13:


เราไปมั่ว ๆ ห้องอื่นกันดีไหม? :b32: ..เกรงใจกระทู้เขานะ

ผมก็อยากรู้เหมือนกัน..อรูปพรหม...มันเป็นยังงัย...จะได้มีความรู้กะเขาบ้าง :b12: :b12:

อ้าว! งั้นไอ้ที่บอกจขกทไปมันก็มั่วนะซิ
แล้วให้ไปคุยกันห้องอื่น ห้องไหนดีล่ะ ห้องผูกพันธ์และพลัดพรากหรือห้องแนะนำตัวดี

พุทโธ! อุตสาห์ช่วยดันส่งมุขให้จะได้แจ้งเกิดซะที ที่ไหนได้ดันเหลว
ที่หน้าที่หลังส่งซิกด้วยว่า อันไหนมั่วอันไหนโม้ เราจะได้รู้ตัว
จะเล่นบทพระรองช่วยพระเอกซะหน่อย ดันกลายเป็นผู้ร้ายเป็นจิ๊กโก๋
มาหาเรื่องชาวบ้านตัวประกอบซะงั้น :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2012, 04:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
จริงๆแล้วผมเคยเล่าและถามหลวงตามหาบัวแล้วล่ะครับเป็นทางจดหมายแล้วท่านก็เมตตาตอบผมมาแล้วว่าถูกต้อง ในเว็ปยังมีข้อความนี้อยู่ ผมขอคัดลอกตัดตอนบางส่วนออกมาให้อ่านกันเพื่อหวังให้เป็นความรู้นะครับ ^___^.

การจะรู้ว่าการปฏิบัติของตนรุดหน้าหรือไม่ บุคคลนั้นจะต้องหมั่นดูสภาวะหรืออารมณ์
ของตนด้วยตัวเอง แล้วเอาสิ่งที่ได้ไปเทียบเคียงกับ พุทธพจน์หรือธรรมที่บรรดาครูบาอาจารย์
ได้บันทึกไว้ แบบนี้มันจึงจะเข้าใจ หรือไม่ ก็ต้องไปหาครูบาอาจารย์ด้วยตัวเอง ให้ท่านได้ตรวจ
ทานคำพูดหรืออารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์ของเราด้วยตัวเองมันถึงจะสื่อกันได้อย่างถูกต้อง

มันไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาเขียนถามทางจดหมายหรือเว็บบอร์ด
คุณคงไม่ทราบว่าไอ้บัญญัติที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มันมีการต่อเติม
เพื่มขึ้นมาตั้งมากมาย เจ้าสำนักบางคนพยายามสรรหาบัญญัติที่วิริศมาหรา
มาพูดแบบผิดๆถูกๆ ผู้ศึกษาบางคนไม่เข้าใจเห็นฟังแล้วเท่ดี ก็เอามาใช้ทั้งๆที่
มันผิดหลักปรมัตถ์ธรรม


มันตลกที่สุดตรงที่คุณบอกว่า คุณเห็น คุณมี"สติปัญญาเด่นดวง"
แต่ทำไมหนอต้องมาถามคนในเว็บบอร์ด

สรุปได้ก็คือ คุณกำลังหลงและเกิดอาการผยอง อยากจะอวดว่า
ตนได้โน้นได้นี่ ที่ถามมาไม่ได้เป็นจุดประสงค์ที่แท้จริง เพราะใครเขา
เข้ากับคุณเป็นปี่เป็นขลุ่ยคุณก็ว่าเขารู้จริงปฏิบัติจริง แต่พอมีคนแย้งก็
เกิดอาการไม่พอใจ ไม่ยอมรับ ถึงกับลงทุนอ้างชื่อ ครูบาอาจารย์

ที่น่าสะกิดใจตัวเองบ้างก็ตรงที่บอกว่า เขียนจดหมาย
ไปถามหลวงตาในเว็บ ผมถามคุณหน่อยครับ หลวงตาท่านจะมานั่งตอบจดหมาย
ทางคอมพิวเตอร์หรือครับ หลวงตาใช้คอมพิวเตอร์เป็นหรือครับ ขนาดบรรดา
ญาติโยมที่อยู่ตรงหน้าหลวงตา จะสื่อสารกับหลวงตายังต้องมีล่ามมีคนอธิบายความ
คำพูดของญาติโยมให้หลวงตาฟังอีกทีเลย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2012, 06:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
cool
เฮ้!.....*****.....มาแล้วหรือครับ "คุณฮับโฮ" มาพร้อมลูกคู่ เกือบครบทีม
:b12:
ผมสังเกตเห็นว่าช่วงหลังๆนี่คุณโฮดูอ่อนนุ่ม พูดเป็นงานเป็นการขึ้นเยอะ ปิสุณาวาจา สัปปัปผลาวาจาก็ลดน้อยลง พูดเป็นศีลเป็นธรรมมากขึ้น มีเหตุผลข้อธรรมที่น่าฟังมากขึ้น กำลังนึกชมในใจอยู่เชียว
:b27:
แต่นี่กลับมาเข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว
s002
ผมจะคอมเมนท์ให้เห็นปิสุณาและสัปปับผลาด้วยการคาดสีแดงที่ตัวหนังสือที่คุณโฮเขียนมานจะครับ
:b34:
โฮฮับ เขียน:
asoka เขียน:
สาธุ อนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งกับการสนทนาธรรมอันน่าชื่นใจของคุณลูกพระป่ากับคุณมัชฌิมา....
ยินดีกับคุณกบและคุณjojamที่มาช่วยสร้างสีสรรให้กับกระทู้นี้

คุณโสกะนี่ตลกดีครับ ทำไมชอบทำอะไรเจ้ากี้เจ้าการ ออกนอกหน้าแบบนี้ครับ
ทำอย่างนี้ ทำให้ผมสับสนว่าใครเป็นจขกทกันแน่ระหว่างคุณกับมัชฌิมา
:b32:
asoka เขียน:
มีข้อสังเกตนิดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของ "ผู้รู้" ตัวผู้รู้นั้นน่าจะเป็นตัวปัญญาตรงๆ คือจิตดวงที่ประกอบด้วยปัญญินทรึย์เจตสิก
:b42:

เมื่อเกิดจิตผู้รู้แล้วดับไป เกิดจิตที่ประกอบด้วยสัญญา เกิดจิตผู้รู้ขึ้นมาใหม่หลังจาก
จิตที่เป็นสัญญาดับไป เมื่อจิตผู้สัญญาดับไปเกิดเป็น จิตที่เป็นสติไประลึกปัญญา

ที่ต้องเน้นว่าเป็นจิตผู้รู้ก็เพราะ เป็นจิตที่มีคุณภาพสามารถตามรู้
อาการของจิตได้จนจบกระบวนการขันธ์ แต่ถ้ารู้ผัสสะอย่างเดียวเรียกว่า วิญญาณขันธ์

asoka เขียน:
ส่วน สติ นั้นน่าจะใช้ชื่อให้แยกชัดออกมาเป็น "ผู้รู้ทัน" ซึ่งเป็นจิตดวงที่ประกอบด้วยสตินทรีย์เจตสิก

สติมันต้องอาศัยสัญญา มันต้องเกิดสัญญาเสียก่อน มันจึงเกิดสติได้
เพราะสัญญาเป็นเหตุปัจจัยของสติ ฉะนั้นมันน่าขายหน้านะที่บอกว่า "สติคือผู้รู้ทัน"
ในความเป็นจริง สติก็คือผู้"จำได้"

ส่วนไอ้ตัวที่คุณบอกว่า"ผู้รู้ทัน" มันต้องเป็นการเกิดขึ้นของกระบวนการขันธ์
เช่นเกิดผัสสะตัวใดขึ้น ก็รู้ทันผัสสะที่เกิดใหม่นั้นๆ ไม่หลงไปปรุงแต่งอยู่ที่ผัสสะเดียว
ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ต้องอาศัยสติเป็นส่วนประกอบนั้นแหล่ะ
ดังนั้นถ้าจะบอกว่า"รู้ทัน" น่าจะเป็นวิญญาณขันธ์จึงจะถูกมากกว่า

asoka เขียน:
ที่ให้ข้อสังเกตเช่นนี้ก็คิดว่าการใช้บัญญัติที่ถูกต้องกับสภาวจริงๆ น่าจะเป็นความละเอียดอ่อนที่เป็นประโยชน์
อนึ่ง พระพุทธศาสนาเป็น ปัญญาศาสนา พระบรมศาสดาทรงได้พระนามว่า "ปัญญาธิกะพุทธเจ้า" จึงใคร่่จะให้ผู้คนได้เห็นความสำคัญของปัญญาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะตามธรรมแล้ว ปัญญาหรือจิตปัญญาเป็นพระราชาผู้ครองกายนครดังที่เราคงเคยได้ยินบัญญัติว่า "พญามโนเจตราช" ส่วนสติ สมาธิ ศีล หรือธรรมอื่นๆนั้นเปรียบเป็นอำมาตย์ข้าราชบริพารคอยรับสนองพระบัญชาของพระราชา สติอาจพิเศษรองลงมาจากปัญญา คือเปรียบได้กับแม่ทัพใหญ๋ของกายนคร

:b8:

ปากก็พูด แต่คุณนั้นแหล่ะตัวดีเลย เอาบัญญัติมาละเลงเป็นขนมเบื้อง
แถมเป็นขนมเบื้องที่มีแต่แป้ง ไส้หวานกะทิน้ำตาลก็ไม่มี
แนะนำเลิกโพสรูปภาพเป็นเด็กๆได้มั้ยครับ มันเปลื่องสายตาครับ
:b32:

:b12: :b12: :b12:
แล้วที่คุณโฮแสดงความเห็นวิตกวิจารณ์มานั้นหนะ ....มันยิ่งแสดงภูมิรู้ที่ผิด ไม่ละเอียดในธรรม ปริยัติมาก ปฏิบัติน้อย ไม่ค่อยได้สัมผัสสภาวะจริงๆในกายและจิต เหมือนเปิดเสื้อให้คนอื่นเห็นหลังมากยิ่งขึ้นๆ
s005
เอาแค่คำวิจารณ์เรื่องสติ คุณโฮคงจะลืมไปว่าผมเคยแสดงหน้าที่ของสติให้ดูอย่างครบถ้วนบ่อยๆครั้งว่า
สติ มีหน้าที่ รู้ทัน.....ระลึกได้......ไม่ลืม 3อย่างนี่คือหน้าที่ของสติจริงๆ แต่สติธรรมดาเป็นแค่สติตามสัญชาติญาณ ไม่เหมือนอย่าง "สัมมาสติ" คือสติที่ต้องถูกปัญญาอบรมมาให้เห็นถูกทางถูกต้องเสียก่อนคือเห็นตามอริยสัจ 4 แล้วสติจึงจะมากำกับกายใจให้เดินไปบนเส้นทางแห่งอริยสัจ 4 และมรรค 8
ลองไปทำความละเอียดในเรื่องนี้ที่กระทู้ "สติต้องถูกอบบรมด้วยปัญญาจึงจะเป็นสัมมาสติ" กระทู้ยังอยู่หน้า 1 อยู่นะครับ

onion
อ้อแล้วประโยคนี้ "ถ้าจะบอกว่า"รู้ทัน" น่าจะเป็นวิญญาณขันธ์จึงจะถูกมากกว่า " พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่เคยได้รู้หรือปฏิบัติจริงเลยว่า "สติกับปัญญานี่เขาเกิดขึ้นแทรกในระหว่างการเกิดดับของอารมณ์และสภาวะธรรมโดยตลอด จึงเกิดตัวที่ว่า "รู้" ขึ้นมาโดยตลอด อย่างเช่นประสาทหู (โสตวิญญาณธาตุ)กระทบเสียง
วิญญาณ หรือความรับรู้ทางหูเกิดขึ้น สังเกตดูตรงนี้ให้ดี "แล้วใครล่ะไปรู้ว่าวิญญาณทางหูเกิดขึ้น" ลองไปตรองดู

:b34:
แล้วมิจฉาวาจาท่อนท้ายที่ว่า "เอาบัญญัติมาละเลงเป็นขนมเบื้อง" ลองพิจารณาดูว่า "ใครกันแน่ที่่เอาบัญญัติหรือปริยัติที่ดีๆ ถูกต้อง มาละเลงด้วยความเห็นผิดยึดผิดของตนเองกันแน่" ลองกลับไปตรองดูดีๆอีกทีนะครับ
:b34:
แล้วที่มาวิตกวิจารณ์คุณมัชฌิมา....ด้วยวิจารณญาณอันหยาบขาดประสบการณ์จริงของคุณโฮ....ระวังจะเข้าเนื้อนะจะบอกให้ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน.......
:b34:
มาเพาะสร้างนิสัยใหม่คุยกันสบายๆให้อบอวลอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพและกระแสธรรมอันชุ่มเย็นเสียบ้างคุณโฮ..จะน่ารักขึ้นอีกไม่น้อยเชียวหละ
:b4: :b12: :b12: :b12:
เรื่องรูป ก็เพื่อผ่อนคลายสายตาและจิตใจอันคุกรุ่น บางรูปก็มีความหมายมาก คุณโฮจะไปยุ่งทำไม ท่านผู้รักษากฎยังไม่ส่งสัญญาณเลย คุณโฮ..มาทำหน้าที่แทนเสียแล้ว น่าคิดนะ......ว่าใครกันแน่ที่ไป.....ส ร ข ค อ....
:b12: :b12: :b12:
สงบจิต สงบใจ เจริญธรรมนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2012, 07:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ก่อนจะพบกับเหตุการณ์นั้น....ถือศีลกี่ข้อครับ?

หลังจากเจอแล้ว...มีศีลกี่ข้อครับ?

ปัจจุบัน...มีศีลกี่ข้อครับ?
:b8:

cool
คุณกบครับ คุณกบให้ความสำคัญกับปัจจุบันอารมณ์แค่ไหน?
เคยรู้ไหมว่าชีวิตของเรานี้ตายและเกิดใหม่ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ?
:b37:
เวลาที่คุณกบนั่งขัดสมาธิ หลับตา เอาสติ ปัญญารู้และสังเกตเข้าไปในกายและจิต ณ ห้วงเวลานั้น
ศีล อย่าว่าแต่ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 เลย แม้แต่ศีล 227 ข้อ เท่าพระ คุณกบว่ามีข้อไหนบ้างที่คุณกบทำผิด
(ปัจจุบันขณะที่นั่งภาวนานั้นนะครับ)

onion
ใบ้ให้เท่านี้แล้วหาคำตอบดูนะครับ
:b12: :b12: :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2012, 07:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณที่อโสกะ..เตือนด้วยความหวังดี....แต่ที่อโสกะพูดมานั้นนะ..เขาเอาใว้ปลอบใจ...ให้คนมีกำลังใจรักษาศีล...เกือบแล้ว...เกือบ.....แล้วละอโสกะ :b9:

ศีล...แปลว่า..ปกติ...หรือเป็นปกติ...หากไม่ปกติก็ยังไม่เป็นศีล :b32:

ศีล...จึงมีได้ด้วยความตั้งใจ...หากไม่ตั้งใจทำศีลนั้นก็ไม่มี...
แบบหนึ่ง....สมาทาน...คือเอาพระเป็นพยาน

อีกแบบ...อะไรนะ..วิรัตศีล...รึงัย..จำคำพระไม่ได้...คือแบบ...ตั้งใจทำเอาเองเลย..เอาตัวเองเป็นพยาน

เข้าใจแล้วนะ..อโสกะ

หากมีท่านใดจะเสริมหรือไม่เห็นด้วย...ก็เอาสั้น ๆ พองาม..จะได้ไม่ออกนอกหัวกระทู้ :b12: :b12:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 117 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 20 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร