วันเวลาปัจจุบัน 28 ก.ย. 2020, 09:29  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.พ. 2012, 23:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2012, 15:49
โพสต์: 20

ชื่อเล่น: ทะเล
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอเรียนถามผู้รู้ว่า ในสติปัฏฐาน ทำไมแยกความรู้สึกสุขทุกข์(เวทนา) กับความรู้สึกอื่่นๆ (จิต ซึ่งถูกย้อมด้วยเจตสิก) ทำไมไม่รวมเป็นบรรพเดียวกัน เพราะเวลาเรารับรู้ความเปลี่ยนแปลงของจิต เรารับรู้รวมๆไปด้วยกัน ไม่ได้แยกว่าจะรับรู้เรื่องสุข ทุกย์ โกรธ เสียใจ น้อยใจ
ขอบพระคุณครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2012, 00:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2011, 22:53
โพสต์: 705

แนวปฏิบัติ: รู้สึกตัว
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สุรวุฒิ เขียน:
ขอเรียนถามผู้รู้ว่า ในสติปัฏฐาน ทำไมแยกความรู้สึกสุขทุกข์(เวทนา) กับความรู้สึกอื่่นๆ (จิต ซึ่งถูกย้อมด้วยเจตสิก) ทำไมไม่รวมเป็นบรรพเดียวกัน เพราะเวลาเรารับรู้ความเปลี่ยนแปลงของจิต เรารับรู้รวมๆไปด้วยกัน ไม่ได้แยกว่าจะรับรู้เรื่องสุข ทุกย์ โกรธ เสียใจ น้อยใจ
ขอบพระคุณครับ


ขอตอบว่า เพราะเวทนาสุข ทุกข์ (อย่าลืมอทุกขมสุขเวทนา อีกตัว) เป็นการเกิดที่แตกต่างจากอาการของจิตอย่างเด่นชัด เพราะผู้ที่มีความชำ่ชองในการพิจารณาจิตที่ละเอียด ย่อมเห็นอาการต่างๆ ที่ปรุงแต่งจิตเป็นธรรมหนึ่งๆอย่างเด่นชัด เหมือนเรามองป่า ป่าหนึ่งย่อมเห็นสีเขียวพรึ่ดไปหมด แต่เมื่อมองละเอียดหรือผู้ที่มีความรู้เรื่องป่าดี ย่อมมองเห็น ต้นไทร ตะเคียน ประดู่ ไผ่ เถาวัลย์ ยาง ฯลฯ หรือกระทั่งต้นหญ้า เพียรศึกษาต่อไปแล้วคุณจะเห็นเอง :b25:

.....................................................
"ธรรมะเป็นปัจจัตตัง ต้องทำเอง รู้เอง เห็นเอง เข้าใจเอง"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2012, 00:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สุรวุฒิ เขียน:
ขอเรียนถามผู้รู้ว่า ในสติปัฏฐาน ทำไมแยกความรู้สึกสุขทุกข์(เวทนา) กับความรู้สึกอื่่นๆ (จิต ซึ่งถูกย้อมด้วยเจตสิก) ทำไมไม่รวมเป็นบรรพเดียวกัน เพราะเวลาเรารับรู้ความเปลี่ยนแปลงของจิต เรารับรู้รวมๆไปด้วยกัน ไม่ได้แยกว่าจะรับรู้เรื่องสุข ทุกย์ โกรธ เสียใจ น้อยใจ
ขอบพระคุณครับ

เรื่องของผู้รู้ หาก เช่นนั้น ให้ฟังพระธรรมเทศนา สัก ครึ่งชั่วโมง ตามลิงค์ต่อไปนี้ น่าจะมีคำตอบสำหรับคุณ สุรวุฒิได้ครับ

http://audio.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=15069

เจริญธรรม

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2012, 20:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


สุรวุฒิ เขียน:
ขอเรียนถามผู้รู้ว่า ในสติปัฏฐาน ทำไมแยกความรู้สึกสุขทุกข์(เวทนา) กับความรู้สึกอื่่นๆ (จิต ซึ่งถูกย้อมด้วยเจตสิก) ทำไมไม่รวมเป็นบรรพเดียวกัน เพราะเวลาเรารับรู้ความเปลี่ยนแปลงของจิต เรารับรู้รวมๆไปด้วยกัน ไม่ได้แยกว่าจะรับรู้เรื่องสุข ทุกย์ โกรธ เสียใจ น้อยใจ
ขอบพระคุณครับ

:b27:
สุข....เฉย....ทุกข์ เป็นเวทนาที่กาย เป็นของหยาบ เห็นง่าย

โสมมนัส ......อุเบกขา......โทมนัส เป็นเวทนาที่จิต เป็นของละเอียด เห็นได้ยาก จิตหยาบ สติปัญญาหยาบจะมองไม่เห็นหรือรู้ไม่ถึง

ท่านจึงแยกออกเป็นคนละฐานหรือบรรพ

:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2012, 23:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
สุรวุฒิ เขียน:
ขอเรียนถามผู้รู้ว่า ในสติปัฏฐาน ทำไมแยกความรู้สึกสุขทุกข์(เวทนา) กับความรู้สึกอื่่นๆ (จิต ซึ่งถูกย้อมด้วยเจตสิก) ทำไมไม่รวมเป็นบรรพเดียวกัน เพราะเวลาเรารับรู้ความเปลี่ยนแปลงของจิต เรารับรู้รวมๆไปด้วยกัน ไม่ได้แยกว่าจะรับรู้เรื่องสุข ทุกย์ โกรธ เสียใจ น้อยใจ
ขอบพระคุณครับ

เรื่องของผู้รู้ หาก เช่นนั้น ให้ฟังพระธรรมเทศนา สัก ครึ่งชั่วโมง ตามลิงค์ต่อไปนี้ น่าจะมีคำตอบสำหรับคุณ สุรวุฒิได้ครับ

http://audio.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=15069

เจริญธรรม


:b8: :b8: :b8:

ไม่ทราบหลวงพ่อท่านมีนามว่าอะไรครับ.. :b11:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2012, 00:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 810

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่แยกก้จะงงได้นะครับ ควรแยกนั่นแหละดีแล้ว เพราะทุกข์ สุข อันเปนเวทนา และเฉยๆ ถ้าไม่ศึกษา
หรือพิจารณาให้ดี ก้จะเสียประโยชน์หรือหน่วยกิตจากการพิจารณาเรื่องนี้ เมื่อรุ้ในเรื่องเวทนา การจะเข้าใจ
เรื่องจิต และอารมณ์ที่จิตปรุงแต่ง หรือมาปรุงแต่งจิต ผู้ปฏิบัติก้จะพลอยเข้าใจไปด้วย แต่ถ้าเข้าใจดีแล้ว
จะมองทุกสิ่งทุกอย่างเปนภาพรวมเดียวก้ได้ครับ :b41:

จะคล้ายเหมือนกับ เวทนา กับ สังขาร ในขันธ์ห้า มีความใกล้เคียงกันมาก มีผลลัพธ์คือทุกข์ สุข และเฉยเช่นเดียวกัน แต่เวทนากับ สังขาร รวมเรียกเปนเจตสิก ส่วนวิญญาณในขันธ์ห้า ให้เรียกเปนจิตแทน
:b40: :b40:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2012, 15:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2010, 16:03
โพสต์: 40

แนวปฏิบัติ: ปฏิบัติตามพระศาสดา
งานอดิเรก: รู้ลมหายใจ เข้า-ออก
สิ่งที่ชื่นชอบ: หนังสือ พุทธวจน
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลองฟังดูครับ

.....................................................
ศึกษา พุทธวจน(คำของพระพุทธเจ้า)ได้ที่นี่
http://www.buddhakos.org/
http://watnapp.com/
http://media.watnapahpong.org/
http://www.buddhaoat.org/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2012, 12:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2282

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สุรวุฒิ เขียน:
ขอเรียนถามผู้รู้ว่า ในสติปัฏฐาน ทำไมแยกความรู้สึกสุขทุกข์(เวทนา) กับความรู้สึกอื่่นๆ (จิต ซึ่งถูกย้อมด้วยเจตสิก) ทำไมไม่รวมเป็นบรรพเดียวกัน เพราะเวลาเรารับรู้ความเปลี่ยนแปลงของจิต เรารับรู้รวมๆไปด้วยกัน ไม่ได้แยกว่าจะรับรู้เรื่องสุข ทุกย์ โกรธ เสียใจ น้อยใจ
ขอบพระคุณครับ

สติปัฏฐานสี่ ท่านแยกไว้ เพื่อให้เหมาะกับจริตนิสัยของสัตว์โลก คือ

- พิจารณากาย สำหรับผู้มีตัณหาจริตอย่างหยาบ คือ มักติดกายรักสวยรักงาม
- พิจารณาเวทนา สำหรับผู้มีตัณหาจริตอย่างละเอียด เอาความสุขใจของตนเป็นใหญ่
- พจารณาจิต สำหรับผู้ที่มีทิฏฐิจริตอย่างหยาบ เอาความเห็นของตนเป็นใหญ่ ถูกใจแล้วใช้ได้
- พิจารณาธรรม สำหรับผู้มีทิฏฐิจริตอย่างละเอียด คือ ต้องการให้ใจพบแต่เรื่องที่ชอบ ที่พอใจ

คนเราอาจมีจริตนิสัยทั้งสี่อย่างนี้รวมกัน แต่อย่างไหนที่เด่นกว่ากัน เมื่อพิจารณาหัวข้อธรรมใดไม่ติดขัด
ก็ให้ใช้หัวข้อธรรมหมวดนั้น ในการพิจารณาครั้งต่อไป เพราะเหมาะกับจริตนิสัยของเรา

:b12:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร