วันเวลาปัจจุบัน 24 ต.ค. 2020, 15:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 25 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 14:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kamonchanok เขียน:
ผงธุลีดิน เขียน:
ครับ
ลองนับ 1 2 3.....ไปเรื่อยๆดูครับ

นับจนถึงที่สุด เมื่อไร คำตอบ (จักรวาลและโลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร) จึงอยู่ในนั้น


:b32: เราเคยตอบตัวเองอย่างนี้ จริง ๆ :b32:


ศาสนาอื่นใช้วิธีคิดย้อนหลัง เราเกิดจากพ่อแม่ พ่อและแม่แต่ละคน เช่น พ่อก็เกิดจากพ่อของพ่อและแม่ของพ่อ แล้วก็คิดย้อนต่อไปเรื่อยๆ จะพบว่ามีสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นผู้สร้างเริ่มต้น เรียกว่า "พระเจ้า"

ถ้ามีสิ่งที่เป็นผู้สร้าง"พระเจ้า" เช่นพ่อแม่พระเจ้า สิ่งนั้นที่เป็นสิ่งแรกก็คือ "พระเจ้า"

ในทางพุทธศาสนา สิ่งที่เป็นผู้สร้าง และมีมาก่อนสิ่งอื่นทั้งหมด คือ "นิพพาน" หรือ "อสังขตธาตุ" "นิพพาน" หรือ "อสังขตธาตุ" จึงเป็นผู้สร้างโลกและจักวาล


พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า:


“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติที่ไม่มีจุดกำเนิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรปรุงแต่ง นั้นมีอยู่ ถ้าไม่มี ธรรมชาติที่ ไม่มีจุดกำเนิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรปรุงแต่ง ความเป็นไปของธรรมชาติที่เกิดที่เป็น ที่มีอะไรปรุงแต่ง ก็จะปรากฏไม่ได้ เพราะเหตุที่ มีธรรมชาติ ที่ไม่มีจุดเกิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรมาปรุงแต่ง ความเป็นไปของธรรมชาติ ที่เกิด ที่เป็น ที่มี ใครทำ ที่อะไร ปรุงแต่ง จึงเกิดขึ้นได้”

(อิตติวุตตก กัณฑ์ ที่ 1825/275 ว่าด้วยเรื่อง ธรรมชาติ ที่ไม่มีจุดเกิด ไม่ถูกปรุงแต่ง มีอยู่ - จากพระไตรปิฎก ฉบับ ประชาชน หน้า 55)

ย้ำ!!! ถ้าไม่มี ธรรมชาติที่ ไม่มีจุดกำเนิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรปรุงแต่ง (นิพพานหรืออสังขตธาตุ) ความเป็นไปของธรรมชาติที่เกิดที่เป็น ที่มีอะไรปรุงแต่ง(สรรพชีวิต,โลกและจักรวาล) ก็จะปรากฏไม่ได้

หรือ ถ้าไม่มี อสังขตธาตุ(นิพพาน) โลก จักรวาล และสรรพสิ่ง รวมทั้งมนุษย์และสรรพสัตว์ก็จะปรากฏไม่ได้

ย้ำท่อนสอง!!! เพราะเหตุที่ มี ธรรมชาติ ที่ไม่มีจุดเกิด ไม่มีใครทำ ไม่มีอะไรมาปรุงแต่ง(นิพพานหรืออสังขตธาตุ) ความเป็นไปของ ธรรมชาติ ที่เกิด ที่เป็น ที่มี ใครทำ ที่อะไร ปรุงแต่ง จึงเกิดขึ้นได้”

หรือ เพราะเหตุที่มี อสังขตธาตุ(นิพพาน) ความเป็นไปของโลก จักรวาล และสรรพสิ่ง รวมทั้งมนุษย์และสรรพสัตว์ จึงเกิดขึ้น

สรุป

อสังขตธาตุ(นิพพาน) เป็นผู้ทำให้เกิด สังขตธาตุ (โลก จักรวาล และสรรพสิ่ง รวมทั้งมนุษย์และสรรพสัตว์)


แก้ไขล่าสุดโดย คนดีที่โลกลืม เมื่อ 13 เม.ย. 2010, 14:43, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 15:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2010, 08:14
โพสต์: 829

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน

สรุป

อสังขตธาตุ(นิพพาน) เป็นผู้ทำให้เกิด สังขตธาตุ (โลก จักรวาล และสรรพสิ่ง รวมทั้งมนุษย์และสรรพสัตว์)



ถ้าเป็นอย่างนั้น

พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เข้านิพพาน(อสังขตธาตุ)
แล้วนิพพาน ก็เป็นผู้ทำให้เกิด สังขตธาตุ
เกิดสังขธาตุใหม่ แล้วก็เกิดโลกจักรวาลใหม่ สรรพสิ่ง และมนุษย์ใหม่
แล้วก็มาเป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์
แล้วก็เข้านิพพาน(อสังขตธาตุ)ใหม่อีก
แล้ว


พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เข้านิพพาน(อสังขตธาตุ)
แล้วนิพพาน ก็เป็นผู้ทำให้เกิด สังขตธาตุ
เกิดสังขธาตุใหม่ แล้วก็เกิดโลกจักรวาลใหม่ สรรพสิ่ง และมนุษย์ใหม่
แล้วก็มาเป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์
แล้วก็เข้านิพพาน(อสังขตธาตุ)ใหม่อีก
แล้ว




พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เข้านิพพาน(อสังขตธาตุ)
แล้วนิพพาน ก็เป็นผู้ทำให้เกิด สังขตธาตุ
เกิดสังขธาตุใหม่ แล้วก็เกิดโลกจักรวาลใหม่ สรรพสิ่ง และมนุษย์ใหม่
แล้วก็มาเป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์
แล้วก็เข้านิพพาน(อสังขตธาตุ)ใหม่อีก
แล้ว....................


ธรรมชาติเช่นว่า ของคุณใบไม้ หากำเนิด หาจุดจบไม่ได้จริงๆ


แก้ไขล่าสุดโดย enlighted เมื่อ 13 เม.ย. 2010, 15:39, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 16:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 09:31
โพสต์: 639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ใช่เลยค่ะ พระนิพพานเป็นผู้ให้กำเนิดทุกสิ่ง และเราก็สามารถไปถึงจุดๆนั้นได้เพียงใช้ความเพียรพยายามเท่านั้น ความเพียรพยายามในการถือศีลและทำสมาธิค่ะเพื่อให้เข้าใจธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 20:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


enlighted เขียน:
คนดีที่โลกลืม เขียน

สรุป

อสังขตธาตุ(นิพพาน) เป็นผู้ทำให้เกิด สังขตธาตุ (โลก จักรวาล และสรรพสิ่ง รวมทั้งมนุษย์และสรรพสัตว์)



ถ้าเป็นอย่างนั้น

พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เข้านิพพาน(อสังขตธาตุ)
แล้วนิพพาน ก็เป็นผู้ทำให้เกิด สังขตธาตุ
เกิดสังขธาตุใหม่ แล้วก็เกิดโลกจักรวาลใหม่ สรรพสิ่ง และมนุษย์ใหม่
แล้วก็มาเป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์
แล้วก็เข้านิพพาน(อสังขตธาตุ)ใหม่อีก
แล้ว


ธรรมชาติเช่นว่า ของคุณใบไม้ หากำเนิด หาจุดจบไม่ได้จริงๆ


อย่าเพิ่งมองข้ามช็อตสิครับ ช็อตแรก คือ ทุกสรรพจิตต้องหาตัวเองให้พบว่าพวกเราล้วนเป็นพุทธะ (อณูของพระเจ้า) แล้วพวกเราจะต้องเข้านิพพานให้ได้หมด เกมแรกนี้ยังไม่จบเลย ซึ่งกว่าจะจบเกมช็อตแรกก็คงจะกัลปวสานล่ะครับ บางทีอาจจะไม่มีวันจบช็อตแรกด้วยซ้ำไป เพราะบางจิตติดใจการเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นพรหม ฯลฯ พวกเขาจึงไม่ยอมเข้านิพพาน

คุณเล่นก้าวข้ามช็อตไปถึงว่า พวกเราเหล่าพุทธะในนิพพานจะสร้างโลกและจักรวาลขึ้นมาใหม่หลังจากจบช็อตแรก

อีกอย่างนี่คือคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านะครับ ไม่ใช่ของผม ผมเป็นผู้นำเอาพุทธพจน์มาตีแผ่ และตีความเท่านั้น เพราะผมเชื่อว่าผมมีสัมมาทิฏฐิเพียงพอ


แก้ไขล่าสุดโดย คนดีที่โลกลืม เมื่อ 13 เม.ย. 2010, 20:55, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 21:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2010, 15:07
โพสต์: 313

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน:
อย่าเพิ่งมองข้ามช็อตสิครับ ช็อตแรก คือ ทุกสรรพจิตต้องหาตัวเองให้พบว่าพวกเราล้วนเป็นพุทธะ (อณูของพระเจ้า) แล้วพวกเราจะต้องเข้านิพพานให้ได้หมด เกมแรกนี้ยังไม่จบเลย ซึ่งกว่าจะจบเกมช็อตแรกก็คงจะกัลปวสานล่ะครับ บางทีอาจจะไม่มีวันจบช็อตแรกด้วยซ้ำไป เพราะบางจิตติดใจการเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นพรหม ฯลฯ พวกเขาจึงไม่ยอมเข้านิพพาน

คุณเล่นก้าวข้ามช็อตไปถึงว่า พวกเราเหล่าพุทธะในนิพพานจะสร้างโลกและจักรวาลขึ้นมาใหม่หลังจากจบช็อตแรก


ในเมื่อช็อตแรกของคุณคนดีนอกกำมือมันเริ่มต้นมาจากนิพพานแล้ววนเวียนกลับไปนิพพานอีก ทำเป็นเล่นเกมงูกินหางอยู่อย่างนี้ จุดเริ่มต้นก็หาไม่พบ จุดจบก็หาไม่เจอ วนไปก็เวียนมา นิพพานแล้ว นิพพานอีก ไม่จบไม่สิ้น นิพพานอย่างนี้ควรเป็นที่น่าปรารถนาของผู้จะออกจากสังสารวัฏแล้วละหรือ

คนดีที่โลกลืม เขียน:
อีกอย่างนี่คือคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านะครับ ไม่ใช่ของผม ผมเป็นผู้นำเอาพุทธพจน์มาตีแผ่ และตีความเท่านั้น เพราะผมเชื่อว่าผมมีสัมมาทิฏฐิเพียงพอ


สิ่งที่คุณกำลังทำก็คือนำเอาพุทธพจน์มาตีไข่ใส่สี ตามทิฏฐิของตัวเองเท่านั้นเอง

อนุโมทนาสาธุจ้า


:b17: :b17: :b17:

:b4: :b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 22:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


"noohmairu"เขียน:

ในเมื่อช็อตแรกของคุณคนดีนอกกำมือมันเริ่มต้นมาจากนิพพานแล้ววนเวียนกลับไปนิพพานอีก ทำเป็นเล่นเกมงูกินหางอยู่อย่างนี้ จุดเริ่มต้นก็หาไม่พบ จุดจบก็หาไม่เจอ วนไปก็เวียนมา นิพพานแล้ว นิพพานอีก ไม่จบไม่สิ้น นิพพานอย่างนี้ควรเป็นที่น่าปรารถนาของผู้จะออกจากสังสารวัฏแล้วละหรือ

ตอบ

นิพพานเริ่มแรกที่เราอยู่นั้น ยังไม่มีสิ่งเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานของเราเป็นภาวะที่ดีที่สุดแล้ว เราจึงต้องให้อิสระกับทุกจิตสามารถเข้ามาอยู่ในสังสารวัฏได้ โดยให้อิสระกับจิตปภัสสรสามารถติดอวิชชาได้ เพื่อให้มันลงมาใช้จิตสังขารและขันธ์เล่นสนุกอยู่ในสังสารวัฎ เมื่อมันปราถนาจะออกจากสังสารวัฎ มันก็ต้องพยายามละกิเลสอวิชชาเอาเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 22:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2010, 15:07
โพสต์: 313

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน:

นิพพานเริ่มแรกที่เราอยู่นั้น ยังไม่มีสิ่งเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานของเราเป็นภาวะที่ดีที่สุดแล้ว เราจึงต้องให้อิสระกับทุกจิตสามารถเข้ามาอยู่ในสังสารวัฏได้ โดยให้อิสระกับจิตปภัสสรสามารถติดอวิชชาได้ เพื่อให้มันลงมาใช้จิตสังขารและขันธ์เล่นสนุกอยู่ในสังสารวัฎ เมื่อมันปราถนาจะออกจากสังสารวัฎ มันก็ต้องพยายามละกิเลสอวิชชาเอาเอง


อิอิ นิพพานBefore นิพพานAfter

นิพพานสองมาตรฐาน


:b34: :b34: :b34:

อนุโมทนาสาธุจ้า :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 22:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


noohmairu เขียน:

คนดีที่โลกลืม เขียน:
อีกอย่างนี่คือคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านะครับ ไม่ใช่ของผม ผมเป็นผู้นำเอาพุทธพจน์มาตีแผ่ และตีความเท่านั้น เพราะผมเชื่อว่าผมมีสัมมาทิฏฐิเพียงพอ


สิ่งที่คุณกำลังทำก็คือนำเอาพุทธพจน์มาตีไข่ใส่สี ตามทิฏฐิของตัวเองเท่านั้นเอง

อนุโมทนาสาธุจ้า





แล้วแต่จะคิดครับ มารที่อยู่ในใจคุณก็ต้องว่าผมนำเอาพุทธพจน์มาตีไข่ใส่สี และมีมิจฉาทิฏฐิ เป็นธรรมดา แล้วแต่บุญแต่กรรมของคุณ ผมแค่มาบอกความจริงต่อโลกเท่านั้น ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ เป็นสิทธิเสรีภาพของเขา

กรุณาตีความพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าด้วยว่า ตีความอย่างไร จึงจะไม่ใช่ตีไข่ใส่สี

สังขตธาตุ ไม่ใช่โลก จักรวาล และสรรพชีวิต หรือ

แล้วประเด็นอื่นๆตรงไหนที่เรียกว่าตีไข่ใส่สี ครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 22:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2010, 15:07
โพสต์: 313

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เริ่มแรกจากนิพพานซื่อบื้อ

จึงสร้างเกมค้นหาตัวตนซื่อบื้อที่แท้จริงขึ้นมา

ตัวตนซื่อบื้อจึงมาหลงเล่นเกมซื่อบื้อที่ตัวเองสร้างขึ้น

ในที่สุดตัวตนซื่อบื้อก็ได้ค้นพบว่าตัวตนที่แท้จริงก็คือตัวตนที่โค-ตะ-ระ ซื่อบื๊อ ซื่อบื้อ

ซื่อบื้อที่โลกลืม :b34:


อนุโมทนาสาธุจ้า


:b4: :b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 22:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


noohmairu เขียน:
คนดีที่โลกลืม เขียน:

นิพพานเริ่มแรกที่เราอยู่นั้น ยังไม่มีสิ่งเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานของเราเป็นภาวะที่ดีที่สุดแล้ว เราจึงต้องให้อิสระกับทุกจิตสามารถเข้ามาอยู่ในสังสารวัฏได้ โดยให้อิสระกับจิตปภัสสรสามารถติดอวิชชาได้ เพื่อให้มันลงมาใช้จิตสังขารและขันธ์เล่นสนุกอยู่ในสังสารวัฎ เมื่อมันปราถนาจะออกจากสังสารวัฎ มันก็ต้องพยายามละกิเลสอวิชชาเอาเอง


อิอิ นิพพานBefore นิพพานAfter

นิพพานสองมาตรฐาน


:b34: :b34: :b34:

อนุโมทนาสาธุจ้า :b4:


2 มาตรฐานอะไร เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว

ทุกอย่างต้องมีการเปรียบเทียบ มีสีขาวก็ต้องมีสีดำและสีอื่นๆเปรียบเทียบ เราจึงจะรู้ว่านั่นคือสีขาว

ก็เอ็งกับข้าและทุกจิตอยู่ในนิพพานเริ่มแรก มันเป็นสุขประเสริฐที่สุดแล้ว แต่เอ็งกับข้าและทุกจิตมันไม่พอใจ มันอยากรู้ว่าภพภูมิอื่นๆเปรียบเทียบแล้ว มันไม่ดีกว่านิพพานของเราจริงหรือ? พวกเราจึงต้องออกมาพิสูจน์ให้เห็นจริงด้วยตัวเอง พอออกจากนิพพานมาแล้ว เราก็หาทางกลับบ้านเก่า คือ นิพพาน ของเราไม่ได้ จึงต้องให้ตถาคตต่างๆนำทางกลับนิพพานให้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 22:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


noohmairu เขียน:
[color=#FF4080]เริ่มแรกจากนิพพานซื่อบื้อ

จึงสร้างเกมค้นหาตัวตนซื่อบื้อที่แท้จริงขึ้นมา

ตัวตนซื่อบื้อจึงมาหลงเล่นเกมซื่อบื้อที่ตัวเองสร้างขึ้น

ในที่สุดตัวตนซื่อบื้อก็ได้ค้นพบว่าตัวตนที่แท้จริงก็คือตัวตนที่โค-ตะ-ระ ซื่อบื๊อ ซื่อบื้อ

ซื่อบื้อที่โลกลืม :b34:





เริ่มแรกไม่ได้ซื่อบื่อ แต่เราอยู่ในนิพพานมานานแสนนานๆๆๆๆๆ โดยไม่มีภพภูมิอื่นเปรียบเทียบให้เห็น เราจึงยอมออกจากนิพพานของเรา มาเล่นเกมส์ค้นหาความจริงว่า นิพพานดีกว่าภพภูมิอื่นๆทั้งหมด มันก็แค่นั้นเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 22:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2010, 08:14
โพสต์: 829

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน:


นิพพานเริ่มแรกที่เราอยู่นั้น ยังไม่มีสิ่งเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานของเราเป็นภาวะที่ดีที่สุดแล้ว เราจึงต้องให้อิสระกับทุกจิตสามารถเข้ามาอยู่ในสังสารวัฏได้ โดยให้อิสระกับจิตปภัสสรสามารถติดอวิชชาได้ เพื่อให้มันลงมาใช้จิตสังขารและขันธ์เล่นสนุกอยู่ในสังสารวัฎ เมื่อมันปราถนาจะออกจากสังสารวัฎ มันก็ต้องพยายามละกิเลสอวิชชาเอาเอง


"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""


คนดีที่โลกลืม เขียน:
อย่าเพิ่งมองข้ามช็อตสิครับ ช็อตแรก คือ ทุกสรรพจิตต้องหาตัวเองให้พบว่าพวกเราล้วนเป็นพุทธะ (อณูของพระเจ้า) แล้วพวกเราจะต้องเข้านิพพานให้ได้หมด


......................................................................................................
มองไม่เห็นละซี โพสต์เองแท้ๆๆ
สิ่งเปรียบเทียบ


อณู ไงล่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 23:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2010, 08:14
โพสต์: 829

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน:

เริ่มแรกไม่ได้ซื่อบื่อ แต่เราอยู่ในนิพพานมานานแสนนานๆๆๆๆๆ โดยไม่มีภพภูมิอื่นเปรียบเทียบให้เห็น เราจึงยอมออกจากนิพพานของเรา มาเล่นเกมส์ค้นหาความจริงว่า นิพพานดีกว่าภพภูมิอื่นๆทั้งหมด มันก็แค่นั้นเอง


แต่กลับไปเจอ อณู อีก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 23:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2010, 15:07
โพสต์: 313

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน:

แล้วแต่จะคิดครับ มารที่อยู่ในใจคุณก็ต้องว่าผมนำเอาพุทธพจน์มาตีไข่ใส่สี และมีมิจฉาทิฏฐิ เป็นธรรมดา แล้วแต่บุญแต่กรรมของคุณ ผมแค่มาบอกความจริงต่อโลกเท่านั้น ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ เป็นสิทธิเสรีภาพของเขา

กรุณาตีความพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้าด้วยว่า ตีความอย่างไร จึงจะไม่ใช่ตีไข่ใส่สี

สังขตธาตุ ไม่ใช่โลก จักรวาล และสรรพชีวิต หรือ

แล้วประเด็นอื่นๆตรงไหนที่เรียกว่าตีไข่ใส่สี ครับ


"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"

อนุโมทนาสาธุจ้า :b17:


คนดีที่โลกลืม เขียน:
2 มาตรฐานอะไร เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว

ทุกอย่างต้องมีการเปรียบเทียบ มีสีขาวก็ต้องมีสีดำและสีอื่นๆเปรียบเทียบ เราจึงจะรู้ว่านั่นคือสีขาว

ก็เอ็งกับข้าและทุกจิตอยู่ในนิพพานเริ่มแรก มันเป็นสุขประเสริฐที่สุดแล้ว แต่เอ็งกับข้าและทุกจิตมันไม่พอใจ มันอยากรู้ว่าภพภูมิอื่นๆเปรียบเทียบแล้ว มันไม่ดีกว่านิพพานของเราจริงหรือ? พวกเราจึงต้องออกมาพิสูจน์ให้เห็นจริงด้วยตัวเอง พอออกจากนิพพานมาแล้ว เราก็หาทางกลับบ้านเก่า คือ นิพพาน ของเราไม่ได้ จึงต้องให้ตถาคตต่างๆนำทางกลับนิพพานให้



ก็นี่ไงตัวตนที่แสนจะซื่อบื๊อออออ ซื่อบื้อ


คนดีที่โลกลืม เขียน:

เริ่มแรกไม่ได้ซื่อบื่อ แต่เราอยู่ในนิพพานมานานแสนนานๆๆๆๆๆ โดยไม่มีภพภูมิอื่นเปรียบเทียบให้เห็น เราจึงยอมออกจากนิพพานของเรา มาเล่นเกมส์ค้นหาความจริงว่า นิพพานดีกว่าภพภูมิอื่นๆทั้งหมด มันก็แค่นั้นเอง


อยู่ในนิพพานมานานแสนนานๆๆๆๆๆๆ ก็อยู่ต่อไปสิ มันก็แค่นั้นเอง

ออกมาจากนิพพานอีกทำไมละจ้า

ไม่ว่าซื่อบื้อแล้วจะให้ว่ายังไงละจ้า

คนซื่อบื้อนอกกำมือที่โลกลืม :b4:

อนุโมทนาสาธุจ้า :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2010, 23:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2010, 15:07
โพสต์: 313

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน:

2 มาตรฐานอะไร เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว

ทุกอย่างต้องมีการเปรียบเทียบ มีสีขาวก็ต้องมีสีดำและสีอื่นๆเปรียบเทียบ เราจึงจะรู้ว่านั่นคือสีขาว

ก็เอ็งกับข้าและทุกจิตอยู่ในนิพพานเริ่มแรก มันเป็นสุขประเสริฐที่สุดแล้ว แต่เอ็งกับข้าและทุกจิตมันไม่พอใจ มันอยากรู้ว่าภพภูมิอื่นๆเปรียบเทียบแล้ว มันไม่ดีกว่านิพพานของเราจริงหรือ? พวกเราจึงต้องออกมาพิสูจน์ให้เห็นจริงด้วยตัวเอง พอออกจากนิพพานมาแล้ว เราก็หาทางกลับบ้านเก่า คือ นิพพาน ของเราไม่ได้ จึงต้องให้ตถาคตต่างๆนำทางกลับนิพพานให้


ก็เปรียบเทียบให้ดูไงละจ้า ว่ามันสองมาตรฐานยังไงละจ้า


นิพพานBefore

ก็เอ็งกับข้าและทุกจิตอยู่ในนิพพานเริ่มแรก มันเป็นสุขประเสริฐที่สุดแล้ว แต่เอ็งกับข้าและทุกจิตมันไม่พอใจ มันอยากรู้ว่าภพภูมิอื่นๆเปรียบเทียบแล้ว มันไม่ดีกว่านิพพานของเราจริงหรือ? พวกเราจึงต้องออกมาพิสูจน์ให้เห็นจริงด้วยตัวเอง

นิพพานAfter

พอออกจากนิพพานมาแล้ว เราก็หาทางกลับบ้านเก่า คือ นิพพาน ของเราไม่ได้ จึงต้องให้ตถาคตต่างๆนำทางกลับนิพพานให้

เปรียบเทียบเห็นชัดๆ เลยนะจ้า

นิพพานBefore ว่าซื่อบื้อแล้ว อยู่ดีไม่ว่าดีรนหาที่เอง :b34:

นิพพานAfter ยิ่งซื่อบื้อยิ่งกว่า มีอย่างที่ไหนเดินออกจากบ้านมาเอง แผนที่ก็สร้างขึ้นมาเองกะมือแต้ๆ ดั๊นลงทางหาทางกลับบ้านไม่ได้ :b34: :b34:

เปรียบเทียบให้เห็น ตัวตนซื่อบื้อที่แท้จริง กับ ตัวตนซื่อบื้อที่แท้จริงยิ่งกว่า จึงเป็นนิพพานสองมาตรฐาน ดังนี้แหละจ้า

อนุโมทนาสาธุจ้า


:b17: :b17: :b17:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 25 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร