วันเวลาปัจจุบัน 08 มี.ค. 2021, 17:10  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2009, 19:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3982

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

สีลมัย บุญที่สำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล
ศีล หมายถึง ข้อบัญญัติที่กำหนดเป็นแนวทางการปฏิบัติของกาย และวาจา ทางพระพุทธศาสนา

ศีลมีอยู่ 5 ประเภท คือ
1. ภิกขุศีล มี 227 ข้อ
2. ภิกขุณีศีล มี 311 ข้อ
3. สามเณรศีล มี 10 ข้อ
4. คฤหัสถ์ศีล มี 5 ข้อ
5. อัฏฐศีล มี 8 ข้อ

สำหรับศีลของผู้ครองเรือนนั้น โดยเฉพาะเบญจศีล เป็นการรักษาเจตนาที่จะควบคุมกาย และวาจาให้เป็นปกติ คือ ไม่ทำบาป ด้วยการละเว้น 5 ประการ คือ

1. ปาณาติบาต คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ และการเบียดเบียนสัตว์ ทุกประเภท

2. อทินนาทาน คือ ละเว้นจากการลักขโมย ปล้นจี้ ฉกชิง วิ่งราว เป็นต้น

3. กาเมสุมิจฉาจาร คือ ละเว้นจากการประพฤติผิดในกามด้วยการล่วงละเมิด ลูก เมีย ผัวคนอื่น

4. มุสาวาท คือ ละเว้นจากการพูดปด หรือโกหกหลอกลวง พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ พูดเหลวไหล พูดส่อเสียด พูดคำลามก เป็นต้น

5. สุราเมระยะ คือละเว้นการเสพของมึนเมา เพราะจะเป็นที่มาของการผิดศีลในข้ออื่นๆและเบญจศีลทั้ง 5 ข้อนี้จะเกิดขึ้นมาได้ก็เพราะบุคคลผู้นั้นมีเบญจธรรมประจำตัวเท่านั้น คือ.

1. เมตตา คือบุคคลใดที่มีเมตตาย่อมไม่ฆ่า หรือเบียดเบียนสัตว์ด้วยรู้ดีว่าทุกชีวิตย่อมมีความรักตัว และกลัวตายเช่นเดียวกับเรา ทำให้ไม่ผิดศีลในข้อปาณาติบาต

2. สัมมาอาชีพ คือประกอบอาชีพที่สุจริต มีรายได้ รู้จักใช้จ่าย และที่สำคัญรู้จักคำว่าพอดีและมีหิริโอตตัปปะคือ ความละอาย และเกรงกลัวต่อผลของบาป จึงทำให้ไม่ผิดศีลข้ออทินนาทาน

3. ความสำรวมอินทรีย์ คือระมัดระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ทำให้ความใคร่ในกามคุณ คือการติดใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ลดน้อยลง เมื่อความสำรวมเกิดขึ้น การล่วงเกินผู้อื่นก็ไม่มี

4. สัจจะ การพูดความจริง เป็นสิ่งที่ทำให้ไม่เกิดการมุสาวาท

5. สติ การรู้สึกตัว ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายกุศล ทำให้ชีวิตไม่ประมาท เพราะรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ทำให้ไม่เกลือกกลั้วกับสิ่งที่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ

เบญจศีลและเบญจธรรมนี้เอง เป็นธรรมที่นำให้เกิดเป็นมนุษย์ ดังนั้นความเป็นมนุษย์จึงวัดกันด้วยความมีศีล นั่นคือ
ผู้ใดมีศีลครบ 5 ข้อ จัดว่าเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ 100 %
ผู้ใดมีศีลเพียง 4 ข้อ จัดว่าเป็นมนุษย์เพียง 80 %
ผู้ใดมีศีลเพียง 3 ข้อ จัดว่าเป็นมนุษย์เพียง 60 %
ผู้ใดมีศีลเพียง 2 ข้อ จัดว่าเป็นมนุษย์เพียง 40 %
ผู้ใดมีศีลเพียง 1 ข้อ จัดว่าเป็นมนุษย์เพียง 20 %

ผู้ใดที่ไม่มีศีลก็ไม่จัดว่า เป็นมนุษย์ การรักษาศีลคือ การควบคุมกายวาจา ไม่ให้ผิดปกติ คือไม่ให้ทำบาป ฉะนั้นขณะใดเป็นผู้อยู่ในศีลควบคุมความปกติไว้ได้ ขณะนั้นบุญก็เกิดขึ้น บาปก็เกิดไม่ได้ เช่น ขณะที่เรานั่งฟังธรรมะ ขณะนั้นเราเป็นผู้มีศีลครบ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ แต่เพราะความไม่เข้าใจ บางครั้งจึงทำให้ชีวิตขาดทุน เช่นการอาราธนาศีล และรับศีลจากพระ บางคนไม่กล้ารับศีลบางข้อ เช่น ผู้ชายที่มักดื่มเหล้าจะไม่กล้ารับศีลข้อ 5 ทั้ง ๆ ที่ขณะนั้นเขาไม่ได้ดื่ม แสดงว่าขณะนั้นเขาไม่ได้ทำผิดศีลในข้อนั้น ชีวิตของเขาจึงขาดทุน เพราะขณะนั้นแทนที่จะเกิดบุญ กลับเกิดบาปแทน ก็เพราะความคิดที่ว่าเราไม่สามารถทำได้ในข้อนี้เท่ากับขณะนั้นระลึกว่าเราบาป

:b8: :b8: :b8:


.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร