วันเวลาปัจจุบัน 08 มี.ค. 2021, 16:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 45 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 10:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ย. 2009, 10:34
โพสต์: 47

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นใจนะคะ แต่ยังไงก็อ่านบทความนี้ดูนะคะ

จากหนังสือวิธีใช้หนี้พ่อแม่และหน้าที่ของเด็ก (หลวงพ่อจรัญ)

บ้านหนึ่งพ่อมีเมีย 4 คน เมียหลวงบอกลูกว่า พ่อเจ้าไม่ดี ลูกก็ไปด่าพ่อ ว่าพ่อ แล้วมาบวชวัดนี้ บวชแล้วเดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ จนจะกลายเป็นโรคประสาท นี่แหละ บวชก็ไม่ได้ผล หลวงพ่อก็ให้ไปถอนคำพูดและขอสมาลาโทษกับพ่อเขาก่อน แล้วกลับมานั่งกรรมฐานจึงได้ผล (Case นี้ หลวงพ่อจะเตือนผู้เป็นลูกบ่อย ๆ ว่าไม่ให้ว่าพ่อ แต่เป็นเรื่องของแม่ที่จะแก้ปัญหานี้ )

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฆ่าพ่อตาย แม่สงสาร พามาเจริญกรรมฐาน พอเข้าวัดมันร้อนไปหมด ปวดหัวเข้าไม่ได้ นี่เวรกรรมตามสนอง ปิตุฆาต มาตุฆาต ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ทำกรรมฐานไม่ได้แน่นอน ต้องหันรถกลับ นี่เรื่องจริงในวัดนี้

.....................................................
บริหารกายเจริญวัย บริหารใจเจริญจิต เจริญธรรมเป็นนิจจิตผ่องใส

บำเพ็ญอยู่เสมอไม่เผลอใจ อะไร ๆ ก็จะโปร่งเบาเท่านั้นเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2007, 15:22
โพสต์: 603

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


^
^
เคยได้อ่านเหมือนกันคะ ดังนั้นเห็นด้วย
ปล่อยวางความโกรธนะคะ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อของคุณ
ทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุดก็พอแล้วคะ ><
เขาจะเป็นยังไง จะทำยังไง ก็อุเบกขา ปล่อยวาง
ทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุด ก็ดีเกินพอแล้วคะ
เรื่องส่งผลของกรรม ถ้าไม่มีอะไรไปซ้ำเดิมหรือเพิ่มเติมกรรมอีก กรรมจะหมดการส่งผลเร็วกว่าคะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรรมด้วยว่า มันมีเหตุให้เกิดในระยะเวลานานหรือสั้น ขึ้นอยู่กับกรรม

ทั้งนี้ แนะนำให้คุณหมั่นทำบุญ เจริญสติ แผ่เมตตาให้มากๆ
แล้วจากที่หนักๆ จะกลายเป็นเบาๆเองคะ


แก้ไขล่าสุดโดย kanalove เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 11:01, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2009, 19:13
โพสต์: 69

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณยังเป็นปุถุชนยอมมีความอารมณ์โกรธเป็นธรรมดา แต่ข้อดีของคุณคือมีความอดทนอดกลั้นที่ไม่แสดงอารมณ์ออก ผมเข้าใจว่าใจจริงของคุณไม่คิดฆ่าท่านหรอกเพราะความโกรธทำให้คิดแบบนั้น ผมอาจะไม่เข้าใจคุณได้ดีเท่ากับตัวคุณเอง ผมยังไม่แน่ใจเลยถ้าผมเผอิญสถานการณ์เดียวกับคุณ ผมจะควบคุมอารมณ์ได้แบบคุณหรือไม่ คุณโกรธคุณพ่อของคุณพ่อในเรื่องนี้เป็นธรรมดาสำหรับปุถุชนทั่วไปแต่คุณไม่ควรแค้นท่านเพราะคุณแค้นมากอาจจะทำได้สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้ ถ้าคุณโกรธท่านปุ๊บคุณนับ 1-1000 อารมณ์ก็จะได้เย็นลงหรือถ้าคุณยังมีอารมณ์โกรธลองไปเล่นกีฬาหรือวิ่งเมื่อคุณใช้แรงหมดความโกรธในตัวอาจจะน้อยลง ผมเป็นกำลังใจให้คุณ ผมก็ยอมรับว่าผมก็เคยว่าพ่อแม่ด้วยโกรธแต่ผมมีอารมณ์เย็นลงก็ขอโทษท่าน ท่านก็ให้อภัยเสมอ เมื่อผมศึกษาธรรมะ ผมรู้สึกใจเย็นลงกว่าแต่ก่อน


แก้ไขล่าสุดโดย tammylala เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 11:23, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 11:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


tammylala เขียน:
คุณยังเป็นปุถุชนยอมมีความอารมณ์โกรธเป็นธรรมดา แต่ข้อดีของคุณคือมีความอดทนอดกลั้นที่ไม่แสดงอารมณ์ออก ผมเข้าใจว่าใจจริงของคุณไม่คิดฆ่าท่านหรอกเพราะความโกรธทำให้คิดแบบนั้น ผมอาจะไม่เข้าใจคุณได้ดีเท่ากับตัวคุณเอง ผมยังไม่แน่ใจเลยถ้าผมเผอิญสถานการณ์เดียวกับคุณ ผมจะควบคุมอารมณ์ได้แบบคุณหรือไม่ คุณโกรธคุณพ่อของคุณพ่อในเรื่องนี้เป็นธรรมดาสำหรับปุถุชนทั่วไปแต่คุณไม่ควรแค้นท่านเพราะคุณแค้นมากอาจจะทำได้สิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้ ถ้าคุณโกรธท่านปุ๊บคุณนับ 1-1000 อารมณ์ก็จะได้เย็นลงหรือถ้าคุณยังมีอารมณ์โกรธลองไปเล่นกีฬาหรือวิ่งเมื่อคุณใช้แรงหมดความโกรธในตัวอาจจะน้อยลง ผมเป็นกำลังใจให้คุณ ผมก็ยอมรับว่าผมก็เคยว่าพ่อแม่ด้วยโกรธแต่ผมมีอารมณ์เย็นลงก็ขอโทษท่าน ท่านก็ให้อภัยเสมอ เมื่อผมศึกษาธรรมะ ผมรู้สึกใจเย็นลงกว่าแต่ก่อน


:b35: :b35: :b35: :b35: :b35: :b35: :b35: :b35:

tammylalakung เก่งจัง.............. :b51: :b53:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 12:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ธ.ค. 2009, 16:06
โพสต์: 52

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สงบไว้ก่อนนะครับ ผมไม่เคยผ่านเหตุการณ์อย่างคุณแต่เหตุการณ์ที่ประสบก็หนักหนาสาหัสไม่น้อยหน้า

แล้วเมื่อก่อนผมชอบเถียงพ่อแม่ด้วย ผมมีพ่อแม่ที่แก่ชรา วิสัยคนแก่ ทุกท่านจะทราบดี คือ ไม่ฟังเหตุผล เอาแต่ใจตัวเอง ผมมักเถียง(ของขึ้น)บ่อยๆ ปรากฏว่าแม้ว่าเราจะอธิบายเหตุผลดีแค่ไหนและเป็นฝ่ายถูกต้องในสถานการณ์ด้วยเหตุผลนั้นๆ ชาวบ้าน(รอบๆ พูดกับผู้สูงอายุต้องเสียงดังเพราะเค้าหูไม่ค่อยดีและต้องพูดซ้ำๆย้ำหลายครั้ง)เค้าก็เกลียดเราอยู่ดี

เย็นไว้ก่อนดีกว่ามั๊ยครับ ทำอะไรบุพการีมีแต่เสียกับเสีย แค่คุณเข้ามาพิมท์ว่าอยากกระทืบพ่อในอินเตอร์เน็ตนี่ คุณลองคิดดูเองนะครับว่าผู้ที่อ่านจะมองคุณเช่นไร ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้ด้วยสันติวิธี ถ้าเมียน้อยของพ่อคุณไม่ทราบ ก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องไม่ทราบไปด้วยนี่ครับ เลือกแนวทางของความดีนะครับ
อารมณ์เสียก็ปลีกตัวออกจากสถานการณ์ไปก่อน นั่งสงบๆคนเดียวเงียบๆ อารมณ์ดีแล้วค่อยกลับมาเผชิญปัญหาใหม่ก็ได้นะครับ บางทีท่านก็มีอกุศลกรรมของท่านซึ่งเราไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงวิบากตรงนี้ได้ ผมว่าเกิดเป็นลูกก็ควรจะหาทางช่วยเหลือพ่อแม่ดีกว่าที่จะช่วยซ้ำนะครับ อย่างน้อยท่านก็เลี้ยงดูคุณมาจนถึงวันที่ใช้ภาษาไทย ใช้อินเตอร์เน็ตเป็น

ไม่ได้บอกให้ยอมสิ้นทุกสิ่งนะครับ แต่บางที ในต่างกรรม ต่างวาระ ต่างสถานการณ์ ต่างเพศ ต่างวัย ต่างอุปสรรค จะไม่มีใครที่สามารถแนะนำได้100% หรอก

ยกตัวอย่างที่เคยอ่านมาให้ฟังนะครับ ปัสสาวะให้พ่อที่ติดเหล้าดื่มแทน(เพราะสีคล้ายๆกัน) ลูกเละนะครับในบั้นปลาย แม้ท่านจะจากไปแล้ว

เป็นกำลังใจให้นะครับ เห็นใจและสงสารทุกท่านที่เป็นทุกข์ครับ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีครับ(อย่าผ่านด้วยเลวเลย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 12:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ธ.ค. 2009, 16:06
โพสต์: 52

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ส่วนเรื่องเมียน้อยนั่นผมว่าเดี๋ยวพ่อคุณคงเบื่อไปเองแหละครับ ธรรมชาติของจิตเป็นอย่างนี้นะครับ ได้ปุ๊บมองหาเป้าหมายใหม่ปั๊บ(เป้าหมายนะครับไม่ใช่หมายเป้า) ป่านนี้อารมณ์ดีรึยังครับ ตั้งแต่ตีสอง


อภัยให้คุณพ่อเถอะนะครับ อย่าผูกโกรธท่านเลย แม่คุณเป็นภรรยาท่านแต่คุณเป็นลูกท่าน สถานภาพต่างกันมากนะครับ จะเอาอารมณ์ของแม่คุณมาเป็นอารมณ์ของคุณ มันไม่ได้อ่ะครับ ด้วยสถานภาพที่แตกต่าง สู้ตายถายชีวิตศิษย์ตถาคตครับ(สู้กับโทสะนะไม่ใช่สู้กับพ่อหรือเมียน้อยนั่น)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 13:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 09:34
โพสต์: 1478

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ฟังเพลงแล้วจะใจเย็นมั๊ย...หน๋อ....
เป็นเพลง เพื่อคุณแม่ แต่ก็น่าจะเพื่อคุณพ่อด้วยก็ได้....เน๊อะ....

:b38: :b16: :b38: :b16:

http://www.youtube.com/watch?v=8dTt_DnywZ4

:b38: :b16: :b38: :b16:


แก้ไขล่าสุดโดย เอรากอน เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 14:53, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 13:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 14:32
โพสต์: 874

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะของคนเป็นแม่นะค่ะ

เข้าใจความรู้สึกของคุณ knotrock ว่ารู้สึกโกรธแค้นยังงัย
เพราะคุณคงรักพ่อคุณมาก แต่ท่านทำให้คุณเสียความรู้สึก
คุณเลยเสียใจมากเช่นกัน แต่การโกรธแค้นท่านไม่ดีหรอกค่ะ
ในสิ่งที่คุณเขียนเล่ามาก กับความต้องการที่จะทำให้พ่อเจ็บตัวนั้น
ในฐานะของคนเป็นแม่ คงไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่นอน

ความเจ็ยช้ำที่แม่ได้รับจากการที่สามีมีหญิงอื่นก็เจ็บช้ำมากพออยู่แล้ว
จะต้องให้มารับความรู้สึกเสียใจที่พ่อลูกทะเลาะกัน
และยังกับจะถึงกับฆ่าฟันกันอีก ทำให้แม่เจ็บช้ำมากกว่าเดิมเป็น 2 เท่า
และหากคุณทำยังงั้นจริง คุณถูกจับ หรือติดคุก
คนเป็นแม่จะเจ็บและบอบซ้ำมากเป็นทวีคูณ

ขอให้ใจเย็น ๆ อยากให้คุณเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้แม่มากกว่า
พาท่านไปพักผ่อน ทำตัวเป็นลูกที่ดีที่ท่านได้ชื้นชม
ฟังเวลาท่านปรับทุกข์ กอดท่านเวลาท่านไม่สบายใจ
เท่านี้แหละที่ท่านต้องการ การทำร้ายพ่อ แม่คุณไม่ต้องการแน่

ขอให้เข้าใจว่าตอนนี้ทุก ๆ คนกำลังใช้กรรมที่ได้เคยทำไว้ร่วมกัน
ยินดี ยอมรับที่จะชดใช้ซะ จะได้สิ้นเวร กรรมต่อกัน
อย่าก่อเวร สานกรรมอื่นต่อไปอีกเลย

พาแม่เข้าวัด ทำบุญ สวดมนต์ นั่งสมาธิบ้างก็จะดีนะค่ะ
เอาใจช่วยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 13:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 09:31
โพสต์: 639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จุฬาภินันท์มีความเห็นแปลกแยกออกไป จะเชื่อหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณน่ะค่ะ

พ่อของจุฬาภินันท์เคยมีอะไรคล้ายๆแบบนี้ค่ะ ย้ยผู้หญิงคนนั้นทำเป็นมาเดินผ่านหน้าบ้านให้แม่จุฬาภินันท์เห็นค่ะ

จุฬาภินันท์เลยไปคุยกับพ่อให้พ่อเกรงใจ ส่วนยัยนั่น จุฬาภินันท์ไปคุยด้วยตัวเอง คุยดีๆด้วยค่ะ แต่ในอีกทางหนึ่ง น้องชายจุฬาภินันท์ก็ไปขู่ว่าจะตบ จุฬาภินันท์ก็สนับสนุน เพราะนั่นเป็นการระงับคนไม่ให้ทำผิดศีลข้อสาม จุฬาภินันท์เลยไม่บาป แล้วก็ไม่ได้ทำจริง เพราะคนมันกลัวไปก่อน เพราะคนทำผิด มันไม่กลัวทำผิด แต่มันกลัวโดนทำร้ายโดยที่เอาคืนไม่ได้ (แจ้งตำรวจไม่ได้ว่างั้นเถอะค่ะ)

กรณีของคุณ อย่าถึงขนาดกระทืบพ่อของตัวเองเลยค่ะ มันเป็นบาปต่อลูกน่ะค่ะ ยังไงท่านก็เป็นผู้ให้กำเนิด จะเล่นงาน เล่นงานที่เมียน้อยค่ะ เล่นงานแบบขู่ๆ อย่าแรงไป อย่าเบาไป พอดีๆเป็นการสั่งสินดีกว่าค่ะ

ที่เมียน้อยได้ใจกันเพราะคิดว่าเมียหลวงยังไงก็หน้าบาง คุณเป็นลูก จึงต้องออกหน้าแทนแม่ค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ผล ก็ปล่อยไปเถอะค่ะ ให้สองคนเขาทำบาปกันไป คุณก็เจรจากับพ่อคุณว่าคุณขอแยกบ้าน หนี้สินทั้งหมด พ่อคุณรับไป เพราะพ่อคุณจะมาเอาเปรียบไม่ได้ ในเมื่อจะอยู่กับเมียน้อยอย่างมีความสุข ก็ต้องได้รับทุกข์เรื่องหนี้สิน อะไรประมาณนั้น

ส่วนคุณก็ทำหน้าที่ลูกที่ดี ไปมาหาสู่ ให้เงินใช้ตามแต่ฐานะค่ะ ดูแลแม่คุณให้ดีที่สุด

แล้วแต่จะพิจารณาค่ะ จุฬาภินันท์เอาใจช่วย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 15:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 10:42
โพสต์: 454

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พิมเป็นผู้หญิงที่ประสบปัญหาสามีนอกใจ :b7:

พิมก็คงเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่คาดหวังในชีวิตครอบครัว ว่าจะต้องสมบูรณ์ เพียบพร้อม
แต่... วันหนึ่ง.. พิมพบว่าสามีของพิมมีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
พิมทุกข์มาก เสียใจมาก แทบจะไม่ได้กิน แทบจะไม่ได้นอน
ผอมลงจนเห็นได้ชัด น้ำหนักลดสิบกว่ากิโล :b7:

วันนี้... พิมยังทนอยู่กับสามีด้วยความ "จำใจ"
เหตุผลเพราะเพื่อ "ลูก"
พิมอยากเห็นลูกมีความสุข ทุกครั้งที่ลูกเล่นกับคุณพ่อของเขาแล้วมีความสุข พิมเองก็มีความสุขตามทุกครั้ง เสียงหัวเราะของลูกคือ "ยาวิเศษ" สำหรับพิม :b12:

พิมอยากให้คุณเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนเป็นแม่ คือ "ลูก"
สามีเป็นเพียง "คนอื่น" เท่านั้น แต่ ... ลูกก็คือลูก ยังไงก็คือลูก :b12:

ณ ตอนนี้...."คุณ" คือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณแม่ของคุณ เป็นชีวิต เป็นความหวัง
ให้ความรักกับคุณแม่....แทนคุณพ่อของคุณ
ดูแลเอาใจใส่ท่าน ... แทนคุณพ่อของคุณ
เช็ดน้ำตาให้ท่าน .... แทนคุณพ่อของคุณ

เรื่องของคุณพ่อกับคุณแม่ คือ "เรื่องของท่านสองคน" เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ปล่อยให้ท่านตกลงกันเอง แก้ปัญหากันเอง ขอเพียงแค่คุณทำหน้าที่ของ "ลูก" ให้ดีที่สุด ดูแลท่านทั้งสองคนโดยไม่จำเป็นต้องโกรธแค้นคุณพ่อ และไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับผู้หญิงของคุณพ่อ :b6:

ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง.... การมีปัญหากับสามีก็ทุกข์สุดจะทุกข์อยู่แล้ว และถ้าหากคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ "ลูก" ก็มีปัญหากับคุณพ่ออีกคงต้องบอกว่า "ที่สุดของทุกข์" ละมั้งคะ

ขอให้ปัญหาของคุณคลี่คลายในทางที่ดีนะคะ :b8:

พิม :b12:


แก้ไขล่าสุดโดย พิมพลอย เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 15:16, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 19:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2008, 23:37
โพสต์: 449

ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ได้เกิดมาเป็นคนและก็พบพระศาสนาแล้ว ขอให้พระศาสนาเป็นที่พึ่ง ที่คุณอยากทำร้ายพ่อนั้น กิเลสมันสั่งมาก็ไปทำตามเขาสั่งซะอีก ขอให้ใช้ ทมะ ความอดกลั้นมาช่วย ทำร้ายพ่อเนี่ย ได้ไม่คุ้มเสียนะ ตอนนี้อาจไม่เชื่อ แต่พอวิบากตามทัน จะคิดว่าไม่น่าทำเลยหนอเรา

.....................................................
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 20:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2007, 15:22
โพสต์: 603

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
น้องชายจุฬาภินันท์ก็ไปขู่ว่าจะตบ จุฬาภินันท์ก็สนับสนุน เพราะนั่นเป็นการระงับคนไม่ให้ทำผิดศีลข้อสาม จุฬาภินันท์เลยไม่บาป แล้วก็ไม่ได้ทำจริง เพราะคนมันกลัวไปก่อน

ไปขู่ กรรโชก แค่คิด คุณกะน้องชายคุณก็ผิดศีลข้อ 4 ซะแล้ว
ศีลข้อ 4 ว่าด้วยการ(พูดโกหก พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ พูดส่อเสียด)


อ้างคำพูด:
กรณีของคุณ อย่าถึงขนาดกระทืบพ่อของตัวเองเลยค่ะ มันเป็นบาปต่อลูกน่ะค่ะ ยังไงท่านก็เป็นผู้ให้กำเนิด จะเล่นงาน เล่นงานที่เมียน้อยค่ะ เล่นงานแบบขู่ๆ อย่าแรงไป อย่าเบาไป พอดีๆเป็นการสั่งสินดีกว่าค่ะ

ผิดศีล ข้อ 4 จะไปทำร้ายเขาด้วยคำพูดคำจาทำไม?

อ้างคำพูด:
ที่เมียน้อยได้ใจกันเพราะคิดว่าเมียหลวงยังไงก็หน้าบาง คุณเป็นลูก จึงต้องออกหน้าแทนแม่ค่ะ

แม่กับลูกสถานะต่างกัน
อ้างคำพูด:
แม่คุณเป็นภรรยาท่านแต่คุณเป็นลูกท่าน สถานภาพต่างกันมากนะครับ จะเอาอารมณ์ของแม่คุณมาเป็นอารมณ์ของคุณ มันไม่ได้อ่ะครับ ด้วยสถานภาพที่แตกต่าง

อย่างที่คุณกังวาลเขียน
ถ้ามันทำให้เกิดกรรมเกิดบาปต่อ คุณอย่าไปรับเลย เดี๊ยวกรรมจะยิ่งยืดยาว จากใกล้ดีจะกลายเป็นร้ายไป


แก้ไขล่าสุดโดย kanalove เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 20:29, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 21:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


kanalove เขียน:
อ้างคำพูด:
**** ตู๊ดๆ********

คำพูดนี้ เมตตาหนีหายไปหมดเลยนะท่าน Onion_L

พรหมวิหาร 4
เมตตา - หนีไปนู้นแล้ว
กรุณา - รู้สึกข้อนี้จะติดลบนะ เพราะว่าไปซ้ำเติมเขานี่?
มุทิตา - นี้ก็หนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้
อุเบกขา - ให้คะแนนเต็ม 100 เลย แต่แบบผิดๆนะ



เมตตา เพราะปัญญาเห็นประโยชน์ ในธรรมหม้อเเกงเล็ก ต้องเผ็ดเข้มข้น

กรุณา อาศัยประโยชน์ของผู้เจอปัญหาเป็นสำคัญ

มุทิตา จิตที่เป็นธรรมแท้ พรหมวิหาร 4 บริบูรณ์ อยู่แล้วในตัว

อุเบกขา ในเมื่อช่วยไม่ได้ก็ถือว่าเป็นกรรมของเหล่าสัตว์

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 21:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


อมิตาพุทธ เขียน:
ขงเบ้งเทพแห่งกลยุทธ์ เขียน:
-----------

อามิตาพุทธ :b8: เวรกรรม...เวรกรรม :b14:
คนเขาหนีร้อนมาเพิ่งเย็นนะท่าน
ไปสรุปให้เขาแบบนั้นได้อย่างไร.



สรุปแบบนี้ก็น่ารักดีนะงับ แกงหม้อเล็ก มันต้องเผ็ดเข้มข้น

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2009, 21:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2007, 15:22
โพสต์: 603

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ขงเบ้งเทพแห่งกลยุทธ์ เขียน:
kanalove เขียน:
อ้างคำพูด:
**** ตู๊ดๆ********

คำพูดนี้ เมตตาหนีหายไปหมดเลยนะท่าน Onion_L

พรหมวิหาร 4
เมตตา - หนีไปนู้นแล้ว
กรุณา - รู้สึกข้อนี้จะติดลบนะ เพราะว่าไปซ้ำเติมเขานี่?
มุทิตา - นี้ก็หนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้
อุเบกขา - ให้คะแนนเต็ม 100 เลย แต่แบบผิดๆนะ



เมตตา เพราะปัญญาเห็นประโยชน์ ในธรรมหม้อเเกงเล็ก ต้องเผ็ดเข้มข้น

กรุณา อาศัยประโยชน์ของผู้เจอปัญหาเป็นสำคัญ

มุทิตา จิตที่เป็นธรรมแท้ พรหมวิหาร 4 บริบูรณ์ อยู่แล้วในตัว

อุเบกขา ในเมื่อช่วยไม่ได้ก็ถือว่าเป็นกรรมของเหล่าสัตว์


ทำไมพรหมวิหาร 4 ของท่านจึงดูผิดเพี้ยนจัง?
ลองอ่านดูหน่อยไหม?


เมตตา ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข
กรุณา ความปราถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
มุทิตา ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
อุเบกขา การรู้จักวางเฉย


คำอธิบายพรหมวิหาร 4
1. เมตตา : ความปราถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ความสุขเกิดขึ้นได้ทั้งกายและใจ เช่น ความสุขเกิดการมีทรัพย์ ความสุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์เพื่อการบริโภค ความสุขเกิดจากการไม่เป็นหนี้
และความสุขเกิดจากการทำงานที่ปราศจากโทษ เป็นต้น
2. กรุณา : ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ความทุกข์ คือ สิ่งที่เข้ามาเบียดเบียนให้เกิดความไม่สบายกาย
ไม่สบายใจ และเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน พระพุทธองค์ทรงสรุปไว้ว่าความทุกข์มี 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

- ทุกข์โดยสภาวะ หรือเกิดจากเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น การเกิด การเจ็บไข้ ความแก่และ
ความตายสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เกิดมาในโลกจะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรวมเรียกว่า กายิกทุกข์

- ทุกข์จรหรือทุกข์ทางใจ อันเป็นความทุกข์ที่เกิดจากสาเหตุที่อยู่นอกตัวเรา เช่น เมื่อปรารถนาแล้วไม่สมหวังก็เป็นทุกข์ การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ก็เป็นทุกข์ รวมเรียกว่า เจตสิกทุกข์

3. มุทิตา : ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี คำว่า "ดี" ในที่นี้ หมายถึง การมีความสุขหรือมีความเจริญก้าวหน้า ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีจึงหมายถึง ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้น ไม่มีจิตใจริษยา ความริษยา คือ ความไม่สบายใจ ความโกรธ ความฟุ้งซ่านซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดีกว่าตน เช่น เห็นเพื่อนแต่งตัวเรียบร้อยแล้วครูชมเชยก็เกิดความริษยาจึงแกล้งเอาเศษชอล์ก โคลน หรือหมึกไปป้ายตามเสื้อกางเกงของเพื่อนนักเรียนคนนั้นให้สกปรกเลอะเทอะ เราต้องหมั่นฝึกหัดตนให้เป็นคนที่มีมุทิตา เพราะจะสร้างไมตรีและผูกมิตรกับผู้อื่นได้ง่ายและลึกซึ้ง

4. อุเบกขา : การรู้จักวางเฉย หมายถึง การวางใจเป็นกลางเพราะพิจารณาเห็นว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วย่อมได้ชั่ว ตามกฎแห่งกรรม คือ ใครทำสิ่งใดไว้สิ่งนั้นย่อมตอบสนองคืนบุคคลผู้กระทำ เมื่อเราเห็นใครได้รับผลกรรมในทางที่เป็นโทษเราก็ไม่ควรดีใจหรือคิดซ้ำเติมเขาในเรื่องที่เกิดขึ้น เราควรมีความปรารถนาดี คือพยายามช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ในลักษณะที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม


จากเวป http://www.learntripitaka.com/scruple/prom4.html


แก้ไขล่าสุดโดย kanalove เมื่อ 17 ธ.ค. 2009, 21:43, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 45 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร