วันเวลาปัจจุบัน 29 ม.ค. 2020, 18:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2009, 21:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 19:25
โพสต์: 579

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คำถามของกระทู้นี้ เป็นคำถามที่ดีมากเลย

คุณกบนอกกะลา ไหนๆก็ออกจากกะลามาแล้ว
ก็อย่าเที่ยวชมอย่างเดียวสิครับ

น่าจะตอบงามๆร่วมด้วยช่วยกันอีกสักหนึ่งความเห็น
ผมกำลังเที่ยวชมอยู่เพลินๆ มาสะดุดหยุดตรงคุณซะได้


รอลุ้นอยู่นะครับ......... :b20: :b20: :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2009, 21:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


ก็เห็นคนอื่น ๆ มีทิฐิงาม ๆ ก็สุขแล้ว..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ค. 2009, 10:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2009, 18:47
โพสต์: 6


 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกข์ ทางโลก คือ โมหะ
..ไม่รู้ ว่านั่นคือ ทุกข์ จึงหลงในทุกข์โดยไม่รู้
...รู้ ว่านั่นคือ ทุกข์ กลับหลงในทุกข์ทั้งที่รู้

ทุกข์ ทางธรรม คือ มิจฉาฐิทิ
...ไม่รู้ ว่านั่นคือ ทุกข์ เพราะ กิเลสหลอกว่า"ละ"ได้แล้ว
....รู้ ว่านั่นคือ ทุกข์ แต่เสียดายกิเลสจึงไม่"ละ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ค. 2009, 11:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b12: :b12: :b12:
เอ.....เห็นแว๊บๆ ในอริสัจจ์ ๔ ว่า

ตัณหา เป็นเหตุแห่งทุกข์

ต้องไปดูๆ :b19: :b19:

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ค. 2009, 11:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอกราบอนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ............

โกธัง ฆัตตะวา สุขัง เสติ
ฆ่าความโกรธได้มีความสุข

ชีวิตของเราจะไม่มีความทุกข์ได้ต้องมี
วิชชา มีปัญญา มีสัมมาทิฐิ มีโพธิ ซึ่งไม่ใช่อวิชชา
กำจัดกิเลสทั้ง ๓ คือ โลภ โกรธ หลง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ค. 2009, 22:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 18:25
โพสต์: 28

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอรายงานการปฏิบัติแก่ผู้รู้ทุกท่านคะ

จากคำแนะนำของทุกท่านนะคะในวันนี้

ขอรายงานสภาวะที่เกิดทุกข์ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้นะคะ

เห็นความทุกข์เกิดจากความไม่พอใจในสิ่งที่เกิดขึ้นและจิตดิ้นไปตามความรู้สึก

ความทุกข์เกิดจากความยึดมั่นถือมั่นตัวเองในทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวและเกิดตัวเราขึ้น

ความทุกข์เกิดจากความอยากที่จะให้ทุกอย่างเป็นไปในสิ่งที่ต้องการ

สรุปว่าในวันนี้ความทุกข์เกิดจากความพอใจไม่พอใจและยังมีเราเกิดอยู่เมื่อมีการกระทบ

แล้วจะมารายงานใหม่นะคะขอบคุณทุกท่านคะที่ให้ความรู้และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านในทุกคำตอบคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2009, 10:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2009, 18:47
โพสต์: 6


 ข้อมูลส่วนตัว


.......ตัณหา 3 เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

1.กามตัณหา - ความพึงพอใจในกามคุณทั้ง 5

2.วิภวตัณหา - ความไม่พอใจ ไม่ชอบใจ ทั้งหลาย

3.ภวตัณหา - ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ทั้งหลาย

การเพียร"ละ"ตัณหา3 เป็นการทำ "อนุรักขาปทาน"(รักษาจิต)ได้มั่นคงยิ่งขึ้น

***อยู่ที่ว่า เมื่อรู้แล้วว่าตัณหาเกิด จะยอม"ละ"กันไหม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2009, 16:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ฌาน เขียน:
.......ตัณหา 3 เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

1.กามตัณหา - ความพึงพอใจในกามคุณทั้ง 5

2.วิภวตัณหา - ความไม่พอใจ ไม่ชอบใจ ทั้งหลาย

3.ภวตัณหา - ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ทั้งหลาย

การเพียร"ละ"ตัณหา3 เป็นการทำ "อนุรักขาปทาน"(รักษาจิต)ได้มั่นคงยิ่งขึ้น

***อยู่ที่ว่า เมื่อรู้แล้วว่าตัณหาเกิด จะยอม"ละ"กันไหม


คุณน้องฌานอย่าพลาดสิ
(หน้าที่ต่อทุกข์คือรู้ ที่ต้องละคือสมุทัย เราไม่ละทุกข์โดยตรง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2009, 16:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


โดเรมี เขียน:
ขอรายงานการปฏิบัติแก่ผู้รู้ทุกท่านคะ

จากคำแนะนำของทุกท่านนะคะในวันนี้

ขอรายงานสภาวะที่เกิดทุกข์ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้นะคะ

เห็นความทุกข์เกิดจากความไม่พอใจในสิ่งที่เกิดขึ้นและจิตดิ้นไปตามความรู้สึก

ความทุกข์เกิดจากความยึดมั่นถือมั่นตัวเองในทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวและเกิดตัวเราขึ้น

ความทุกข์เกิดจากความอยากที่จะให้ทุกอย่างเป็นไปในสิ่งที่ต้องการ

สรุปว่าในวันนี้ความทุกข์เกิดจากความพอใจไม่พอใจและยังมีเราเกิดอยู่เมื่อมีการกระทบ

แล้วจะมารายงานใหม่นะคะขอบคุณทุกท่านคะที่ให้ความรู้และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านในทุกคำตอบคะ


อนุโมทนา"คนรู้สึกตัว"นะครับ

เคยฟังเทศน์มาว่า
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราเผลอมาไม่รู้กี่ชํ่งโมงนาทีปีเ้ดือน
เราเผลอมามากมายขนาดนั้น
ถ้ายิ่งพูดย้อนไปยิ่งกว่าชาตินี้ ย้อนไปชาติก่อนๆ
ไปถึงตลอดสังสารวัฏที่่เราผ่านมาด้วยแล้ว
การที่เราได้รู้สึกตัวจริงๆมันน้อยนิดมาก เทียบกันไม่ได้เลย

เพราะฉะนั้นขออย่าได้ประมาทในกิจที่ทำแล้ว
ขอเอาใจช่วยให้เพียรทำต่อไป สู้ต่อไป เพื่อโลกของเรา เพื่อสันติภาพที่แท้จริง

จาก Miss Universe ที่รักเด็ก ชอบเพชร และอยากให้โลกสงบสุข


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2009, 17:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 18:25
โพสต์: 28

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุคะและขอบคุณมากนะคะ :b8: :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 16:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2009, 18:32
โพสต์: 20


 ข้อมูลส่วนตัว


ส่วนมากคนเราที่ทุกข์เพราะยังไม่มีสติปัญญาพอที่จะคิดถึงเหตุผล เวลาเกิดปัญหาถึงกับทำให้เป็นทุกข์เลยทีเดียว ต้องปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธะองค์นั่นล่ะถึงจะพ้นทุกข์ได้ หลักใหญ่ก็คือ ทาน ศีล ภาวนา แล้วปัญญาก็จะเกิด เมื่อเกิดปัญญาแล้วก็นำมาพิจารณาสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์ เมื่อรู้ถึงเหตุผลแล้วก็จะหายทุกข์เองนั่นล่ะ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ส.ค. 2009, 14:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 18:25
โพสต์: 28

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ธนารินทร์ เขียน:
ส่วนมากคนเราที่ทุกข์เพราะยังไม่มีสติปัญญาพอที่จะคิดถึงเหตุผล เวลาเกิดปัญหาถึงกับทำให้เป็นทุกข์เลยทีเดียว ต้องปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธะองค์นั่นล่ะถึงจะพ้นทุกข์ได้ หลักใหญ่ก็คือ ทาน ศีล ภาวนา แล้วปัญญาก็จะเกิด เมื่อเกิดปัญญาแล้วก็นำมาพิจารณาสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์ เมื่อรู้ถึงเหตุผลแล้วก็จะหายทุกข์เองนั่นล่ะ :b32:

สาธุคะวันนี้เห็นเหตุแห่งทุกข์เห็นจิตที่หลงไปกับโลกจนลืมดูกายดูจิต
หลงไปกับความคิดหลงไปกับสิ่งที่กระทบทางตาทางหูทางกายทางใจ
จิตจึงรุ่มร้อนไปตามความคิดความรู้สึกอารมณ์
จิตที่หลงคิดปรุงแต่งร้ายยิ่งกว่าสิ่งใดเกิดได้เร็วมาก
เมื่อมองเห็นความเป็นจริงจิตที่ร้อนก็สงบลงได้
แต่เมื่อเผลอจิตที่ยังมีความหลงคิดนั้นยังเกิดใหม่ได้อีกคิดไปก็เกิดรุ่มร้อนอีกครั้ง
และเห็นอีกอย่างหนึ่งว่าการที่อยู่กับคนหมู่มากต้องรู้กายใจตนเองให้มาก
ทุกคนที่ได้พบเจอนั้นทุกคนก็มีความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ไปตามความคิดความอยากตามแต่ว่าเขานั้นจะมีความต้องการอย่างไร
แต่ถ้าเมื่อนั้นสิ่งที่เขากระทำนั้นมากระทบใจถ้าดูไม่ทันก็ตกเป็นเหยื่อของความคิดและเกิดตัวตนกันและโต้ตอบกันไม่มีใครที่จะยอมใครความคิดความอยากความพอใจไม่พอใจความโกรธความทุกข์ตามมาในที่สุด
ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้เข้าใจธรรมะอีกครั้ง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร