วันเวลาปัจจุบัน 27 มิ.ย. 2019, 02:51  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 18:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 18:25
โพสต์: 28

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คืออยากทราบว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงในการปฏิบัติธรรมนั้น
จุดมุ่งหมายที่แท้จริงคืออะไร
และควรทำอย่างไรจึงถึงจุดสุดท้ายได้โดยง่าย
ขอคำแนะนำด้วยคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 18:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2009, 08:46
โพสต์: 405

แนวปฏิบัติ: ดูจิต-อานา
ชื่อเล่น: ขวานผ่าซาก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b20:

ตามที่ผมคิดนะครับ น่าจะเป็นการทำจิตให้บริสุทธิ์ครับ

เพื่อจะได้ไม่มีความทุกข์งัยครับ :b13:

.....................................................
สุ จิ ปุ ลิ...(หัวใจนักปราชญ์)

ปัจจุบันธรรม

โยนิโส มนสิการ
สติ สัมปชัญญะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 19:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: เพื่อรู้จักและเข้าใจตนเองค่ะ :b8:
เช่น ตัวเราเกิดมาทำไม อะไรคือที่สุดของชีวิต

ขอเพิ่มเติม

:b48: มีสติ
viewtopic.php?f=2&t=23424



:b48: และได้ปัญญา
viewtopic.php?f=2&t=22926

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


แก้ไขล่าสุดโดย Bwitch เมื่อ 19 ก.ค. 2009, 19:56, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 19:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ผมคิดว่าเพื่อศึกษาให้รู้ความเป็นจริงครับ s001

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 19:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2009, 01:54
โพสต์: 30

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ...คาราวะท่านผู้เจริญครับ... :b8:

...จุดมุ่งหมายของการปฏิบัติธรรม ก็เพื่อ "แสวหาความหลุดพ้น" ครับ...

...ส่วนวิธีที่จะทำให้ถึงซึ่งจุดสุดท้ายได้ง่าย คือ "การขยันหมั่นเพียรขัดเกลาจิตใจของตนเอง" ครับ...

(...เป็นความเชื่อส่วนบุคคลครับ โปรดใช้วิจารณญาณ...)

.....................................................
..." นิพพาน " ไม่ใช่สิ่งที่ถูกค้นพบบนฟูก หากแต่เป็นป่าเขาที่เต็มไปด้วยอันตรายและอสรพิษ...

..." หลักธรรม " ไม่ใช่สิ่งที่ถูกค้นพบในผับหรือสถานเริงรมย์ หากแต่เป็นสองข้างถนนที่เต็มไปด้วยซากศพ และผู้คนที่เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 19:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2009, 12:17
โพสต์: 9

ที่อยู่: pattaya

 ข้อมูลส่วนตัว


ความสงบสุข .... แห่งจิตใจ

รู้จักตนเองได้มากขึ้นค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 20:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ค. 2009, 09:26
โพสต์: 1517

แนวปฏิบัติ: วิปัสสนาภาวนา
อายุ: 39
ที่อยู่: ลำพูน

 ข้อมูลส่วนตัว


พระอริยะสาวกได้ตรัสถามพระพุทธองค์ว่า ความรู้ต่างๆ มากมายที่พระพุทธองค์นำมาสอนนั้นมีขอบเขตไปแค่ใหนกัน พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า

"สิ่งที่เราสอนนั้นมีแต่เรื่องทุกข์ และการดับทุกข์ สิ่งอื่นใดนอกจากนี้เราไม่ได้สอน"

พุทธศาสนสนิกชนทั้งหลาย นิพพานนั้นเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุด เราชาวพุทธเกิดมาในยุคที่มีพระพุทธศาสนาอยู่ นึกดูนะครับ ชั่วอายุของโลก มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาไม่กี่ครั้ง กัปป์นี้จะเกิด 5 ครั้ง องค์ปัจจุบันก็เป็นองค์ที่ 4 แล้ว แต่ละครั้งศาสนาก็จะมีอายุราวๆ 5000 ปี เรามีบุญขนาดใหนที่ได้เกิดมาในแผ่นดินที่ถือพุทธ ถ้าไม่เอาชาตินี้ ก็ต้องรอพระศรีอริยเมตรัยแล้ว

.....................................................
"ธรรมและวินัยอันใด เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา..."
"... ไม่เที่ยง เกิดดับ ..."


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 20:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


นิพพิทา วิราคะ วิสังขาร อสังขตธาตุ อสังขตธรรม สูญญตา นิพพาน

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 21:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


พูดตามทฤษฏีนะ

จุดมุ่งหมายคือถอดถอนความเห็นผิด
เห็นอะไรผิด ... ก็เห็นว่ากายนี้คือเรา ของเรา ใจนี้คือเรา ของเรา
ความเห็นที่ถูกนั้นคือ กายนี้ก็ไม่ใช่เรา แม้แต่ใจนี้ก็ไม่ใช่เรา

การจะถอดความเห็นสองอย่างนี้ได้ ไม่ใช่ว่าคิดเอา
แต่ว่าต้องรู้เห็นด้วยจิตที่มีคุณภาพ
จึงเป้นที่มาของการเจริญสมาธิ ซึ่งก็คือการพัฒนาจิตนี้ให้มีคุณภาพเพียงพอที่จะรู้เห้นตามความเป้นจริง
สามารถแยกแยะความจริงออกจากความลวงได้

ยึดถือรูปก็เป้นทุกข์
ยึดถือนามก็เป็นทุกข์
ถอดถอนความเห้นว่ากายนี้เป็นเราได้ ก็เรียกได้ว่าถึงโสดาบันแล้ว
ถอดถอนความเห้นว่าจิตนี้เป้นเรา ก็ถึงอรหันต์
สำหรับผู้ปฏิบัติ รู้คร่าวๆแค่นี้ก็พอ
แล้วก้ลงมือได้แล้วจ๊ะ
รู้มากจะยากนานแบบผม :b23:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 21:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ชาติสยาม เขียน:
พูดตามทฤษฏีนะ

จุดมุ่งหมายคือถอดถอนความเห็นผิด
เห็นอะไรผิด ... ก็เห็นว่ากายนี้คือเรา ของเรา ใจนี้คือเรา ของเรา
ความเห็นที่ถูกนั้นคือ กายนี้ก็ไม่ใช่เรา แม้แต่ใจนี้ก็ไม่ใช่เรา

การจะถอดความเห็นสองอย่างนี้ได้ ไม่ใช่ว่าคิดเอา
แต่ว่าต้องรู้เห็นด้วยจิตที่มีคุณภาพ
จึงเป้นที่มาของการเจริญสมาธิ ซึ่งก็คือการพัฒนาจิตนี้ให้มีคุณภาพเพียงพอที่จะรู้เห้นตามความเป้นจริง
สามารถแยกแยะความจริงออกจากความลวงได้

ยึดถือรูปก็เป้นทุกข์
ยึดถือนามก็เป็นทุกข์
ถอดถอนความเห้นว่ากายนี้เป็นเราได้ ก็เรียกได้ว่าถึงโสดาบันแล้ว
ถอดถอนความเห้นว่าจิตนี้เป้นเรา ก็ถึงอรหันต์
สำหรับผู้ปฏิบัติ รู้คร่าวๆแค่นี้ก็พอ
แล้วก้ลงมือได้แล้วจ๊ะ
รู้มากจะยากนานแบบผม :b23:


วรรคแรกคือถอนอัตตาไช่ไหมครับ :b12:
วรรคที่สอง วิปัสสนาปัญญาใช่เปล่า :b12:
วรรคที่สามถอนสักกายทิฏฐิได้แล้วใช่ไหม :b12:

ถ้าตอบไม่ใช่ ผมเอาอนุโมทนาคืน :b16: :b16: :b12: :b12:

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 22:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


กามโภคี เขียน:
ถ้าตอบไม่ใช่ ผมเอาอนุโมทนาคืน :b16: :b16: :b12: :b12:

ทำอย่างกะพันทึบ มียึดลูกอมคืนด้วย :b5:
ไม่ให้หรอก เราหิวอนุโมทนา ให้แล้วเราหวง ไม่ให้คืน



กามโภคี เขียน:
วรรคแรกคือถอนอัตตาไช่ไหมครับ :b12:

ไม่รู้สินะ ใช่ปะ
ถ้ารู้แจ้งว่ากายไม่ใช่ของเรา จิตก้ยังไม่ใช่เรา
มันคงไม่เหลือความเป้นเราแล้วล่ะ
คงจะใช่คำว่าอัตตา เนาะ ไม่แน่ใจ


กามโภคี เขียน:
วรรคที่สอง วิปัสสนาปัญญาใช่เปล่า :b12:

อืม เรียกรวมๆว่าสัมมาสมาธิก็แล้วกันเนาะ กว้างดี
ตอบผิดบาลีเดี๋ยวโดนยึดลูกอม ผมหวงนะ


กามโภคี เขียน:
วรรคที่สามถอนสักกายทิฏฐิได้แล้วใช่ไหม :b12:


เอ วรรคสามนี่มันครอบสังโยชน์ทั้ง 10 แล้วนะ
เพราะว่า "จิตก็ไม่ใช่เรา" นี่มันขั้นสุดยอดแล้วล่ะ จบข่าวแล้ว
คงเลยป้ายสักกายทิฐิมาหลายป้ายแล้วล่ะนะ
วรรคนี้มีทั้งหมด 10 ป้ายนะจ๊ะ
เราพูดป้ายแรกกับป้ายสุดท้าย




นี่ๆ อย่ามาชวนเยอะ
เด๊่ยวคนเขาจะหนีวัดหมด อุตส่าห์พาง่ายแล้วนะเนียะ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 22:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ย. 2007, 23:29
โพสต์: 1065


 ข้อมูลส่วนตัว


เพื่อ....วิมุตติ = ความหลุดพ้น

โดย....ศึกษา และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตามหลักใหญ่ คือ ไตรสิกขา อันได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา
และด้วยการปฏิบัติตามแนวทางของ "มรรคมีองค์ ๘" เจ้าค่ะ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ค. 2009, 08:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


นิพพานัง ปรมัง สุขัง
นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

วิสัยทัศน์ หรือ ภาพในอนาคตที่เราอยากมีอยากเป็น เมื่อเราปฏิบัติธรรมนั้นก็เพื่อขัดเกลากิเลสของเราให้เบาบาง ดำเนินชีวิตอย่างมีแบบแผน มีแสงสว่างส่องทาง จนในที่สุดของที่สุดแล้วหลุดพ้น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี่เย็นสนิท ไม่มีร้อนเลย เมื่อนั้นเป็นนิพพาน :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ค. 2009, 09:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


กามโภคี เขียน:


เอ วรรคสามนี่มันครอบสังโยชน์ทั้ง 10 แล้วนะ
เพราะว่า "จิตก็ไม่ใช่เรา" นี่มันขั้นสุดยอดแล้วล่ะ จบข่าวแล้ว
คงเลยป้ายสักกายทิฐิมาหลายป้ายแล้วล่ะนะ
วรรคนี้มีทั้งหมด 10 ป้ายนะจ๊ะ
เราพูดป้ายแรกกับป้ายสุดท้าย






โอ้โห....จิตไม่ใช่ของเรานี่...ทำได้ยังไงคะ
เป็นสภาวะที่ว่างเปล่าหรือเปล่าคะ หมดสิ้นแล้วซึ่งกิเลสทั้งมวล
ไม่มีความทุกข์ แล้วความสุขละค่ะ ...เรียนถามค่ะ :b8:


:b47: พูดถึง นิพพาน สำหรับผู้ที่เริ่มต้นปฏิบัตินี่จะดูว่าไกลเกินเอื้อมหรือเปล่าคะ
ทุกคนปรารถนานิพพานกันทั้งนั้น แต่เท่าที่ศึกษาจากกระทู้ต่างๆ ที่นี่ ถ้าไม่ใช่พระโสดาบัน
เห็นทีจะยาก ปุถุชนอย่างเรา บัวใต้น้ำอย่างดิฉันไม่กล้าพูดคำนี้ออกมานะคะ
บารมี (บุญเก่า) ก็ไม่มี หรือมีก็คงจะน้อยมาก ชาตินี้จึงพอจะมีฉันทะ
แต่วิริยะกับอุตสาหะความเพียรนี่กำลังพยายามอยู่นะคะ คือ หมั่นให้ทาน รักษาศีล และปฏิบัติค่ะ

:b46: อีกคำถามนะคะ การตั้งใจมั่นของเรา จะต้องกำหนดจิตก่อน
คืออธิษฐานจิตก่อนทุกครั้งที่ปฏิบัติใช่หรือไม่คะ
ว่าขอพระนิพพานเป็นจุดหมายจะเป็นชาตินี้หรือชาติไหนๆ ก็ตาม

:b42: เรียนถามเพิ่มเติมค่ะว่า คำว่า สมมุติสงฆ์ หมายความว่าอย่างไรคะ
(เดี๋ยวจะลองค้นดู)
ขออนุโมทนาสำหรับคำตอบค่ะ:b8:
:b49: :b49: :b50: :b50: :b50: :b50: :b49: :b49:
ได้มาแล้วค่ะ แบ่งปันเป็นธรรมทานนะคะ...สาธุ :b8:
ท่านใดจะกรุณาอธิบายเพิ่มเติมก็จะอนุโมทนาสาธุค่ะ

สมมติสงฆ์ คือ พระที่ออกบวช โดยเป็นที่สมมติ หรือ โดยมีมติ-ยอมรับว่า นี้คือ ผู้ที่ออกบวชในบวรพระพุทธศาสนา
โดยยังมิได้เป็นอริยะบุคคล กล่าวคือ ยังไม่ได้เป็น โสดาบันบุคคล,สกิทาคามีบุคคล,อนาคามีบุคคล หรือ เป็นพระอรหันต์

แต่อริยะบุคคล คือ โสดาบันบุคคล,สกิทาคามีบุคคล,อนาคามีบุคคล หรือ เป็นพระอรหันต์ ซึ่งอาจเป็นฆราวาสได้ทั้งสิ้น
แต่ถ้าเป็น อริยะบุคคล โดยที่สถานะปัจจุบัน ได้บวชเป็นภิกษุ ก็จะมีชื่อเปลี่ยนไปเป็น พระอริยสงฆ์

สำหรับ วิถีสู่อริยะบุคคลนั้น ลองเข้าไปฟังดูที่นี่ครับ ดีมากๆครับ
http://kanlayanatam.com/Myimage-index/ariya.htm

หรือ ชมเป็น VCD ได้โดยตรงที่ http://kanlayanatam.com/dr_snong/vcd/ariya.wmv

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


แก้ไขล่าสุดโดย Bwitch เมื่อ 20 ก.ค. 2009, 09:44, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ค. 2009, 09:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


Bwitch เขียน:
โอ้โห....จิตไม่ใช่ของเรานี่...ทำได้ยังไงคะ
เป็นสภาวะที่ว่างเปล่าหรือเปล่าคะ หมดสิ้นแล้วซึ่งกิเลสทั้งมวล
ไม่มีความทุกข์ แล้วความสุขละค่ะ ...เรียนถามค่ะ :b8:


- ทฤษฏีมันว่าอย่างนั้นน่ะจ๊ะ

ทำยังไง... นี่ก็เจริญสติปัฏฐานไงจ๊ะ
แต่จะไปอธิบายว่ามันสูงต่ำดำขาวเปรี่ยวหวานมันเค้มอะไรยังไงนี่
เราๆท่านๆคงพ้นวิสัยจะไปรู้รสอันนี้ล่ะจ๊ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร