วันเวลาปัจจุบัน 29 ม.ค. 2020, 18:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 63 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2009, 11:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ขออนุญาตเผยแพร่ตรงนี้นะคะ น่าจะมีประโยชน์ :b8:


น้ำมะระขี้นก

รูปภาพ

ส่วนผสม

• เนื้อมะระขี้นก 30 กรัม (3 ลูก)
• ใบเตยหอมตากแห้ง 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
• น้ำเปล่าสะอาด 200 กรัม (14 ช้อนคาว)
• เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5 ช้อนชา)
• น้ำมะนาว 15 กรัม (ครึ่งลูก - ประมาณ 1 ช้อนคาว)

:b47: วิธีทำ วิธีที่ 1

นำมะระขี้นก ล้างให้สะอาด ผ่าซีก แกะเอาเม็ดออก หั่นเป็นชิ้นยาวๆ บางๆ ตามขวางของมะระ
นำใบเตย หั่นเป็นท่อนสั้นๆ ตากแห้ง แล้วคั่วให้เหลืองกรอบ เก็บไว้ในขวดปากกว้าง
นำมะระขี้นก จาก ข้อ 1 และใบเตยหอม จากข้อ 2 และน้ำ ใส่หม้อต้มให้เดือด
ยกลงจากเตา กรองกากออก เทลงแก้ว
เติมน้ำมะนาวตามชอบ

:b47: วิธีทำ วิธีที่ 2

นำมะระขี้นก และใบเตยหอม ตามวิธีที่ 1 เทลงแก้ว เติมน้ำ วางทิ้งไว้ 5-10 นาที
กรองกากออก เทน้ำลงแก้ว
เติมมะนาวตามชอบ
ทั้ง 2 วิธี จะได้กลื่นหอมของใบเตยและรสชาติของมะระขี้นก ไม่ต้องห่วงว่าจะขมเวลาดื่ม เพราะมีการเติมใบเตยและมะนาวกลบความขมแล้ว แต่ยังคงประโยชน์ของมะระขี้นก

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตา เป็นผักตามฤดูกาล ยอดอ่อน ใบอ่อน และผลอ่อน ใช้รับประทานเป็นผักออกยอดในฤดูฝน การปรุงอาหาร คนไทยทุกภาครับประทานมะระเป็นผัก ไม่นิยมรับประทานสด เพราะมีรสขม โดยเฉพาะผล จะขมมาก วิธีปรุงอาหาร โดยการนึ่ง หรือลวกให้สุกก่อน และรับประทานเป็นผักจิ้ม ร่วมกับน้ำพริก หรือป่นปลาของชาวอีสาน หรืออาจนำไปผัด หรือแกงร่วมกับผักอื่นก็ได้ การนำผลมะระไปปรุงเป็นอาหารอื่น เช่น ผัดกับไข่ เป็นต้น นิยมต้มน้ำ และเทน้ำทิ้ง 1 ครั้ง ก่อน หรืออาจใช้วิธีคั้นกับน้ำเกลือ เพื่อลดรสขมก่อนก็ได้ รสชาติยอดอ่อน ใบ และผลอ่อน มีรสขมเย็น สรรพคุณเป็นยาเจริญอาหาร ระบาย แก้ไข้ บำรุงร่างกาย

คุณค่าทางยา

ใช้น้ำคั้นจากมะระ ดื่มช่วยลดการเกิดต้อกระจกซึ่งเป็นอาการจากเบาหวาน
ช่วยเจริญอาหาร ใช้เนื้อของผลที่ยังไม่สุกใช้เป็นอาหาร ผักจิ้ม ต้ม แกง
รักษาเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ใช้ผลโตเต็มที่ หั่นเนื้อมะระตากแห้ง ชงน้ำ รับประทานต่างน้ำชา
ลดไข้ ใช้ผลต้มรับประทานแต่น้ำเป็นยาแก้ไข้ หรือ ดื่มน้ำคั้นจากผล
ปากเปื่อย ปากเป็นขุย น้ำคั้นจากผลใช้อม
บำรุงระดู ดื่มน้ำคั้นจากผล
แผล ฝี ใช้ผลตำพอกฝี แก้บวม แก้ ปวด

ในตำรายาไทย บันทึกว่า มะระเป็นยาเจริญอาหาร ระบาย แก้โรคลมเข้าข้อ หัวเข่าบวม เป็นยาบำรุงน้ำดี แก้โรคของม้าม โรคตับ เป็นยาขับพยาธิในท้อง ส่วนน้ำต้มของใบมะระ มีสรรพคุณระบายอ่อนๆ น้ำต้มของผลมะระ สรรพคุณแก้ปากเปื่อย ปากเป็นขุย บำรุงร
ในต่างประเทศ มีการใช้มะระเป็นยาเช่นกัน ในประเทศฟิลิปปินส์ โปโตริโก และศรีลังกา มีการใช้มะระรักษาโรคเบาหวาน แพทย์จีนเชื่อว่า มะระมีพลังของความเย็น สรรพคุณขับพิษ ผลมะระช่วยฟอกเลือด บำรุงตับ มีผลดีต่อสายตา และผิวหนัง แม่บ้านชาวจีน มักจะปรุงอาหารด้วยมะระ ให้คนในครอบครัวรับประทาน ยามเป็นสิวที่ใบหน้า และร่างกายะดู
สำหรับเมล็ดของมะระ มีผู้พบสารลดน้ำตาลเช่นกัน แต่การใช้เมล็ดมะระ ต้องระมัดระวังฤทธิ์ที่ก่อให้เกิด การแท้งด้วย

ฤทธิ์การต้านเชื้อ HIV จากโปรตีนMRK 29 แยกได้จากผลและเมล็ดของมะระขี้นกไทย มีคุณสมบัติในการยับยั้งเอ็นไซม์รีเวอร์ทรานสคริปเทส นอกจากนี้สารกลัยโคโปรตีนที่ชื่อ มอมอร์ชาริน มีคุณสมบัติทำให้ระดับ HIV antigen ในเซลล์ที่ติดเชื้อ HIV ต่ำลง และยังมีผลในการลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อ ใช้รักษาโดยแพทย์จะใช้สวนทางทวาร
ฤทธิ์ต้านมะเร็ง สารกลุ่มอนุพันธ์ของไอโซพรีนอยด์มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2009, 11:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ค. 2009, 23:11
โพสต์: 1044

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โมทนาบุญด้วยครับ

การดูแลกาย นั้นสำคัญนะครับ

หากไม่มีกายแล้ว ก็หมดสิทธิ์การทำบุญสร้างบารมี

อย่าดูว่ากายไม่สำคัญ

กายสุขสบาย รับอากาศที่ดี อาหารที่ดี จิตย่อมสดใส

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ตักบาตรทุกวัน....ได้บุญทุกวัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2009, 11:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


น้ำฟ้าทะลายโจร

รูปภาพ

ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่คนจีน คนไทย รู้จักดี และนิยมปลูกตามบ้านเรือนกันมากชนิดหนึ่ง รู้ไหมครับท่านผู้อ่าน ก่อนที่ผมจะแนะนำน้ำนี้ตามตำรา ผมลองทำดื่มเองตามเคย เรียนให้ทราบก่อนว่า ขมมาก (ลังเลว่าจะแนะนำดีไหม) แต่ เพราะอร่อย และมีประโยชน์มากมาย ถ้ารับประทาน แก้ไข้ ปวดหัว ตัวร้อน ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ แก้ไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอลซินอักเสบ หลอดลมอักเสบ แก้โรคภูมิแพ้ แก้หวัด แพ้อากาศ แก้โรคติดเชื้อที่มีอาการทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย บิด มูกเลือด แก้อาการอักเสบต่างๆ ลดความดันโลหิต และรักษาโรคเบาหวาน แก้พิษร้อน ถอนพิษไข้ในร่างกาย และเป็นยาขมเจริญอาหาร และถ้าใช้ทา แก้ผื่นคัน ลมพิษ พิษแมลงสัตว์กัดต่อย น้ำร้อนลวกไฟไหม้ รักษาแผลสด แผลเรื้อรัง แผลหกล้ม ฟกช้ำดำเขียว สารพัดดีอย่างนี้ มาดื่มน้ำสมุนไพรนี้กันดีกว่า ขมเป็นยาไงท่านผู้อ่าน แต่มีวิธีคลายขมแต่ยังมีคุณค่าให้ลองดื่ม

:b51: วิธีทำ วิธีที่ 1

ส่วนผสม
ฟ้าทะลายโจรหั่น ตากแห้ง 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
ใบเตยหอมสด หั่น 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
น้ำสะอาด 200 กรัม (1 แก้วใหญ่)


:b45: วิธีทำ
นำฟ้าทะลายโจรหั่น ตากแห้งแล้ว ใส่หม้อต้ม
หั่นใบเตยหอมลงไปด้วย เพื่อให้หอม น่าดื่ม เติมน้ำลงไปทั้งหมด
ยกหม้อขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด เคี้ยวจนงวด
ยกลง กรองกากออห แบ่งดื่มวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น

:b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50: :b49: :b50:

:b51: วิธีทำ วิธีที่ 2

ส่วนผสม
ยอดฟ้าทะลายโจรสด 2 ยอด (ยอดละประมาณ 3 ใบ หรือใบอ่อน 5-6 ใบ)
น้ำสะอาด 180 กรัม (1 แก้วชา)

:b45: วิธีทำ
ต้มน้ำให้เดือด
วางยอดฟ้าทะลายโจรลงในถ้วยชา (หรือแก้วที่ใส่น้ำร้อนได้) เทน้ำเดือดลงไปในแก้ว ถ้าไม่จม ใช้ช้อนกดให้จมอยู้ในน้ำสักครู่
รอให้น้ำเย็นลงพอดื่มได้ ดื่มร้อนๆ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางยา ช่วยอาการโรคภูมิแพ้ แก้ร้อนใน เจ็บคอ ตัวร้อน ปวดศีรษะ ช่วยเจริญอาหาร

คำแนะนำ

ดื่มตอนร้อนๆ จะไม่ค่อยขม อย่าปล่อยให้เย็น
เวลาไม่สบาย ลิ้นไม่ค่อยรู้รส ลองเคี้ยวสดๆ สักใบหนึ่ง รสชาติทั้งปวงจะกลับมา ทำให้รับประทานอาหารอร่อยขึ้นทันตา
ถ้าต้องการคุณค่าทางยา ไม่ควรเติมพวกน้ำตาล แต่หากเติมสารให้ความหวาน (น้ำตาลเทียม พวกแอสปาแตม อิควล) ว่ากันว่ายังให้คุณค่าทางยาอยู่


:b46: เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฟ้าทะลายโจร
ฟ้าทะลายโจร โดยที่วงการแพทย์จีนได้ค้นคว้าทดลองอย่างต่อเนื่อง ถึงฤทธิ์และสรรพคุณต่างๆ จนปรากฏผลว่ามีสรรพคุณทางยาเด่นที่สุด 4 ประการ แก้ติดเชื้อ ระงับการอักเสบ แก้ไข้หวัด และเป็นยาเจริญอาหาร

ฟ้าทะลายโจร ได้รับการขึ้นเป็นยาตำราหลวงของการแพทย์จีนที่มีสรรพคุณเด่นอย่างหนึ่ง คือ สามารถใช้เพียงตัวเดียวไม่ต้องร่วมผสมกับตัวยาอื่นเลยก็รักษาโรคได้ดี

ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชล้มลุก มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Andrographis paniculata, Nees จัดอยู่ในวงศ์ Acanthaceae ภาษาจีนเรียกว่า ซวนซิน เหลียง เจ็กเกี่ยงสี่ คีปังฮี โซ่วเซ่า สำหรับชื่อไทยก็มีเรียกแตกต่างกันไปตามภาษาท้องถิ่นคือ ภาคกลางเรียกฟ้าทะลายโจร น้ำลายพังพอน ฟ้าสาง เขยคลาย ยายคลุม และขุนโจรห้าร้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกสามสิบดี ภาคใต้เรียก ฟ้าสะท้าน หญ้ากันงู และเมฆทะลาย

:b46: ลักษณะเฉพาะของฟ้าทะลายโจร

คือทุกส่วนของต้นมีรสขม ลำต้นรูปสี่เหลี่ยม ใบรูปยาวรีและปลายแหลม ดอกเล็กสีขาว ผลเป็นฝักคล้ายต้อยติ่ง เมื่อแก่เมล็ดในฝักมีสีน้ำตาลอ่อน เป็นพืชตระกูลเดียวกับต้นต้อยติ่งและทองพันชั่ง
การปลูก ใช้เมล็ด โดยการโรยเมล็ดลงดิน กลบดินไม่ต้องลึกแล้วรดน้ำให้ชุ่ม มักนิยมปลูกตอนต้นฤดูฝน ไม่ชอบแดดจัดมาก หากอยู่ในที่แจ้งต้นจะเตี้ยใบเล็กหนา และในที่ร่มต้นจะสูง ใบใหญ่แต่บาง ควรปลูกในที่ไม่ร่มและไม่แจ้ง นัก ในฤดูฝนไม่จำเป็นต้องรดน้ำ แต่ในฤดูแล้งควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ ถ้าปลูกขึ้นได้หนึ่งต้นจนมีฝักแก่เมล็ดจะกระจายออกไปขึ้นทั่วจนต้องถอนทิ้งบ้าง
สรรพคุณทางยา ในประเทศไทยขณะนี้ต้นฟ้าทะลายโจรได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีผู้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยถึงสรรพคุณยาและได้พบสารเคมีในส่วนต่างๆ ของ พืชอยู่หลายชนิดรวมทั้งสาร Andrographolide ที่เป็นตัวยาสำคัญที่มีอยู่ในทุกส่วนคือ ราก ต้น ใบ ของฟ้าทะลายโจร และได้ทำการศึกษาทดลองเพื่อจำแนกโรคที่รักษาได้ดีให้ชัดเจน ซึ่งพบว่าฟ้าทะลายโจรรักษาโรคเหล่านี้ได้คือ แก้ติดเชื้อทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย บิด และแก้กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบ แก้พวกไอ เจ็บคอ หรือคออักเสบ ต่อม ทอมซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ
แก้ไข้ทั่วไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นยาขมเจริญอาหาร

:b48: อย่างไรก็ตามมีข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่สำคัญคือ ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่มีความดันต่ำและมีอาการท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย บางคนเมื่อกินยาฟ้าทะลายโจรแล้วมีอาการปวดท้อง ท้องเสีย เวียนหัว หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ซึ่งควรหยุดยาทันที

:b43: เสนอเพียง 2 ชนิดที่น่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคหวัดนะคะ
(ซึ่งผักผลไม้สดเกือบทุกชนิดก็มีวิตามินบำรุงร่างกายอยู่แล้วค่ะ)

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 63 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร