วันเวลาปัจจุบัน 24 มิ.ย. 2019, 22:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ค. 2009, 08:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ค. 2009, 22:19
โพสต์: 271

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


นิพพานเจิดจรัสเหนือคำบรรยาย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ค. 2009, 15:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ม.ค. 2009, 12:36
โพสต์: 91

สิ่งที่ชื่นชอบ: หนังสือธรรมะทุกเล่ม
ชื่อเล่น: ก้อย
อายุ: 28
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ใช่คะนิพพาน คือหนทางที่ดับทุกอย่าง แต่กว่าจะไปนิพพานได้ ต้องบำเพ็ญเพียรหลายชาติมากๆ

.....................................................
"ใช้ใจมองคน" แล้วคุณจะรู้ว่า คนๆนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.ค. 2009, 10:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


:b44: คำว่า "นิพพาน" คือการดับไปซึ่งกิเลสที่เป็นเครื่องผูกมัดใจสัตว์ไว้ในสังสารวัฏ ทางพระพุทธศาสนาสมมุติเรียกกิเลสเหล่านี้ว่า "สังโยชน์" ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 10 ประการ ได้แก่

:b46: สักกายทิฏฐิ
ความเห็นว่าเป็นตัวของตน
:b46: วิจิกิจฉา
ความลังเลสงสัย
:b46: สีลัพพตปรามาส
ความยึดมั่นถือมั่นในศีลและวัตรปฏิบัติที่ผิด
:b46: กามราคะ
ความติดใจในกามคุณ
:b46: ปฏิฆะ
ความโกรธเคืองขัดใจ
:b46: รูปราคะ
ความติดใจในรูปธรรมอันประณีต เช่น ติดใจในความสุขความสงบของสมาธิขั้นรูปฌาณและอยากไปเกิดเป็นรูปพรหม
:b46: อรูปราคะ
ความติดใจในอรูปะธรรมอันประณีต เช่น ติดใจในความสงบของสมาธิขั้นอรูปฌาณและอยากไปเกิดเป็นอรูปพรหม
:b46: มานะ
ความถือตัวถือตน
:b46: อุทธัจจะ
ความฟุ้งซ่าน
:b46: อวิชชา
ความไม่รู้จริง

กิเลส 10 ประการนี้คือบ่อเกิดของการเวียนว่ายตายเกิด ถ้าดับได้หมดเมื่อไร นั่นคือนิพพาน :b44:

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ค. 2009, 07:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2007, 13:40
โพสต์: 465

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


5. สัมมาทิฏฐิในนิพพาน

บางท่านคิดว่า พระนิพพานคงจะเที่ยง คงจะไม่ตาย เรานี้จะเข้าไปเสวยสุขในพระนิพพาน อันเป็นเมืองแก้วที่มีความสุขสบาย ถ้าเราไปอยู่ในนิพพาน คงจะเป็นสุขไม่มีความทุกข์เลย
ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จัดเป็น “มิจฉาทิฏฐิในนิพพาน“
เพราะนิพพานนั้นไม่มีสุขเวทนาให้ปรากฏเลย พระนิพพานนั้นดับเสียซึ่งขันธ์ 5

ที่ว่าเมื่อถึงพระนิพพานแล้วดับทุกข์นั้นหมายถึงว่า ดับขันธ์ 5
ฉะนั้นความสุขความสบายที่เกิดจากเวทนาจะมีขึ้นได้อย่างไร

พระนิพพานเป็นความสุขที่ดับทุกข์เท่านั้น ไม่ใช่เป็นความสุขที่อาศัย “ สุขเวทนา “ เข้าไปดับทุกข์ที่เกิดจากกิเลสเป็นเหตุ หรือเกิดจากชาติเป็นเหตุ หรือเกิดจากวิบากเป็นเหตุ ถ้าดับทุกข์เสร็จก็ถึงพระนิพพาน

เพราะท่านบอกว่า “ ชาติเป็นทุกข์ “ ทุกข์ทั้งหลายย่อมไหลมาจาก ชาติ คือ ความเกิด ถ้าดับชาติคือความเกิด เสียแล้ว เรียกว่าดับทุกข์ทั้งปวง ถ้าเห็นอย่างนี้เป็นการเห็นถูก

viewtopic.php?f=7&t=23148


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2009, 00:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


พระนิพพานเมื่อปฎิบัติไปแล้วจะทราบได้ว่า

มีความเป็นสูญโดยตัวมันเองจะให้อธิบายทั้งปรมัตถหรือบัญญัติก็ไม่อาจกล่าวพระนิพพานได้เลย

นิพพานนัง ปรมัง สูญญัง

ไม่ใช่ตายแล้วสูญ


แต่ว่าเป็นสูญโดยตัวมันเอง

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2009, 00:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2009, 01:54
โพสต์: 30

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Bwitch เขียน:
:b44: คำว่า "นิพพาน" คือการดับไปซึ่งกิเลสที่เป็นเครื่องผูกมัดใจสัตว์ไว้ในสังสารวัฏ ทางพระพุทธศาสนาสมมุติเรียกกิเลสเหล่านี้ว่า "สังโยชน์" ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 10 ประการ ได้แก่

:b46: สักกายทิฏฐิ
ความเห็นว่าเป็นตัวของตน
:b46: วิจิกิจฉา
ความลังเลสงสัย
:b46: สีลัพพตปรามาส
ความยึดมั่นถือมั่นในศีลและวัตรปฏิบัติที่ผิด
:b46: กามราคะ
ความติดใจในกามคุณ
:b46: ปฏิฆะ
ความโกรธเคืองขัดใจ
:b46: รูปราคะ
ความติดใจในรูปธรรมอันประณีต เช่น ติดใจในความสุขความสงบของสมาธิขั้นรูปฌาณและอยากไปเกิดเป็นรูปพรหม
:b46: อรูปราคะ
ความติดใจในอรูปะธรรมอันประณีต เช่น ติดใจในความสงบของสมาธิขั้นอรูปฌาณและอยากไปเกิดเป็นอรูปพรหม
:b46: มานะ
ความถือตัวถือตน
:b46: อุทธัจจะ
ความฟุ้งซ่าน
:b46: อวิชชา
ความไม่รู้จริง

กิเลส 10 ประการนี้คือบ่อเกิดของการเวียนว่ายตายเกิด ถ้าดับได้หมดเมื่อไร นั่นคือนิพพาน :b44:

:b8: :b8: :b8:



:b8: คาราวะท่านผู้เจริญในธรรมครับ :b8:

...ท่าน Bwithc สรุปได้ดีที่สุด สั้น กระชับ ได้ใจความ...แต่เรื่องของ "วิบากกรรม" ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรจะมองข้าม เพราะวิบากกรรมตัวนี้นี่แหละ ที่ทำให้ผู้ปฏิบัติธรรมต้องปวดเศียรเวียนเกล้ามากันนักต่อนักแล้ว..." ศีล-สมาธิ-ปัญญา " จะช่วยเราได้มากครับ...

.....................................................
..." นิพพาน " ไม่ใช่สิ่งที่ถูกค้นพบบนฟูก หากแต่เป็นป่าเขาที่เต็มไปด้วยอันตรายและอสรพิษ...

..." หลักธรรม " ไม่ใช่สิ่งที่ถูกค้นพบในผับหรือสถานเริงรมย์ หากแต่เป็นสองข้างถนนที่เต็มไปด้วยซากศพ และผู้คนที่เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย...


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร