วันเวลาปัจจุบัน 16 มิ.ย. 2019, 23:30  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 10:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 16:10
โพสต์: 298

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สมัยนี้คนไม่ดีมีมากมาย
เราควรทำอย่างไรดีค่ะ
ที่จะทำให้คนดีมีมากกว่าคนไม่ดี
:b2: :b2: :b2: :b2: :b2:


ขอให้ ทุกชีวิต เพื่อนร่วมโลก
พ้นทุกข์โศก เวียนวน จนสงสาร
สู่พระธรรม มรรค ผล และนิพพาน
ทุกดวงจิต วิญญาณ ถ้วนทั่วเทอญ
:b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 10:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 21:32
โพสต์: 82

ที่อยู่: นครศรีธรรมราช

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่งค่ะ :b8:

:b44: การเกิด เป็นทุกข์ ไม่ใช่สุข ถ้าจะพ้นทุกข์ ก็ต้องไม่เกิด :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 11:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30676

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ศีลธรรมของสังคมจะมั่นคงแท้จริง ก็ต่อเมื่อคนเข้าถึงสิ่งที่เป็นหลักประกันของศีลธรรม
๒ อย่าง ซึ่งทำให้มีศีลธรรมขึ้นมาเองโดยอัตโนวัติ คือ จิตที่พ้น
และ
สุขที่ประณีต ซึ่งไม่ขึ้นต่ออามิส

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 11:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2008, 17:20
โพสต์: 1051

งานอดิเรก: อ่านหนังสือธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: Bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


rawisada เขียน:
สมัยนี้คนไม่ดีมีมากมาย
เราควรทำอย่างไรดีค่ะ
ที่จะทำให้คนดีมีมากกว่าคนไม่ดี
:b2: :b2: :b2: :b2: :b2:


ขอให้ ทุกชีวิต เพื่อนร่วมโลก
พ้นทุกข์โศก เวียนวน จนสงสาร
สู่พระธรรม มรรค ผล และนิพพาน
ทุกดวงจิต วิญญาณ ถ้วนทั่วเทอญ
:b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8:

:b1: เห็นด้วยค่ะ รอฟังคำแนะนำด้วยอีกคนนะคะ :b8:

.....................................................
    มีสิ่งใด น่าโกรธ อย่าโทษเขา.... ต้องโทษเรา ที่ใจ ไม่เข้มแข็ง
    เรื่องน่าโกรธ แม้ว่า จะมาแรง ....ถ้าใจแข็ง เหนือกว่า ชนะมัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 11:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มี.ค. 2009, 10:52
โพสต์: 15


 ข้อมูลส่วนตัว


พยายามทำให้ผู้คนทั้งหลายได้รู้จักธรรมะครับ เพราะธรรมะจะเป็นตัวขัดเกลากิเลสเราให้ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

สำคัญที่สุดต้องเริ่มที่ตัวเราเองครับ .. พัฒนาตัวเราก่อน วันหนึ่งเมื่อคนศรัทธาในตัวเรา เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีในตัวเรา เราก็จะสามารถแนะนำให้เค้าได้พบเจอกับเส้นทางธรรมะได้ครับ

ลองไปเข้าปฏิบัติดูนะครับ เพื่อตัวเรา เพื่อครอบครัวและเพื่อสังคมของเรา

แนวทางอ.โกเอ็นก้า ผมว่าเป็นทางสายตรงสุดๆเลยครับ ถึงจะยังเดินไม่ถึงจุดหมาย แต่ผมก็มองเห็นจุดหมาย
http://www.thai.dhamma.org
http://www.watkoh.com/forum/index.php?topic=1727.0


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 11:42 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12212


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำที่ตัวเรา...
ทำให้ตัวเราสงบระงับจากกิเลสด้วยพระธรรมคำสอนของผู้ที่สงบแล้วอัน....
ได้แก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 12:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:12
โพสต์: 905

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




9749~Cats-On-Deck-Posters.jpg
9749~Cats-On-Deck-Posters.jpg [ 44.12 KiB | เปิดดู 2498 ครั้ง ]
สุขใดเล่าจักเทียบเท่าสุขสงบ
สุขที่พบบนโลกนี้มิแม้นเหมือน
สุขเบื้องหลังเป็นครูคอยย้ำเตือน
อย่าสุขเหมือน สุขจอมปลอม ดั่งก่อนมา
สุขสงบ ยลบรรเจิด ประเสริฐแท้
สุขได้แค่ เพียรดิ้นรน ดับตัณหา
ทันกิเลส รู้อาเภท ที่จรมา
ชีวิตหนา สุขแท้ สงบเอย

.....................................................
"ก้มกราบบ่อยๆ ช่วยขจัดความหยิ่ง-ทะนงออกได้"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 13:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30676

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว



เพื่อให้เห็นภาพสุขที่ประณีต ซึ่งไม่ขึ้นต่ออามิส (นิรามิสสูข) มีตัวอย่างให้ดู
ตัดๆเอาแต่เนื้อๆมา ดังนี้



ก่อนหน้า ไม่เคยปฏิบัติธรรมจริงๆจังๆเลย จนกระทั่งไม่นานมานี้ วาสนาพาให้ได้พบกับพระสงฆ์ไทยรูป
หนึ่ง ผมได้ถามท่านว่า ทำอย่างไรจึงจะพ้นทุกข์
ท่านก็ไม่ตอบอะไร ยื่นหนังสือของท่านให้สามเล่ม เป็นหนังสือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามแนวทาง
ในอานาปานสติสูตร

หนังสือสามเล่มนั้น ผมก็อ่านแค่เล่มแรกก่อน ใจความ คือ ให้กำหนดรู้ลมหายใจให้ตลอด ในชีวิต
ประจำวัน จะทำกิจกรรมอะไร ก็ให้กำหนดรู้ลมหายใจไปด้วย ยกเว้นเวลาขับรถ หรือ เวลาอ่านหนังสือ
แต่ก็ให้มีสติรู้อยู่ว่า เราทำอะไรอยู่

ท่านว่า ให้กำหนดรู้ลมหายใจเสมือนว่า ลมหายใจเป็นกัลยาณมิตร

หลังจากนั้น ผมก็พยายามกำหนดรู้ลมหายใจในชีวิตประจำวัน

หลังจากนั้น มีวันหนึ่ง เกิดนึกอยากนั่งสมาธิขึ้นมา ผมก็เลยนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ
ในการนั่งสมาธิครั้งนี้ สามารถรับรู้ลมหายใจได้ตลอดสายเป็นเวลานาน ฯลฯ
กำหนดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
รู้สึกว่า กายขยายไปทุกทิศ จนรู้สึกว่ากายหายไป คือไม่มีกาย ความรู้สึกเหมือนจุ่มอยู่ในปีติ
มีแต่ความสุขไปหมด

ผมก็คิดขึ้นมาว่า "มีความสุขขนาดนี้ในโลกด้วย หรือ ความสุขนี้ ดีกว่า
ความสุขในโลกที่เราเคยพบมาทั้งหมด โอ ความสุขนี้แค่นั่งก็ได้แล้ว คนทั้งโลก (ส่วนใหญ่)
มัวแต่วุ่นวายทำอะไรกันอยู่
บางคนทำทุจริตต่างๆ เพื่อหาเงินมาสนองความสุขตน ทำไปทำไมนะ มันเทียบกับความสุขที่เกิดจาก
ความสงบนี้ไม่ได้เลย ความสุขนี้ไม่ต้องไขว่คว้ามาก อยู่กับตัวเองแท้ๆ คน (ส่วนใหญ่) ในโลกกลับไม่รู้"

จากนั้น ผมก็สังเกตลมหายใจ ก็รู้สึกว่า ลมหายใจตอนนี้มันละเอียดมาก ถึงค่อยเข้าใจคำว่า
ลมหายใจหยาบลมหายใจละเอียดว่า เป็นยังไง
ก่อนหน้านี้เข้าใจว่า คือ ลมหายใจแรงๆ เบาๆซะอีก


ความรู้สึกจากการเกิดสมาธิครั้งแรกนี้ มันเหมือนจุ่มค้างอยู่ปิติ ค้างอยู่ แต่ไม่เห็นนิมิตอะไรทั้งสิ้น
แต่รู้สึก จิตเวลานี้ ไม่มีนิวรณ์เลย คือ มีความรู้พร้อมอยู่

จากนั้น ผมก็รู้สึกยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วคิดไปเรื่อยว่า "นี่คือปฐมฌานหรือเปล่านี่ ปฐมฌานเกิดกับเราหรือ" จนจิตเริ่มไม่เป็นสมาธิ เริ่มปั่นป่วน

หลังจากนั้น ก็ได้ยินเสียงห้องข้างๆ ตะโกนเสียงดัง (คาดว่าน่าจะดูบอล) ผมก็เลยหลุดออกมา
จากสภาวะนั้น

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 13:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30676

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เพื่อให้เห็นภาพของศีล เป็นต้น ที่เกิดขึ้นโดยอัตตโนวัติ มีตัวอย่าง (สองตอน แต่ผู้ปฏิบัติคนๆ เดียวกัน ) ตัดๆมาเช่นกัน เขาเล่าว่า ...



ในวันนั่น ผมนั่งสมาธิโดยการกำหนด ยุบหนอ-พอง หนอ โดยกำหนดจิตรับรู้การเคลื่อนของกระเพาะอาหารเวลาลมหายใจเข้าไปและออกมาครับ
กระผม คิดเอาเองว่าคงนั่งได้ประมาณ 2 ชม.ได้แล้ว และผมก็ได้รู้สึกว่า ร่างกายของผมเหมือนไม่มี เหมือนจิตผมหยุดนิ่งอยู่ที่ ใดที่หนึ่งโดยไม่รู้ว่า สิ่งที่ผมกำหนดตอนแรก หายไปไหน
ลมหายใจของผมประหนึ่งกับดับไป ผมพยายาม กำหนดต่อไป แต่คราวนี้มันกำหนด
ยุบหนอ พองหนอ ไม่ได้เสียแล้วเพราะ เหมือนกับว่า ร่างกายนี้ไม่มีอยู่ครับ

ผมเลย ใช้การกำหนดดูจิต ที่ยังพอรู้สึกได้อย่างเลือนลางนั่นต่อไป จน ผมเริ่มเกิดความรู้สึกขึ้นมาอีกครั้ง คือ ผมไม่ได้หายใจ แต่ ใจผม ยังคงหยุดอยู่ที่ สิ่งแรกอยู่ แต่รู้สึก สิ่งนั่น ที่ใจนึกถึงนั่น มันเด่นชัดมากขึ้น
ผมนั่งต่อไปอีกสักระยะ หนึ่งครับ แต่ไม่รู้ว่าจะกำหนดอะไรต่อไปแล้ว เพราะ เหมือนรู้สึกว่า ไม่มีอะไรเลยครับ เหมือนทุกสิ่งทุกอย่าง หายไปหมด คือ เหมือนร่างกาย ก็ไม่มี และสิ่งรอบข้าง ก็หายไปหมด เหมือนกับว่า
ไม่มีอะไรอยู่ข้างกายแบบนี้อ่ะครับ

ผมเลย นึกในใจอยากออกจากสมาธิ ก็เริ่มรู้สึกถึงร่างกายของผมเองขึ้นมาที่ละนิด ๆ แล้วก็รู้สึกว่า มีสิ่งแวดล้อมรอบตัว กลับมาอีกครั้ง รู้สึกถึงการหายใจขึ้นมาอีกครั้ง ผมค่อย ๆๆถอดออกจากสมาธิ แล้วลืมตา
ในตอนนั้น
ในตอนที่รู้สึกถึงร่างกายอ่ะครับ ผมกลับมีความรู้สึกอีกอย่าง เข้ามาในใจอย่างรุนแรงมาก คือ เหมือนว่า ร่างกายผมอ่ะครับ มันสกปรกมาก เหมือนกับซากศพอะไรซักอย่าง
และผมก็เกิดความกลัวไปหมด กลัวจะผิดศีล 5 กลัวภัยในแต่ละวัน เหมือนจิตจะฟุ้งซ่านมากในขณะนั่นเลยครับ
หลังจากคืนนั่น ในคืนต่อ ๆ มา ผมก็นั่งสมาธิตามปกติ และก็ได้รับรู้ความรู้สึกเช่นที่เป็นมา ทุกคืนติดต่อกัน
แต่ ทุก ๆ คืน จนถึงวันนี้ ผมเหมือนกับเบื่อหน่าย ที่จะทำงาน ไม่อยาก เจอหน้าภรรยา ไม่อยากเจอหน้าพ่อแม่ ไม่อยากเจอหน้าลูก เหมือนเบื่อหน่ายทุกสิ่งในโลก อาหาร แม้แต่ตัวเอง
วัน ๆ อยากนั่งทำสมาธิ เพราะ ในช่วงที่ เล่าให้ฟัง มันมีความสุขมาก เหมือนผมลืมทุกอย่างไปเลย

(วันต่อมา)

เมื่อวานนี้ ได้นั่งพิจารณา อารมณ์และตามดูจิต ยืน เดิน นั่ง นอน ได้แทบทั้งวัน รู้สึกถึงความเย็น สงบ ใครนินทา กล่าวร้าย ไม่รู้สึกเสียใจอะไรเลย มันนิ่งได้ทั้งวันจริง ๆ

พอตกดึก มาเจริญสติอีกครั้ง คราวนี้ มีอาการเช่นเดิม คือ เหมือนสภาพร่างกายหายไปแบบตอนแรก แต่ครั้งนี้ เกิด นิมิตเป็นลูกแก้วใสสว่าง ขึ้นมา จากลูกเล็ก ๆๆกลายเป็นลูกใหญ่ แล้ว คือเวลาเราหลับตาอ่ะครับ
มันจะดำ ๆๆใช่ไหมครับ แต่พอ ลูกแก้วขนาดจนเต็มความรู้สึกเหมือนสว่างไสวไปหมด เป็นสี ขาว มีประกาย ทั่วที่หลับตาอยู่นั่นเอง และพอ กำหนดให้มันเล็กลง มันก็เล็กได้ดังใจ เหมือนกับว่า ในขณะนั่นจิตจะสั่งการอะไร ได้หมด

ความรู้สึกเบื่อหน่ายเริ่มหายไปแล้ว แต่รู้สึก กายนี้มีแต่ทุกข์ จิตนี้ก็มีแต่ทุกข์ สิ่งใด ๆ ก็ทุกข์
เกิดแล้วดับ วนเวียนไปไม่หมดสิ้น

พิจารณาอยู่นาน เหมือนกัน ตอนนั่นไม่รู้สึกอะไรแล้ว ลมหายใจขาดหายไป
ความรู้สึกรอบตัว อาการเย็น ร้อน อ่อน แข็งรอบ ๆ ตัว หายไป หลังจากกำหนด ลูกแก้ว ให้เล็กจนหายไป ภาพกลับมาเหมือนตอนหลับตาปกติ
คราวนี้ เกิดนิมิตใหม่ คือ ได้เห็น ช่วงเวลาตอนบ่าย ตอนเช้า ทุก ๆ ขณะที่กระทำสิ่งใดไปในแต่ล่ะวัน ค่อย ๆ ปรากฏเป็นภาพอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกับว่า ได้กลับไปอยู่ในสถานการณ์นั่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง
ได้เห็น สิ่งที่ทำไป ในอดีต ค่อย ๆๆ ผุดขึ้นมาที่ละนิด ๆ จนได้รู้สึกถึงตอนวัยรุ่น ตอนเด็ก ๆๆ ได้ทำอะไรลงไปบ้าง
บางขณะ ได้ทำอะไรดีดี จิตก็ รู้สึกดี ก็ตามพิจารณารู้ว่า รู้สึกดีตลอด
บางขณะ ได้ทำอะไรชั่ว ก็ได้ตามพิจารณาว่าทำชั่ว
สภาพจิตเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง รู้ถึงตอนที่ พ่อมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล
พอถึงตอนนี้ ในความรู้สึกเหมือนน้ำตาไหล ที่เห็น พ่อแม่ อยู่ด้วยกัน (ความเป็นจริงไม่อยู่แล้ว)
เลยอธิฐานขอออกจากสมาธิ ภาพเหล่านั่นก็หายไป
แล้วความรู้สึก ถึงสภาวะรอบตัว และร่างกายกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ออกจากสมาธิครับ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30676

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




buddha-3.jpg
buddha-3.jpg [ 58.23 KiB | เปิดดู 2411 ครั้ง ]
สองคนสองตัวอย่าง เป็นประสบการณ์ เป็นจุดเริ่มของผู้มีจะมีปกติศีล และมีความสุขที่ประณีต ซึ่งไม่ขึ้นต่อ
อามิส ฯลฯ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 08 ก.ค. 2009, 14:07, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 14:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2009, 21:25
โพสต์: 191


 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาในผลบุญนี้ด้วยน่ะค่ะ

อย่าเราก้อมีเราคนหนึ่ง ที่พยายามทำความดีทุกวันๆๆ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
ศัตรูของคนเราที่แท้จริงแล้ว คือ โลภ โกรธ หลง
ต้องแก้ด้วยมี ศีล สมาธิ ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 14:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30676

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




untitled.bmp
untitled.bmp [ 20.39 KiB | เปิดดู 2399 ครั้ง ]
อ้างคำพูด:
อย่าเราก้อมีเราคนหนึ่ง ที่พยายามทำความดีทุกวันๆๆ


เข้ากับเพลงนี้เลย

"พุทธังทำดี"

http://www.fungdham.com/sound/popup-sou ... ong16.html


กรัชกายวาน้องนุ่นยังเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ยังเรียนหนังสืออยู่ แต่สนใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา
ถูกไหมครับ :b1:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 08 ก.ค. 2009, 19:17, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 16:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 19:25
โพสต์: 579

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำใจให้สงบ


:b42: :b42: :b42:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 16:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 01:02
โพสต์: 337


 ข้อมูลส่วนตัว


:b41: :b41: :b41: :b42: :b42: :b42: :b41: :b41: :b41:

ขอเข้ามาร่วมในกระทู้ด้วยครับ :b1: :b1:

ท่านพุทธทาสบอกว่า ต้องมีธรรมะในการสร้างความเป็นมนุษย์ ให้มีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง ทำให้มนุษย์รู้ว่า ทุกชีวิตเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วจะมีความมั่นคงภายใน โลกนี้จะสงบสุข ต้องมีความรักกัน เบียดเบียนกันไม่ได้ ฆ่าฟันกันไม่ได้ ต้องสงวนชีวิตของผู้อื่น เท่ากับที่สงวนชีวิตของเราเอง ครับ ...มีชีวิตอยู่อย่างเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

:b6: :b6: :b6:
สมัยนี้คนไม่ดีมีมากมาย
เราควรทำอย่างไรดีค่ะ
ที่จะทำให้คนดีมีมากกว่าคนไม่ดี

:b6: :b6: :b6:

พระพุทธศาสนายอมรับศักยภาพของมนุษย์ ว่าสามารถพัฒนาฝึกฝน อบรมได้ และฝึกได้อย่างไร้ข้อจำกัด ข้อสำคัญของมนุษย์จึงอยู่ที่การฝึกนี้เท่านั้น หากไม่ฝึกมนุษย์ไม่มีทางเอาดีได้ มีเรื่องที่มนุษย์จะฝึกอยู่มากมาย ฝึกอดทนอดกลั้น ฝึกขยันขันแข็ง ฝึกพูดจาไพเราะ ฝึกบริจาคให้ทาน ฝึกสมาธิ ฝึกเจริญปัญญา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องฝึก เกิดขึ้นเองไม่ได้

คนที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี จึงงดงามอยู่ที่ได้พึ่งตนเอง พึงพอใจอยู่กับตัวเอง พัฒนาขึ้น สามารถเป็นคนดีในสังคม ช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างภาคภูมิใจ ขอให้เริ่มต้นที่ตัวเองก่อน ให้ความสำคัญต่อตนเองก่อน ฝึกตัวเองก่อน ดังพุทธพจน์ที่ว่า “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ .....ตนแล เป็นที่พึ่งของตน” “อตฺตานเมว ทมยนฺติ ปณฺฑิตา.....บัณฑิตย่อมฝึกตน”
ครับ... ยิ่งพัฒนาตนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพมากเท่าใด ก็ยิ่งมีประโยชน์มากเท่านั้น สามารถทำประโยชน์และส่งผลสำเร็จไปถึงคนอื่นอีกจำนวนไม่น้อย เริ่มต้นที่ตนและจบลงที่ตน ทว่ากลับส่งผลดีไปถึงคนรอบข้าง การจะทำให้คนอื่นเป็นคนดีได้นั้น ต้องเริ่มที่ทำตัวเองให้เป็นคนดีก่อน มิให้เกิดบาป อกุศลออกไปล่วงเกินผู้อื่น พร้อมกับทำตนเองให้เป็นกัลยาณมิตรกับผู้อื่นด้วย อีกนิด...ให้เชื่อในความมีกรรมเป็นของตน (กมฺมสฺสตาสทฺธา) คือเชื่อว่าแต่ละคนเมื่อทำกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น กรรมใดใครก่อก็ย่อมสนองต่อผู้นั้นเป็นธรรมดา หากผู้อื่นไม่สามาถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนดีได้ ก็เป็นกรรมของเขาเอง.....
:b16: :b16:

เจริญในธรรมครับ :b8: :b8: :b8:

:b41: :b41: :b41: :b42: :b42: :b42: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
ราตรีของผู้ตื่นอยู่นาน...โยชน์ของผู้ล้าแล้วไกล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 17:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
:b30: :b30: :b30: :b30: :b30:
:b40: มนุษย์จงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนะคะ :b40:
:b8: สาธุค่ะ :b8:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร