วันเวลาปัจจุบัน 24 มิ.ย. 2019, 22:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2009, 06:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


ความฝันสำหรับคนส่วนใหญ่เป็นเพียงเรื่องเหลวไหลที่ผ่านไปชั่วข้ามคืน ตื่นแล้วก็จบกัน แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์หลายๆกลุ่ม ความฝันเป็นอะไรที่สลักสำคัญยิ่ง คิดง่ายๆว่าแม้สิ่งที่อยู่ในฝันนั้นไม่จริง แต่ตัวความฝันเองก็ ‘เกิดขึ้นจริง’ ระหว่างคุณมีชีวิตอยู่ แถมกินเวลาในชีวิตคุณร่วมหนึ่งในสาม หากเหลวไหลไร้ความหมาย ก็แปลว่าชีวิตคุณเต็มไปด้วยความเหลวไหลไร้ความหมายเสียเกือบครึ่ง

หากยอมรับว่าความฝันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเปิดใจให้กว้างพอที่จะ ‘ทบทวน’ และ ‘สังเกต’ ความฝันของคุณเอง คุณอาจรู้เรื่องชีวิตดีขึ้น เข้าใจเหตุผลที่ทำๆอะไรไปในแต่ละวันมากขึ้น
มีเหตุผลหลายข้อที่ผมชอบนำเรื่องเกี่ยวกับฝันมาเขียนในนิยาย (แล้วก็เพิ่งเอามาตอบในคอลัมน์เตรียมเสบียงฯคราวนี้ หลังจากได้รับคำถามมาหลายรอบ)

ประการแรกความฝันเป็นเครื่องเทียบเคียงที่ดี เมื่อจะพูดถึงประสบการณ์ที่พ้นขอบเขตปรากฏการณ์ในชีวิตจริง ยกตัวอย่างเช่นถ้าจะกล่าวถึงสวรรค์ชั้นต้นหรือเปรตชั้นที่ไม่มีความทุกข์มากนัก ก็สามารถนำความฝันหลายๆครั้งของคนส่วนใหญ่มายกเป็นตัวอย่างได้เลย คือถ้าฝันชัด แช่มชื่นตื่นตา มีแต่นิมิตหมายงดงามเป็นมงคล ความรู้สึกสุดสุขสนุกสนานจนไม่อยากตื่น จะใกล้เคียงกับความรู้สึกในสวรรค์ชั้นต้นพอประมาณ เพียงแต่ในสวรรค์จริงจะเต็มไปด้วยวัตถุทิพย์คงเส้นคงวา และความรู้สึกของคุณจะหลุดจากกรอบจำกัดแบบฝันไปเป็นสำนึกคิดอ่านเต็มตัวกว่ากัน ส่วนถ้าฝันมัวมน ครึ่งดีครึ่งร้าย มีความแปรปรวน และมีนิมิตหมายชวนหดหู่สลับกับนิมิตชวนรื่นรมย์ หรือมีสภาพหิวแสบไส้อยู่บ้าง อันนั้นใกล้เคียงกับเปรตบางภูมิที่ไม่ถึงกับตกระกำลำบากมากนัก

ประการที่สอง การกล่าวถึงความฝันในบางแง่มุมอาจกระตุ้นให้เกิดคำถามว่าขณะที่กำลังลืมตาและคิดว่า ‘ตื่น’ อยู่นี้ ที่แท้อาจเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของความฝันก็ได้ ทั้งลืมตาคิดอ่านอยู่นี้ ก็ฝันกันไปว่าเรามี ฝันว่าเราเป็น ฝันว่าเราได้ ฝันว่าเราเสีย แล้วต้อง ‘สะดุ้งตื่น’ ขึ้นรับรู้ความจริงเป็นครั้งเป็นคราว เมื่อมีแล้วหมด เมื่อเป็นแล้วไม่เป็น เมื่อได้แล้วเสีย เมื่อเสียแล้วได้

ทุกคนพูดกันเสมอว่าตอนฝันนั้นคนเราแค่อุปาทานไป ยึดมั่นถือมั่นเรื่องเหลวไหลกันผิดๆไปชั่วครู่ แต่นึกกันไม่ค่อยถึง ว่าแม้กำลังลืมตาตื่นอยู่อย่างนี้ เราก็กำลังอุปาทานไป ยึดมั่นถือมั่นเรื่องเหลวไหลกันผิดๆไปจนชั่วชีวิต โดยไม่แม้แต่จะเอะใจด้วยซ้ำว่ากำลังฝันอยู่ เพียงแต่เป็นฝันที่เป็นรูปธรรม ต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าวัตถุหรือฉากหนึ่งๆจะสลายตัวลง

คราวนี้มาพูดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความฝันในมุมมองของผม ตามที่ผมเห็น ความฝันมีหลายฐานะดังนี้

๑) ฐานะของกระจกเงาสะท้อนสภาพจิตใจทั่วไปในชีวิตประจำวัน กล่าวคือถ้าระหว่างวันคุณฟุ้งซ่านและเหม่อลอยบ่อย ความฝันจะสะท้อนเป็นภาพเหตุการณ์เลือนราง มั่วซั่ว แปรปรวนง่าย กระโดดจากเรื่องหนึ่งไปสู่เรื่องอื่นแบบไม่มีเหตุผลต้นปลาย และคุณอาจตื่นขึ้นด้วยความเลื่อนลอย รู้สึกว่าชีวิตไร้จุดหมาย เหมือนอยู่ท่ามกลางพายุที่ซัดไปทางโน้นทีทางนี้ที หาหลักแหล่งที่เกาะที่มั่นไม่เจอ แต่ถ้าระหว่างวันคุณมีจิตใจสงบสุขและมีสติสัมปชัญญะดี ความฝันจะสะท้อนเป็นภาพชัดเจน แจ่มใส เรื่องราวดำเนินไปแบบผูกเหตุผูกผล เมื่อฝันเกี่ยวกับเรื่องใดก็มักยืดยาวจนกว่าจะคลี่คลายปม และคุณอาจตื่นด้วยความเต็มอิ่ม รู้สึกว่าชีวิตมีทิศทางในเรือที่หางเสือไม่ชำรุด

๒) ฐานะของตัวให้กำลังใจหรือกระตุ้นให้สำนึกผิด คือคุณฝันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงขณะตื่น อาจจะลอกเลียนของจริงมาสร้างเป็นภาพเสียงใหม่เหมือนกันเปี๊ยบ หรือคล้ายคลึงกันจนคุณไม่สงสัยว่าความฝันนั้นเกี่ยวโยงกับเรื่องราวในชีวิตจริงอันใด ต่างกับความจริงอยู่บ้างคือในฝันนั้น คุณอาจไม่เพ่งเล็งเรื่องนอกตัวสักเท่าใด แต่จะย้อนกลับเข้ามาเห็นเจตนาของตนเองเด่นชัด เห็นเข้าไปถึงกระทั่งความคิดที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังการกระทำหนึ่งๆ นอกจากนั้นความฝันอาจตกแต่งฉากเหตุการณ์อันเป็นผลลัพธ์ผิดแผกไปจากประสบการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้น เช่นคุณตัดสินใจเลือกไม่ร่วมขบวนการคดโกง ฝันอาจย้อนภาพอดีตขณะคุณใจแข็งปฏิเสธข้อเสนอที่เพื่อนสารเลวเสนอมา แล้วเห็นเป็นรัศมีสว่างแจ้ง ทำให้ยิ้มออก และพบว่าตนเองร่วมขบวนของชนหมู่น้อยไปสู่สถานที่ที่มีหญ้าเขียวและฟ้าใส เป็นต้น

๓) ฐานะของบทลงโทษและการตกรางวัล พูดง่ายๆว่าเป็นการเสวยวิบากเล็กๆ เช่นบางครั้งคุณทำดี มีความสุขใจกับการกระทำโดยไม่หวังผลตอบแทน แม้ชีวิตจริงอาจแร้นแค้นหรือยากลำบากอยู่บ้าง แต่ความฝันจะสนองคุณโดยสร้างนิมิตน่าชื่นใจ ทำให้เกิดความเบิกบานยินดีแบบที่ไม่อาจรับในชีวิตจริง แต่สำหรับบางคนทำชั่ว มีความหยิ่งทะนงว่าความชั่วไม่มีผล แม้ชีวิตจริงอาจสุขสบายบนกองเงินกองทองและอำนาจยิ่งใหญ่ แต่ความฝันจะลงทัณฑ์โดยสร้างนิมิตน่าสยดสยอง เหมือนเอาเจ้าตัวเข้าเครื่องทรมานสารพัดรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณพูดหยาบคาย พูดทิ่มแทงคนอื่นเป็นนิตย์ วันดีคืนดีอาจฝันเห็นลิ้นยาวออกมาเป็นสองแฉก แต่ละแฉกมีแผลสด เลือดไหลปวดแสบปวดร้อน เป็นต้น คุณจะถือว่านั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยให้ไหวตัวทันก็ได้ เหมือนฝันบอกให้รีบแก้ผิดเป็นถูกก่อนต้องไปเจอของจริงแบบแก้ตัวไม่ได้อีก

๔) ฐานะของตัวลบความรู้สึกเก่าๆ หากคุณมีปมในวัยเด็กบางอย่าง เช่นดูหนังสือไม่ทันสอบ ทำงานไม่ทันส่ง ก็อาจฝันทรมานเป็นปีๆ เห็นภาพตัวเองเดินเข้าห้องสอบด้วยความรู้สึกว่าสมองกลวง หรือมองนาฬิกาเห็นเวลาส่งงานผ่านไปแล้วโดยยังไม่แม้แต่จะเริ่มงาน ความรู้สึกกลัวสอบตกซ้ำชั้น หรือความรู้สึกว่าเป็นคนไม่รับผิดชอบซึ่งเกิดขึ้นในฝันนั้น จะกดให้คุณจมอยู่กับรูปชีวิตที่สับสน ไร้ความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่อยากทำอะไร ต่อเมื่อในชีวิตจริงคุณพยายามกัดฟันสู้ รับผิดชอบกับงาน ทันเสร็จทันส่งเสมอๆ ความฝันของคุณจะค่อยๆเปลี่ยนไป คือเห็นตัวเองเพียรพยายามทำให้เสร็จ ทำให้ทัน หรือมีความรู้ในหัวพอจะไปพูดในที่ประชุม แต่ละครั้งที่ฝันเช่นนี้ก็จะค่อยๆลบความรู้สึกเก่าๆทิ้ง จนกระทั่งหายเกลี้ยงในที่สุด อาจต้องใช้เวลาแรมปี แต่ฝันจะยืนยันว่าคุณชนะอารมณ์เก่าได้เด็ดขาดแล้ว คือไม่มีฝันล้มเหลวปรากฏอีกเลย

๕) ฐานะของตัวฉายภาพแห่งสภาวะหรือภพที่จิตกำลังยึดถือไว้เหนียวแน่น อาจกล่าวว่าเป็นบทลงโทษของผู้ยึดมั่นถือมั่นรุนแรง เช่นคนกลัวความสูง ก็อาจติดอยู่ในนรกของคนตกเหว หรือคนกลัวงู ก็อาจติดอยู่ในนรกที่เต็มไปด้วยงู ความฝันจะคล้ายภพๆหนึ่งซึ่งเราอาจต้องเวียนวนอยู่กับมันคืนแล้วคืนเล่า ต่อเมื่อคุณสามารถแก้อาการยึดติดรุนแรงยามตื่นสำเร็จ นรกในฝันก็จะค่อยๆคลายสภาพลง อาจต้องใช้เวลาหลายปีด้วยวิธีการทางจิตบำบัดซึ่งมีจิตแพทย์เป็นผู้ช่วยเหลือ หรือด้วยวิธีช่วยเหลือตัวเองโดยการบำเพ็ญเพียรภาวนาตามสูตรสำเร็จของพระพุทธเจ้า คือมีสติรู้เท่าทันปฏิกิริยาทางใจ สักแต่เห็นว่ามีสภาพความกลัวเกิดขึ้นที่จิต ไม่ใช่ตัวตนถาวรของใคร ถ้าจิตหัดเห็นตามจริงว่าความกลัวเกิดขึ้นด้วยเหตุกระทบ แล้วเดี๋ยวก็หายไปเองถ้าเราไม่ให้ความร่วมมือด้วยนิสัยย้ำคิดย้ำกังวล ในที่สุดจิตก็เป็นอิสระจากอุปาทานครอบงำได้เอง เป็นต้น

๖) ฐานะของตัวเติมเต็มความรู้สึก เช่นคุณอยากแล้วไม่สมอยาก ก็ได้สมอยากในฝันนี่เอง เช่นเมื่อคนที่เรารักตายไปโดยไม่ทันล่ำลา คุณอยากพูดกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่ในความจริงไม่อาจเป็นไปได้อีกแล้ว ก็อาจฝันถึงเขา เสมือนว่าทุกอย่างย้อนกลับไปสู่สภาพก่อนเขาตาย และคุณได้อยู่ที่นั่น พูดคำสุดท้ายกับเขาตามที่อยากจะพูด เป็นต้น ความฝันประเภทนี้เหมือนดาบสองคม เพราะคุณอาจตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มสองสามนาที แต่ถัดจากนั้นคุณอาจต้องร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร เฝ้าย้ำคิดย้ำอยากให้ฝันเป็นจริง และตราบใดที่รู้ว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องจริง อย่างมากที่สุดได้แต่ฝัน ความรู้สึกส่วนลึกก็ยังคงพร่องอยู่อย่างนั้น ดังนั้นความฝันในฐานะตัวเติมเต็มความรู้สึกอาจทำให้คุณรู้สึกสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อเรื่องที่ปรารถนานั้นไม่สำคัญมากนัก

๗) ฐานะของตัวพยากรณ์อนาคต บางคนมีความสามารถนี้จริงๆ เช่นเห็นเลขถูก เห็นเลขกันตรงๆตัวทุกต้นเดือนและกลางเดือน สำหรับความสามารถในทางฝันพยากรณ์นั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบันดาลของกรรมเก่าเป็นช่วงๆ มีความไม่สม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่นเคยถวายของที่ติดมือให้กับพระแบบไม่ได้ตั้งใจมาจากบ้าน แต่เห็นความจำเป็นของท่านก็ยกให้เลยทันทีโดยไม่หวง ประเภทนี้มักได้ลาภลอยง่ายๆ เพราะบุญที่ให้แบบไม่คาดฝัน ย่อมบันดาลผลเป็นการได้รับแบบไม่คาดฝันเช่นกัน ผู้มีใจหมกมุ่นกับหวยบางรายมักมีจิตปรุงแต่งเป็นฝันเรื่องเลขบ่อยๆ และฝันแม่นกว่าชาวบ้านเขา แต่เมื่อไหร่บุญหมด ไม่ยอมต่อบุญ จะเอาลาภเข้าตัวอย่างเดียว ในที่สุดก็ฝันเลอะเทอะเหมือนคนปกติดังเดิม การเห็นอนาคตแบบอื่นยังมีอีก เช่นกรรมเก่าที่เคยช่วยเหลือพยายามเตือนภัยแก่ผู้อื่น อาจย้อนมาให้ผลโดยฝันฉายภาพเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นชัดๆชนิดไม่ต้องแปล ไม่ต้องตีความ เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

๘) ฐานะของตัวเชื่อมมิติ บางคนหลับแล้วคลื่นจิตมีสภาพที่สื่อกันกับจิตในภพอื่นได้ เพื่อนเก่าก็มาหา อาจด้วยธุระจำเป็นต้องบอกกล่าวบางอย่าง เป็นต้น

ฐานะของฝันในสองข้อสุดท้ายนั้น ความจริงผมไม่อยากกล่าวถึงนัก เพราะมีจริง แต่ก็ทำให้คนลุ่มหลง และสำคัญผิดนึกว่าฝันเลอะเทอะของตนเข้าข่ายสองข้อสุดท้าย ทั้งที่จริงไม่ใช่อะไรเลย

อยากสรุปทิ้งท้ายสั้นๆ คือในแง่มุมที่เกี่ยวกับกรรมวิบากนี่ ก็ต้องว่าคุณทำอย่างไรก็ไปรับผลขณะฝันทำนองนั้นแหละ เป็น ‘ภพจำลอง’ ขนาดเล็กที่เกิดขึ้นชั่วคราว อย่างน้อยให้รู้ว่าเงาแห่งการกระทำของคุณมีจริง ไม่เคยหายไปไหน และอาจก่อรูปก่อนามใดๆที่คุณไม่คาดคิดขึ้นได้ ในเวลาที่คุณหมดสิทธิ์แก้ไขเหมือนขณะมีสำนึกผิดชอบชั่วดีอย่างนี้แล้ว



จากเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว - คุณดังตฤณ
http://dungtrin.com/prepare/archieve/prepare026.htm


:b54: เมื่อคืนนี้คุณฝันว่าอย่างไรบ้างคะ :b54:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2009, 22:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 21:32
โพสต์: 82

ที่อยู่: นครศรีธรรมราช

 ข้อมูลส่วนตัว


cool :b30: ถ้าเป็นฝันจากการนอนหลับ น่าจะเกิดจากสภาวะทางกายและใจที่ไม่สงบ และถ้าฝันนั้นเกิดจากการปฏิบัติสมาธิจิตที่นิ่งแล้ว พระพุทธเจ้าของเราท่านยังทรงอย่าให้ยึดติดเพราะเป็นการเหนี่ยวรั้งการหลุดพ้น ท่านทรงสอนให้ปล่อยวาง ทำจิตให้สงบเย็น ซึ่งจะเป็นหนทางไปสู่มรรคและผลอันนั้น :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2009, 22:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 16:10
โพสต์: 298

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะค่ะ
ได้ความรู้มากมาย :b20: :b20:

ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 13:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ความฝันของคุณเพียงหญ้านี้ช่างเขียนได้วิจิตรพิศดาร.....แต่
ไม่มีการปฏิบัติธรรมในความฝันได้ คนฝึกจิตไม่ได้ในความฝัน และ ไม่มีการ
บรรลุธรรมได้หมดกิเลสได้ในความฝัน ความฝันบันดานใจให้มีความเพียร
บรรลุธรรมไม่ได้ แต่ถ้าเอาเป็นแรงขับในโลกภาวะ ก็ชอบอยู่

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 18:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2008, 23:37
โพสต์: 449

ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


แล้ว พระอรหันต์ เวลานอนท่านฝันหรือไม่ครับ ขอบคุณ

.....................................................
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ค. 2009, 12:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


kokorado เขียน:
แล้ว พระอรหันต์ เวลานอนท่านฝันหรือไม่ครับ ขอบคุณ


รูปภาพ

:b14: คำถามสายล่อฟ้ารึป่าวคะเนี่ย แล้วใครจะตอบดีล่ะ :b6:
ดิฉันไม่กล้าสงสัยหรอกค่ะ :b32:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ค. 2009, 13:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 19:40
โพสต์: 35

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณค่ะ

.....................................................
รู้จักคุณค่าในสิ่งที่เรามี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร