วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.พ. 2019, 23:19  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 07:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3323


 ข้อมูลส่วนตัว


"รูปทั้งหลาย-ที่มีใจครอง"

ที่ "เกิดจากกรรม" เป็น สมุฏฐาน ทุก ๆ กลาป

จะต้องมี "ชีวิตินทริยรูป" เกิดร่วมด้วย ทุก ๆ กลาป.



"ชีวิตินทริยรูป"


รักษา "รูปที่เกิดร่วมกัน"

ในกลาปหนึ่ง ๆ

ทำให้ เป็น

"รูปที่ดำรงชีวิต"



ฉะนั้น

"รูปของสัตว์-บุคคล"

จึง ต่างกับ

"รูปทั้งหลาย-ที่ไม่มีใจครอง"



.....................................



รวม


อวินิพโภครูป ๘

ลักขณรูป ๔

ปริจเฉทรูป ๑

ปสาทรูป ๕

หทยรูป ๑

ชีวิตินทริยรูป ๑


เป็น ๒๐ รูป.



...................................



การที่ สัตว์ บุคคล ทั้งหลาย โดยทั่วไป

ต่างกัน เป็น หญิง และ ชาย

เพราะ "ภาวรูป ๒"



"อิตถีภาวรูป"


เป็น "รูป"...........ที่ซึมซาบอยู่ ทั่วกาย

ทำให้ ปรากฏ เป็น ทรวดทรง สัณฐาน

อาการ กิริยา ท่าทาง....ของเพศหญิง.



"ปุริสภาวรูป"


เป็น "รูป"...........ที่ซึมซาบอยู่ ทั่วกาย

ทำให้ ปรากฏ เป็นทรวดทรง สัณฐาน

อาการ กิริยา ท่าทาง...ของเพศชาย.



ในแต่ละบุคคล จะมี ภาวรูป หนึ่ง ภาวรูป ใด

คือ "อิตถีภาวรูป" หรือ "ปุริสภาวรูป" เท่านั้น.



และบางบุคคล ก็ ไม่มี "ภาวรูป" เลย

เช่น พรหมบุคคล ใน พรหมโลก

และ ผู้ที่เป็น กระเทย.



...................................



รวม


อวินิพโภครูป ๘

ลักขณรูป ๔

ปริจเฉทรูป ๑

ปสาทรูป ๕

หทยรูป ๑

ชีวิตินทริยรูป ๑

ภาวรูป ๒


เป็น ๒๒ รูป.



..................................




การที่ "รูป" ของสัตว์ บุคคล ทั้งหลาย

เคลื่อนไหวไปได้ เพราะมี"จิต" นั้น.....................

ก็จะต้องมี "รูปที่เกิดจากจิต" เป็น สมุฏฐาน ด้วย

เพราะว่า ถ้ามีเพียง "รูปที่เกิดจากกรรม" เท่านั้น

ก็จะเคลื่อนไหวไปมา ทำกิจธุระใด ๆ ไม่ได้เลย.!



การที่ "รูปร่างกาย"

จะเคลื่อนไหว ทำกิจการงานต่าง ๆ ได้นั้น

จะต้องมี "วิการรูป ๓" คือ



"ลหุตารูป"

เป็น ภาวะที่เบา ไม่หนัก....ของ "รูป"

ดังเช่น......อาการของคนที่ไม่มีโรค.


"มุทุตารูป"

เป็น ภาวะที่อ่อน ไม่กระด้าง...ของ"รูป"

ดังเช่น.................หนัง ที่ขยำไว้ดีแล้ว.


"กัมมัญญตารูป"

เป็น ภาวะที่ควรแก่การงาน.....ของ"รูป"

ดังเช่น................ทอง ที่หลอมไว้ดีแล้ว.



"วิการรูป" ๓ รูป นี้

เป็น "อสภาวรูป"


หมายความว่า......

เป็น "รูป" ที่ไม่มี สภาวะต่างหาก เฉพาะของตน

เป็น "อาการ" ของ "มหาภูตรูป"

คือ เบา และ ควรแก่การงาน.



"วิการรูป ๓"

เป็น "รูป" ที่เกิดภายในสัตว์ บุคคล เท่านั้น.

"รูปที่ไม่มีใจครอง"

จะไม่มี "วิการรูป ๓" เลย.



และ "วิการรูป ๓" นี้

ไม่แยกจากกันเลย.


หมายความว่า.......................

ใน รูปกลาปใด มี "ลหุตารูป"

รูปกลาปนั้น......มี "มุทุตารูป"

และมี "กัมมัญญตารูป" ด้วย.



นอกจากนั้น

เมื่อ "จิต" ต้องการเคลื่อนไหว ส่วนใด ส่วนหนึ่ง ของร่างกาย

ร่างกาย ส่วนนั้น.......จะต้องมี "วิการรูป" ที่เกิดจาก "อุตุ"

(อุตุ คือ ความสม่ำเสมอของธาตุเย็น-ร้อน)

เป็น สมุฏฐาน.


และ

มี "วิการรูป" ที่เกิดจาก "อาหาร" (โอชารูป)

เป็น สมุฏฐาน ด้วย.



มิฉะนั้นแล้ว

แม้ "จิต" ต้องการจะเคลื่อนไหว

.........."รูป" ก็เคลื่อนไหวไม่ได้.



เช่น

ผู้ที่เป็นอัมพาต เคล็ด ขัดยอก

หรือ กระปลกกระเปลี้ย เป็นต้น.



...................................



รวม


อวินิพโภครูป ๘

ลักขณรูป ๔

ปริจเฉทรูป ๑

ปสาทรูป ๕

หทยรูป ๑

ชีวิตินทริยรูป ๑

ภาวรูป ๒

วิการรูป ๓



................เป็น ๒๕ รูป...............


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: แค่อากาศ, โลกสวย และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร