วันเวลาปัจจุบัน 28 ม.ค. 2020, 15:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 41 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2009, 10:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


อนุโมทนาครับ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2009, 13:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


หลวงปู่เทพโลกอุดร (หลวงปู่ใหญ่) :b40: :b42:

จากหนังสือ “มิติแห่งโลกวิญญาณ และการสร้างบารมี”
โดย “พ.ธรรมรังสี” หรือ พระศิวพล วชิโร

...ซึ่งเรื่องของหลวงปู่ใหญ่ หรือพระครูเทพผู้วิเศษนี้ ตรงกับคติความเชื่อของชาวจีนโบราณที่นับถือกันว่ายังมีพระอรหันต์ผู้ทรงคุณวิเศษดำรงขันธ์อยู่มาแต่ครั้งพุทธกาลเป็นจำนวนมาก โดยชื่อว่า"คณะ 18 อรหันต์" หรือ “จับโป้ยหล่อหั้น” มีพระปิณโฑโล่ หรือ พระปิณโฑลภารทวาชเถรอรหันต์เป็นประธาน สถิตอยู่ ณ.อมรโคยานทวีป (เป็นอีกมิติหนึ่งที่ซ้อนขนาบอยู่กับโลกของเรา) พร้อมด้วยพระอรหันต์ที่เป็นศิษย์จำนวนถึง 60,000 รูป บางครั้งก็ไปพำนักอยู่ที่เขาคันธมาทน์ ณ.ป่าหิมพานต์ :b43:

พระอภิญญายุคหลังพุทธกาลส่วนใหญ่ก็เป็นศิษย์ของท่านทั้งนั้น เพราะท่านได้รับมอบหมายจากพระพุทธองค์ให้เจริญอิทธิบาทภาวนา ดำรงขันธ์อยู่เพื่อดูแลค้ำจุนพระพุทธศาสนาจนกว่าจะครบ 5,000 ปี (เรื่องเจริญอิทธิบาทภาวนานี้ เป็นวิสัยของผู้สำเร็จฌานสมาบัติชั้นสูง บรรลุซึ่งอภิญญา แม้แต่พระฤาษีที่มีฤทธิ์มากๆ ก็สามารถอยู่ได้หลายพันปีหรือเป็นหมื่นปี แต่ส่วนใหญ่จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ) และมีพระพุทธดำรัสตรัสพยากรณ์ไว้แล้วว่า
“พันปีแรก จะมากด้วยพระอรหันต์จตุปฏิสัมภิทาญาณ
พันปีที่ 2 จะมากด้วยพระอรหันต์อภิญญา 6
พันปีที่ 3 จะมากด้วยพระอรหันต์วิชชาสาม
พันปีที่ 4 จะมากด้วยพระอรหันต์สุขวิปัสสโก
พันปีที่ 5 จะมากด้วยพระอนาคามี พระสกิทาคามี และพระโสดาบัน”
ซึ่งนี่ก็ใกล้จะเข้าสู่ยุคแห่งวิชชาสาม กำลังจะสิ้นยุคแห่งพระอภิญญาแล้ว และต่อไปสติปัญญาคนจะทรามลง กิเลสคนจะมากขึ้น หลงไหลในวัตถุมากขึ้น แก่งแย่งกันมากขึ้น ลุ่มหลงกันมากขึ้น ทำลายธรรมชาติมากขึ้น และเมื่อทำลายธรรมชาติมากขึ้น ก็เกิดภัยพิบัติมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งก็เริ่มปรากฎแล้ว และจะหนักมากขึ้นเรื่อยๆ)

ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชพระองค์ก็ได้ทรงพบกับหลวงปู่ฯ และมีพระราชศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับหมอบกราบแทบบาททั้งสองของหลวงปู่ฯ พร้อมกับทรงจุมพิตที่บาททั้งสอง และตรัสว่า
“การได้เห็นซึ่งพระคุณท่าน ซึ่งเป็นพระอรหันต์แต่ครั้งพุทธกาล ทำให้หม่อมฉันได้ระลึกถึงซึ่งพระพุทธคุณเป็นอย่างยิ่ง เสียดายนักที่หม่อมฉันไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่กระนั้นการได้พบพระคุณเจ้า ก็ทำให้หัวใจของหม่อมฉันพองโตเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง”


และพระองค์ยังได้ทรงดำรัสถามพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯว่า
“เพราะเหตุใดพระคุณท่านจึงดำรงขันธ์อยู่จนถึงปัจจุบัน”

ซึ่งหลวงปู่ได้ตอบไปว่า
“การที่อาตมาภาพดำรงขันธ์อยู่จนทุกวันนี้ ก็เนื่องด้วยได้รับพระพุทธบัญชาให้อยู่ดูแลพระศาสนาจนกว่าจะครบ 5,000 ปี” :b40: :b39:

นอกจากที่พระเจ้าอโศกมหาราชจะได้ทรงพบกับหลวงปู่แล้ว พระองค์ยังเป็นศิษย์ของพระอุปคุตมหาเถรเจ้าอีกด้วย (พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระผู้เป็นประธานสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 3 กับพระโสณะ พระอุตตระ ที่เป็นพระธรรมทูตสายสุวรรณภูมิสมัยพระเจ้าอโศกฯ ก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่ใหญ่ และบทยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกกับบทอาการวัตตาสูตร ก็เกิดขึ้นโดยเหล่าพระอรหันต์จตุปฏิสัมภิทาญาณในสมัยนั้นร่วมกันร้อยกรองขึ้นตามพุทธบัญชา เพื่อเกื้อกูลแก่เวไนยสัตว์มิให้พลาดไปสู่อบายภูมิและตกทอดมาสู่เมืองไทยครั้งสมัยทวาราวดียุคสุวรรณภูมิ ใช้สวดเพื่อสืบชะตาบ้านเมือง สืบอายุ กลับชะตาร้ายให้เป็นดี แก้สรรพเคราะห์ และสมปราถนาทั้งปวง ซึ่งนิยมสวดมากครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เปิดกรุได้ที่เมืองสวรรคโลก) ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านพระอุปคุตก็ยังดำรงขันธ์อยู่ เพราะท่านก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่ใหญ่ด้วยเช่นกัน :b8:
ศิษย์ของหลวงปู่ฯมีทั้งพระไทย พระจีน พระธิเบต พระพม่า พระมอญ พระลาว พระศรีลังกา พระอินเดีย ฯลฯ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดก็คือ ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ หรือ ท่านพระโพธิธรรม ปรมาจารย์แห่งลัทธิเซน (ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ คอยช่วยหลวงปู่ฯ ดูแลศาสนาในจีนและญี่ปุ่น เหมือนพระอุปคุตที่ช่วยหลวงปู่ฯดูแลศาสนาในลาว เขมร พม่า และไทย) ถ้าประเทศไทยในปัจจุบัน ก็มี
หลวงปู่มั่น พระบูรพาจารย์แห่งสายกรรมฐาน ,หลวงปู่กบ วัดเขาสาริกา, หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด, หลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุนนาค, หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน, หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล, หลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง, หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน,ฯลฯ

ลักษณะแห่งรูปขันธ์ของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจริงๆนั้น ในคัมภีร์อโศกาวทานระบุว่า
“มีกายดุจพระปัจเจกพุทธเจ้า ผมยาวเลยบ่า ผิวหนังย่นชราแต่ผ่องใส เล็บมือยาว หนวดเครายาวดุจฤาษี รูปร่างสูงใหญ่ ใบหูกับหนังตาทั้งสองหย่อนยานมาก ยามเหาะเหินประดุจพญาหงส์ ยามก้าวย่างดุจพญาราชสีห์ ยามเปล่งวาจาพลังเสียงมีตบะอำนาจมาก แม้พระเจ้าอโศกฯเองยังไม่กล้าทัดทาน จีวรที่ครองก็เก่าคร่ำคร่า มีสีกรักเข้ม” :b40:

พระในสายของหลวงปู่ฯ จะเป็นพระอภิญญาล้วนๆ เนื่องจากท่านเป็นผู้นำสายอภิญญาในยุค ”พันปีที่ 2 จะมากด้วยพระอภิญญา” นั่นเอง ศิษย์ของท่านมีทั้งนอกดงและในดง เรียกว่า “คณะพระโลกอุดร” แปลว่า “พระเหนือโลก” ถ้าเป็นพระนอกดง จะแสดงฤทธิ์มากไม่ได้ เพราะจะทำให้คนติดฤทธิ์ และศิษย์ของหลวงปู่ฯก็มีหลายระดับ แต่ถ้าเป็นพระในดง ศิษย์ของหลวงปู่ฯจะมีอภิญญาสูงมาก เช่น
หลวงปู่อิเกสาโร (หลวงปู่เดินหน) แห่งเทือกเขาตะนาวศรี
หลวงปู่โพรงโพธิ์ อาจารย์ของหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า , หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงปู่แสง วัดมณีชลขันธ์, หลวงปู่เชย วัดราษฎร์บำรุง
หลวงพ่อพระอุปคุต อาจารย์ของหลวงปู่คำคะนิง วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อ.โขงเจียม จ.อุบลฯ, หลวงปู่พรหม จิรปุญโญ วัดประสิทธิธรรม จ.อุดรธานี, ครูบาขาวปี วัดพระพุทธบาทผาหนาม จ.ลำพูน, หลวงปู่บุดดา ถาวโร, หลวงพ่ออุตตมะ , ท่านพ่อลี วัดอโศการาม และสำเร็จลุน เป็นต้น
หลวงปู่แจ้งฌาน แห่งเขาใหญ่ ดงพญาเย็น
หลวงตาดำในดง ฯลฯ
:b48:
คาถาที่ถ่ายทอดมีมากมายหลายบท (เพราะคาถาเป็นคู่มือในการฝึกอภิญญาเบื้องต้น เป็นอุบายในการฝึกสมาธินั่นเอง) แต่ที่นิยมกันมากก็คือ “บทมงกุฎพระพุทธเจ้า” ที่ใช้บทนี้ก็เพราะท่านมาสั่งอาตมาเอง และเคยพาอาตมาไปดูแผ่นศิลาทองคำจารึกพระคาถาบทนี้ที่ทางเข้าพระทุสสเจดีย์บนพรหมโลก ชั้นอกนิฏฐาปัญจสุทธาวาส ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

บทที่ท่านพระอาจารย์ชาญณรงค์ ศิริสมบัติ หรือ ท่านอภิชิโตภิกขุ ศิษย์ของหลวงตาดำในดงรูปหนึ่ง นำมาถ่ายทอดเพื่อใช้รักษาโรคก็คือ
“สมุหะคัมภีรัง อะโจระภะยัง อะเสสะโต โส ภควา พุทโธหยุด ธัมโมหยุด สังโฆหยุด โรคภัยทั้งหลายจงหยุด หยุดด้วย นะโมพุทธายะ” :b39: :b40: :b39:

หรือหากใครอยากพบท่านก็สวดบทยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกบ่อยๆ แล้วอธิษฐานเอา หรือจะสวดบทพระอาการวัตตาสูตรก็ดี มีอานุภาพและอานิสงส์สูงมาก เวลาสวดถ้าสมาธิดีๆ จะเห็นรังสีทองคำสว่างจ้าพุ่งลงมาจากเบื้องบน เป็นกระแสบารมีของพระรัตนตรัย และของเบื้องบนตั้งแต่พระนิพพานและพรหมโลกชั้นสุทธาวาสทั้งห้า ลงมาคลุมทั่วบริเวณที่เราสวดอยู่…
:b39:

แหล่งข้อมูล: http://board.palungjit.com/showthread.php?t=48611

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 เม.ย. 2009, 14:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: ประวัติหลวงปู่เทพโลกอุดร กับ อ.วรรณนรี
--------------------------------------------------------------------------------

เรื่องราวเกียวกับพระเทพโลกอุดร มีมาช้านานแล้ว เริ่มต้นในยุคสมัยสุวรรณนภูมิ หริภุญไชย สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ หลักฐานที่ปรากฏชัดแต่ขาดการค้นค้วาอย่างจริงจัง รู้ในชนกลุ่มน้อยทางเจโตบ้าง เช่นพระอริยคุณาธาร(ปุสโสเส็ง)และหลวงคำคะนิงต่างเห็นพ้องต้องกันว่า คณะพระเทพโลกอุดร เคยมาพำนัก ณ ถ้ำดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่ กล่าวไปก็ไม่มีผู้ใดเห็นอย่างท่าน บางท่านมีวาสนาก็พบเห็นท่านและยืนยันครั้นจะเอาเข้าจริงก็ไม่สามารถพบเห็นท่านได้ คล้ายคนเคยเห็นผีแต่บางคนอยากเห็นก็ไม่เห็น จนเกือบจะเป็นเรื่องอจิณไตย แต่ไม่ใช่นิยาย

ท่านไม่อยู่เป็นหลักแห่ลงสามารถปรากฎได้ในสถานที่ต่างๆ ไม่จำกัด ทั้งผู้พบเห็นก็ยังไม่รู้ว่าเป็นพระเทพโลกอุดรใดกันแน่เพราะมีอยู่กันถึง 5 พระองค์และอาจไม่ซ้ำกันหรือปรากฎรูปเดิม
หลวงปู่โง่น โสรโย แห่งสำนักสงฆ์เขารวก จ.พิจิตร บอกว่าหลวงปู่โลกอุดรมีสภาวะแห่ง อทิสมานกาย คือไม่มีตัวตน หลวงปู่โง่นเองเดินทางไปพบท่านที่ประเทศนอรเวย์ครั้งหนึ่งเป็นการพบแบบกายธรรม ส่วนกายทิพย์พบกันอยู่เสมอ

หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี โดยได้การบอกเล่าจากเจ้าของที่ดินว่า ถึงปีหลวงปู่จะมาปลักกลดอยู่ชั่วระยะหนึ่ง หลวงปู่ทรงลักษณะเดิมไม่เปรียนแปลง หลวงพ่อจรัญ ได้ศึกษาวิปัสนากรรมฐานจากท่านพอสมควร คณะพระโลกอุดร เป็นชาวเนปาล อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นคนไทยการที่ท่านพูดภาษาไทยเนื่องจากบรรลุปฎิสัมภิทาญานสามารถรู้ภาษาคนสัตว์ได้


และโปรดเข้าใจด้วยว่าภาพพระโลกอุดร ที่บูชากันอยู่ในปัจจุบัน มิใช่องค์บรมครูพระเทพโลกอุดร เพียงแต่เป็นพระเทพโลกอุดรองค์ที่สาม นามว่า พระอิเกสาโร หรือหลวงปู่โพรงโพธิ์ ส่วนมากมักเป็นพระโลกอุดรองค์ที่สาม และแทรกซ้อนด้วยหลวงปู่แจ้งฌาน ซึ่งเป็นศิษย์เอกคู่กับกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ท่านทั้งสองท่านอภิชิโต เรียกว่า ครูฝึก ปรกติหลวงปู่ไม่ได้ลงมือสอนวิชาด้วยตนเอง ให้ศึกษากับครูฝึก เมื่อจบขั้นแล้วท่านจึงทำการทดสอบทุกครั้งไป

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2009, 11:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ม.ค. 2009, 12:36
โพสต์: 91

สิ่งที่ชื่นชอบ: หนังสือธรรมะทุกเล่ม
ชื่อเล่น: ก้อย
อายุ: 28
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อสัปดาห์ก่อน ดิฉันฝันเห็นหลวงปู่เทพโลกอุดรอีกแล้วค่ะ แต่ครั้งนี้มองไม่เห็นหน้าท่าน เห็นแต่ตัวท่าน ว่าเป็นพระที่สูงมากๆ ห่มจีวรผืนใหญ่ มือเท้าใหญ่มาก และเวลาฝันดิฉันมักจะบังเอิญไปเจอท่านที่เดิมเสมอ คือไปเจอตรงสะพานหน้าวัดแถวบ้านดิฉัน ท่านเดินมาบิณฑบาต แล้วดิฉันไปใส่บาตร

ขอท้าวความก่อนค่ะว่า ดิฉันใกล้จะแต่งงาน เร็วๆนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ดิฉันได้ปฏิบัติธรรมมาตลอด และฝึกสมาธิกับหลวงพ่อท่านนึงมาตลอด จนหลวงพ่อท่านมรณภาพไป และได้ฝึกเองตลอดเรื่อยมา จนมาเจอท่านเจ้าคุณที่คุณแม่รู้จักที่วัดชื่อดัง วัดหนึ่งในกรุงเทพ ดิฉันก็ได้ปรึกษาธรรมะ และการนั่งสมาธิกับท่านเรื่อยมา จนท่านทราบว่าดิฉันกำลังจะแต่งงาน ท่านบอกว่า เสียดายมากไม่อยากให้ใช้ชีวิตทางโลก ถ้าได้ใช้ชีวิตทางธรรมจะเป็นการดีมากๆ และถ้าใช้ชีวิตทางโลก สิ่งที่ดิฉันมีอยู่ก็อาจจะหายไป ซึ่งดิฉันก็เคยเรียนท่านเจ้าคุณท่านนี้ว่า หลวงพ่อที่ดิฉันเคยเรียนธรรมะมา ท่านบอกว่า สิ่งนั้นจะไม่หายไป ถ้าดิฉันยังคงปฏิบัติอยู่ ไม่ว่าแต่งงานหรือไม่แต่งงาน (สิ่งนั้นที่ดิฉันพูดท่าน คงไม่ต้องบอกนะค่ะว่าอะไร ถ้าคนที่ปฏิบัติสมาธิประจำจะทราบดี หลวงพ่อเคยสอนว่าไม่ให้ดิฉันพูดเรื่องมาก เพราะมันจะหายไป)

ดิฉันฝันว่า ไปใส่บาตรกับหลวงปู่เทพโลกอุดรเหมือนเดิม และท่านบอกดิฉันว่า "ถึงแม้ดิฉันจะออกเรือนไป สิ่งนั้นก็จะยังไม่หายไปไหน ให้ตอนนี้ดิฉันรีบปฏิบัติก่อนออกเรือน และให้ปฏิบัติสม่ำเสมอ" ท่านพูดเพียงเท่านี้

ท่านใดที่พอมีความรู้เรื่องการออกเรือน และการปฏิบัติสมาธิ ว่าถ้าแต่งงานแล้ว สิ่งที่มีอยู่ตอนนั่งสมาธิจะหายไป หรือไม่ รบกวนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยก็ได้นะค่ะ ดิฉันอยากได้คำแนะนำค่ะ

.....................................................
"ใช้ใจมองคน" แล้วคุณจะรู้ว่า คนๆนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2009, 14:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b44: ยินดีด้วยครับสำหรับเรื่องงานแต่ง K.ก้อย :b16: :b17:

:b39: ว่าแต่ K.ก้อยบูชาหลวงปู่โลกอุดรยังไงหรอ หรือท่องคาถาไร ทำสมาธิแบบใด ทำให้ถึงฝันเห็นถึงท่านบ่อยๆ ส่วนตัวผมก็อยากฝันเห็นท่านสักครั้งเหมือนกัน

:b40: และท่านเจ้าคุณฯ ในวัดที่กรุงเทพ ท่านมีชื่อว่าไร อยู่วัดไหน พอบอกได้ไหมครับ

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2009, 16:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ม.ค. 2009, 12:36
โพสต์: 91

สิ่งที่ชื่นชอบ: หนังสือธรรมะทุกเล่ม
ชื่อเล่น: ก้อย
อายุ: 28
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


koi เขียน:
ว่าแต่ K.ก้อยบูชาหลวงปู่โลกอุดรยังไงหรอ หรือท่องคาถาไร ทำสมาธิแบบใด ทำให้ถึงฝันเห็นถึงท่านบ่อยๆ ส่วนตัวผมก็อยากฝันเห็นท่านสักครั้งเหมือนกัน
และท่านเจ้าคุณฯ ในวัดที่กรุงเทพ ท่านมีชื่อว่าไร อยู่วัดไหน พอบอกได้ไหมครับ


1.ดิฉันบูชาท่านด้วยรูปสี ที่ Print มาจาก Internet และบูชา คาถาของท่านค่ะ
ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนค่ะ
"โลกุตตะโร จะมหาเถโร อะหัง วันทามิตตัง สัพพะเมตตาลาโภ นะโสมิยะ อะหะพุทธโธ " (ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ถูกไหมนะค่ะ คาถานี้ได้มาจาก Internet website นึงเขาแนะนำมาค่ะ จำชื่อเว็บไม่ได้) และบูชาท่านด้วย น้ำสะอาด 1 แก้ว ธูป 3 ดอก และพวงมาลัยมะลิค่ะ ท่านชอบพวงมาลัยมะลิล้วนค่ะ ถ้าหาได้จะดีมาก และเวลานั่งสมาธิดิฉันก็จะนึกถึงท่านเสมอค่ะ (แต่ก่อนดิฉันไหว้ท่านทุกเช้าก่อนไปทำงานค่ะ แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่จะไหว้วันพระค่ะ เนื่องจากช่วงเช้าตอนนี้มีอะไรต้องทำเยอะค่ะ ก็เลยไม่ได้บูชาทุกเช้า แต่จะเปลี่ยนมาบูชาทุกวันพระแทนค่ะ)

2.ท่านเจ้าคุณวัดไตรมิตรค่ะ แต่ไม่ขอบอกชื่อได้ไหมค่ะ

แล้วคุณอินทรย์ 5 ละค่ะ ฝันถึงท่านว่าอย่างไรบ้างค่ะ พอจะเล่าได้หรือไม่ค่ะ

.....................................................
"ใช้ใจมองคน" แล้วคุณจะรู้ว่า คนๆนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 21:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมยังบุญไม่ถึงพอ ยังไม่ได้มีโอกาสได้เห็นเหมือนคุณก้อยหรอก

แต่จะลองๆไปปฏิบัติเผื่อจะฝันเห็นถึงท่านบ้างครับ ถ้าเห็นอะไรยังไงเด๋วจะนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

หลวงปู่โลกอุดร ท่านก็ยังเป็นความลับที่พิสูจน์ได้ยากจนถึงทุกวันนี้....... :b39: :b40:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2009, 12:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
"โลกุตตะโร จะมหาเถโร อะหัง วันทามิตตัง สัพพะเมตตาลาโภ นะโสมิยะ อะหะพุทธโธ " (ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ถูกไหมนะค่ะ คาถานี้ได้มาจาก Internet website นึงเขาแนะนำมาค่ะ จำชื่อเว็บไม่ได้)
คาถาที่ว่านี้ผมหาเจอแล้วครับ จะนำมาให้อ่านดังนี้

พระคาถาบูชาบรมครูพระเทพโลกอุดร(หลวงพ่อในป่า)

(พระอุตตระ)

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ


โย อะริโย มะหาเถโร อะระหัง อะภิญญาธะโร
ปะฎิสัมภิทัปปัตโตวะ เตวิชโช พุทธะสาวะโก


พะหู เมตตาทิวาสะโน มะหาเถรานุสาสะโก
อะมะตัญเญวะ สุชีวะติ อะภินันที คุหาวะนัง


โส โลกุตตะโร นาโม อัมเหหิ อะภิปูชิโต
อิธะ ฐานูปะมาคัมมะ กุสะเล โน นิโยชะเย


ปุตตะเมวะ ปิยัง เทสิ มัคคะผะลัง วะ เทสสะติ
มะระมะเสรีริกะธาตุ วะชิรัญจาปิวาตินัง


โส โลเก จะ อุปปันโน เอเกเนวะ หิตังกะโร
อะยัง โน โข ปุญญะลาโภ อัปปะมัตโต ภะเวตัพโพ


สาธุกันตัง อะนุกะริสสามะ ยัง วะเรนะ สุภาสิตัง
โลกุตตะโร จะ มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต


โลกกุตตะระคุณัง เอตัง เอหัง วันทามิ ตัง สะทา
มะหาเถรา นุภาเวนะ สุขัง โสตถิ ภะวันตุ เม


คำแปล

ขอน้อบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ได้โดยพระองค์เอง (๓ครั้ง)


พระมหาเถระผู้เป็นอริยเจ้าองค์ใด เป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา

บรรลุปฏิสัมภิทา พุทธสาวกผู้ได้วิชชาสาม

มีเมตตาต่อคนทั้งหลายทั้งวิหารธรรม

พระมหาเถระผู้ชำนาญในการสั่งสอน

ดำรงชีวิตอมตะ ยินดีในการอยู่ป่าคือถ้ำ

พระมหาเถระองค์นั้นมีนามว่า อุตตระ

อันพวกเราบูชาอย่างยิ่ง เพราะอาศัยคุณธรรมในองค์ท่าน

ชักชวนพวกเราประกอบกุศลทั้งหลาย

ท่านให้ความรักพวกเราเหมือนบุตร แสดงมรรคและผลเท่านั้น

พระธาตุของท่านส่องประกายดังเพชร

พระมหาเถระอุบัติขึ้นในโลก และทำประโยชน์โดยส่วนเดียวด้วย

นับเป็นบุญลาภของพวกเรา อันหาประมาณมิได้

พวกเราจักกระทำตามคำสั่งสอนของท่านอันเป็นยอดสุภาษิต

อนึ่งพระมหาเถระนามอุตตระ

เป็นที่เคารพบูชาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ข้าพเจ้าจักกราบไหว้บูชาคุณของพระอุตตระตลอดกาลทุกเมื่อ

ด้วยอานุภาพแห่งพระมหาเถระ

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ข้าพเจ้าทุกเมื่อเทอญ


ภาวนา ๓ จบ ๗ จบ หรือ ๙ จบ เช้า-เย็น ตื่นนอน และก่อนนอน

ที่มา: http://www.googig.com/diary.php?action=view&car=187285-20090624
ปล.. มิน่าละ k Koi ถึงฝันเห็นท่านบ่อยๆ ได้คาถาดีๆมาสวดนี่เอง อนุโมทนาสาธุอีกครั้งนะ :b40:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2009, 16:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 19:25
โพสต์: 579

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รักพระพุทธเจ้า องค์เดียวของเรานี้ให้มาก และให้มากที่สุดให้ได้
เหมือนหญิงสาวที่มีรักเดียวใจเดียวไม่เหลียวแลชายอื่น

พระพุทธองค์มีอะไรอีกมากที่คนเรา ยังไม่รู้จัก และการทำความรู้จัก
ต่อพระองค์ ยิ่งมั่นคง ยิ่งแน่วแน่ ยิ่งประเสริฐ และปลอดภัยในทุกเส้นทางชีวิต

รู้จักพระองค์ให้ดีก่อน ถ้ารู้จักดีจริง ก็จะไม่อยากรู้จักใครอีกแล้ว
แค่รู้จักพระองค์เพียงองค์เดียว..................ก็พอแล้ว

:b8: :b8: :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2009, 14:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ม.ค. 2009, 12:36
โพสต์: 91

สิ่งที่ชื่นชอบ: หนังสือธรรมะทุกเล่ม
ชื่อเล่น: ก้อย
อายุ: 28
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบพระคุณมากค่ะ ยังไงดิฉันก็ยังมีพระพุทธเจ้าองค์เดียวอยู่องค์เดียวเหมือนทุกคนแหละค่ะ และก็เคารพและสักการะหลวงปู่เพิ่มมาอีกองค์ค่ะ

.....................................................
"ใช้ใจมองคน" แล้วคุณจะรู้ว่า คนๆนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2009, 17:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


อยากจะบอกว่าหลวงปู่ท่านเป็นมหาเถระ เทียบได้กับพระอสิติเถระ80 องค์ก็ว่าได้
เป็นพระมหาเถระที่เป็นพุทธสาวกของพระพุทธองค์ที่เก่งในระดับตำนานเลยเชียวแหละ
จะว่าไปท่านเป็นพระอรหันต์ยุคพันปีแรก คือพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาน4 พร้อมด้วย
อภิญญา6 และวิชชา3 พร้อมทั้งสอนลุกศิษย์ให้ร้แจ้งใน มรรคผล นิพพานเป็นที่เคารพรัก
แก่สาธุชนคนทั่วไปอย่างมากในเรื่องของบารมีของท่าน :b40: :b40: :b40:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 41 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร