วันเวลาปัจจุบัน 04 เม.ย. 2020, 06:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ธ.ค. 2008, 08:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ธ.ค. 2008, 17:39
โพสต์: 3


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณภาพของชีวิตในพุทธศาสนา มีลกษณะเช่นไรค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ธ.ค. 2008, 11:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2008, 08:42
โพสต์: 67

ที่อยู่: สังขตธาตุ

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
คุณภาพของชีวิตในพุทธศาสนา มีลกษณะเช่นไรค่ะ


ตามความคิดเห็นของผม ชีวิตที่มีคุณภาพ

***ไม่ใช่ว่าต้องฐานะดี

***อวัยวะครบสามสิบสอง

***ร่ำรวยทรัพย์ บ้านใหญ่โต

***การศึกษาสูง และหลายๆอย่างที่ปรากฏทางโลกปัจจุบัน

คุณภาพของชีวิต ขึ้นกับคุณภาพของจิต

จิตที่สงบจากกิเลส ไม่เร่าร้อนตามโลกธรรม

สะอาด ด้วย ศีล

บริสุทธิ์ ด้วยวิชชา

เป็นชีวิตที่มีคุณภาพสูงสุด

.....................................................
เราคือใจที่บริสุทธิ์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ธ.ค. 2008, 15:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิตของ....แม่ต้อย....เป็นตัวอย่างนึงได้ครับ
(แม่ต้อยเป็นมะเร็งอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี แล้วชอบเก็บเด็กข้างถนนมาเลี้ยง)

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ม.ค. 2009, 18:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ธ.ค. 2008, 17:39
โพสต์: 3


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับความคิดเห็นค่ะ :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ม.ค. 2009, 18:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2008, 20:09
โพสต์: 112


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ชีวิตที่มีคุณภาพของชาวพุทธ ...ตามความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าน่าจะศึกษาและเข้าใจไปด้วย..ดังนี้ครับ

ธรรมคุ้มครองโลก 2
1. หิริ (ความอายบาป, ละอายใจต่อการทำชั่ว) moral shame
2. โอตตัปปะ (ความกลัวบาป, เกรงกลัวต่อความชั่ว) moral dread

ธรรรมทำให้งาม 2
1.ขันติ(ความอดทน,อดได้ทนได้เพื่อบรรลุความดีงามและความมุ่งหมาย) patience: forbearance: tolerance
2. โสรัจจะ (ความเสงี่ยม, อัธยาศัยงาม) modesty

ธรรมมีอุปการะมาก 2
1. สติ (ความระลึกได้, นึกได้, สำนึกอยู่ไม่เผลอ) mindfulness
2. สัมปชัญญะ (ความรู้ชัด, รู้ชัดสิ่งที่นึกได้, ตระหนัก, เข้าใจชัดตามความเป็นจริง) clear comprehension

บุคคลหาได้ยาก 2
1. บุพการี (ผู้ทำอุปการะก่อน, ผู้ทำความดีหรือทำประโยชน์ให้แต่ต้นโดยไม่ต้องคอยคิดถึงผล ตอบแทน)one who is first to do a favour; previous benefactor
2. กตัญญูกตเวที (ผู้รู้อุปการะที่เขาทำแล้วและตอบแทน, รู้จักคุณค่าแห่งการกระทำดีของผู้อื่น และแสดงออกเพื่อบูชาความดีนั้น) one who is grateful and repays the done favour; grateful person

กรรม 3
1. กายกรรม (กรรมทำด้วยกาย, การกระทำทางกาย) bodily action
2. วจีกรรม (กรรมทำด้วยวาจา, การกระทำทางวาจา) verbal action
3. มโนกรรม (กรรมทำด้วยใจ, การกระทำทางใจ) mental action

อกุศลมูล 3 (ต้นตอของความชั่ว)
unwholsome roots
1. โลภะ (ความอยากได้) greed
2. โทสะ (ความคิดประทุษร้าย) hatred
3. โมหะ (ความหลง) delusion

ไตรลักษณ์ (ลักษณะ 3 ประการ แห่งสังขารธรรมทั้งหลาย) the Three Characteristics
1. อนิจจตา (ความเป็นของไม่เที่ยง) impermanence; transiency
2. ทุกขตา (ความเป็นทุกข์) state of suffering
3. อนัตตตา (ความเป็นของไม่ใช่ตน) soullessness; not-self

บุญกิริยาวัตถุ 3 (bases of meritorious action)
1. ทานมัย (ทำบุญด้วยการให้ปันสิ่งของ) meritorious action consisting in giving or generosity
2. สีลมัย (ทำบุญด้วยการรักษาศีล หรือประพฤติดีมีระเบียบวินัย) meritorious action consisting in observing the precepts or moral behaviour
3. ภาวนามัย (ทำบุญด้วยการเจริญภาวนา คือฝึกอบรมจิตใจ) meritorious action consisting in mental developmet

ปปัญจธรรม 3 (กิเลสที่เป็นตัวการทำให้คิดปรุงแต่ง ทำให้เขวห่างออกไปจากความเป็นจริง และทำให้ไม่อาจแก้ปัญหาอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา)
1. ตัณหา (ความทะยานอยาก, ความปรารถนาที่จะบำรุงบำเรอเปรอตน, ความอยากได้อยากเอา) craving; selfish desire
2. ทิฏฐิ (ความคิดเห็น ความเชื่อถือ ลัทธิ ทฤษฎี อุดมการณ์ต่าง ๆ ที่ยึดถือไว้โดยงมงายหรือโดยการเชิดอชูว่าอย่างนี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นเท็จทั้งนั้น เป็นต้น ทำให้ปิดตัวแคบ ไม่ยอมรับฟังใคร ตัดโอกาสที่จะเจริญปัญญา หรือคิดเตลิดไปข้างเดียว ตลอดจนเป็นเหตุแห่งการเบียดเบียนบีบคั้นผู้อื่นที่ไม่ถืออย่างตน, ความยึดติดในทฤษฎี ฯลฯ ถือความคิดเห็นเป็นความจริง) view; dogma; speculation
3. มานะ (ความถือตัว, ความสำคัญตนว่าเป็นนั้นเป็นนี่ ถือสูงถือต่ำ ยิ่งใหญ่เท่าเทียมหรือด้อยกว่าผู้อื่น, ความอยากเด่นอยากยกชูตนให้ยื่งใหญ่) conceit

พุทธโอวาท 3
1. ความไม่ทำชั่วทั้งปวง (not to do any evil)
2. ทำแต่ความดี (to do good; to cultivate good)
3. ทำใจของตนให้สะอาดบริสุทธิ์ (to purify the mind)

สิกขา 3 หรือ ไตรสิกขา the Threefold Training
1. ศีล (morality) คือ ข้อปฎิบัติสำหรับฝึกอบรมในทางความประพฤติอย่างสูง
2. สมาธิ (concentration) คือ ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกหัดอบรมจิตเพื่อให้เกิดคุณธรรมเช่น สมาธิอย่างสูง
3. ปัญญา (wisdom) คือ ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกอบรมปัญญาเพื่อให้เกิดความรู้แจ้งอย่างสูง

ปัจจัย 4 (สิ่งค้ำจุนชีวิต, สิ่งจำเป็นเบื้องต้นของชีวิต, สิ่งที่ต้องอาศัยเลี้ยงอัตภาพ) the four necessities of life
1. ผ้านุ่งห่ม clothing
2. อาหาร food
3. ที่อยู่อาศัย lodging
4. ยารักษาโรค medicine

พรหมวิหาร 4 (ธรรมประจำใจอันประเสริฐ )
1. เมตตา (ความรักใคร่ ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข มีจิตอันแผ่ไมตรี และคิดทำประโยชนต่อมนุษย์สัตว์ทั่วหน้า) loving kindness; friendliness
2. กรุณา (ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ ใฝ่ใจในอันจะปลดเปลื้องบำบัดความทุกข์ยากเดือดร้อนของปวง สัตว์) compassion
3. มฑิตา (ความยินดี ในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข ต่อสัตว์ทั้งหลายผู้ดำรงในปกติสุข พลอยยินดีด้วยเมื่อเขาได้ดีมีสุข เจริญงอกงามยิ่งขึ้นไป) sympathetic joy
4. อุเบกขา (ความวางใจเป็นกลาง อันจะให้ดำรงอยู่ในธรรมตามที่พิจารณาเห็นด้วยปัญญา ไม่เอนเอียงด้วยความรักความชัง ) equanimity; neutrality

อิทธิบาท 4 (basis for success)
1. ฉันทะ (ความพอใจ คือ ความต้องการที่จะทำ ใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ และปรารถนาจะทำให้ได้ผลดียิ่ง ๆ ขึ้นไป) will; aspiration
2. วิริยะ (ความเพียร คือ ขยันหมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็งอดทน เอาธุระไม่ท้อถอย) energy; effort; exertion
3. จิตตะ (ความคิด คือ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความคิด เอาจิตฝักใฝ่ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไป) thoughtfulness
4. วิมังสา (คว :b8: ามไตร่ตรอง หรือ ทดลอง คือ หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญ ตรวจตราหาเหตุผลและตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง เป็นต้น) investigation; examination; reasoning; testing

อคติ 4
1. ฉันทาคติ (ลำเอียงเพราะชอบ) prejudice caused by love or desire
2. โทสาคติ (ลำเอียงเพราะชัง) prejudice caused by hatred
3. โมหาคติ (ลำเอียงเพราะหลง, พลาดผิดเพราะเขลา) prejudice caused by delusion or stupidity
4. ภยาคติ (ลำเอียงเพราะกลัว) prejudice caused by fear

อริยสัจจ์ 4 (ความจริงอันประเสริฐ)
1. ทุกข์ (ความทุกข์, สภาพที่ทนได้ยาก) suffering
2. สมุทัย (เหตุเกิดแห่งทุกข์, สาเหตุให้ทุกข์เกิด) the cause of suffering; origin of suffering
3. นิโรธ (ความดับทุกข์) the cessation of suffering; extinction of suffering
4. มรรค (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์) the path leading to the cessation of suffering

ศีล 5 (the Five Precepts; rules of morality)
1. to abstain from killing
2. to abstain from stealing
3. to abstain from sexual misconduct
4. to abstain from false speech
5. to abstain from intoxicants causing heedlessness

อบายมุข 6 (ช่องทางของความเสื่อม, ทางแห่งความพินาศ)
1. ติดสุราและของมึนเมา (addiction to intoxicants)
2. ชอบเที่ยวกลางคืน (roaming the streets unseemly hours)
3. ชอบเที่ยวดูการละเล่น (frequenting shows)
4. ติดการพนัน (indulgence in gambling)
5. คบคนชั่ว (association with bad companions)
6. เกียจคร้านการงาน (habit of idleness)
:b8: เจริญในธรรม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร