วันเวลาปัจจุบัน 25 พ.ค. 2019, 12:25  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 175 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 8, 9, 10, 11, 12  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 21:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30441

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าออกนอกเรื่องคุณวลัยพร :b16: ที่ถามไม่ตอบ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 21:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5918

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


[quote="walaiporn"][quote="อวบอั๋นขั้นสุดท้าย"][quote="พลศักดิ์ วังวิวัฒน์"]นั่งไปรู้สึกว่าแขนตัวเองหาย...ก็ ok กำหนดจิตต่อว่าหาย
สักพัก มีความรู้สึกเหมือนร่างกายมีแสงเรื่องๆ ที่ผิว ขาวนวลและเป็นละอองฝุ่นผงเล็กๆๆ ฟุ้งขึ้นไปในอากาศลอยขึ้นไป เรื่อยๆๆ กำหนดจิตรู้สึก ร่ายกายช่วงลำตัวกับแขนหายไป....ลำตัวกลวงโป๋ แต่รู้สึกเย็นวาบขนลุก .....ลมเย็นพัดสอบจากรอบๆร่ายกายแล้วพุ่งขึ้นศีรษะอย่างเร็ว แรง และเย็นมากเหมือนอยู่ในห้องเย็น ขนลุกไปทั้งตัว ความรู้สึกพยายามกำหนดรู้ครับ
แต่.....รู้สึกกลัวมาก.....เหมือนลมเย็นจะพัดเราลอยขึ้นจากพื้น..



--อาการที่น้องอวบอธิบายมานั้น พี่เคยเป็นนะตอนฝึกเพ่งกสิณใหม่ๆ อายุ 10 ขวบ หรือ 11 ขวบ ประมาณนี้แหละ แต่ก็ไม่ได้สนใจมัน ตอนนั้นครูบาฯก็ไม่มีใครแนะนำ ทำตามในหนังสือที่หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกริม จันทบุรี ท่านโยนให้ ท่านบอกว่า ไอ้หนู อ่ะเอาไปฝึกเอาเอง คนอื่นๆท่านก็ไม่ได้ให้ มีคนขอเหมือนกัน ท่านก็บอกว่า ใครอยากได้ก็หยิบเอาเอง ถ้าถามว่ายังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ไหม จำได้นะ กลัว กลัวมากๆ ขนหัวตั้งไปหมด กลัวแต่ก็ทำ เพราะอยากรู้ ทำ 3 ครั้งเองมั๊ง พ่อมาเจอเข้าเลยเลิกทำ พ่อบอกว่า เดี๋ยวก็เป็นบ้าไปหรอก ต้องมีครูบาฯไม่ใช่มาทำเอง อันนี้เล่าสู่กันฟังนะ อาจจะเจอเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันน่ะ

-- วิธีแก้ อันนี้ก็แล้วแต่น้องอวบนะ พี่เพียงแค่บอกให้ฟัง

การฝึกเจริญสติ มี 2 แบบ
1. รู้ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะทำอะไรหรืออริยาบทไหนก็แล้วแต่ ให้รู้ลงไป ให้รู้นะ ไม่ใช่ให้ดู การดูตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือวิปัสสนา ถ้าดูก็จะเห็นถึงความไม่เที่ยง ถ้ารู้ก็มีจะสติเกิดขึ้น จะมากหรือน้อยก็อยู่ที่ความต่อเนื่อง สะสมไปเหมือนสะสมหน่วยกิต วันนี้อาจจะไม่ทัน จิตมันไว วันหน้าก็อาจจะทัน ทุกอย่างต้องใช้เวลาใช้ความเพียรอย่างต่อเนื่อง

2.ใช้อารมณ์บัญญัติเข้าช่วย เช่นใช้ " หนอ " จะทำอะไรก็ให้มีคำว่า " หนอ " ต่อท้าย เพื่อรั้งจิตให้ช้าลง สติ จะได้เกิดเร็วขึ้น วันใดสติ สัมปชัญญะเข้มแข็งขึ้น คำว่า " หนอ " จะหายไปเอง
ถ้าถามว่าวิธีแบบไหนดีที่สุดหรือถูกที่สุด ดีที่สุดไม่มี ถูกที่สุดไม่มี มีแต่ความถูกใจ ทำแบบไหนแล้วถูกใจ ทำแล้วถนัด ทำแล้วสติ สัมปชัญญะเกิดชัดเจนขึ้น วิธีนั้นย่อมเหมาะแก่จริตของผู้นั้น

-- เท่าที่อ่านที่น้องอวบโพสมานั้น น้องอวบได้ทำแบบแรกแล้ว ยังไม่ได้ผล แต่.... มันก็น่าแปลกนะ ครูบาฯหลายๆท่านที่ได้ปฏิบัติมา ท่านก็ใช้วิธีรู้ลงไปเฉยๆ รู้ลงไปแบบซื่อๆ ไม่มีการปรุงแต่งว่ารู้อะไร เท่าที่อ่านมาหรือได้ฟังมา ท่านก็แก้อารมณ์ด้วยวิธีนี้ หรืออาจจะไม่ใช่แนวที่ถนัดของน้องอวบก็ได้

-- แบบที่ ใช้คำว่า " หนอ " ช่วย หนอ จะเป็นตัวรั้งจิตให้ช้าลง เพื่อสติจะได้เกิดได้เร็วขึ้น กำหนด รู้หนอๆๆๆๆ หายใจยาวๆค่ะ เมื่อสติมันเกิด อาการเหล่านั้น มันจะค่อยๆหายไปเอง แล้วอย่าลืมฝึกเจริญสติในอริยาบทย่อยด้วยค่ะ คือ เช่น เมื่อเวลาจะเดิน ก็ขวาย่างหนอ ซ้าย ย่าง หนอ หยิบหนอ นอนหนอ ฯลฯ ส่วนขณะที่ทำสมาธิแล้วมีอาการต่างๆเกิดขึ้น ดิฉันใช้ กำหนดรู้หนอๆๆๆ ลงไปอย่างเดียวค่ะ คือสักแต่ว่ารู้ รู้ว่ามันเกิดก็เท่านั้นเอง ไม่เคยมาสนใจว่า มันคืออะไร แล้วก็ไม่เคยไปถามใครด้วยว่า เรียกว่าอะไร ทำไมมันถึงเกิด รู้แต่ว่า พอสติมันเกิด อาการเหล่านั้นมันก็หายไปเอง เดี๋ยวมันก็มีอาการอย่างอื่นเกิดขึ้นแทน พอทำอย่างต่อเนื่องคือฝึกเจริญสติ อย่างต่อเนื่อง ต่อไปคำว่า หนอ มันก็จะหายไปเอง

-- ก็ลองพิจรณาดูก็แล้วกันค่ะ ชอบแบบไหน ถนัดแบบไหนก็ทำไป ทำแล้วทำให้เกิดสติได้ก็ทำไปเถอะค่ะ คำว่า หนอ หายไปได้ยังไง อ่านในกระทู้นี้ค่ะ

viewtopic.php?f=1&t=19515

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


แก้ไขล่าสุดโดย walaiporn เมื่อ 18 ธ.ค. 2008, 06:33, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2008, 05:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30441

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณวลัยพรแจงไปแล้ว ได้แนวทางของคุณแล้ว แล้วก็พอเพียง คห.ข้างบน เดี๋ยวกระทู้จะยาวมากไปค้นหาไม่สะดวก
คุณอวบอั๋นอ่านแล้วพิจารณาเอาเอง

ต่อไปถึงทีของกรัชกายปิดท้ายบ้าง

แต่ตอนนี้ให้ข้อคิดเปิดประตูใจคุณก่อนว่า การที่โยคีปฏิบัติธรรมหรือทำกรรมฐาน แล้วสภาวะปรากฏหรือเผยความจริงของมันออกมา เข่น ตัวอย่างของคุณ เป็นต้น แล้วโยคีแก้อารมณ์นั้นๆได้ผ่าน ก็แปลว่า สภาพจิตใจของเขา จะคลายความยึดมั่นถือมั่นไปทีละเปลาะทีละเรื่องที่เกิด วิชชาหรือความรู้ความเข้าใจโลกและชีวิตจะโพล่งขึ้น เพราะสภาวะนั่นๆแหละมันสอนสอบจิตใจเรา สอนให้รู้จักแก้พฤติกรรมนั้นสภาวะนั้น เพราะสภาวะเกิดจากพื้นจิตใจของตนเอง เกิดจากกิเลส นี่พูดแคบๆให้ใกล้ตัว แต่จะพูดให้กว้างขึ้นคือชีวิตมนุษย์ทุกผู้ทุกคนมาจากสิ่งปรุงแต่ง มันจึงเป็นของมันอย่างนั้น แต่จิตใจที่ถูกอวิชชาหรือความไม่รู้สภาวธรรมตามเป็นจริงปกคลุม ตนจึงดิ้นรนเพื่อต้องการจะพ้นไปจากอนิฏฐารมณ์ และต้องการประสบกับอิฏฐารมณ์ มนุษย์จึงตกอยู่ในห้วงของทุกข์ เพราะธรรมชาติไม่เป็นไปตามความปราถนาของตน

คุณอวบอั๋นเข้าใจไว้กว้างๆอย่างนี้ก่อน แล้วกรัชกายจะมาเก็บประเด็นย่อยๆ ที่ปรากฏแก่คุณโดยเฉพาะอีกครั้งหนึ่งว่าจะแก้อย่างไร
อันที่จริงก็กล่าวไปแล้ว ก็คือให้กำหนดสิ่งนั้นหรือสภาวะนั้นตามที่มันเป็น หรือตามเป็นจริง
แต่ไม่เป็นไร จะเอารายละเอียด ตรงที่คุณตั้งชื่อให้มันว่า หัวปลาอะไรนั่นก็ได้

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2008, 06:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5918

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


viewtopic.php?f=1&t=19632

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2008, 09:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2008, 22:48
โพสต์: 1173


 ข้อมูลส่วนตัว


walaiporn เขียน:
อวบอั๋นขั้นสุดท้าย เขียน:
พลศักดิ์ วังวิวัฒน์ เขียน:
นั่งไปรู้สึกว่าแขนตัวเองหาย...ก็ ok กำหนดจิตต่อว่าหาย
สักพัก มีความรู้สึกเหมือนร่างกายมีแสงเรื่องๆ ที่ผิว ขาวนวลและเป็นละอองฝุ่นผงเล็กๆๆ ฟุ้งขึ้นไปในอากาศลอยขึ้นไป เรื่อยๆๆ กำหนดจิตรู้สึก ร่ายกายช่วงลำตัวกับแขนหายไป....ลำตัวกลวงโป๋ แต่รู้สึกเย็นวาบขนลุก .....ลมเย็นพัดสอบจากรอบๆร่ายกายแล้วพุ่งขึ้นศีรษะอย่างเร็ว แรง และเย็นมากเหมือนอยู่ในห้องเย็น ขนลุกไปทั้งตัว ความรู้สึกพยายามกำหนดรู้ครับ
แต่.....รู้สึกกลัวมาก.....เหมือนลมเย็นจะพัดเราลอยขึ้นจากพื้น..



อาการที่คุณว่า เกิดขึ้นเนื่องจากวิญญาณธาตุ หรือเจตภูต ซึ่งเป็นตัวจริงของคุณ กำลังออกจากชันธ์ 5 ซึ่งเป็นกายเนื้อที่ประกอบด้วยขันธ์ 5 (รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และวิญญาณขันธ์)

ความกลัวเกิดจากคุณยังไม่เข้าใจ และไม่เคยเจอสภาพนี้ วันหลังถ้าคุณอออกจากกายเนื้อที่ประกอบด้วยขันธ์ 5 ไป ก็อย่าไปนานนัก ผมเองยังไม่กล้าไปเกิน 2 นาทีเลย เพราะเวลาในโลกวิญญาณมันไม่เท่ากับในโลก


คุณ พลศักดิ์ งั้นแสดงว่า :b20: ผมถอดจิตได้หรือครับ :b5: :b19: :b19: :b32: ไม่อยากเชื่อ แล้วทำอย่างไรให้ ถอดจิตได้คล่องๆ เหมือนคุณ พลศักดิ์ ละครับ ผมอยาก ไปเห็นสวรรค์ บ้างอะครับ จะไป say hi mama บนสวรรค์ บ้าง :b17: แต่ ผมยังกลัวอยู่เลยครับเวลานั่งสมาธิก็จะภาวณาให้อย่าเห็นอะไรที่ไม่อยากเห็นรู้อะไรที่ไม่อยากรู้ กลัว เจอ ..... :b14: วิญณานครับ ผมยิ่งจิตอ่อนอยู่ :b23:


รวมทั้งคำตอบในหน้า 12 ที่คุณตอบออกมา

ผมเสียดายจริงๆ คุณเป็นผู้มีความสามารถถอดจิตตั้งแต่วัยเด็ก แต่ดันไปคุมไม่ให้จิตวิญญาณออกไป คุณถึงไม่ได้ไปรู้เรื่องนรกสวรรค์พรหมโลกที่พระพุทธเจ้าสอน ก็ไม่เป็นไรครับ เมื่อคุณเลือกทางสาย
อรหันต์สุกขวิปัสสโกแล้ว คุณย่อมไม่รู้เห็นของจริงเหมือนพระพุทธเจ้าและทางสายพระอรหันต์ขีณาสพที่มีอภิญญาครบ 6 อย่าง

ยังไงก็ขอให้บรรลุถึงขั้นอาสวักขยญานนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2008, 09:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30441

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พอแล้วครับคุณพลศักดิ์ กรัชกายจะสรุปกระทู้เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่คุณอวบอั่น
หากต้องการจะสนทนากันอีก ก็ไปตั้งกระทู้เอาใหม่ กระทู้นี้ยาวมากแล้ว และแต่ละท่านก็แสดงความเห็นกันหมดไส้หมดพุงแล้ว :b12:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2008, 09:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2008, 15:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 30441

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณอวบอั๋นหายตกใจหรือยังครับ หายไปเลย กรัชกายขอโทษด้วย
เข้าใจครับว่าผู้ปฏิบัติกรรมฐานถึงระยะนี้ความรู้สึกจะไว อ่อนไหวง่าย ฟุ้งง่าย เหตุผลนี้แหละ สำนักปฏิบัติกรรมฐานเค้าจึงไม่ให้อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ให้จับกลุ่มคุยกัน
หากเป็นสำนักดังว่ากรัชกายคงบอกให้คุณเข้าห้องปฏิบัติไปแล้ว ไม่ต้องมารับรู้อารมณ์อื่นนอกจากรู้กายใจตน แต่นี่เป็นเน็ตครับไม่รู้จะทำอย่างไร

เอาเป็นว่ากรัชกายจะตอบคำถามคุณที่ว่า

อ้างคำพูด:
ปัญหา คือ สภาวะนั้นมันย้อนกลับ คือ อาจจะเป็นด้วยความใจเซาะ กำหนดว่ากลัวๆๆๆๆก็กลัวอะ อิอิ


จิตมีความขลาดกลัวเป็นพื้นฐาน ความกลัวก็เกิดแรง ต้องใช้เวลาแก้ความเคยชินของจิต ซึ่งก็ได้แก่
การกำหนดรู้สภาพนั้นทุกครั้งที่เกิด มิใช่นั่งดูมันคิดเฉยๆ กำหนดแล้วปล่อยอารมณ์นั้น ไปเกาะกรรมฐานหลักที่ใช้คือพอง-ยุบหรือลมหายใจเข้าออก

คำว่า “สภาวะ” คุณอวบอั๋นก็พูดอยู่แล้วนี่ “ความกลัว” ก็เป็นสภาวะ คือสิ่งที่เป็นเอง
ตามเหตุปัจจัยของมัน เมื่อมีเหตุให้เกิดก็เกิด หมดเหตุก็ดับ ธรรมชาติเป็นเช่นนี้
เกิดๆดับๆ อยู่เช่นนั้น แต่เพราะความไม่รู้ (อวิชชา) ต้นสายปลายเหตุของสภาวะเหล่านั้น
จึงยึดความคิดนั้น สภาวะนั้นไว้มั่น (อุปาทาน) ว่าฉันกลัว เรากลัว เราเห็น เราได้ยิน เราได้กลิ่น ฯลฯ เมื่อคิดผิด (เป็นเรา เป็นเขา) เช่นนี้ จิตจึงดิ้นรนอยากจะพ้นจากภาวะนั้น (ตัณหา)

กิเลส เด่นๆ คือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน เกิดดับวนไปมา เช่นที่คุณว่าสภาวะย้อนกลับ
โยคีจะต้องกำหนดความคิดตามสภาวะ “กลัวหนอๆๆๆ” กำหนดแล้วปล่อย กลัวหนอๆๆๆ แล้วปล่อยธรรมารมณ์นั้น (แรกๆไม่พึงแช่ดูมัน กำหนดรู้แล้วปล่อย เพราะ กำลังกุศลธรรมมีสติเป็นต้น ยังอ่อน) ไปเกาะกรรมฐานคือท้องพอง ท้องยุบ หรือลมหายใจเข้า-ออก ซึ่งเราใช้เป็นกรรมฐานหลัก ยึดหลัก คือลมเข้าออกเป็นต้นไว้ พองหนอ ยุบหนอ นั่งหนอ เป็นต้น
ผู้ใช้พุทโธ ลมหายใจเข้า “พุท” ลมหายใจออก “โธ” เข้าพุท ออกโธ พุทโธๆๆ
พร้อมๆไปกับลมเข้าลมออก

ขณะที่กำลังพุทโธ หรือ พองหนอ ยุบหนอเป็นต้นอยู่ สภาวะอื่นใดปรากฏแทรกแล้วรู้สึก
ให้ปล่อยกรรมฐานหลักก่อน กำหนดสภาวะที่ปรากฏนั้นตามสภาพของมัน กำหนดแล้วปล่อยธรรมารมณ์นั้น ไปที่กรรมฐานหลัก ฯลฯ ปฏิบัติทำนองนี้เรื่อยไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้

อ้างคำพูด:
แล้วสภาวะย้อนกลับไป step ก่อนหน้านี้ คือสภาวะหัวปลาทอง ( อันนี้ผมเรียกเองเพราะติดสภาวะนี้นาน ก่อนจะ ผ่านไปได้ )


ที่ติดสภาวะหัวโต (หัวปลาทอง) นานก็เพราะจิตมันยึดสภาพนั้น เหตุเพราะคุณไม่กำหนดสภาวะนั้น
ตามที่มันเป็น หัวโตหนอๆๆ ต่อไปเกิดอีกกำหนดเสีย มิใช่ปล่อยไปลอยๆ เฉยๆ นะครับ

อ้างคำพูด:
กล่าว คือ จะรู้สึกตรงหน้าฝาก มีอะไรใหญ่ๆ หนัก หน่วงๆอยู่ พอเอาจิตไปสัมผัส มันก็จะใหญ่ขึ้นๆๆ จนหัวโตเป็นปลาทองหัวสิงห์ เลยอะครับ แล้วก็กลัวๆๆ เย็นหลังวาบๆๆก็พอดีกว่ากลัว.


นี่ก็เช่นกัน เพราะอุปาทานจิตทั้งสิ้น ต่อไปรู้สึกอะไรตรงไหน ที่หน้าผาก ที่หว่าง คิ้ว กระบอกตา ที่ขมับ รู้สึกหัวโต หัวเล็ก กลัวๆ เย็นหลัง ฯลฯ ให้กำหนดความรู้สึกลงไปตามนั้น มิใช่นั่งดูอาการนั้นเฉยๆ หัวโตหนอ ๆๆ เย็นหลังหนอๆๆ กำหนดตามนั้นแล้วปล่อย กำหนดแล้วปล่อยวางธรรมารมณ์นั้น ไปกรรมฐานหลัก คือ พอง-ยุบ หรือลมเข้าออก เป็นต้น ตามวิธีดังกล่าวข้างต้น

..........

มีเวลาศึกษาสติปัฏฐานตามหลักวิชาที่
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13497

viewtopic.php?f=1&t=19639&st=0&sk=t&sd=a

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ธ.ค. 2008, 01:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2008, 22:30
โพสต์: 222

ที่อยู่: เวียนว่ายในวัฏสงสาร (-_-!)

 ข้อมูลส่วนตัว


พลศักดิ์ วังวิวัฒน์ เขียน:

รวมทั้งคำตอบในหน้า 12 ที่คุณตอบออกมา

ผมเสียดายจริงๆ คุณเป็นผู้มีความสามารถถอดจิตตั้งแต่วัยเด็ก แต่ดันไปคุมไม่ให้จิตวิญญาณออกไป คุณถึงไม่ได้ไปรู้เรื่องนรกสวรรค์พรหมโลกที่พระพุทธเจ้าสอน ก็ไม่เป็นไรครับ เมื่อคุณเลือกทางสาย
อรหันต์สุกขวิปัสสโกแล้ว คุณย่อมไม่รู้เห็นของจริงเหมือนพระพุทธเจ้าและทางสายพระอรหันต์ขีณาสพที่มีอภิญญาครบ 6 อย่าง

ยังไงก็ขอให้บรรลุถึงขั้นอาสวักขยญานนะครับ


เรียนคุณ พลศักดิ์ ขอรับ ถ้าผมอยากฝึกถอดจิตได้อย่างคุณ พลศักดิ์ ต้องทำอย่างไรครับ
แนะนำด้วยครับ :b8:

.....................................................
ขอประสบความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2009, 17:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ไปๆมาๆผมกลับคิดว่า นิพพาน ไม่ได้เปนบ้านเมืองนะ s001

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 175 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 8, 9, 10, 11, 12

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร