วันเวลาปัจจุบัน 30 พ.ค. 2020, 03:50  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 141 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 6, 7, 8, 9, 10  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2020, 07:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33143

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

พอสุนัขที่เลี้ยงไว้ตายร้องไห้หาอะไรเพราะเห็นของตัวเองก็ตายคืพลัดพรากจากตัวตน
กำลังพลัดพรากจากไป...ไม่มีอะไรเหลือให้ยึดมั่นถือมั่นว่ามีตัวเราเลยแม้แต่ขณะจิตเดียว...ไม่รู้สึกตัว
ตถาคตสอนให้รู้จักคิดถึงนิสัยที่ไม่รู้จักตัวเองตามความเป็นจริงที่กำลังมีกำลังเป็นตรงตามที่ทรงตรัสรู้นะคะ
:b12:
:b4: :b4:


ไร้สาระเปลืองสมอง

:b1:
พอฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าเข้าใจเนี่ย
จะรู้ตัวทันทีว่าไม่ต้องไปทำอะไรที่ทรมาณกาย
เพราะทุกอย่างเป็นธัมมะจะไปทำอะไรก็เป็นธัมมะ
ความหมายของการอุปมาว่าใบไม้ทั้งป่าเป็นปัญญาของตถาคต
รู้สึกตัวไหมว่าใบไม้ทั้งป่านั้นมีผู้เดียวที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้ารู้ได้ในชาติสุดท้ายเท่านั้น
บอกแล้วใช่ไหมว่าใบไม้เพียง3ใบในกำมือคือทั้งหมดที่เป็นพระญาณที่เกิดจากตรัสรู้ของตถาคต
บอกอีกทีว่าที่พระพุทธเจ้ายกปัญญามาเพียงใบไม้3ใบมาเพื่อให้รู้ตามเข้าใจถูกตามคำของพระองค์เท่านั้น
เพื่อสะสมปัญญาของตนเองการไปทำตามความอยากของตัวตนนั้นน่ะมันคิดถูกไม่ได้เพราะเชื่อผิดก็ทำผิด
เออพระพุทธเจ้าบอกว่าไม่ใช่ให้เชื่อแต่ให้ฟังจนกว่าจะลดละเลิกการกระทำผิดๆทรงบอกทั้งถูกและผิดไว้แล้ว
ก็มัวแต่ไปคิดพูดทำตามที่ตาตัวเองเห็นผิดทำตามที่เห็นคนอื่นทำแล้วคิดเอาเองว่าดีทำตามๆกันด้วยความไม่รู้
บอกว่าการฟังและคิดทบทวนไตร่ตรองตรงตามคำสอนจะทำให้เข้าใจพฤติกรรมทั้งถูกและผิดที่แต่ละคนทำ
:b12:
:b32: :b32:



ขัดกับแม่สุจินที่ว่านี่

รูปภาพ

:b32:
คุณกรัชกายคุณไม่ดูตัวเอง
คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ขัดกัน
เราไม่ไปดูคนอื่นเวลาคิดตามให้ดูที่กายใจตัวเอง
เวลาคุณกรัชกายยกตัวอย่างคนอื่นมานั้นคุณรู้ไหมนอกตัวตนของคุณว่างเปล่า
คุณขาดสติไม่เคยระลึกตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ตรงปัจจุบันที่คุณกำลังมีไม่ใช่ตัวตนไม่เคยคิดได้
การอ่านความคิดเห็นผู้อื่นแล้วตนเองมีความคิดเห็นต่างออกไปมันไม่ใช่สัจจะดังนั้นคุณรู้อะไรที่ตัวบ้างเดี๋ยวนี้
คำว่าไม่มีเรา ว่างเปล่า ไม่มี ดับ คือ สัจจะ ตรง จริง ขณะนี้ไม่มีเรา ลืมคิดตามคำสอนของตถาคตก็เป็นตัวตน
ขณะนี้ถ้าคุณไม่ระลึกว่าสัจจะที่กายคุณกำลังปรากฏว่ามีอะไรแปลว่ามีอุปาทานขันธ์ยึดสิ่งที่ว่างเปล่าเป็นตัว
ถ้าคุณอ่านคำของตถาคตที่คนอื่นกล่าวตรงๆให้คุณรู้สึกตัวแล้วมันขัดใจคุณนั่นแหละความจริงไม่ตามใจใคร
:b12:
:b32: :b32:


ขนาดนั้นคุณโรสยังไม่เข้าใจ ดังว่า หมายถึงคำพูดคุณโรสไปขัดกับคำพูดแม่สุจิน คิกๆๆ

ถ้าให้ขยายความออกไปอีกก็หมายถึงว่า ทั้งคำพูดแม่สุจินทั้งคำพูดคุณโรสขัดกับพระพุทธเจ้า เพียงแต่บุคคลทั้งสองดังกล่าวพูดไปตามอำเภอใจจังหวัดใจแล้วยืมปากพระพุทธเจ้าคือว่าพระพุทธเจ้าพูด เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละน๊า :b32:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2020, 07:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33143

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผู้รักธรรมจะต้องรู้แน่ชัดด้วยว่าอะไรเป็นธรรม มิฉะนั้น อาจทำการผิดพลาดได้
ความรักธรรมและความรู้ธรรม ต้องมาด้วยกัน จึงจะทำความจริงความถูกต้องดีงามที่ประสงค์ให้สำเร็จได้


ถ้าให้ยกตัวอย่าง ก็เหมือนกับคุณโรสรักบ้านอยากมีบ้านแต่ไม่รู้จักวิธีทำ แต่ด้วยความรักบ้านก็ไปทำ ผลที่ออกมาอย่างเก่งก็เป็นเพียงเพิงหมาแหงน :b12: แล้วก็เดินบอกคนข้างบ้านว่า ฉันทำบ้านได้แล้ว คนข้างบ้านก็บอกว่าไม่ใช่บ้าน เขาเรียกเพิงหมาแหงน คุณโรสก็ยังเถียงว่าบ้านว่าบ้าน

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2020, 10:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6963

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

พอสุนัขที่เลี้ยงไว้ตายร้องไห้หาอะไรเพราะเห็นของตัวเองก็ตายคืพลัดพรากจากตัวตน
กำลังพลัดพรากจากไป...ไม่มีอะไรเหลือให้ยึดมั่นถือมั่นว่ามีตัวเราเลยแม้แต่ขณะจิตเดียว...ไม่รู้สึกตัว
ตถาคตสอนให้รู้จักคิดถึงนิสัยที่ไม่รู้จักตัวเองตามความเป็นจริงที่กำลังมีกำลังเป็นตรงตามที่ทรงตรัสรู้นะคะ
:b12:
:b4: :b4:


ไร้สาระเปลืองสมอง

:b1:
พอฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าเข้าใจเนี่ย
จะรู้ตัวทันทีว่าไม่ต้องไปทำอะไรที่ทรมาณกาย
เพราะทุกอย่างเป็นธัมมะจะไปทำอะไรก็เป็นธัมมะ
ความหมายของการอุปมาว่าใบไม้ทั้งป่าเป็นปัญญาของตถาคต
รู้สึกตัวไหมว่าใบไม้ทั้งป่านั้นมีผู้เดียวที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้ารู้ได้ในชาติสุดท้ายเท่านั้น
บอกแล้วใช่ไหมว่าใบไม้เพียง3ใบในกำมือคือทั้งหมดที่เป็นพระญาณที่เกิดจากตรัสรู้ของตถาคต
บอกอีกทีว่าที่พระพุทธเจ้ายกปัญญามาเพียงใบไม้3ใบมาเพื่อให้รู้ตามเข้าใจถูกตามคำของพระองค์เท่านั้น
เพื่อสะสมปัญญาของตนเองการไปทำตามความอยากของตัวตนนั้นน่ะมันคิดถูกไม่ได้เพราะเชื่อผิดก็ทำผิด
เออพระพุทธเจ้าบอกว่าไม่ใช่ให้เชื่อแต่ให้ฟังจนกว่าจะลดละเลิกการกระทำผิดๆทรงบอกทั้งถูกและผิดไว้แล้ว
ก็มัวแต่ไปคิดพูดทำตามที่ตาตัวเองเห็นผิดทำตามที่เห็นคนอื่นทำแล้วคิดเอาเองว่าดีทำตามๆกันด้วยความไม่รู้
บอกว่าการฟังและคิดทบทวนไตร่ตรองตรงตามคำสอนจะทำให้เข้าใจพฤติกรรมทั้งถูกและผิดที่แต่ละคนทำ
:b12:
:b32: :b32:



ขัดกับแม่สุจินที่ว่านี่

รูปภาพ

:b32:
คุณกรัชกายคุณไม่ดูตัวเอง
คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ขัดกัน
เราไม่ไปดูคนอื่นเวลาคิดตามให้ดูที่กายใจตัวเอง
เวลาคุณกรัชกายยกตัวอย่างคนอื่นมานั้นคุณรู้ไหมนอกตัวตนของคุณว่างเปล่า
คุณขาดสติไม่เคยระลึกตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ตรงปัจจุบันที่คุณกำลังมีไม่ใช่ตัวตนไม่เคยคิดได้
การอ่านความคิดเห็นผู้อื่นแล้วตนเองมีความคิดเห็นต่างออกไปมันไม่ใช่สัจจะดังนั้นคุณรู้อะไรที่ตัวบ้างเดี๋ยวนี้
คำว่าไม่มีเรา ว่างเปล่า ไม่มี ดับ คือ สัจจะ ตรง จริง ขณะนี้ไม่มีเรา ลืมคิดตามคำสอนของตถาคตก็เป็นตัวตน
ขณะนี้ถ้าคุณไม่ระลึกว่าสัจจะที่กายคุณกำลังปรากฏว่ามีอะไรแปลว่ามีอุปาทานขันธ์ยึดสิ่งที่ว่างเปล่าเป็นตัว
ถ้าคุณอ่านคำของตถาคตที่คนอื่นกล่าวตรงๆให้คุณรู้สึกตัวแล้วมันขัดใจคุณนั่นแหละความจริงไม่ตามใจใคร
:b12:
:b32: :b32:


ขนาดนั้นคุณโรสยังไม่เข้าใจ ดังว่า หมายถึงคำพูดคุณโรสไปขัดกับคำพูดแม่สุจิน คิกๆๆ

ถ้าให้ขยายความออกไปอีกก็หมายถึงว่า ทั้งคำพูดแม่สุจินทั้งคำพูดคุณโรสขัดกับพระพุทธเจ้า เพียงแต่บุคคลทั้งสองดังกล่าวพูดไปตามอำเภอใจจังหวัดใจแล้วยืมปากพระพุทธเจ้าคือว่าพระพุทธเจ้าพูด เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละน๊า :b32:

:b34:
ขัดกับอะไรคำไหนก็เขียนมาให้ชัดเจนสิ
ในภาพที่คุณยกมาไม่เห็นมีตัวหนังสือเลย
:b12:
ธัมมะทั้งหลายเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปเป็นปกติธรรมดาโดยเป็นอนัตตา
ตัวเองมีอัตตาอยู่ก็เกิดแต่อกุศลมากเป็นผู้มีปกติอกุศลศีลคือขาดสติเพราะระลึกตามคำสอนไม่ตรง
เป็นผู้ยึดมั่นถือมั่นในอัตตาและมีมานะถือตนและมีมิจฉาทิฏฐิเป็นปกติไม่เกิดสัมมาทิฏฐิตรงตามคำสอน
ทิฏฐิแปลว่าความคิดเห็น มิจฉา=ผิด สัมมา=ถูก มิจฉาทิฏฐิ=ความคิดเห็นผิด สัมมาทิฏฐิ=ความคิดเห็นถูก
มิจฉาไปทางซ้ายคุณหันหลังให้ตถาคตแล้วเดินไปซ้าย ตถาคตพูดอยู่ทางขวาและพูดไปพาเดินไปทางขวา
ไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองไม่รู้คือไม่รู้ว่าไม่รู้ซ้อนเข้าไปอีกเมื่อไหร่จะเริ่มต้นคิดถูกตามคำสอนได้ล่ะคะคนละทางเลย
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2020, 10:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6963

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
จิตเกิดดับทีละ1ขณะครบ6ทางสลับกันตรงแค่ทางเดียวดับหมดจึงเกิดทางอื่นต่อได้
จิตเห็นไม่ได้เกิดตลอดและเวลาเห็นก็เห็นแค่สีได้ทีละ1สีกระทบที่ตาดำดับในตาดำทันที
ดูสิเห็นสีที่กระทบตาตัวเองได้ไหมตาไม่บอดเนี่ยๆๆๆๆเออยังไม่รู้สึกตัวว่าเห็นดับแล้วไม่มีเห็น
เสร็จแล้วก็คิดเห็นผิดเป็นตัวตนเราเห็นอะไรนอกตานั่นน่ะก็บอกว่ามันไม่มีอะไรนอกตาเข้าใจป่ะ
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2020, 11:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6963

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
ผู้รักธรรมจะต้องรู้แน่ชัดด้วยว่าอะไรเป็นธรรม มิฉะนั้น อาจทำการผิดพลาดได้
ความรักธรรมและความรู้ธรรม ต้องมาด้วยกัน จึงจะทำความจริงความถูกต้องดีงามที่ประสงค์ให้สำเร็จได้


ถ้าให้ยกตัวอย่าง ก็เหมือนกับคุณโรสรักบ้านอยากมีบ้านแต่ไม่รู้จักวิธีทำ แต่ด้วยความรักบ้านก็ไปทำ ผลที่ออกมาอย่างเก่งก็เป็นเพียงเพิงหมาแหงน :b12: แล้วก็เดินบอกคนข้างบ้านว่า ฉันทำบ้านได้แล้ว คนข้างบ้านก็บอกว่าไม่ใช่บ้าน เขาเรียกเพิงหมาแหงน คุณโรสก็ยังเถียงว่าบ้านว่าบ้าน


cool
สภาพธรรมเกิดดับนับไม่ถ้วนถึงแสนล้านดวงจิตเดี๋ยวนี้
ยังจะคิดเอาแต่ตัวตนไปทำตามใจกิเลสของตัวเอง
เกิดมาชาตินี้ตาไม่บอดหูไม่หนวกตายทิ้งเปล่า
:b12:
เขียนและคิดและพูดทุกคำที่ตัวเองไม่รู้จัก
เอาแค่คำว่า ธัมมะ สั้นๆแค่2คำเนี่ยคือปัญญา
ธัมมะคือปัญญาทั้งป่าของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้
ตัวเองไปอ่านไปจำคำว่า ธัมมะ คิดว่าเป็นปัญญารึ
ธัมมะ เป็นภาษาบาลี เวลาตถาคตกล่าวว่าธัมมะลึกถึงไหน
ตัวเองแค่อ่านคำว่า ธัมมะ ตื้นเขินเสียเหลือเกินไม่มีปัญญารู้ตัวมั๊ย
รู้จักธัมมะของตถาคตได้เท่าที่ตนเองคิดได้ตรง1ทางตรงปัจจุบัน บอกยังไงก็ไม่ทำฟัง
ธัมมะคือปัญญาตถาคต=น้ำทั้งมหาสมุทร ปัญญาคุณเกิด=จงอยปากยุงจิ้มลงไป1ครั้งแต่ละครั้งจิ้มไม่ถึงก้น
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2020, 09:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33143

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
ผู้รักธรรมจะต้องรู้แน่ชัดด้วยว่าอะไรเป็นธรรม มิฉะนั้น อาจทำการผิดพลาดได้
ความรักธรรมและความรู้ธรรม ต้องมาด้วยกัน จึงจะทำความจริงความถูกต้องดีงามที่ประสงค์ให้สำเร็จได้


ถ้าให้ยกตัวอย่าง ก็เหมือนกับคุณโรสรักบ้านอยากมีบ้านแต่ไม่รู้จักวิธีทำ แต่ด้วยความรักบ้านก็ไปทำ ผลที่ออกมาอย่างเก่งก็เป็นเพียงเพิงหมาแหงน :b12: แล้วก็เดินบอกคนข้างบ้านว่า ฉันทำบ้านได้แล้ว คนข้างบ้านก็บอกว่าไม่ใช่บ้าน เขาเรียกเพิงหมาแหงน คุณโรสก็ยังเถียงว่าบ้านว่าบ้าน


cool
สภาพธรรมเกิดดับนับไม่ถ้วนถึงแสนล้านดวงจิตเดี๋ยวนี้
ยังจะคิดเอาแต่ตัวตนไปทำตามใจกิเลสของตัวเอง
เกิดมาชาตินี้ตาไม่บอดหูไม่หนวกตายทิ้งเปล่า
:b12:
เขียนและคิดและพูดทุกคำที่ตัวเองไม่รู้จัก
เอาแค่คำว่า ธัมมะ สั้นๆแค่2คำเนี่ยคือปัญญา
ธัมมะคือปัญญาทั้งป่าของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้
ตัวเองไปอ่านไปจำคำว่า ธัมมะ คิดว่าเป็นปัญญารึ
ธัมมะ เป็นภาษาบาลี เวลาตถาคตกล่าวว่าธัมมะลึกถึงไหน
ตัวเองแค่อ่านคำว่า ธัมมะ ตื้นเขินเสียเหลือเกินไม่มีปัญญารู้ตัวมั๊ย
รู้จักธัมมะของตถาคตได้เท่าที่ตนเองคิดได้ตรง1ทางตรงปัจจุบัน บอกยังไงก็ไม่ทำฟัง
ธัมมะคือปัญญาตถาคต=น้ำทั้งมหาสมุทร ปัญญาคุณเกิด=จงอยปากยุงจิ้มลงไป1ครั้งแต่ละครั้งจิ้มไม่ถึงก้น
:b12:
:b32: :b32:


ไปใหญ่ เลอะเทอะ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 141 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 6, 7, 8, 9, 10

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร