Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 กะเทาะชีวิตแม่ชีทศพร ผู้หยั่งรู้ “เกิดแต่กรรม” !! อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
สายลม
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 พ.ค. 2004
ตอบ: 1245

ตอบตอบเมื่อ: 04 ธ.ค.2004, 12:45 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

กะเทาะชีวิตแม่ชีทศพร
ผู้หยั่งรู้ “เกิดแต่กรรม” !!


กระแสหนังสือเรื่อง “เกิดแต่กรรม” บอกเล่าถึงชีวิตของแม่ชีทศพร ชัยประคอง พิธีกรรับเชิญรายการมิติพิศวง ทางช่อง 7 กำลังขายดิบขายดี เพราะคำทำนายทายทักของแม่ชีได้โดนใจกับผู้คนจำนวนมากที่ถูกทำนาย โดยเฉพาะบรรดาดารา นักแสดงต่างๆ

แต่คำทำนายเกี่ยวกับบุญ-กรรมได้สร้างความสงสัยใคร่รู้พร้อมกับคำถามมากมายตามเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ต่างๆ ว่า “แม่ชีทศพร” เป็นใคร มาจากไหน และจริงหรือไม่ที่แม่ชีทศพร สามารถหยั่งรู้ถึงอดีตชาติของคนอื่นได้ และนี่คือเรื่องราวของแม่ชีผู้นี้



แม่ชีทศพรคือใคร ! ??

“หลายคนอาจคิดว่า แม่ชีอุตริ หรืออยากสร้างชื่อเสียง แต่แม่ชีอยากเป็นเทียนเพียงเล่มเดียวที่ส่องสว่างบนเขาสูง หมายถึงในชีวิตทำกรรมมามาก และอยากให้คนเห็นถึงผลแห่งกรรมนั้นแม่ชีอยากให้ทุกคนเริ่มต้นใหม่ได้เหมือนที่แม่ชีมีโอกาส” นั่นคือคำพูดที่เป็นเสมือนการตั้งมั่นเพื่อหนทางธรรมของแม่ชีธนพร

ก่อนที่จะบวช แม่ชีทศพรเคยใช้ชีวิตทางโลกมาแล้ว โดยการประกอบสัมมาอาชีพจนมีฐานะเข้าขั้นคหบดีคนหนึ่ง ชีวิตฆราวาสนั้นได้แต่งงานมีสามีและลูกอีก 5 คน โดยในช่วงหนึ่งได้ประสบกับปัญหาครอบครัวทำให้เกิดความทุกข์อย่างมาก จนแม่ชีต้องหันไปพึ่งศาสนา โดยการหัดสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำ เพราะต้องการทำให้จิตใจที่รุ่มร้อนนั้นถูกดับลงด้วยการหันหน้าพึ่งศาสนา

“ในสมัยที่เป็นฆราวาสนั้น แม่ไม่มีที่พึ่ง ก็อาศัยการสวดมนต์เข้าช่วย แต่เราก็สวดผิดหมดเลยเพราะแม่ไม่เคยสมาทานศีล 5 พอเราไม่สมาทานสัมมาวาจา ก็ไม่เกิดกับเสียง ตอนหลังมาทำกรรมฐานมาเข้านิโรธ เราถึงได้รู้ ซึ่งการปฏิบัติของเรานั้นต้องเกิดจากความบริสุทธิ์ใจอย่างเดียว คือ ไม่โกรธ ไม่อิจฉา ไม่อะไรเลยสักอย่าง เราก็จะสามารถเข้าสู่ความสงบได้อย่างแท้จริง”

ในที่สุดแม่ชีทศพร ก็ตัดสินใจบวชที่วัดเขาอิติสุคโต และมีความตั้งใจที่จะบวชเพียงไม่กี่วัน แต่หลังจากได้สัมผัสกับรสพระธรรม ในที่สุดแม่ชีธนพรก็ตัดสินใจปลงผมเพื่อบวชเป็นแม่ชีที่วัดเขาอิติสุคโต โดยมีหลวงพ่อปรีชา เจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต เป็นผู้แนะนำให้นั่งสมาธิ ซึ่งในการนั่งวันแรกนั้นแม่ชีสามารถนำจิตรวมลงเป็นหนึ่งเดียวจนเกือบได้จตุถฌาณ (ฌาน = จิตตั้งมั่น = สมาธิขั้นสูง)

ต่อมาแม่ชีก็สามารถได้คุณธรรมจากการเป็นผู้ปฏิบัติ จนจิตสงบเป็นสมาธิหนึ่งเดียวสามารถอนุมานจากคุณธรรมที่โดดเด่นคือคุณธรรมในหมวดของวิชชา 3 ซึ่งแม่ชีได้ 2 ใน 3 หมวดคือ บุพเพนิวาสานุสสติ คือระลึกชาติตัวเองได้ และ 2 จตูปปาตญาณคือตาทิพย์ระลึกชาติคนอื่นได้

สำหรับอานิสงส์สูงสุด คือการพ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิด และในระหว่างที่ยังมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องก็ยังจะได้คุณธรรมพิเศษองค์อื่นๆ เช่น หมวดที่ว่าด้วยอภิญญา 6 หมวดที่ว่าด้วยวิชชา 3 หมวดที่ว่าด้วยวิชชา 8



วัดพิชยญาติการามสอนปฏิบัติธรรม

ในปัจจุบันแม่ชีทศพรได้จำวัดเพื่อเปิดโอกาสให้กับคนที่กำลังเผชิญความทุกข์ ได้มีโอกาสก้าวพ้นทะเลทุกข์นั้น แม้จะไม่ได้ทั้งหมด แต่แม่ชีเชื่อว่าหากมีใครสักคนคอยชี้แนะแนวทางเพื่อการพ้นทุกข์อย่างถูกต้องได้ สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้น

แม่ชีทศพรได้ขออนุญาตจากท่านเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เปิดวัดรับพุทธศาสนิกชนที่สนใจศึกษาพระธรรมเข้ามาเรียนรู้การนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรม ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งในแต่ละอาทิตย์จะมีคนสนใจเข้ามาปฏิบัติธรรมมากถึง 500-1,000 คน ซึ่งคนที่เข้ามาปฏิบัติธรรมที่วัดพิชยญาติการามนี้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

“ตอนนี้แม่ไม่รู้ว่าตัวเองได้คุณธรรมข้อไหนแล้ว แต่แม่รู้ว่าแม่รู้ได้ในระดับหนึ่ง คือบางคนสามารถพูดได้แต่บางคนพูดไม่ได้ เพราะยังติดค้างกรรมอยู่ แม่จะบอกให้เขามาใหม่ในวันหลัง ซึ่งการรู้ของแม่นั้นแม่รู้ไปที่เหตุของทุกข์ โดยพระพุทธเจ้าท่านสอนเรื่องทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แม่รู้สมุทัย

(ทุกข์ คือ ตัวปัญหา , สมุทัย คือ ตัวเหตุแห่งทุกข์ จากนั้นเราก็รู้ว่าเมื่อกำจัดเหตุแห่งทุกข์ได้ เราจะเข้าถึงจุดหมายคือนิโรธ แต่ทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ด้วยการลงมือทำในข้อสุดท้ายคือ มรรค เมื่อเราปฏิบัติตาม มรรค เราก็กำจัด สมุทัย แก้เหตุแห่งทุกข์ได้เราก็พ้นทุกข์)”

นอกจากการเข้าไปปฏิบัติธรรมเพื่อหาความสงบทางใจแล้ว แม่ชีทศพรยังสามารถแนะนำลูกศิษย์ให้สามารถฝ่าฟันมรสุมชีวิต ทั้งทางร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน โดยการนำสัจธรรมที่ค้นพบคือ ชีวิตของมนุษย์มีความเกี่ยวพันธ์กับจิตวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งสิ้น โดยมากมักเป็นจิตวิญญาณของญาติมิตรภายในตระกูลของตน เป็นจิตวิญญาณที่คอยดูแลบุตรหลายด้วยความเป็นห่วง จึงมักจะมาเกาะเกี่ยวกับสังขารร่างกายของญาติมิตร ซึ่งหากดวงวิญญาณนั้นมีกรรมหนัก และมีความเกี่ยวพันกับมนุษย์ ก็มักจะนำความทุกข์มาให้กับบุตรหลานได้

คนที่ได้มีโอกาสได้ให้แม่ชีทศพรแก้ไขโรคกรรมให้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นลูกศิษย์ที่มีโอกาสเข้ามาศึกษาพระธรรมในวัดพิชยญาติในช่วงวันหยุด ส่วนคนภายนอกจะมีเพียงส่วนน้อยซึ่งมีโอกาสได้เข้าพบแม่ชีเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งมาจนถึงวันนี้วัดพิชยญาติการาม ยังเป็นวัดหนึ่งที่มีพุทธศาสนิกจำนวนมากหลั่งไหลเข้าไปศึกษาธรรมะ โดยมีแม่ชีทศพรเป็นผู้ฝึกสอน และแนะนำการใช้ชีวิตกับลูกศิษย์ที่ต้องการพ้นทุกข์ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน



“กฎแห่งกรรม” ทำอะไร ได้อย่างนั้น !?

แม่ชีทศพรนั้นมักจะเน้นย้ำให้ลูกศิษย์ได้สนใจและเอาใจใส่ไม่ให้สร้างกรรมใหม่ขึ้นมาเพื่อลดกรรมที่เราเคยได้ทำมาแล้วทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยเฉพาะกรรมที่เราได้ทำกับบิดามารดา โดยได้แบ่งแยกให้เห็นอย่างชัดเจนในหนังสือ “เกิดแต่กรรม” ดังนี้


ลูกเถียงพ่อเถียงแม่

สำหรับผู้ที่ชอบเถียงพ่อจัดว่าเป็นการทำความชั่วที่หนักหนาสาหัส เมื่อลูกผู้นั้นเริ่มเข้าสังคมจะโดนผู้อื่นว่าร้าย ถกเถียงชนิดคำต่อคำ พ่อแม่เคยเจ็บช้ำจากการเถียงของลูกเช่นไร ลูกคนนนั้นก็จะโดนสังคมบีบคั้นเช่นกัน กรรมนี้สามารถพบเห็นในพบชาตินี้แน่นอน ส่วนทางร่างกายนั้น ลูกที่เถียงพ่อแม่ที่มีกรรมหนักมาก จะมีอาการลิ้นสั้นจุกปาก พูดจาไม่ถนัด พูดลิ้นพันกัน ลิ้นแข็ง ฯลฯ


ลูกที่ทำร้ายพ่อแม่

ในศาสนาพุทธนั้นสอนว่า ลูกที่ทำร้ายพ่อแม่ตายไปแล้วจะไปเกิดในขุมนรก ชื่อตปะนรก มีลักษณะเป็นบัวกลดเผาทำลายอยู่เป็นนิจ มียมบาลคอยเอาค้อนทุบหัวอยู่ร่ำไป แต่ถ้าจะให้เห็นในชาติปัจจุบันแม่ชีทศพรบอกว่า คนที่ทำร้ายพ่อแม่อกุศลกรรมจะทำให้คนผู้นั้นถูกคนรักทำร้าย เช่นอาจจะเป็นสามี ภรรยา บุตร หรือคนที่สนิททำร้ายได้


ลูกที่ใช้ให้พ่อแม่บริการตัวเอง

การที่ลูกๆ ใช้พ่อแม่ให้บริการตัวเอง หรือพ่อแม่เต็มใจบริการลูกๆ เพราะรักลูกมาก เช่นซักผ้า ล้างจาน ทำกับข้าวให้ จะถือว่าเป็นกรรมที่พ่อแม่ทำให้เกิดกับลูกทั้งสิ้น ทำให้เมื่อลูกออกไปใช้ชีวิตในสังคมจะต้องไปเป็นข้าผู้อื่น ถูกคนอื่นเอารัดเอาเปรียบเป็นต้น


การทำแท้ง

การทำแท้งถือเป็นกรรมในหมวดข้อการเบียดเบียนชีวิตหรือปาณาติบาต ผู้ที่กรรมนี้จะหากินไม่ขึ้นหาความสุขใจในชีวิตนี้ไม่ได้เลย เพราะโดนวิญญาณที่จะมาเกิดเป็นลูกของตัวเองนั้นจองเวรอาฆาต ซึ่งการเกิดการตายของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณและวิบากกรรมโดยตรง

ผลกรรมอันเกิดจากการทำแท้งมี 2 ข้อคือ 1. กรรมที่ทิ้งลูกตัวเอง 2. กรรมในการฆ่าทำลายชีวิต ซึ่งอกุศลกรรมนี้พระไตรปิฎกได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่ทำแท้งเมื่อสิ้นใจยังต้องตกนรก พ้นจากนรกจึงเกิดมาเป็นเปรต จากนั้นจะเป็นอสุรกาย ตนเมื่อมีบุญพอจะเกิดเป็นคนแต่ต้องถูกพ่อแม่ทอดทิ้งแต่เล็ก หรือโดนพ่อแม่ของตนในชาติต่อไปทำแท้งตัวเองเสีย หรือแท้งลูกโดยอุบัติเหตุ

ส่วนกรรมจากการปาณาติบาตหรือทำลายชีวิตลูกของตัวเองนั้น จะทำให้มีอายุสั้น มีโรคภัยเบียดเบียนมาก หากินไม่ขึ้น และกรรมจากการทำแท้งมักจะก่อผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แม้ผู้ที่เกี่ยวข้องการการทำแท้งยังต้องมีอกุศลกรรมติดตัวตามไปด้วยเช่นกัน

.........................................................................

ผู้จัดการรายสัปดาห์ 3 ธันวาคม 2547 14:25 น.

.........................................................................

เว็บไซต์แม่ชีทศพร
http://www.thossaporn.com
http://www.thossaporn.com/index2.html

.........................................................................


กระทู้กรรม

1. ระเบียบการปฏิบัติธรรม ณ วัดพิชยญาติการาม และแผนที่
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=3103

2. สัมภาษณ์พิเศษ “แม่ชีทศพร ชัยประคอง” ผู้มีตาทิพย์
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1524

3. แก้กรรมด้วยพลังธรรม
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1527

4. เมื่อ...แม่ชีทศพร “ตรวจกรรมในคุกคลองเปรม”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=10290

5. ทำไม !...แม่ชีธนพรถึงล่วงรู้เรื่องกรรม
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6701

6. รู้ชอบ ชั่วดี ย่อมเกิดกับผู้มีสติ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=10288

7. เที่ยว “วัดพิชัยญาติ” ชมภาพสลัก “สามก๊ก” หนึ่งเดียวในประเทศ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13330
 

_________________
"อย่าลืมตัว อย่าลืมปัจจุบัน อย่าลืมปฏิบัติ"

แก้ไขล่าสุดโดย สายลม เมื่อ 02 มี.ค.2008, 10:24 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
casy99
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 08 ธ.ค.2004, 7:30 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เท่าที่ทราบการบรรลุธรรมระดับอริยะหรือได้ฌาณสมาบัติ จะมาพูดอย่างนี้ไม่ได้
 
สำเร็จ
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 08 ธ.ค.2004, 10:38 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

การทายอดีตที่อยู่ในภพก่อนหน้า...เป็นเรื่องที่คนพูดรู้คนเดียว
คนถูกทายก็เพียงแค่..อนุมานเอา
คนฟัง...ยิ่งห่างจากการรู้จริงเป็นอย่างยิ่ง...

การทายเรื่องในอดีต...แล้วตบท้ายให้คนนั้นๆ ทำแต่ความดี..เคยมีมาหลายราย
ฟังดูแล้วแนบเนียนมาก...น่าเชื่อถือมาก
ออกจะเป็นเรื่องอิทธิฤทธิ์นิดๆ....คนยิ่งแห่เชื่อกันไปหมด
ลืมใช้ปัญญาตัวเอง....หวังพึ่งความวิเศษของผู้อื่น

เรื่องแบบนี้...พิสูจน์จริง-เท็จ..ยากมาก...
อนุมานได้หยาบๆ ว่า..คนที่ได้ฌานขั้นสูงแล้ว...ไม่ชอบคลุกคลีกับหมู่คณะ
ถึงจะมีคุณวิเศษในตน...แต่พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงสรรเสริญ

ไม่อยากให้เรื่องแม่ชีนี้...ดูๆ ก็คล้ายๆ..นายวินัย ละอองสุวรรณ...
ที่มีการโฆษณา...ประชาสัมพันธ์ในตอนแรก...จนคนนับถือเป็นจำนวนมาก
ทำตัวเป็นบุคคลชั้นอริยะ...แต่สอนธรรมะตื้นๆ...

สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ...ในทางไม่ดี
กลายเป็นหลอกต้มคนทั้งประเทศ...ตั้งหลายปี

คงต้องติดตามอีกนาน...กว่าจะรู้...ของจริงหรือของปลอม
ขอให้เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง...อย่าซ้ำรอยเดิมเลย.
 
สุนทร
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 09 ธ.ค.2004, 2:12 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ผมเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปพบกับแม่ชีธนพร ที่วัดพิชัยญาติ ผมก็ได้ไปกับรายการชั้วโมงพิศวงที่จัดขึ้นให้คนทางบ้านสมัครไปเป็นอาสาสมัครใน ช่วงเกิดแต่กรรมของแม่ชีธนพร ตอนนี้ผมเองเชื่อเรื่องกรรมมาก ซึ่งแม่ชีธนพรก็ดูอดีตชาติให้ผมก็เชื่อ ผมคิดว่าเป็นความจริง ผมเองก็นับถือแม่ชีมาก ผมอ่านหนังสือเกิดแต่กรรมแล้วก็รู้สึกดีมากเลยครับ
 
- สายลม -
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 12 ธ.ค.2004, 5:21 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ ขออนุโมทนาด้วยครับคุณสุนทร
มีเวลาว่างก็จะน่าพิมพ์เนื้อหาในหนังสือมาโพสไว้ให้ท่านอื่นๆ ได้อ่านบ้างนะครับ
 
ปีนัง
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 22 ธ.ค. 2004
ตอบ: 6

ตอบตอบเมื่อ: 24 ธ.ค.2004, 6:57 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

รู้แล้วได้อะไร
ไม่รู้แล้วได้อะไร
ผมคิดว่าการหยั่งรู้อดีตชาติไม่เห็นจำเป็น
คนเรามีกรรมก็ใช้ไปอย่าสร้างขึ้นใหม่
พยายามทำความดีให้มากแค่นี้ก็พอแล้ว
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
ชำ
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 18 ก.ย. 2004
ตอบ: 10

ตอบตอบเมื่อ: 28 ธ.ค.2004, 12:20 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

กรรมจำแนกสัตว์ ทั้งละเอียดและปราณีต
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
นามธรรม
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 08 ม.ค. 2005, 6:19 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

การรับรู้เรื่องกรรม เรื่องอดีตชาติ
ไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เราล่วงทุกข์ไปได้
 
โอ่
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 12 ม.ค. 2005, 7:07 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ต้องมองหลายๆด้าน แล้วค่อยพิจารณาในประเด็นของคนหลากหลาย เรื่องกรรมนี้เป็นเรื่องของความไม่ประมาทด้วย ไม่ว่าโทษหรือคุณของกรรมควรจะรู้ได้ชัดยิ่งดี แต่ควรทำความเข้าใจด้วยตนเองให่มากที่สุด

คำสอนเรื่องกรรมนั้นดูที่เจตนา และเป็นเรื่องของกุศลเช่นเดียวกัน ต้องแยกเรื่องความหลง ความศรัทธาในตัวบุคคล ออกจากความเชื่อเรื่องกรรม มีหลายประเด็น แต่ควรพูดด้วยความระมัดระวังในทุกๆ เรื่อง

เรื่องวิชชา 8 นั้นผมเข้าใจว่าต้องได้สมาบัติแปด และบรรลุอรหันต์แล้วจึงได้วิชชาแปด ซึ่งสามารถทำอะไรได้มีฤทธิ์ หายตัวได้แปลงกายเป็นหลายคนได้เป็นต้น นี่เป็นความเข้าใจของผม

ส่วนเข้านิโรธ (สมาบัติ) ก็ต้องเป็นอนาคามี และพระอรหันต์ และผลก็ดูว่าผู้ถวายทานได้รับผล เช่นมีพวกเพชร ทอง เกิดเป็นคนร่ำรวยในวันนั้นหรือไม่ นี่เรียกว่าผลทานจากการทำทานกับผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ อันนี้ต้องขอคำยืนยันว่าใครเป็นผู้พูดว่าเข้านิโรธ และเข้ากี่วันเป็นต้น เพื่อให้การพูดทุกสิ่งได้ข้อควาที่ตรงกับความจริงตามหลักศาสนา อันนี้มิใช่การจ้องจับผิดใคร แต่ให้พูดตรงกับคุณธรรมที่มีอยู่จริง ให้ศรัทธาจะได้เกิดตามความเป็นจริงได้

ที่จริงก็มีเรื่องจะพูดมาก แต่อาจไม่เป็นประโยชน์มากเท่าไร ก็ขอแค่นี้ดีกว่า
 
- momo -
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 15 ม.ค. 2005, 8:36 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เคยดูทีวี เคยอ่านหนังสือ แต่กลับคิดว่าแม่ชีอวดอุตริตัวเองไปหรือเปล่า วิจารณ์ไปก็กลัวบาป เพราะเราแค่ถือศีล 5 เอง

แต่เรื่องกฏแห่งกรรมนั้น มันช่วยให้คนเราละชั่ว เกรงกลัวต่อผลของมันได้

ขอคำแนะนำเรื่องความเชื่อที่ใครๆ มีต่อเรื่องนี้ได้ไหมคะ เห็นเพื่อนๆ แห่กันจะไปหาแม่ชีกัน ดูแล้วรู้สึกเหมือนแม่ชีใช้สื่อมากเกินไปหรือเปล่า

กลัวบาปเหมือนกันเรา
 
วิภาวัลย์
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 18 ม.ค. 2005, 10:35 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ถ้าคุณคิดว่าเป็นการอวดอุตริของแม่ชีว่ามีความวิเศษเหนือคนปกติ

คุณก็ลองศึกษาในเรื่องของปริยัติ และปฏิบัติดูสิจ้ะว่า สิ่งที่จะบอกได้ว่า

การระลึกอดีตชาติได้นั้นมีจริงหรือไม่ คุณลองฝึกสมาธินั่งกรรมฐาน

ดูสิ แต่ต้องมีครูอาจารย์ที่แนะนำได้ถูกต้อง และคุณต้องมีสัจจะ ความอดทน

ความเพียร ในการนั่งกรรมฐาน แล้วคุณจะได้รู้ว่าเท่าที่ผ่านมาในภพนี้

คุณได้ทำร้ายบุคคลหรือสัตว์เดรัจฉานใดมาบ้าง ไม่ว่าทางกาย วาจา ใจ

เมื่อคุณระลึกได้ แล้วคุณยอมชดใช้หนี้กรรม ในขณะที่คุณยังมีสติ ไม่ต้อง

รอให้เสียชีวิตก่อนแล้วค่อยไปชดใช้ในนรก ซึ่งหมดสิทธิ์ที่จะได้กระทำความดีต่อไปเพื่อภพภูมิที่ดีต่อไป ๆ (วิภาวัลย์)

 
POM
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 19 ม.ค. 2005, 9:36 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ได้ปฏิบัติกรรมฐานมาประมาณ 3 ปี แต่ไม่ใช้กับแม่ชี จากการที่ได้ปฏิบัติกรรมฐานนั้นทำให้ระลึกถึงบาปที่ทำไว้กับพ่อแม่จริง ๆ และตอนนี้ก็กำลังรับผลกรรมนั้นอยู่ ไม่รู้ว่าชาตินี้จะชดใช้ได้หมดหรือเปล่า กรรมมันติดจรวดจริง ๆ นะ ยังนึกเสียใจจนทุกวันนี้ พยายามจะไม่ทำบาปอีก ทุกวันนี้ก็สวดมนต์ เจริญกรรมฐาน หวังว่าสักวันหนึ่งเวรกรรมที่ไว้จะทุเลาเบาบางลงได้
 
มงคล
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 24 ม.ค. 2005, 9:50 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ต้องวิเคราะห์ด้วยปัญญาใช้เหตุใช้ผลและไม่มีอคติครับ..เพราะไม่มีสิ่งใดดีสมบูรณ์แบบไปเสียหมด สงวนจุดต่างแสวงหาจุดร่วม ....

ในส่วนตัวผมมีความเห็นอย่างนี้นะครับ

เรื่องแม่ชีทศพรอนุมานได้เหมือนบั้งไฟพญานาค จะให้พิสูจน์กันทางหลักวิทยาศาสตร์โดยตรงก็คงไม่ได้เพราะมันอยู่เหนือวิสัยความสามารถของมนุษย์ปุถุชน คนทีเชื่อก็มี คนไม่เชื่อก็มี ต่างคนต่างก็มีเหตุผลของตน ยังสรุปไม่ได้ว่าจริงหรือไม่จริง ตอนนี้ยังไม่มีใครผิดใครถูก แต่ในเรื่องของแม่ชีทศพรน่าจะสรุปได้ง่ายกว่านั้น เพราะเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล

ผมว่าเราดูที่เจตนาดีกว่าครับ ว่าท่านทำอย่างนี้เพราะอะไร ท่านได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้หรือเปล่าทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง เงินทอง ซึ่งตามประวัติรู้สึกจะไม่มีท่านเป็นฝ่ายให้ด้วยซ้ำ รายการทีวีนำท่านมาร่วมในรายการก็คงจะเห็นในสิ่งดีดี,กุศลที่ท่านทำถ้านำมาเผยแพร่น่าจะให้อะไรกับสังคมได้บ้าง(ขณะเดียวกันเรตติ้งรายการก็พลอยสูงไปด้วย...คนชมก็เยอะ คนด่าก็แยะ) แม้พระพุทธปฏิมายังราคิน โลกนี้หรือจะสิ้นการติฉินนินทา แม่ชีเป็นบุคคลธรรมดา ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง แต่มีความกล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงออกขนาดนี้ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อะไร ผมว่าน่าสรรเสริญและให้กำลังใจมากกว่า สิ่งที่ท่านทำมีทั้งคนเห็นด้วยและคนไม่เห็นด้วย อย่างน้อยคนที่เห็นด้วยซึ่งมีจำนวนไม่น้อย มีแนวโน้มของการกระทำไปในทิศทางที่ดี ทั้งต่อตนเองครอบครัวและสังคมบ้างไม่มากก็น้อย.... สมควรยกย่องมิใช่เหรอ :):):)

พูดถึงแม่ชีทศพรทำให้คิดถึงคนดีเสียสละอย่างยิ่งอีกท่านหนึ่ง คือคุณศมประสงค์ ชาวนาไร่ อุทิศตัวเอง18ปี มีชีวิตอยู่อย่างฤาษี ทำงานถวายชีวิตให้พระพุทธศาสนาโดยมิหวังสิ่งตอบแทน ณ.วัดโพธิคุณ แม่สอด จังหวัดตาก
 
สายน้ำ
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 27 ม.ค. 2005, 7:50 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

จาก นามธรรม Posted : 2005-01-08 18:19:17 IP : (203.107.193.201)

การรับรู้เรื่องกรรม เรื่องอดีตชาติ
ไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เราล่วงทุกข์ไปได้
แต่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้คนเกิดความเกรงกลัว
และละอายต่อบาปได้บ้างนะ
 
- กะทะ -
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 30 ม.ค. 2005, 4:43 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

อุเบกขา นะครับทุกๆ ท่าน
 
พลพล
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 31 ม.ค. 2005, 3:22 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เรียน คุณวิภาวัลย์ ช่วยแนะนำเส้นทาง การเดินทางไปที่วัดพิชัยญาติให้ด้วยครับ อยากไปจัง ช่วยหน่อยนะครับ จะขอบคุณมากๆ ครับ

(อยากรู้จัก) 02-5064503
 
นิรทุกข์
บัวพ้นดิน
บัวพ้นดิน


เข้าร่วม: 30 พ.ย. 2004
ตอบ: 54

ตอบตอบเมื่อ: 03 ก.พ.2005, 10:32 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ไม่ได้ว่าอวดอุตริมนุษธรรมหรอกนะ แต่ขอเรียกว่าโกหกขาวดีกว่าเพราะการโกหกที่ต้องการให้คนสบายใจหรือทำดีคงจะมีบุญมากกว่าบาป....มั๊ง
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
KAMON
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 04 ก.พ.2005, 11:07 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ตัวเราเท่านั้นที่รู้ว่าเราทำอะไรไว้ถ้าศึกษาธรรมะของพระพุทธองค์ก็คงพอรู้ตัวว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะพบทางสว่างทำปัจจุบันให้ดีก็จะเป็นอดีตที่ดีในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นอนาคตที่ดี เมื่อมีศีลภาวนาสามาธิก็จะมีสติปัญญาตามมาไม่ต้องไปตามหาความวิเศษของผู้อื่น เพราะมีทุกอย่างอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว โปรดพิจารนาตัวเอง
 
kamon
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 04 ก.พ. 2005
ตอบ: 1

ตอบตอบเมื่อ: 04 ก.พ.2005, 11:15 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ตัวเราเท่านั้นที่รู้ว่าเราทำอะไรไว้ถ้าศึกษาธรรมะของพระพุทธองค์ก็คงพอรู้ตัวว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะพบทางสว่างทำปัจจุบันให้ดีก็จะเป็นอดีตที่ดีในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นอนาคตที่ดี เมื่อมีศีลภาวนาสามาธิก็จะมีสติปัญญาตามมาไม่ต้องไปตามหาความวิเศษของผู้อื่น เพราะมีทุกอย่างอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว โปรดพิจารนาตัวเอง
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
Little Angel
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 04 ก.พ.2005, 11:20 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน



8688.gif


ข้าพเจ้าเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม 100 % เพราะเจอมาแล้วด้วยตัวเอง ข้าพเจ้าก็ได้อโหสิกรรมให้กับทุกคนที่ข้าพเจ้าได้กระทำต่อพวกเขาแล้ว คนเรานี่ถ้าสร้างกรรมเลวเยอะ ชีวิตก็จะไม่มีความสุขเลย มีแต่ปัญหา วันใดที่กรรมเลวหมดลง หรืออ่อนตัวลง กรรมดีก็จะมาหนุนให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองขึ้น ทำมาค้าขายก็ดีขึ้น เพราะกำลังเกิดกับข้าพเจ้านี่แหละ

ข้าพเจ้าเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ข้าพเจ้าเชื่อว่า เราทำกรรมดี กรรมดีนั้นเมื่อถึงเวลากรรมเลวอ่อนตัว กรรมดีก็จะมาสนองชีวิตเราเอง
 
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง