Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 เยี่ยมนรก (หลวงตาแพรเยื่อไม้) อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
ก้อนดิน
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 07 ก.ค. 2004
ตอบ: 624

ตอบตอบเมื่อ: 28 พ.ย.2004, 2:32 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

เยี่ยมนรก
โดย หลวงตาแพรเยื่อไม้

จัดพิมพ์ โดย ธรรมสภา


วัตถุนิยมอันเป็นรากฐานของวิทยาการแผนใหม่ ได้ทำให้เรื่องสวรรค์ – นรกพังทลายลงไปเกือบไม่เหลือไว้ในความคิดคำนึงของคนปัจจุบัน เพราะถือว่าพิสูจน์ไม่ได้ บางลัทธิถึงกับเห็นว่าเป็นยาเสพติดให้โทษ ในทางธรรมเล่า ก็เกิดมีนักธรรมบางประเภท จัดเอานรกสวรรค์ เป็นอุปาทานอันร้ายกาจ ทำให้ไปนิพพานช้า

เมื่อมีการพูดถึงนรกสวรรค์กันขึ้นมา ก็มักจะพูดถึงกันอีกทัศนะหนึ่ง เช่นในแง่เปรียบเทียบที่ไม่มีสาระอยู่ในตัวเอง นรกสวรรค์ตามทัศนะใหม่เอี่ยมนี้ จะต้องลูบคลำสัมผัสได้ ขึ้นนรกตกสวรรค์กันอย่างทันตาเห็น หากใครไปพูดถึงนรกสวรรค์ตามความหมายเดิมซึ่งมีอยู่ในคัมภีร์พระศาสนา ก็ถูกจัดเป็นบุคคลประเภท “หัวเก่า” ล้าสมัย นี่คือการพังทลายของนรกสวรรค์

ก็เมื่อนรกสวรรค์พังทลาย หรือได้ถูกแปลงรูปไปเสียแล้วเช่นนี้ รากฐานแห่งจรรยาของมนุษย์คือ หิริโอตตัปปะและศรัทธาอันบริสุทธิ์ ก็พลอยแปรปรวนไปด้วย เป็นเหตุให้คนเราอายชั่วกลัวบาปกัน อีกแบบหนึ่ง คือจะอายและเกรงกลัวกันก็ต่อเมื่ออยู่ในที่แจ้งเท่านั้น ส่วนศรัทธาในความดีเล่า ก็ไม่นิยม “ปิดทองหลังพระ” ไม่ยอมทำความดีในที่ลับ เหตุนี้จึงทำให้มีป้ายและคำโฆษณาของนักบุญมากมาย นี่แหละจรรยาของนักบุญยุคใหม่ ยุคที่นรกสวรรค์ถูกลืมและเยาะเย้ย

แม้นรกสวรรค์จะถูกลืม และคัมภีร์พระศาสนา เช่น เนมิราชชาดก หรือมาลัยสูตร จะไม่ได้รับการคารวะนับถือจากนักศึกษารุ่นใหม่ แต่ก็ยังมีประสบการณ์จากบางคน ซึ่งเกิดมาพ้องตรงกันกับเหตุการณ์ หรือเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ หลวงตาขอเชิญท่านพิจารณาเรื่องดังต่อไปนี้

เด็กหญิงลัดดา อินทรวิจิตร อายุย่าง ๑๔ ปี อยู่กับคุณปู่คุณย่าของเธอ ที่บ้านเลขที่ ๓๔ ตรอกพระยาไม้ ติดกับวัดหลวงตา มาตั้งแต่อายุ ๖-๗ ขวบ ตามปกติคุณย่าของเธอ (นางวงษ์ จูงใจ) เป็นคนใจบุญ ทำบุญใส่บาตรเป็นประจำในตอนเช้า ตอนเพลก็จัดปรุงอาหารถวายพระตามกุฏิต่างๆ โดยให้เด็กหญิงลัดดาผู้นี้บ้าง คนในบ้านบ้าง ตนเองบ้าง นำไปถวาย

และมิเพียงแต่พระเจ้าพระสงฆ์เท่านั้น ยังเผื่อแผ่ไปถึงสัตว์นานาชนิด เช่น แมว สุนัข ไก่ นก (กระจอก) กา ทั้งในบ้านและที่วัด โดยเฉพาะรอบกุฏิของหลวงตา แมว สุนัข และนกกระจอกอุดมสมบูรณ์ ผู้มีหน้าที่นำมาเลี้ยงก็คือเด็กหญิงลัดดาผู้นี้ พระเณรมักจะสัพยอกเธอ โดยตั้งสมญาว่า “เทพีข้าวแมว” บ้าง “กี๋” บ้าง ซึ่งเธอก็ไม่เคยโกรธ

นอกจากนี้ยังปรากฏว่าคุณย่ามีความเข้มงวดกวดขันในเรื่องจรรยามารยาทของเธอมาก อบรมให้นอบน้อมพระเจ้าพระสงฆ์ และผู้หลักผู้ใหญ่ ขยันขันแข็งในกิจบ้านการครัวอย่างเกือบจะผิดวิสัยเด็ก ต้องตื่นแต่เช้ามืดเข้าครัวหุงต้มและรีบไปจ่ายตลาด เพื่อกลับมาจัดปรุงอาหารให้ทันใส่บาตรพระ

เสร็จจากงานครัวและใส่บาตรแล้วก็นำหนังสือพิมพ์ ไปถวายให้พระเณรในวัดได้อ่าน หลายกุฏิ ขุนสุนัข เลี้ยงแมว เอาข้าวสารไปหว่านโปรยเลี้ยงนก ตามที่ต่างๆ จากนั้นก็ประกอบงานอาชีพโดย คุณย่าได้จัดปรับปรุงในด้านติดถนนเป็นบริการเสริมสวย และฝึกปรือเธอให้รู้จักศิลปะเสริมความงาม เมื่อคิดถึงอายุของเธอแล้ว ก็นับว่ามีฝีมือน่าชมทีเดียว ลูกค้าของเธอมากเหมือนกัน

มาเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๑๐ เช้ามืดเธอนอนไม่ตื่น ถึงคุณย่าจะปลุกด้วยวิธีรุนแรงเธอก็นอนเงียบ คุณย่าแปลกใจเพราะปกติเด็กหญิงลัดดาไม่เคยดื้อและเกรงกลัวอยู่ เมื่อสัมผัสถูกต้องเนื้อตัวดู เย็นชืด เมื่ออุ้ม ก็อ่อนปวกเปียก คุณย่าตกใจ จึงปลุกสามี (ส.ต.อ. ผาด จูงใจ) ให้ลุกขึ้น แล้วก็ช่วยกันแก้ไข ปฐมพยาบาล คลำชีพจรไม่เต้น เอาสำลีรอจมูก ไม่มีลมผ่าน, ตกลงนำส่งโรงพยาบาลศิริราช เมื่อแพทย์รับไว้และทำการแก้ไขพยาบาล ส.ต.อ.ผาด กับเพื่อนคนหนึ่งก็อยู่เฝ้าไข้หลานจนเวลาผ่านไปประมาณ ๙.๓๐ น. จึงพื้น

อาการแรกที่เธอฟื้น เธอได้ร้องว่า “หนูกลัวแล้ว อย่าทำหนูเลย” สองสามครั้ง มีอาการตัวสั่นหวาดกลัว ส.ต.อ.ผาด เห็นดังนั้นจึงพูดปลอบ “ปู่อยู่กับหนูที่นี่ หนูไม่ต้องกลัวอะไร.....” เธอหยุดร้อง ลืมตาแล้วก็หลับไป หายใจเหนื่อยหอบตัวสั่นเทา คุณปู่จึงถามหลานว่า “หนูกลัวอะไรหรือ ? ที่นี่ไม่มีใครมาทำอะไรหนูได้หรอก” เธอพูดทั้งๆ ยังหอบว่า “หนูเห็นคนรูปร่างใหญ่โต ถือไม้กระบอง หัวมีเขาสองเขาและอีก ๔-๕ คน หัวโพกผ้าแดงเข้ามาทางหน้าต่าง เข้ามาบีบคอหนู แล้วอุ้มหนูไป หนูเรียกให้ปู่ช่วย ปู่ก็ไม่ช่วย”

เนื่องจากหลานยังเหนื่อยและตื่นเต้น คุณปู่จึงยังไม่รบกวนซักถามอีก ปล่อยให้นอนพักผ่อน และแพทย์ได้ให้น้ำเกลือในเวลาต่อมา ปล่อยให้นอนพักผ่อน และแพทย์ได้ให้น้ำเกลือในเวลาต่อมา จนเวลาล่วงไปถึงประมาณ ๑๕.๐๐ น. จึงตรวจอาการอีกครั้ง เห็นว่าปลอดภัยจึงอนุญาตให้นำกลับบ้านได้ เมื่อถึงบ้าน มีอาการหิว รับประทานอาหารแล้วก็หลับไปพักใหญ่ ครั้นตื่นขึ้น คุณปู่คุณย่าจึงช่วยกันสอบถามความทรงจำอันประหลาดของเธอ

ต่อไปนี้ จะได้เรียบเรียงเรื่องราวในความจำของเธอโดยอาศัยบันทึกของ ส.ต.อ.ผาด จูงใจ คุณปู่ของเธอและหลวงตา ได้สอบถามเธอด้วยตนเองบ้าง ขอเรียบเรียงแต่ย่อๆ เท่าที่หน้ากระดาษจำกัด

เมื่อเธอถูกอุ้มออกทางหน้าต่างไปแล้วถูกบังคับให้เดินไปในที่ที่ไม่เคยผ่าน เธอเห็นต้นไม้ประหลาดขึ้นอยู่มากมายเป็นป่าพืดไปทีเดียว ต้นไม้นั้นมันมีหนามแหลมคมเต็มไปหมด มีคนทั้งผู้หญิงผู้ชาย ล้วนแต่เปลือยกายพากันปีนป่ายขึ้นไป ถูกหนามแทงเลือดโซมกาย คนไหนกลัวเจ็บไม่ยอมขึ้น ก็มีคนข้างล่างคอยเอาหอกแทงกัน ต้องปีนขึ้นไปให้หนามเกี่ยวแทงเจ็บปวดร้องลั่น พอขึ้นไปสูงๆ ก็มีนกตัวใหญ่ ปากเป็นเหล็กบินมาจิกฉีกเนื้อออกเป็นชิ้นๆ

เธอทนดูไม่ต้องต้องหลับตาเพราะเสียวสยอง เดินต่อไป ลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบผู้ชายผู้หญิงหลายคนถูกมัดยืนอยู่ บนหัวมีกงจักรพัด คมจักรบาดหัวกระจุยกระจาย เลือดเนื้อสาดกระเซ็นเป็นวง เธอแข็งใจถามเขาว่าทำไมเป็นอย่างนี้ เขาบอกเธอว่า เมื่อเป็นมนุษย์อยู่ เขาเนรคุณทารุณพ่อแม่อย่างสาหัส

จากนั้นก็ถึงศาลาหลังหนึ่งมีผู้หญิงแก้ผ้าอยู่บนนั้น กำลังใช้มือที่กำผ้าทุบอกตัวเอง แล้วก็ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เธอถามว่าทุบอกทำไม ? นางบอกว่าเมื่อเป็นคน นางทารุณเฆี่ยนตีลูกตนเองและลูกเลี้ยงด้วยความเกลียดชัง

ต่อไปก็พบ ปู่ของเธอเอง (มิใช่ ส.ต.อ.ผาด) ถูกมัดไว้ไม่มีผ้านุ่ง มีน้ำเลือดน้ำเหลืองไหลเฟะเยิ้มทั้งตัว ปู่บอกเธอว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้เบียดเบียนรังแกทั้งคนและสัตว์ไว้มาก “หนูช่วยปู่ด้วย” แต่เธอช่วยปู่ไม่ได้ ถูกบังคับให้ผ่านปู่ไป ได้พบ เจ็กขายปลาที่ตลาดนกกระจอก (ตลาดสดข้างบ้าน) เธอจำได้เห็นกำลังถูกมัดให้นอนอยู่ มีหัวถูกผ่าออกเป็นสองซีก ผอมมีแต่หนังหุ้มกระดูก

ได้พบกระทะใบใหญ่มีน้ำเดือดพล่าน และมีหัวกะโหลกต้มเคี่ยวแต่ไม่มีไฟ มีคนถูกเฆี่ยนตีอยู่หลายคนเสียงร้องน่าหวาดเสียวขนลุกขนพอง พอพ้นจากภาพอันน่าหวาดเสียวไปแล้ว ก็ถึงที่แห่งหนึ่งมีสำรับจัดอย่างสวยงาม ทั้งถาดและถ้วยชามซึ่งมีฝาปิด ล้วนเป็นทองคำทั้งสิ้น ตั้งอยู่เรียงรายทั้งสองฟากทางมองสุดสายตา ผู้นำพาเธอเดินไป ถามว่าหนูอยากกินไหม ? เธอบอกว่าอยากกิน เขาบอกว่าของเหล่านี้เป็นของหนูทั้งนั้น หนูจำไม่ได้หรือ ว่าได้ทำร่วมกับผู้ใจบุญคนหนึ่ง เธอนึกถึงคุณย่า..... เขาบอกว่านั่นแหละเป็นของหนูด้วย กินได้ทุกอย่าง

เธอจึงเข้าไปเปิดฝาถ้วยชามอาหารแต่ละอย่าง กำลังร้อนๆ มีควันฉุยหอมน่ากิน เธอก็เลยกินเสียอิ่ม มีที่ไม่ร้อนอยู่อย่างเดียวคือ น้ำส้มคั้น ดื่มแล้วหวานชื่นใจ จากนั้นก็เจอข้าวสารใส่ตุ่มแก้ว เมล็ดโตๆ งามๆ ตั้งเรียงไว้หลายสิบตุ่ม เจอขนมฝรั่ง เจอหัวเป็นหัวไก่ จำได้ว่าเคยเอามาต้มเป็นอาหารเลี้ยงสุนัข แต่ที่นี่อยู่ในอ่างทองคำ พบข้าวสุกคลุกเนื้อปลา ใส่อ่างทองคำไว้หลายสิบอ่าง ทำให้นึกถึงข้าวแมว พบหนังสือพิมพ์มัดวางไว้เป็นตั้งๆ จากสิ่งเหล่านี้

เขาก็พาเธอเดินไปจนกระทั่งเกือบจะถึงกำแพงใหญ่ แลเห็นมีภูเขาอยู่ลึกเลยเข้าไป ได้พบพระองค์หนึ่งรูปร่างเหมือนพระพุทธรูป ที่เธอเคยบูชากราบไหว้ที่บ้าน พระท่านถามคนนำพามาว่า “โยมจะพาเด็กคนนี้ไปไหน..... นำเขากลับไปส่งบ้านเสีย..... เอามาผิด เป็นคนละคนน่ะชื่อเดียวกัน”

คนนำนิ่ง พระพูดต่อไปอีกว่า “ไหนๆ ก็พามาแล้ว ให้ดูข้างในเสียหน่อยซี” คนนำยังนิ่ง พระองค์นั้นก็เลยพูด, เปลี่ยนความคิดว่า “อย่าเลยไม่ต้องให้ดูหรอก เท่านี้ก็พอ อยู่นานนักไม่ได้ เขายังมีงานรออยู่ทางบ้าน พาเขาไปส่งเถอะ” แล้วหันมาพูดกับเธอว่า “จำไว้นะหนู ต่อไปนี้ความชั่วความบาปอย่าทำ.....” คนนำพูดสอดขึ้นด้วยเสียงขู่ตะคอกว่า “เอ้าโดดน้ำไปซิ”

ขณะนั้นเธอเห็นแม่น้ำกว้างเกิดขึ้นขวางหน้า จนปัญญา เห็นว่าหมดทางกลับเสีย แล้วก็บังเอิญได้ยินพระพูดว่า “ไม่ได้ทำอย่างนั้นไม่ได้ เอาเขามาอย่างไร ก็ไปอย่างนั้นซิ” อย่าฉับพลันทันที มีนกใหญ่ตัวหนึ่งขนสีทอง มีขาสองขา (นกไม่น่าจะมีขามากกว่าสองขา เขียนตามที่เธอเล่า) มาหมอบลงให้เธอนั่งบนหลัง แล้วก็บินพากลับผ่านผู้หญิงรูปร่างสวยๆ ลอยอยู่กลางอากาศ (นางฟ้ากระมัง ?) ร้องทักเซ็งแซ่ไปหมด

มีคนหนึ่งร้องว่า “หนูแล้วมาเที่ยวใหม่นะจ๊ะ” เมื่อจะพ้นจากกลุ่มผู้หญิงสวยๆ เธอเสียดายอยากเหลียวไปดูอีก ก็ถูกคนนำพา ที่ลอยมาเร็วพอกับนกบินขู่ว่า “อย่าเหลียวกลับไปดูนะ ขืนเหลียวจะแทงให้ตาย” จากนั้นก็ถึงบ้าน เขาบอกว่า “เอ้าถึงแล้ว” เธอลงจากหลังนก ด้วยความกลัว รีบวิ่งเข้าบ้าน ปากก็ร้องว่า “หนูกลัวแล้ว อย่าทำหนูเลย” ต่อแต่นั้นเธอก็ฟื้น เหตุการณ์ก็เป็นดังกล่าวมาแต่ต้น.....

ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เด็กหญิงผู้นี้มิได้ป่วยไข้แต่อย่างใด ไม่เคยอ่านหนังสือมาลัยสูตร หรือเนมิราชชาดกหรือฟังเทศน์ฟังธรรม จึงไม่มีความรู้เป็นพื้นฐานจนสามารถจะผูกนิยายแบบคัมภีร์ศาสนาราวกับนักเทศน์ผู้เชี่ยวชาญอย่างนี้ ถ้าเช่นนั้นประสบการณ์จากสัญญาประหลาดนี้ จะเกิดจากอุปาทานได้อย่างไร ? ทั้งวัยของเธอก็เรียกได้ว่า เริ่มจะเดียงสาเท่านั้น

คัมภีร์พระศาสนาได้ช่วยอบรมให้มนุษย์ เกลียดนรกรักสวรรค์ จนกลายเป็นนิสัยกระแสหนึ่งของคนไทย ใครจะคิดทำชั่วขึ้นมา แม้ตำรวจจะไม่จับ หรือไม่ถูกนินทา แต่ก็ยังมีความอายและความกลัวนรกคอยหักห้ามเอาไว้ เมื่อจะทำความดี ก็ไม่ต้องกังวลว่าคนจะไม่เห็น ไม่ยกย่องสรรเสริญเพราะมีความมั่นใจว่า “แม้คนจะไม่เห็นแต่ผีสางเทวดารู้”

นี่แหละที่มาของความอายชั่วกลัวบาป ทั้งที่ลับและที่แจ้ง และรากฐานของจรรยามนุษย์แต่ดั้งเดิม ซึ่งรักษาชาติคุ้มครองสังคม ให้ปลอดจากอันตรายและก่อให้เกิดจารีตประเพณี อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้เกิดสง่าราศี เราจะมารื้อนรกสวรรค์ทิ้งเสีย ด้วยความรู้อันทันสมัยที่นิยมกันในปัจจุบันนี้ละหรือ ?

บางทีเรื่องของเด็กหญิงลัดดา อินทรวิจิตร ที่หลวงตาเรียบเรียงขึ้น จะช่วยทำให้พวกเราพากันเสียดายเรื่องนรกสวรรค์ขึ้นมาบ้างกระมัง ? ความโง่ ที่คอยกีดกันคนไม่ให้กระทำชั่ว จะไม่มีประโยชน์บ้างเจียวหรือ ?



................. เอวัง .................
 


แก้ไขล่าสุดโดย ก้อนดิน เมื่อ 25 เม.ย.2007, 1:31 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
ชัย
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 18 ธ.ค.2004, 1:46 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ ๆ ๆ อ่านแล้วรู้สึกดีจริง ๆ
 
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 19 ธ.ค.2004, 3:42 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขอขอบพระคุณ..... คุณ Anatta
k_anatta@hotmail.com
สมาชิกลำดับที่ : 38 เป็นพิเศษ

สำหรับการเป็นผู้พิมพ์เนื้อหาทั้งหมดของหนังสือ "วรรณกรรมเรื่องสั้นหรรษา"
โดย หลวงตาแพรเยื่อไม้ จัดพิมพ์ โดย ธรรมสภา..... ลงในเว็บธรรมจักร นะค่ะ

ขอให้การเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวมและพระพุทธศาสนา นำมาซึ่งความ
เจริญรุ่งเรืองร่มเย็นในพระธรรมของพระพุทธองค์นะค่ะ คุณ Anatta
 


แก้ไขล่าสุดโดย admin เมื่อ 16 ก.ค.2006, 7:14 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
siam
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 01 มี.ค. 2005
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: 09 พ.ค.2005, 9:07 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ ดีมั๊กๆ เลยครับขออนุโมทนาสาธุครับ..
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
บอล
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 05 ก.ย. 2005, 11:29 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ

 
ชินาภรณ์
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 16 ก.ค.2006, 8:06 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ สาธุอ่านเเล้วไม่อยากทำชั่วค่ะน่ากลัวมาก ปรบมือให้ เเละขอปรบมือให้ผู้ที่ให้ความรู้กับผู้อื่น
 
ผู้เยี่ยมชม






ตอบตอบเมื่อ: 16 ส.ค. 2006, 11:30 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

มีประโยชน์มากค่ะ ขออนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ
 
pump
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 07 พ.ย. 2006
ตอบ: 12
ที่อยู่ (จังหวัด): pathumthani

ตอบตอบเมื่อ: 09 พ.ย.2006, 10:39 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ...น่ากัวมากๆๆ ค่ะ สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
เด็กดีจากนิพพาน
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 08 มี.ค.2007, 11:43 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขออนุโมบุญด้วยครับ
 
นก
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 09 มี.ค.2007, 12:21 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เคยฟังเสียงอ่าน รู้สึกขนลุกไปหมด กลัวมากๆ

ขอบคุณที่เอามาลงอีก

ขออนุโมทนาบุญด้วย
 
ไลลารินทร์
บัวพ้นดิน
บัวพ้นดิน


เข้าร่วม: 14 ก.ค. 2006
ตอบ: 64

ตอบตอบเมื่อ: 12 มี.ค.2007, 3:29 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสั่งสอนไว้อย่างไร หนูก็จะทำตามอย่างนั้นค่ะ สาธุ สาธุ
 

_________________
เชื่อ ศรัทธา และเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ด้วยหัวใจอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวYahoo Messenger
In__See
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 04 มี.ค. 2007
ตอบ: 11

ตอบตอบเมื่อ: 20 มี.ค.2007, 6:29 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ชอบค่ะ แลบลิ้น แล้วก็น่ากลัว ตกใจ ขออนุญาตนำไปให้เพื่อนๆอ่านน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
มนตรี สุทธิพงษ์
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 23 มี.ค. 2007
ตอบ: 1
ที่อยู่ (จังหวัด): สมุทรปราการ

ตอบตอบเมื่อ: 24 มี.ค.2007, 5:39 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขออนุโมทนาด้วยครับ

ดีมาก ๆ ครับ เอาไว้ไปสอนลูกได้
 

_________________
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
kong_014
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 30 พ.ย. 2006
ตอบ: 37
ที่อยู่ (จังหวัด): สมุทรปราการ

ตอบตอบเมื่อ: 26 มี.ค.2007, 1:29 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

อนุโมทนา สาธุ
 

_________________
ไม่กล่าวโทษผู้อื่น กล่าวโทษตนเองไว้เสมอ มุ่งปฎิบัติให้ถึงซึ่งพระนิพพาน
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง EmailYahoo Messenger
ไม้อ่อน
บัวพ้นดิน
บัวพ้นดิน


เข้าร่วม: 09 เม.ย. 2007
ตอบ: 62

ตอบตอบเมื่อ: 13 เม.ย.2007, 8:30 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขออนุโมทนาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน สาธุ อายหน้าแดง
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
tiger36
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 06 ก.ย. 2007
ตอบ: 18

ตอบตอบเมื่อ: 28 ต.ค.2007, 7:19 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขอบพระคุณอย่างสูง อนุโมทนาครับ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
รวีวรรณ มิ่งสอน
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 03 ธ.ค. 2007
ตอบ: 3
ที่อยู่ (จังหวัด): กรุงเทพฯ

ตอบตอบเมื่อ: 06 ธ.ค.2007, 1:42 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขอบคุณมากค่ะ อ่านแล้วกลัวบาป ไม่อยากเป็นเช่นนั้น จะพยายามทำความดีมากๆ ยิ้ม
 

_________________
ทำดีทุกๆวัน
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
ปริญญา ไชยา
บัวใต้น้ำ
บัวใต้น้ำ


เข้าร่วม: 18 ก.ค. 2008
ตอบ: 127
ที่อยู่ (จังหวัด): ราชบุรี

ตอบตอบเมื่อ: 24 ก.ค.2008, 2:30 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุอ่านเเล้วไม่อยากทำชั่วค่ะน่ากลัวมาก เเละขอปรบมือให้ผู้ที่ให้ความรู้กับผู้อื่น
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวMSN Messenger
บุญชัย
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 29 ก.ค. 2008
ตอบ: 568
ที่อยู่ (จังหวัด): สงขลา

ตอบตอบเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 3:18 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ผมเคยเป็นนะแบบนี้
ทุกวันนี้ทำดีลูกเดียวกลัวมาก
เลยตั้งใจสอนสมาธิ ไม่อยากถูกจับไปอีก
ทางไป เจอต้นงิ้วก่อน แต่เจอ สูนัข ไล่กัด คนไม่ยอมปีน
เหมือนกันเกือบหมดเลย
เจอกะทะใหญ่เท่าเรือ ไททานิค แขก ไทย จีน ฟรั่ง ว่ายเล่น
แต่แหกปากร้องโอยๆๆ
สุดท้าย ตัดสิน จับมาผิด ส่งคืน
 

_________________
ทำดีทุกทุกวัน
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Email
บุญชัย
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 29 ก.ค. 2008
ตอบ: 568
ที่อยู่ (จังหวัด): สงขลา

ตอบตอบเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 3:23 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ตอนอายุ 31 ปีปวดท้องจนหมดสติ อาเจียนท้องร่วง
มีลิเก 2 ตนมาว่า ไปเถอะหมดเวลา ก็ตามไป ร่างกายก็ได้ชุดใหม่ลิเก
เหมือนเขาลอยตามไป
 

_________________
ทำดีทุกทุกวัน
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Email
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง