Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 กล่าวถึงพระคุณแม่ (พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ) อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 11:56 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

กล่าวถึงพระคุณแม่
บรรยายโดย พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ

สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี)
ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา



อนุโมทนา

ด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้า ขอให้จิตใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จงบังเกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพระปัญญาอันประเสริฐ ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ปราศจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง แม้ดับขันธปรินิพพานนานแล้วก็ตาม

ด้วยอานุภาพของพระธรรม ขอให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จงประพฤติตนตามพระธรรมอันประเสริฐ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว อันเป็นทางเดียวที่จะนำไปสู่ความพ้นทุกข์

ด้วยอานุภาพของพระสงฆ์ ขอให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จงนอบน้อมในพระคุณของพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมอันเป็นเครื่องนำออกจากความทุกข์ ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐของโลก

ขอพระสัทธรรมจงรักษาท่านทั้งหลายผู้ประพฤติธรรม ขอท่านทั้งหลายจงถึงความเจริญในธรรมที่พระอริยเจ้าแสดงแล้วเถิด ขอความสันติสุขจงบังเกิดแก่ชาวโลก ด้วยเดชแห่งพระรัตนตรัยถ้วนหน้ากันเทอญ


สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี)
ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา

แก้ไขล่าสุดโดย TU เมื่อ 15 ส.ค. 2006, 5:29 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:00 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

คำนำ

หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับ “พระคุณแม่” โดย พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ ซึ่งท่านได้แสดงธรรมไว้ ณ สถานีวิทยุ พล.ม. ๑ คลื่น AM ๑๓๕๐ กิโลเฮิร์ตซ์ ในวาระต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการน้อมดวงจิตบูชาระลึกถึง “พระมหากรุณาธิคุณ” ของแม่แห่งชาติของปวงชนชาวไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมมหาราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ ๗๓ พรรษา ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๘ นี้ และ “พระคุณอันหาประมาณมิได้” ของแม่ที่ให้ชีวิตเราในปัจจุบัน รวมทั้ง แม่ที่ให้ชีวิตเราในอดีตวัฏฏะสงสารอันยาวไกล

ถ้าหากหนังสือเล่มนี้เป็นดั่งประทีปธรรม ในการสร้างจิตสำนึกอันงดงามให้แก่ผู้เป็นลูกทั้งหลาย ให้พึงน้อมดวงจิตบูชาระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระคุณอันหาประมาณมิได้ดังกล่าว แล้วไปสู่การประพฤติและการปฏิบัติตนในฐานะบุตรธิดาที่ประเสริฐดีงาม ก็คงนำมาซึ่งปีติอันใหญ่หลวงยิ่งจากการอนุโมทนาสาธุการ และการร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อเป็นธรรมบรรณาการของ “คณะศิษยานุศิษย์และสายบุญผู้ศรัทธา” แล้ว


คณะศิษยานุศิษย์และสายบุญผู้ศรัทธา
ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๘
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:07 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สารบัญ

• อนุโมทนา
• คำนำ
• กล่าวถึงพระคุณแม่
• รามาณพ
• พระเวสสันดร
• พระมหาชนก
• ลูกสาวที่เรียนจบปริญญาขอตัดแม่ตัดลูก
• มีน้อยควรให้น้อย มีมากควรให้มาก
• ๑๒ เดือนมาเยี่ยมพ่อแม่ ๒ ครั้ง
• ตัดแขนฉันไปต่อให้ได้ไหม ฉันให้ตัดเลย
• ทำให้แม่ช้ำใจ ทำให้แม่เสียใจ
• ดวงใจแม่
• สมเด็จโปรดคุณนาย
• ดวงจิตพลิกไปคนละเส้นทาง
• ครูผู้หญิงทิ้งกะละมังไปกราบแม่
• วันเกิดของลูก
• จดหมายแม่แผ่ถึงลูก
• ธรรมคีตะ : พระคุณแม่
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา

แก้ไขล่าสุดโดย TU เมื่อ 01 ก.ค.2006, 4:38 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:11 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

ดอกไม้ กล่าวถึงพระคุณแม่ ดอกไม้

ร้อยดวงดาวส่องแสงพราวบนราวฟ้า
แทนมาลาน้อมบูชาศรัทธามั่น
ในองค์คุณพุทธศาสดาจอมราชันย์
พระคุณอันยิ่งใหญ่ให้ธรรมมา

น้อมดวงจิตพิศพระธรรมคือคำสอน
ให้สังวรในชีวิตทั่วทิศา
มีธรรมะอยู่ใกล้ชิดติดอุรา
พระธรรมมาจะช่วยอำนวยพร

น้อมดวงใจกราบองค์พระสงฆเจ้า
เหนือเศียรเกล้านำพระธรรมมาพร่ำสอน
นำชีวิตพบพระธรรมนิรันดร
ประนมกรกราบไหว้เทิดบูชา


ขอความสุขความเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นในธรรมในความดี จงปรากฏบังเกิดมีแก่ญาติโยมสายบุญผู้ใฝ่ธรรมทุกท่านทุกคน วันนี้จะมากล่าวเรื่อง “พ่อแม่ลูก” สักหน่อย คุณโยมที่สนใจใฝ่ธรรมส่วนใหญ่อยากฟังไม่มีวันเบื่อ ยิ่งฟังก็ยิ่งสบายใจ นั่นคือบัณฑิต ไม่อิ่มไม่พอในการฟังธรรม ถึงแม้นบางครั้งกิเลสยังไม่สิ้น ยังทำบาปทำผิดบ้างแต่ก็น้อยลง เพราะรู้ผิดชอบชั่วดีหมดแล้ว ส่วนใหญ่จึงมีแต่ความศรัทธาจะบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญจิตตภาวนา มีแต่กำลังใจจะสร้างบารมีปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น

แต่สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ ลูกหลานเยาวชนวัยรุ่นของญาติโยมที่ไม่ได้มาฟังธรรม ไม่ได้มาสดับตรับธรรมเทศนา แล้วลืมคุณพ่อคุณแม่ ลืมคุณศีลลืมคุณธรรม ลืมทำความดี แล้วก็ทำบาปหนักอย่างไม่กลัวอะไร ทำผิดอย่างสนุกสนานหัวร่อต่อกระซิก เพราะไม่เชื่อ เพราะไม่ได้ศึกษา คนเราเรียนอะไรจะรู้อันนั้น ศึกษาเรื่องไหนมากๆ ใส่ใจบ่อยๆ จะเก่งเรื่องนั้น

ฉะนั้น เมื่อลูกได้ทำ ได้พูด ได้คิด ล่วงเกินพ่อแม่ ทำบาปกับพ่อแม่ ซึ่งมันจะมีอิทธิพลทำให้ชีวิตมืดบอด แต่งงานมีลูกหลานๆ ก็จะพาลต่อเราอีก กรรมมันต่อเนื่อง ที่เราทำกับพ่อกับแม่อย่างไร ผลก็มาถึงเราหลายสิบเท่า จะต้องทุกข์ลำบากหนักใจร้อนใจเพราะลูกของตน หรือเพราะแฟนของตนเองอีก ฉะนั้น อิทธิพลของการทำบาปกับพ่อแม่นั้น มีอิทธิพลส่งผลยาวนาน ยิ่งพ่อแม่เสียใจช้ำใจมากเท่าไหร่ ลูกคนนั้นก็จะมี “อาถรรพ์ชีวิต” ติดตามไม่จืดจางเลย ชาตินี้ทั้งชาติแม้จะมีฐานะดีเพียงใด แม้จะรุ่งเรืองในทรัพย์สมบัติเกียรติยศเพียงใด แม้จะมีอำนาจเพียงใด แต่พลังแห่งความมืดก็ไม่เคยทิ้งบุคคลนั้น มักจะมีเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจ เจ็บใจช้ำใจอยู่เป็นประจำ อิทธิพลของการทำกับพ่อแม่นั้น ความศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยเสื่อมจากโลกไม่ว่ายุคไหนสมัยใด

ถ้าลูกคนไหนรู้ว่าพ่อแม่รักมาก ดูแลมาก เอาใจมาก แล้วลูกก็พูดดี ทำดี คิดดี กตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่มาก ลูกคนนั้นก็จะประสพผลทันตาในสิ่งที่ดีที่เจริญ แม้นจะจนจะยาก จะร่ำจะรวยก็มีความสงบสุข จนก็พออยู่ได้ รวยก็ไม่มีใครมาทำให้ร้อนใจ ชีวิตจะอบอุ่นจะซึ้งใจสบายใจ นี้คืออิทธิพลของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ที่ลูกได้ทำกับท่าน เพราะฉะนั้น วันนี้ตั้งใจมาพูดเรื่องนี้โดยตรง เรื่องธรรมะอื่นๆ พูดมานานแล้วขอหยุดไว้นะโยม เรื่องพ่อแม่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่จริงๆ การเนรคุณมีอำนาจพอที่จะทำให้ลูกวิบัติ มีอำนาจพอที่จะทำให้โลกนี้เดือดร้อนปั่นป่วน หากใครฆ่าพ่อแม่มาก่อนปฏิบัติธรรม ปฏิบัติอย่างไรก็บรรลุธรรมไม่ได้

เดือนดาวดินฟ้าจะอาเพศ
อุบัติเหตุจะเกิดทั่วทุกทิศา
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ
เกิดนิมิตพิสดารทั่วบ้านเมือง

คือเหตุการณ์เห็นชัดในบัดนี้
ทุกถิ่นที่มองดูก็รู้เรื่อง
โลกบอบช้ำระส่ำระส่ายระคายระเคือง
และรุ่งเรืองล้นหลามด้วยความเลว

เป็นเหตุการณ์อันวิบัติแก่สัตว์โลก
ต้องทุกข์โศกอกตรมความล้มเหลว
และลุกลามเร็วไวเหมือนไฟเปลว
สู่ห้วงเหวมหึมาที่น่ากลัว

ส่วนมนุษย์สุจริตไร้พิษสง
และมั่นคงในศีลธรรมไม่ต่ำชั่ว
ความเร่าร้อนในโลกันต์ไม่พันพัว
รักษาตัวรอดได้สบายดี



(มีต่อ ๑)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:16 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ รามาณพ

สมัยพุทธกาลมีมาณพผู้หนึ่งชื่อ รามาณพ เป็นผู้เลี้ยงบิดามารดาด้วยความกตัญญูยิ่ง ต่อมาในหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่นั้นมีฝนตกหนักมาก เหมือนฝนที่โดนสาปคือฝนตกไม่หยุดไม่หย่อน น้ำท่วมท้นในหมู่บ้านนั้น ชาวเมืองร้อนใจวุ่นวายกันไปหมด แต่สำหรับรามาณพปลอดภัย เพราะเทวดาอดรนทนไม่ได้ด้วยความเมตตาสงสาร จึงบันดาลให้มีเรือ แล้วก็พาไปส่งให้ข้ามพ้นจากภัยพิบัติในเมืองนั้น

ในยามภัยพิบัติอะไรเกิดขึ้นเพราะกรรมของคนหมู่ใหญ่ คนซึ่งมีความกตัญญูกตเวทีจะมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้วเขาจะปลอดภัย เขาจะไม่ถูกภัยพิบัตินั้นครอบงำ นี้คืออิทธิพลของการดูแลบิดามารดา มีอิทธิพล มีอำนาจ มีอานุภาพยิ่งใหญ่จริงๆ เป็น “เกาะแก้วกำแพงบุญ” คุ้มครองบุคคลนั้นอย่างยิ่งใหญ่ไพศาลอย่างน่าอัศจรรย์ แต่คนที่เนรคุณพ่อแม่นั้น ถึงจะเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นเป็นสุขขนาดไหนในปัจจุบัน ก็จะต้องถึงซึ่งความพินาศและประสพสิ่งที่ร้อนใจไม่มีหยุดเลยในภายหลัง

ลูกหลานที่กตัญญูต่อพ่อแม่ ต้องกตัญญูเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านจริงๆ นะ ไม่ใช่ว่าตอบแทนบุญคุณของท่านเพื่อหวังสมบัติ ถ้าเพื่อหวังสมบัติบุญจะน้อย ถ้าไม่คิดถึงสมบัติ แต่ตอบแทนบุญคุณของท่านในฐานะที่ท่านช่วยเลี้ยงดูเรามาอย่างดี ถ้าคิดอย่างนี้ได้บุญมาก ท่านให้สมบัติหรือไม่ให้ เป็นเรื่องของท่าน แต่หน้าที่ของเราไม่คิดเอา คิดแต่ว่าเราจะตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ ให้ท่านมีความสุขในฐานะที่ท่านทุกข์ลำบากเพื่อเรามา อย่าว่าแต่คนโตคนใหญ่จะตอบแทนบุญคุณเลยโยมท่าน แม้นอายุน้อยๆ เรียน ป.๒ ป.๓ ก็ตอบแทนบุญคุณได้ แม้จะไม่มีแรงช่วยทำการงานตอบแทนบุญคุณ แม้ไม่มีโอกาสจะเลี้ยงกายท่านได้ แต่เลี้ยงจิตเลี้ยงใจท่าน คือ ทำดี พูดดี คิดดี ไม่ดื้อด้าน พอทำดีแล้วชื่อเสียงดังไปทั่ว อ๋อ ! เด็กหญิงคนนี้ เด็กชายคนนี้ ขยันตั้งใจเรียนดี เชื่อฟังครูดี พ่อแม่ได้ยินข่าวนี้ก็ชื่นใจ นี่คือการเลี้ยงใจพ่อแม่ เป็นต้น

อันลูกแก้วหัวแหวนแสนดีนัก
พ่อแม่รักปลื้มใจยิ่งหนักหนา
ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์เลี้ยงลูกมา
ลูกแก้วตาเชื่อพ่อแม่ทำแต่ดี

ลูกทรพีดีแต่ทำความชั่ว
เพราะว่าตัวใจต่ำทรามสถุล
ทำเรื่องเลวเสื่อมเสียวงศ์ตระกูล
ก่อเรื่องวุ่นให้พ่อแม่ต่อๆ ไป


พ่อแม่กลับจากทำงาน ลูกอยู่บ้านเห็นพ่อแม่กลับมา วิ่งไปต้อนรับแล้วก็ตักน้ำแก้วหนึ่ง แล้วก็พูดว่า “แม่ดื่มน้ำซักแก้วนะ แม่ลำบากไปก่อนนะ พ่อลำบากไปก่อนนะตอนนี้ เดี๋ยวลูกเติบใหญ่โตแล้วลูกจะไม่ให้พ่อแม่ลำบากอย่างนี้อีก” โอ้โห ! โยมคำพูดแค่นี้นะ พ่อแม่ที่กำลังเหน็ดเหนื่อยอ่อนหล้า น้ำตาไหลพรากเลยโยม หายเหนื่อยเหมือนปลิดทิ้ง เหมือนโดนยาทิพย์วิเศษขนานเอก โรคภัยไข้เจ็บอยู่ไม่ได้ต้องอันตรธานเหมือนปลิดทิ้งเลยทีเดียว ความดีมันน่าหวั่นไหวนะโยม อำนาจในปีติ อำนาจในน้ำตาแห่งความดีใจนั้น มันพรั่งพรูออกมานะ น้ำตาคนเรานั้นไหลด้วยสาเหตุหลายอย่าง แต่สาเหตุใหญ่ๆ ที่รู้กันก็คือด้วยความเสียใจมากๆ น้ำตาไหล และด้วยความดีใจมากๆ น้ำตาไหล ไหลด้วยความดีใจนั้นเป็นกุศลเป็นบุญ จิตใจของพ่อแม่ย่อมหวั่นไหว ปีติปราโมทย์ คือนิ่งไม่ได้เลย มันวูบวาบขึ้นมาเลย ด้วยความปีติซาบซ่านในคำพูดที่ดีของลูก


(มีต่อ ๒)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:22 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ พระเวสสันดร

ฉะนั้น คนทำดีพูดดีมากๆ เทวดาก็หวั่นไหว แผ่นดินก็หวั่นไหว “พระเวสสันดร” พอคลอดออกมา แล้วพูดได้ก็พูดว่า “แม่จ๋ามีทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง ลูกขอให้ทานนะ” โอ้โห !! ยิ่งใหญ่นะ เกิดมาเพื่อช่วยเหลือสัตว์โลก เกิดมาเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่น ชีวิตนี้ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ บุคคลจะมีทรัพย์สมบัติน้อยหรือมากมายเพียงใด แต่ไม่เคยช่วยเหลือใครเลยคนนั้นก็คือคนจน คนยาจกวณิพกดีๆ นี่เอง สระน้ำอันใสเย็นแม้จะใสสะอาดจืดสนิท แต่ถ้ามีสิ่งกีดขวางหวงห้าม ไม่ให้สัตว์ไม่ให้คนไปดื่มไปกินแล้วไซร้ จะมีประโยชน์อะไรก็ไร้ค่า บุคคลจะมีอำนาจเกียรติศักดิ์มากมายเพียงใด ถ้าไม่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลบุคคลอื่นเลย บุคคลนั้นคือคนจนดีๆ นี่เอง เพราะเขาไม่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลใครเลย เหมือนกับตายก่อนตาย ตายก่อนหมดลมหายใจ คือคนตายอยู่ในโลงนี่ไม่ได้ลุกมาพูดดี มาทำดี ช่วยเหลือใครเลย มีแต่วันเปื่อยเน่าผุพังทับถมแผ่นดิน ไร้ค่าไร้สาระ ซึ่งคนมีชีวิตอยู่แต่ไม่ช่วยเหลือบุคคลอื่น หาแต่ความสนุกสนานใส่ตัวก็เช่นกัน เหมือนตายแล้วเพราะมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้ช่วยเหลือใครเลย

ทีนี้ขอพูดถึงความดีของพระเวสสันดรอีกครั้งหนึ่ง พระเวสสันดรให้ทานมามากแล้ว ล้วนเป็นสิ่งของภายนอก อยากให้ทานยิ่งๆ ขึ้นไป อยากช่วยเหลือในสิ่งที่ยากยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะได้ทำในสิ่งที่ยากได้ช่วยเหลือในสิ่งที่ยากนั้น ทำไปแล้วช่วยไปแล้วมันชื่นใจ ท่านบอกว่า “เสด็จแม่ เสด็จพ่อ ลูกให้ทานพวกเสื้อผ้าอาภรณ์สิ่งของข้าวน้ำมาเยอะแล้ว ลูกอยากจะให้ทานยิ่งๆ ขึ้นกว่านี้ ถ้าแม้นมียาจกวณิพกขอดวงตา หัวใจ อวัยวะส่วนไหนในตัวลูก ลูกก็จะให้” พ่อแม่ก็สะดุ้ง ซึ่งท่านไม่ได้พูดเล่นแต่พูดมีกำลังใจที่จะทำให้ได้จริงๆ ถ้าเกิดมีใครมาขอในบัดเดี๋ยวนั้น ท่านพูดแค่นั้น แผ่นดินที่แน่นหนามหาศาลกี่พันกี่หมื่นกี่แสนโยชน์ แม้ไม่มีวิญญาณก็ถึงกับสั่นสะท้านสะเทือนหวั่นไหวไปทั่วโลกทั่วทุกทิศเลยทีเดียว ความดีนั้นสิ่งที่ตั้งใจทำดีมันยิ่งใหญ่นัก

ฉะนั้น คนไหนชอบช่วยเหลือ ชอบเมตตากรุณา ชอบทำความดีสร้างบารมี บางครั้งแม้ตัวเองจะโดนเบียดเบียนบีบคั้นทุกข์ลำบาก ถูกดูหมิ่นดูถูก แต่ยังไม่ทิ้งความดี ทำความดีไปตลอด นี่คือจิตของผู้ที่มีความดีมั่นคง ไม่เคยกลัวทุกข์อุปสรรค ไม่เคยท้อถอย ขนาดแผ่นดินนะไม่รู้เรื่องยังหวั่นไหว
ดังนั้น ผู้ที่ทำความดีชอบช่วยเหลือเกื้อกูลบุคคลอื่น ยามทุกข์ลำบาก ยามคับขัน ถ้าไม่มีมนุษย์ช่วย เทวดาก็จะช่วย ถ้าไม่มีเทวดาช่วย สัตว์ก็จะช่วย ถ้าไม่มีสัตว์ช่วย ธรรมชาติแผ่นดินแผ่นน้ำนี่แหละ จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วยเหลือบุคคลนั้น ให้ผ่านพ้นความทุกข์อุปสรรค ช่วยให้สมปรารถนา

แต่ถ้าเป็นคนพาลหรือคนมีบุญน้อยทำความดีมาน้อย ร้องไห้ฟูมฟายให้คนช่วย เค้าก็ไม่มาช่วย อ้อนวอนเทวดาให้ช่วย เทวดาก็เมิน อ้อนวอนให้ฟ้าดินช่วย ฟ้าดินก็นิ่ง เสียงอ้อนวอนไม่มีผลเพราะความดีเราน้อย คือจะไม่สามารถทำให้มนุษย์เทวดาเค้าสะท้านสะเทือนหวั่นไหวได้

แต่ถ้าคนที่มีความดีมากๆ นะโยม พระอินทร์เสวยสุขอยู่อย่างสบายในดาวดึงส์ ห่างไกลจากมนุษย์โลกตั้งกี่หมื่นโยชน์ พอผู้มีความดีประสพความทุกข์ความลำบากอะไรสักอย่าง วิมานพระอินทร์นี่หวั่นไหวสะเทือนสะท้านเลยนะ เอ๊ะ ! ใครมาทำให้เราคลาดจากวิมาน ก้มลงดูด้วยตาทิพย์ก็รู้ว่า โอ้ ! ท่านผู้นี้มีทุกข์อยู่ลำบากอยู่ เราไม่ช่วยไม่ได้ เห็นไหมโยม บางครั้งพระอินท์ไม่มา คนในเมืองมนุษย์เห็นแล้วแม้นไม่เคยเป็นพี่เป็นน้องเป็นญาติ แต่เห็นหน้าปรึ๊บ แหมรักเมตตาสงสารอยากช่วย ทนอยู่ไม่ได้ ความดีของบุคคลนั้นมันมาก เทวดาก็เหมือนกันอยู่เฉยๆ ไม่ได้ต้องช่วย ไม่ช่วยไม่ได้ ถ้าไม่ช่วยต้องโดนติเตียนจากเทวดาอื่นๆ ว่าเป็นเทวดาแล้วไม่ช่วยผู้มีความดี แม้นสัตว์ไม่รู้ภาษาคน พูดจากับคนไม่ได้ แต่สัตว์ จะช่วยบุคคลที่มีความทุกข์มีความลำบากได้ถ้าบุคคลนั้นมีบุญ แม้สัตว์ที่เคยโหดร้ายก็ไม่ร้าย อิทธิพลของความดีมันยิ่งใหญ่นะโยม


(มีต่อ ๓)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:26 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ พระมหาชนก

พระมหาชนกอยู่ในพระครรภ์มารดา มารดาลำบากเดินทางจากเมืองมิถิลาจะไปเมืองจำปากะนคร เพราะมีเรื่องที่รุนแรงเลวร้าย ทำสงครามแพ้เขา พระมเหสีก็ต้องปลอมตัวเป็นคนธรรมดาเดินทางไปเมืองอื่น ไปพักอยู่ศาลาพักร้อนเพราะเหน็ดเหนื่อย วิมานพระอินทร์ก็หวั่นไหวแล้ว อาสนะแข็งกระด้างร้อนผ่าว ท่านก็ตรวจดูโลกทันทีว่ามีอะไร ก็ปรากฏว่า พระโพธิสัตว์ แม่พระโพธิสัตว์ กำลังลำบาก ก็แปลงกายเป็นพราหมณ์เฒ่าขับเกวียนผ่านมาทางนั้น แล้วก็พาเดินทางไปถึงที่หมายในวันนั้น พูดถึงความดีของผู้สร้างบารมีนะคุณโยม บางครั้งพูดไปอาตมาพูดไม่ออก มันจุกที่คอ มันเหมือนมีอะไรไปจุกที่คอ มันพูดไม่ออก คือจิตมันหวั่นไหว หวั่นไหวในความดี ไม่ใช่หวั่นไหวในความชั่ว น้ำตาบางครั้งมันกลั้นอยู่ไม่ได้เลยนะ หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

นี่ขนาดพูดถึงนะ ถ้าเรามีโอกาสได้เจอผู้มีบุญตามนั้น เราก็ทนอยู่ไม่ได้คงจะต้องระลึกนึกถึงอวยพรอวยชัย อธิษฐานขอให้ท่านพ้นทุกข์ภัย คือจิตที่เห็นความดีของคนอื่นมันนิ่งไม่ได้เลย มันหวั่นไหว มันอดที่จะสาธุ สาธุ สาธุ ไม่ได้ แต่ต้องเป็นผู้สร้างบารมีมาเหมือนกันนะ สำหรับคนที่ไม่ได้สร้างบารมีทำความดีมาแล้ว ใครจะทำดีมามากมายขนาดไหน เขาไม่สนใจ เขาเฉย เขาไม่ใยดีไม่ยินดีด้วย แต่บุคคลผู้สร้างความดีมาทำนองเดียวกัน เห็นคนอื่นทำความดีเหมือนกัน อดสาธุไม่ได้เลย คือเป็นนิสัยที่ทำความดีแล้วเดินบนเส้นทางเดียวกัน

ฉะนั้นมาพูดถึงพระคุณพ่อแม่ พ่อแม่นั้นทำความดีต่อลูกมาก พ่อแม่บางคนเป็นเทพเจ้าของลูก บันดาลช่วยลูกทุกสิ่งทุกอย่าง โอบอุ้มคุ้มครองให้ลูกมีความสุขที่สุด รักลูกมากช่วยลูกมาก ลูกก็ดีมาก แต่ลูกบางคนลูกเจ้ากรรมแต่ครั้งไหน พ่อแม่ทำบาปอะไรหนอ รักลูกมากช่วยลูกมาก แต่ลูกกลับทำแต่ความชั่วให้พ่อแม่ต้องร้อนใจไปตลอด โลกเอ๋ยโลกวัฏฏะสงสารน่าสะพรึงกลัว ควรจะเข็ดหลาบ

เพราะลูกทำให้พ่อแม่เสียใจหนักใจเข้า ลูกก็รับกรรมต่อเนื่องไปถึงลูกของลูก ลูกของลูกไม่สิ้นสุด ยิ่งใหญ่จริงๆ อิทธิพลของบาปที่ทำกับพ่อแม่ ตอนไหนที่พ่อแม่น้ำตาตกเพราะความชั่วของลูก ลูกจะต้องถูกภัยพิบัติที่น่าหวาดเสียว เหมือนมี “คำสาป” อันร้ายแรงต่อชีวิต เราไม่มีบุญมีแต่บาปติดตามไป เกิดชาติไหนๆ ก็ระทมทุกข์ ด้วยกรรมจุดนี้เองทำให้เราเวียนเกิดเวียนตายในตระกูลต่ำช้าบ้าง เกิดกับท้องแม่ที่ใจยักษ์ใจมารบ้าง เกิดในสถานที่สิ่งแวดล้อมไม่ดีบ้าง

โทษแห่งการหันหลังให้พระ หันหลังให้ธรรมะ ไม่อ่านธรรมะ ไม่ฟังธรรมะ มีอิทธิพลให้จิตมืดบอด ทำบาปหนักหนาสากรรจ์ และก็ต้องรับผลในปัจจุบันและอนาคต ทำบาปแบบสนุกสนานไม่รู้เรื่องอะไรเลย ปล่อยให้พ่อแม่ลำบากยากแค้นแสนเข็ญ แต่ลูกบางคนมีบุญ ติดเหล้าติดยา พอฟังธรรมะแล้วก็กลับตัวเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ คือพ่อแม่ทะนุถนอมมาก ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ถนอมดังลูกแก้ว เติบโตมาแล้วเอาร่างกายไปเสพยาม้า ยาบ้า เหล้า ฝิ่น กัญชา บางคนติดกาวเป็นสิบๆ ปี ตอนนี้ก็มีพ่อแม่ที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร อ่อนอกอ่อนใจ เราดูแลลูกอย่างดี แต่ลูกไม่ดูแลสมบัติของพ่อแม่ให้เลย

มีโยมผู้ชายคนหนึ่งฟังเทศน์เรื่องนี้แล้ว ก็ปฏิญาณเลิกเหล้า และตัวเองก็มีลูกแล้ว จะเป็นตัวอย่างที่ดีของลูก เคยดื่มเหล้าเมายาสนุกสนานเพลิดเพลินจนหมดเงินหมดทอง จนไม่รับผิดชอบครอบครัว ทำให้คนอื่นดูถูก พอเราเลิกได้ลูกก็เคารพยำเกรงเรา พ่อแม่ก็ชื่นใจกับเรา แสดงว่า โยมผู้ชายคนนั้นมีบุญนะ ถ้าไม่มีบุญคงไม่มีโอกาสที่จะมาฟังธรรมะ หลายคนที่มีบุญเก่าเยอะ เกิดเป็นคนมีบุญพร้อมที่จะเป็นคนดีแต่ว่าสิ่งแวดล้อมยั่วยุมัวเมา เพื่อนฝูงจูงไปลงสู่ที่ต่ำมากมายเหลือเกิน เมื่อเป็นเช่นนั้นก็พลอยเป็นคนชั่วไปด้วย แต่พอมีโอกาสฟังธรรม ได้เห็นผู้ปฏิบัติธรรม ก็กลับใจมาทำดี แสดงว่าเขามีบุญอยู่ แต่ว่าขาดมิตรที่ดีก็เลยหลงทาง พอพบกัลยาณมิตรเลยหูตาสว่าง

โยมนั่งนึกดีๆ ซิ !! ชาตินี้ชาติเดียวเกิดมาทำดีแล้วดีเลย ชั่วแล้วชั่วเลย การทำความดีไว้กับตัวเองมากๆ ไว้กับพ่อแม่มากๆ ชื่อว่าเรารักษาสมบัติของพ่อแม่ไว้ได้อย่างดี พ่อแม่ก็ได้บุญด้วย นึกย้อนหลังแล้วชื่นใจ แม้นอาตมาเองก็ชื่นใจกับตัวเองที่ได้บวชทำให้พ่อแม่สบายใจ ชื่นใจกับบุญที่ตัวเองไม่หลงทางไปในทางผิด และก็ชื่นใจกับลูกบางคนที่กำลังบวชให้กับพ่อแม่ตอนนี้ บางคนกำลังเลี้ยงดูพ่อแม่ตอนนี้ ขอให้คุณโยมเดินทางถูกแล้วประคองบุญไว้อย่าให้ตกหายคลายจากกุศลธรรม

แต่ถ้าเราทำตัวเสเพล สำมะเลเทเมา ดื่มเหล้าเมายา สูบยาฝิ่น กัญชา ทำร้ายตัวเองไม่รับผิดชอบครอบครัว นึกย้อนหลังแล้วมันมีแต่เรื่องแห้งใจ เศร้าใจ เสียใจ แต่ไม่สายเกินไปถ้าเราปรับตัวก่อนตาย ถ้าไม่ตายซะก่อนยังไม่สายเกินไป ยังแก้ไขสถานการณ์ทัน บางท่านบางคนตอนนี้กำลังทำให้พ่อแม่น้ำตาตกหลั่งไหลริน แต่พ่อแม่ก็ยังไม่สิ้นความรักลูก บางทีลูกมีเงินดื่มเหล้าเมายา ลูกมีเงินซื้อของต่างๆ กิน ของต่างๆ ใช้ ลูกมีเงินไปเที่ยวผู้หญิงตามบาร์ตามคลับ ซ่องโสเภณี แต่ไม่มีเงินให้คุณพ่อคุณแม่เลย น่าเศร้าใจไหม !

การที่เราได้อัตภาพได้ร่างกายเป็นมนุษย์บุญนักหนา เราไม่ควรลืมบุญเก่า ไม่ควรทับถมตัวเอง ไม่ควรเหยียบย่ำตัวเอง ควรประคองบุญเก่า ให้บุญเก่าหนุนหลังให้มีบุญใหม่ยิ่งขึ้นไป


(มีต่อ ๔)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:41 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ ลูกสาวที่เรียนจบปริญญาขอตัดแม่ตัดลูก

ขอยกตัวอย่างลูกสาวคนหนึ่งที่เรียนจบปริญญา พ่อแม่เลี้ยงดูทะนุถนอมส่งเรียนจนจบ วันหนึ่งไปงานเลี้ยง แม่เผลอพูดอะไรไปไม่ทราบไม่ถูกใจ พูดแค่สองสามคำ แต่บังเอิญไปพูดต่อหน้าแขก ก็เลยสลัดมือแม่ ขอตัดแม่ตัดลูกแต่เพียงเท่านี้ แล้วก็หลบไปร้องไห้ โอ้ !! ทำความดีเอาใจลูก พูดเพราะกับลูกกี่แสนครั้งกี่พันวันกี่หมื่นวัน ความดีนั้นยิ่งใหญ่กี่สิบปีตั้งแต่อยู่ในท้อง หวังดีต่อลูกไม่เคยจืด แต่เผลอพูดผิดพลาดไปบ้างเพราะความหลงลืม เพราะความไม่เหมาะไม่สม พูดผิดพูดไม่ดีไม่กี่คำ แต่ความดีที่มากมายนั้นโดนเลิกหมดสิ้น ถูกตัดขาดแม่ลูก

เจ้าประคุณเอ๋ย ! โถชีวิตหนอ ! ความดีที่ยิ่งใหญ่กับความชั่วเล็กนิดเดียวชั่งใจไม่ได้เชียวหรือ ว่าอะไรควรไม่ควร ลูกทำผิดพูดผิดแม่เจ็บใจกี่ครั้ง แต่ยอมอภัยให้ลูกเสมอ แม่เป็นฝ่ายผิดบ้างครั้งสองครั้ง ตัดขาดแม่ลูกเชียวเลยหรือ ? อ๋อ ! รางวัลที่แม่ได้รับจากลูกที่ท่านรักที่ท่านห่วงที่สุดในชีวิตเป็นอย่างนี้หรือ ? บุคคลผู้ฉลาดเห็นความดีส่วนใหญ่ต้องเคารพบูชา ความไม่ดีส่วนน้อยทิ้งไปเถิดอย่าใส่ใจ

ลูกหนอลูก ! ไม่เคยคิดเลยหรือว่า เราได้เกิดมาในโลกอาศัยบิดามารดาเป็นแดนเกิด อาศัยขนมนมเนยที่ท่านป้อนที่ท่านให้ ที่ท่านดูแลท่านเลี้ยงรักษา ขาดบิดามารดาที่ท่านชุบเลี้ยงเราหมดสิทธิ์ได้ลืมตามองดูโลก เพราะเราเกิดมาตัวเล็กตัวน้อยไม่มีความสามารถที่จะดูแลตนเองได้

ความรู้ที่เรียนมาประเสริฐหรือเปล่าหนอ ? จะเอาตัวรอดหรือไม่ ชาตินี้ทั้งชาติมีสิทธิ์อยู่ในโลกแต่จะมีความสุขไหม ? ปากที่แม่ให้มาเพื่อพูดเพื่อทานข้าว เอาปากอันนั้นมาด่ามาว่าแม่ให้เจ็บช้ำน้ำใจรึ ? ตาที่แม่ให้มาเพื่อดูโลก เอาตาดวงนั้นมาถลึงใส่แม่รึ ? เพราะคนอื่นๆ ที่รักเราชอบเราเค้าชอบจริงหรือเปล่า แล้วชอบนานไหม หนุ่มสาวรักกันชอบกันเพราะถูกใจ เพราะช่วยเหลือกัน เพราะหน้าตาสะสวยอยู่ในวัยที่งดงาม แต่พอเกิดอุบัติเหตุมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง ขาหักแขนหัก หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ หนุ่มนั้นสาวนั้นยังรักเราอยู่ไหม ? สำหรับพ่อแม่แล้ว แม้ลูกจะมีอาการครบ ๓๒ หรือไม่ งามเหมือนเดิมหรือขี้ริ้วขี้เหร่เพราะเหตุการณ์สิ่งใดมาผันแปรชีวิตให้เปลี่ยนไป พ่อแม่ก็ยังคงรักลูกอยู่เสมอ

ลูกอย่าเคืองอย่าโกรธโทษผิดๆ
ต้องพินิจด้วยปัญญาอย่าหลีกหนี
ที่พ่อแม่รักเจ้าเท่าชีวี
เลี้ยงลูกมาจนบัดนี้เพื่ออะไร

มิหวังให้ตัวเจ้าทุกข์ยากเข็ญ
หวังให้เจ้าเปี่ยมเต็มทุกสมัย
คุณธรรมนำรอดตลอดไป
เพราะความดีจะคุ้มภัยตลอดกาล

พ่อแม่ส่งเงินทองให้ลูกใช้
จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ
หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย

อันพ่อแม่มีแต่จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย
ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย
ลูกสบายแม่กับพ่อก็ชื่นใจ


ลูกชายอายุ ๓๐ ปีคนหนึ่ง แม่อายุ ๖๐ ปี ลูกเป็นอัมพาต แม่ยังมาเช็ดอุจจาระปัสสาวะ ยังมาอุปัฏฐากรับใช้ ไม่มีเงินเดือนเงินดาวน์เลย

โอ้น้ำใจแม่ช่างล้ำเลิศประเสริฐพร้อม
แม่ถนอมโอบเอื้อช่วยเกื้อหนุน
เฝ้ากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกมาด้วยการุณย์
โอ้พระคุณแสนล้ำเลิศประเสริฐเอย


พ่อแม่ที่สมบูรณ์ คือ เป็นพ่อก็คือทำหน้าที่ของพ่อดูแลลูกอย่างดี ก็คือเป็นพ่อที่สมบูรณ์ เป็นแม่ก็คือทำหน้าที่อย่างดีให้ความอบอุ่นช่วยเหลือเกื้อกูลป้องกันภัยลูกทุกอย่าง ก็คือเป็นแม่ที่สมบูรณ์ ถ้าเป็นพ่อเป็นแม่ที่ทิ้งขว้างลูกไม่ใส่ใจใยดี อันนั้นไม่ใช่พ่อแม่ที่ถูกต้อง ไม่ใช่พ่อแม่โดยสมบูรณ์ เป็นพ่อแม่ที่ไม่ประเสริฐ แต่ถ้ากล่าวพรรณนาถึงพระคุณพ่อแม่ที่สมบูรณ์ที่ถูกต้องก็มีมากมายเสียเหลือเกิน

ขออนุโมทนาลูกที่กำลังตั้งใจปฏิบัติอุปัฏฐากพ่อแม่ในขณะนี้ บางท่านเหลือแต่แม่ บางท่านเหลือแต่พ่อ แต่บางท่านพ่อแม่สิ้นไปหมดแล้ว ก็จงรู้คุณผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือเราในปัจจุบัน ความกตัญญูอยู่ในใคร คนนั้นจะมีแต่ความเจริญ ขอให้กตัญญูเพื่อความดีจริงๆ อย่าแอบแฝงด้วยความไม่บริสุทธิ์ และขออนุโมทนาลูกชายท่านหนึ่งที่กำลังบวชบูชาพระคุณพ่อแม่ ลูกชายท่านนี้เคยติดยาม้ายาบ้าแล้วเลิก แล้วมาบวชปฏิบัติธรรม พ่อแม่จึงกำลังปีติดีใจอยู่ตอนนี้ และก็ดีใจกับตัวอาตมาเองด้วย ที่อาตมาได้บวชทำให้แม่พ่อสบายใจ พ่ออาตมาก็ได้บวชด้วยกัน ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว เหลือแต่แม่ ก็ดีใจกับบุญตัวเองที่ไม่ทำให้แม่น้ำตาตกเสียใจเพราะความประพฤติไม่ดีของเรา และดีใจกับลูกอีกหลายคนตอนนี้ เป็นคนจีนบ้าง คนไทยบ้าง กำลังดูแลพ่อแม่อย่างดีที่บ้าน

การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่นี้ยากเหลือเกินจะให้หมดสิ้น เพราะเหตุนี้พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่า “แม้นบุตรธิดาใดแบกพ่อแม่อยู่บนบ่าทั้งสองซ้ายขวา ให้อุจจาระปัสสาวะรดราดบนบ่า ป้อนข้าวป้อนน้ำอย่างดีไม่ให้ลำบาก มอบรัตนะคือแก้ว ๗ ประการ มอบสมบัติในแผ่นดินให้พ่อแม่ครอบครองดูแลอย่างนั้นตลอด ๑๐๐ ปี ก็ไม่สามารถจะตอบแทนบุญแทนคุณของท่านให้หมดสิ้นได้ เพราะบุญคุณของท่านยิ่งกว่านั้น” อันนี้คือข้อเปรียบเทียบ ก็ไม่มีใครหรอกจะแบกพ่อแบกแม่ไว้บนบ่าใช่ไหมโยม แต่ท่านเปรียบเทียบว่า อย่าว่าแต่เลี้ยงดูธรรมดาเลย ให้ไปไหนมาไหนถ้าท่านขี่อยู่บนบ่านั่งอยู่บนบ่า ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำให้เราต้องลำบากขนาดนั้น ก็ตอบแทนบุญคุณของท่านไม่หมด

แต่ว่าถ้าอยากจะตอบแทนบุญคุณของท่านให้หมด ก็คือ ผู้เป็นลูกที่ได้บวชเรียนเขียนอ่านศึกษาธรรมนั้น ขอให้แนะนำพ่อแม่ที่ไม่มีศรัทธา ให้มีศรัทธาเชื่อบาปบุญคุณโทษ ท่านไม่รู้จักให้ทาน ก็แนะนำเหตุผลให้ท่านรู้จักทำบุญให้ทาน ท่านไม่รู้ไม่มีปัญญา ก็แนะนำชี้แจงบอกแนวทางให้ท่านรู้ให้ท่านเข้าใจ

ส่วนลูกที่เกิดมาแล้วมีพ่อแม่รักเป็นห่วงมาก แต่กลับทำลายพ่อแม่ เนรคุณพ่อแม่ อนาคตก็จะไปเกิดในท้องแม่ใจยักษ์ ใจมาร ใจเหี้ยมโหด ไร้ความเมตตาปราณี ส่วนในชาตินี้ก็จะเจอ “แฟน” ที่ไม่ดี..... เจอ “ลูก” ที่ดื้อด้าน..... ทำการงานก็มีแต่เรื่องร้อนใจ ลงทุนอย่างไรก็ไม่มีกำไรเลย “คำสาป” อยู่ในตัวเราเสมอเพราะทำให้พ่อแม่นั้นช้ำใจ


เมื่อวันก่อน คุณโยมท่านหนึ่งมาหาอาตมา บอกว่าอยากให้ลูกบวชเพราะอายุครบ ๒๕ ปีแล้ว เป็นห่วงกลัวจะเป็นอะไร ลูกขอรถคันที่ ๑ ก็ให้คันที่ ๒ ก็ให้ ผลาญสมบัติของพ่อแม่เยอะแล้ว เที่ยวเตร่เฮฮาสนุกสนาน ให้บวชก็ไม่รับปาก มีโอกาสวันเกิดเลยมาเลี้ยงอาหารเพล อาตมาก็เลยถามว่าลูกชาย จำได้ไหมตอนนี้ใครรักเราที่สุด ?... ลูกชายคุณโยมท่านนั้นก็บอกว่า ย่า แม่ และคุณตาครับ... คนที่รักเราที่สุดนั้น เราทำอะไรให้คนที่รักเราได้ชื่นใจบ้าง ? เพื่อนฝูงที่จูงเราไปเที่ยวเตร่เฮฮาสนุกสนาน เพื่อนคนนั้นช่วยเหลืออะไรเราไว้บ้างหรือยัง เพื่อนฝูงถือว่ามีคุณความดีแก่เราน้อย แต่ผู้ที่มีความรักมีบุญคุณยิ่งใหญ่ เราไม่ทำตามท่านซะบ้างเลยรึ กราบแม่ดูซิ กราบย่าดูซิ กราบเป็นไหม

ลูกชายคุณโยมท่านนั้นก็เลยกราบแม่ และก็กราบย่า ทำให้น้ำตาเจ้ากรรมของแม่หลั่งไหลออกมา ก็ความดีนั่นแหละโยมท่านเอ๊ย จิตใจมันสะทกสะท้านหวั่นไหวนะ น้ำตาหลั่งไหลก็เพราะความดีที่ลูกมากราบมาไหว้ มาขอโทษแม่ซะ..... ขอโทษย่าซะ..... ถ้าสิ่งใดลูกล่วงเกิน ทำอะไรสักอย่างให้คนที่รักเราได้ชื่นใจตอนท่านมีชีวิตหน่อยได้ไหมลูก..... ก็ยังไม่ได้ยินเสียงรับปาก..... แต่พอ ๓ วันต่อมาก็ปรากฏว่า แม่ส่งข่าวมาว่าลูกจะบวชให้แล้ว..... สาธุ .....

โอ้พระคุณเหนือเกล้าของลูกเอย
ลูกไม่เคยลืมบุญคุณของแม่นี้
สุดซาบซึ้งถึงค่าความปราณี
ที่แม่มีต่อลูกจิตผูกพัน

ลูกจะแทนคุณได้อย่างไรหนอ
เพื่อให้พอเพียงบุญคุณของแม่นั้น
ลูกบวชเรียนเพียรพากมากอนันต์
แต่ดูมันเล็กน้อยด้อยเกินไป

อันพระคุณของแม่นี้มีค่าล้น
ลูกสุดค้นสรรหาคำปราศรัย
หาคำอื่นหมื่นแสนในแดนใด
จะยิ่งใหญ่เกินมารดาหาไม่มี

คำว่าแม่นั้นยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ
สุดจะเทียบเทียมได้ในโลกหล้า
เพราะแม่นั้นให้กำเนิดเกิดลูกมา
คุณของค่าน้ำนมหาใดปาน

คำว่าแม่มีแต่ให้มิคิดรับ
แม่ให้ทรัพย์ให้วิชาให้อาหาร
ให้ชีวิตให้ความคิดให้วิญญาณ
สุดประมาณจะนับได้มากมายจริง


อาตมาอยากจะบอกอย่างนี้นะคุณโยม ลูกที่อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่มากเกินไป หากไม่ระวังจิตขาดสติเพราะคุ้นเคยกับท่านมากเกินไป พอด่าก็ด่า พอดุก็ดุ พอพูดแบบมะนาวไม่มีน้ำได้ก็พูด ไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าเจ็บใจขนาดไหน เห็นท่านไม่ตอบโต้ นึกว่าท่านไม่เป็นไร ให้อภัยเราได้คงไม่ว่าอะไร ที่แท้ท่านก็แอบกล้ำกลืนน้ำตาอยู่ในห้องนอนคนเดียวก็มี อยู่ใกล้พระอรหันต์ไม่เห็นคุณของพระอรหันต์... อยู่ใกล้พระพรหมไม่เห็นคุณของพระพรหม... อยู่ใกล้พระเทพไม่เห็นคุณของพระเทพ... อยู่ใกล้พระอาจารย์ไม่เห็นคุณของพระอาจารย์... น่าหวาดเสียวนะ อยู่ใกล้ท่านแล้วขาดสติ เพราะล่วงเกินกับท่านครั้งหนึ่ง บาปยิ่งกว่าล่วงเกินคนอื่นสิบครั้งยี่สิบครั้ง คนอยู่ใกล้พ่อแม่จึงมีคุณยิ่งใหญ่ และก็มีโทษมหันต์ด้วย ถ้าระวังตัวก็จะมีคุณบุญบารมียิ่งใหญ่ ถ้าไม่ระวังใจก็จะมีบาปมหันต์เช่นเดียวกัน


(มีต่อ ๕)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:45 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ มีน้อยควรให้น้อย มีมากควรให้มาก

วันหนึ่งอาตมาได้มีโอกาสคุยกับโยมแท็กซี่ท่านหนึ่ง โยมแท็กซี่พ่อแม่อยู่ไหม ?... อยู่ครับ... อยู่ที่ไหน ?... อยู่ร้อยเอ็ดครับ... ส่งเงินให้ท่านบ้างหรือเปล่า เดือนละห้าร้อยก็ยังดี ?... ท่านครับ ผมต้องดูแลเมียต้องดูแลลูก แค่ใช้เองก็เกือบจะไม่พอแล้วครับ..... อืม !! ถ้าแม่พ่อคิดกับลูกอย่างนี้ตั้งแต่เด็กๆ ลูกคงไม่โตขนาดนี้แน่ๆ แต่แม่พ่อกลับคิดอีกอย่าง เรายังไม่ได้ทานไม่เป็นไร เพราะอดได้โตแล้ว ต้องให้ลูกทานก่อนกินก่อน ซื้อขนมอะไรมา มีของอะไรดีต้องแบ่งให้ลูกก่อน พอลูกได้กินอร่อยก็ชื่นใจอิ่มไปด้วย ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เคี้ยวสักคำ

มีน้อยควรให้น้อย มีมากควรให้มาก การที่จะไม่ให้พ่อแม่นั้นไม่ดีเลย พ่อแม่เป็นต้นทุนบุญกุศล เป็นต้นกำเนิดเกิดชีวิต และยิ่งให้สิ่งของแก่พ่อแม่ก็เหมือนบูชาพระอรหันต์ ก็ยิ่งเหมือนทำบุญกับพระอรหันตเจ้า เพราะท่านเป็น “ทักขิเณยบุคคล” เป็นบุคคลผู้ควรรับสิ่งของที่ลูกนำมาให้นำมาบูชา ชีวิตก็จะเจริญรุ่งเรืองไปในเบื้องหน้า ถ้าเรากตัญญูด้วยความบริสุทธิ์จริงๆ ทำบุญกับท่านอานิสงส์ไว

อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกบางครั้งก็ได้ บางครั้งก็ไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าท่านช่วยจริงไม่จริงก็ไม่รู้ เพราะว่ามองไม่เห็น แต่ก็บนบานศาลกล่าวกันไป แต่ถ้ามาบ่นต่อหน้าพ่อแม่ พ่อแม่มีแล้วยกให้หมด พ่อแม่จึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดในโลก สาเหตุที่แม่พ่อเลี้ยงลูกหลายคนได้ แต่ลูกเลี้ยงแม่พ่อคนเดียวไม่ได้ ก็เพราะลูกห่างธรรมะ ห่างนักปราชญ์บัณฑิต ก็เลยไม่สะกิดใจให้รู้คุณ มีลูกเลี้ยงลูก มีเมียเลี้ยงเมีย มีเพื่อนเลี้ยงเพื่อน แต่ไม่เลี้ยงแม่ไม่เลี้ยงพ่อ เพราะคิดว่าถึงอย่างไรท่านคงจะหากินเองได้ ซึ่งท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรจริงๆ


(มีต่อ ๖)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:50 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ ๑๒ เดือนมาเยี่ยมพ่อแม่ ๒ ครั้ง

อาตมาได้เข้าไปถามคุณตาท่านหนึ่ง คุณตามีลูกกี่คน ?... อ๋อ ! มีลูก ๗ คนครับ... แล้วลูกไปไหนกันหมด ?... โอ๊ย ! มีครอบครัวกันหมดแล้ว ไปอยู่กรุงเทพฯ ก็มี ไปอยู่ในตัวเมืองก็มีครับ... เคยมาเยี่ยมบ้างไหม ?... ก็มาครับ สงกรานต์มาที ปีใหม่มาที..... โอ้โห !! คุณโยม ๑๒ เดือนมาเยี่ยมสองครั้ง ก็ยังดี ดีกว่าไม่มา ... แต่ถ้าไม่มาส่งเงินมาให้บ้างไหม ?... ก็ไม่ได้ส่งมาให้หรอกครับ ไม่เป็นไรหรอก โยมพอเดินได้ พอทำงานได้ก็รับจ้างเลี้ยงชีวิตไป ขอให้ลูกเขาปลอดภัยโชคดีเถอะครับ ผมพอช่วยตัวเองได้ อยู่กับยายสองคน รับจ้างกันไป ดูแลกันไป อือ ! พอป่วยทีไม่มีใครดูแล ก็โทรศัพท์บอกลูก ลูกก็มา เขามาไม่ได้เขาก็ส่งเงินมาครับ

เออ !! ก็ยังดีนะโยม แต่มันดีน้อยนะ มันควรจะได้บุญมากยิ่งกว่านี้ พ่อแม่เลี้ยงลูกวันละกี่ครั้ง เอาใจวันละกี่หน แต่ว่า ๑๒ เดือนหรือ ๑ ปี ลูกมาเอาใจแม่มาเอาใจพ่อ ๒ ครั้งเองนะ

ลูกบางคน ๕ ปี ยังไม่เคยไปเยี่ยมแม่เลย ไม่เคยส่งเงินให้แม่สักร้อยสองร้อยเลย แล้วชีวิตนี้จะรุ่งเรืองได้อย่างไร ? พ่อแม่เลี้ยงลูกหลายคนได้ แต่ลูกเลี้ยงพ่อแม่คนเดียวไม่ได้ เพราะไม่คบบัณฑิต เพราะทิ้งธรรมะหันหลังให้พระเสียแล้ว แต่ไปหันหน้าให้ดวงแก้ว แก้วเหล้า นึกถึงแม่ แม่คนเดียว แม่ไหน แม่โขงไปโน่น แล้วชีวิตนี้จะประเสริฐเป็นมงคลได้อย่างไร ? ยามประสพทุกข์อุปสรรคอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วย แล้วใครจะช่วยเรา ขนาดพ่อแม่รักเราที่สุด เรายังไม่ดูแลท่าน แล้วจะให้คนอื่นๆ ที่ไหนเล่ามาดูแลท่านทั้งสอง ขอฝากไว้กับลูกผู้มีบุญที่มีลมหายใจอยู่ทุกท่านด้วย ณ โอกาสนี้


(มีต่อ ๗)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 12:55 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ ตัดแขนฉันไปต่อให้ได้ไหม ฉันให้ตัดเลย

ขอยกตัวอย่างชีวิตจริงเรื่องหนึ่งมีว่า แม่กับลูกคู่หนึ่งเดินทางเข้าเมือง ถูกรถชน แม่กระเด็นออกนอกรถปลอดภัย แต่ลูกโดนก๊อปปี้แขนขาดต้องเข้าโรงพยาบาล แม่ก็รอฟังผลอยู่ข้างนอก เขาไม่ให้เข้า ถามหมอเป็นยังไงบ้างลูกชายฉัน ?... หมอบอกว่าแขนหักแล้วคุณแม่ ละเอียดเลย ต้องตัดแขน....... อุ้ย !! คุณหมอตัดแขนฉันไปต่อให้ได้ไหม ? ตัดแขนฉันไปต่อให้ได้ไหม ? ฉันให้ตัดเลย... ไม่ได้หรอกคุณยาย ต้องทำใจนะ....... โอ้โห !! สละอวัยวะตัวเองเพื่อให้ลูก แม่ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ เกิดมาเพื่อลูกจริงๆ นะ สมแล้วที่นักปราชญ์ท่านบอกว่า

อันมวลมิตรอื่นใดหาไม่ยาก
หาลำบากยากแท้แม่มาตรฐาน
ผู้เป็นพรหมเป็นพระบูรพาจารย์
ควรแก่การเทิดไว้ไหว้บูชา

หมดสิ่งอื่นหมดไปหาใหม่แก้
หากหมดแม่แล้วไม่มีที่จักหา
เป็นแม่พระผู้ประเสริฐแต่เกิดมา
ร่วมชายคาเรือนตนแม่คนเดียว


รัชกาลที่ ๕ ท่านสั่งให้เลิกทาส คือเมืองไทยห้ามมีทาสไว้คอยรับใช้ ทารุณโหดร้าย แต่แม่ไม่เคยหยุดความเป็นทาสของลูก ตอนอาตมาเป็นเด็กยังนอนแบเบาะ แม่เอาผ้าขาวม้าพาดมัดให้อาตมานอน เออเอ๊อ..... ไม่รู้จักเมื่อย ไม่รู้จักเหนื่อยเลยนะ ไกวลูกให้ลูกหลับสบาย พอโตขึ้นมาหน่อย แม่คันข้างหลัง แม่ก็เกาให้ แม่หิวน้ำ แม่ก็เดินไปตักน้ำมาป้อนที่ปาก แม่หิวข้าว แม่ก็ตักข้าวตักปลามาป้อนให้ถึงปาก กินข้าวเสร็จแม่ก็ต้องล้างจาน เวลาอาบน้ำแม่มาถูขี้ไคลพูดจาดีๆ ด้วย ไปนากลับมาฝนตกแม่ถอดหมวกตัวเองมาปิดให้ลูก แม่มีความสามารถในการดูแล เอาอกเอาใจ ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูก แม่เป็นทาสรับใช้ลูกมาตลอด

ดวงใจแม่สะอาดแท้กว่าทุกสิ่ง
ดวงใจแม่สะอาดยิ่งกว่าสิ่งไหน
ดวงใจแม่สะอาดเกินกว่าสิ่งใด
ดวงใจแม่มีไว้เพื่อลูกเอย


ส่วนคนไหนสนุกสนานเพลิดเพลินจนเกิดท้องขึ้นมา มีลูกโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ได้ใส่ใจดูแลให้ความอบอุ่นแก่ลูก พ่อก็ไม่สนใจลูก แม่ก็ไม่สนใจลูก กรรมเอ๋ยกรรมของลูก แม่ประเภทนี้พระพุทธองค์ไม่ได้กล่าวถึง เพราะบุคคลผู้เป็นพ่อแม่ที่ถูกต้องก็คือทำหน้าที่ที่ดีที่สุดให้กับลูก จึงชื่อว่าเป็นพ่อแม่ แล้วเราล่ะ เกิดมาโดนทิ้งขว้างอย่างนั้นไหม ? ถ้าเกิดโดนทิ้งขว้างอย่างนั้น แล้วมีคนช่วยเหลือก็แสดงว่าบุญอุปถัมภ์ดี อย่าได้ลืมบุญคุณท่านเสียล่ะ ทำดีต่อทุกคน บุญกุศลพาไปถือกำเนิดเกิดในพ่อแม่ที่มีบุญคุณยิ่งใหญ่ได้


(มีต่อ ๘)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 1:02 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ ทำให้แม่ช้ำใจ ทำให้แม่เสียใจ

อดีตสร้างกรรมมาแล้วแก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบันสามารถเพิ่มกรรมดีให้เรานั้นดีได้ในอนาคต ปัจจุบันเหตุ อนาคตผล แก้ตัวใหม่ได้เสมอ ไม่มีคำว่าสายเกินไป ไม่ต้องไปนั่งเสียใจ ไม่ต้องไปนั่งทอดถอนในความอาภัพ ตราบใดยังมีลมหายใจ ตาหูจมูกยังดี กายยังดี เอาร่างกายนี้ที่พ่อแม่ให้นั่นแหละ เป็นทุนสร้างบุญให้ตัวเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้ กายนี้ที่พ่อแม่ให้ ทำดีท่านจะมีส่วนดีด้วย ทำชั่วท่านจะมีส่วนชั่วด้วย เพราะร่างกายนี้เป็นส่วนหนึ่งของพ่อแม่ เป็นเลือดของพ่อแม่ ทำดีแล้วดีเลย แต่ถ้าพลาดแล้วช้ำใจเลยนะ

เหมือนคุณโยมผู้หญิงท่านหนึ่งที่โทรศัพท์มาบอกอาตมาว่า โยมนั่งสมาธิ พอสงบทีไร มันเหมือนว่ามีอะไรมาจุกที่หน้าอก ต้องร้องไห้ตลอด คุยไปคุยมา ก็ปรากฏว่าตนเองเป็นคนชอบเที่ยวเตร่เฮฮาสนุกสนาน ทำให้แม่ช้ำใจ ทำให้แม่เสียใจเป็นทุกข์ บัดนี้รู้ซึ้งถึงคุณแล้ว กลับตัวมาถือศีล ๕ ศีล ๘ นั่งสมาธิภาวนา พอจะสงบทีไร มันจะจุกที่หน้าอก น้ำตาไหล เพราะความชั่วนั่นแหละมันเป็นยาพิษ นึกถึงทีไรมันช้ำจิตทรมานใจเหลือเกิน ความชั่วนั้นสนุกในตอนต้น แต่เป็นศัตรูทำลายล้างความสุขของเราในตอนปลายชีวิต ฉะนั้น พลาดแล้วจึงทำใจให้สบายสงบยาก นอกจากเจริญวิปัสสนากรรมฐานทิ้งอดีตเสียให้ได้จึงจะพ้น

อดีตผ่านไปแล้วทุกชีวิตย่อมมีผิดพลาดอยู่บ้าง
ในชีวิตนายนางต้องปล่อยวางจิตไว
ยามผิดก็ให้รู้ผิดอย่าได้ติดข้องกับความผิด
ล้มแล้วลุกเป็นนิจด้วยดวงจิตแจ่มใส
อย่าเศร้าสร้อยหงอยเหงากับตัวเราเลยนะ
ความผิดพลาดคือพระช่วยชำระจิตใจ
เอาสิ่งที่ผิดนั้นแหละเป็นอุทาหรณ์เป็นครู
แล้วมารู้โดยการฝึกจิตให้มีธรรมะเป็นอาจารย์
ทำชีวิตให้เบิกบานกล้าหาญชาญชัย
จิตใจของเรานี้ไม่ได้ฝึกมาดีมันก็ไม่ได้ดีเต็มร้อย
อย่ามัวหงอยเหงาเศร้าสร้อย
อย่าเหี่ยวละห้อยโหยไห้
จงตั้งใจลุกขึ้นแล้วรีบเร่งทำความดี
แก้ตัวใหม่ยังไม่สายเกิน


นึกถึงโยมผู้หญิงท่านนั้นที่ว่า นั่งสมาธิ พอสงบทีไร น้ำตาไหลทุกที เพราะความชั่วมันทรมานใจเหลือเกิน ถ้าทำให้คนที่ไม่ดีมีความทุกข์พอตัดใจได้ง่าย แต่ถ้าทำให้พ่อแม่หรือคนที่มีคุณมากๆ ต่อเรามีความทุกข์แล้ว เราจะเสียใจไปตลอดชีวิต กว่าจะตัดได้นี่เราต้องเจริญวิปัสสนาขั้นสูงทีเดียว พลาดแล้วพลาดเลย อย่าได้ลองเลยในเรื่องนี้ ถ้าทำดีแล้วดีเลย ชื่นจิตประทับใจไปตลอดกาลนานทีเดียว ท่านอาบน้ำร้อน ท่านอาบน้ำอุ่น ท่านอาบน้ำเย็น ท่านปะแป้ง ท่านดูแล ท่านเช็ดถู ท่านช่วยเหลือเกื้อกูล ทะนุถนอมประคบประหงมดูแลทุกสิ่งอย่างเพื่อลูกแม่คนเดียว ลูกสุขแม่ชื่นจิต ลูกขมขื่นเป็นนิจแม่ก็เจ็บช้ำน้ำใจ

โยมแม่ของโยมผู้หญิงท่านนี้ก็โทรศัพท์มาเหมือนกันบอกว่า ลูกสาวโยมตอนนี้เค้าไม่สบายใจเลย เค้าเคยไม่ดีมา แต่วันนี้เค้ากลับใจแล้ว แต่ว่าเค้าก็ยังทำใจไม่ได้ ไม่รู้โยมจะช่วยเค้าอย่างไรดี ช่วยเทศน์สอนเค้าด้วยเถิดพระอาจารย์ อาตมาก็ได้แนะนำไป ตอนนี้โยมผู้หญิงท่านนี้ก็ไปถือศีลอุโบสถที่วัดนั้นวัดนี้ อาตมาก็ขออนุโมทนา ดูซิ !! ทำให้แม่ช้ำใจ ทำให้แม่เสียใจ แต่พอกลับตัวได้แม่ก็ไม่เคยไปถือโทษ พูดสมน้ำหน้ามันที่ทำให้เราเจ็บใจ ไม่เคยสมน้ำหน้าเลย ยังหาทางให้ลูกสบายใจ เห็นลูกไม่สบายใจแม่ก็ช้ำจิตทันที

ขอกราบไหว้บูชาพระคุณแม่
คุณเลิศแท้หาสิ่งใดไหนจักเหมือน
ยามลูกผิดคุณแม่นั้นคอยเฝ้าเตือน
ยามแชเชือนคุณแม่เราเฝ้าปลอบใจ

ยามลูกทุกข์แม่พลอยทุกข์เหมือนกับลูก
จิตแม่ผูกอยู่กับลูกไม่เหือดหาย
แม้นชีวิตของลูกนั้นพลันมลาย
จนวันตายจะไม่ขอลืมพระคุณ

บุญอันใดลูกสร้างมาแต่ปางก่อน
จงสะท้อนถึงพ่อแม่ผู้เกื้อหนุน
เฝ้ากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกมาด้วยการุณย์
โอ้พระคุณแสนล้ำเลิศประเสริฐเอย


เรื่องพระคุณพ่อแม่นั้นเรื่องลูกนั้น ยังทันสมัยทุกยุคทุกสมัย ไม่เคยจืด ไม่เคยเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ทุกยุคทุกสมัย อาถรรพ์ร้ายจะติดตามผู้เป็นลูกถ้าทำให้ท่านเสียใจ และสิริมงคลย่อมเกิดขึ้นแก่ลูกถ้าลูกกตัญญูกตเวทีต่อท่าน เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อแม่ เรื่องลูกๆ แม่ๆ พ่อๆ นี่ มันศักดิ์สิทธิ์ตลอดอนันตกาล เพราะ “อำนาจจิต” ที่คิดดีต่อลูกมันมีมาก เมื่อลูกรู้คุณก็มีบุญทันตา ถ้าลูกเนรคุณก็มีผลชั่วช้าน่าหวาดเสียว


(มีต่อ ๙)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 1:07 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ ดวงใจแม่

โยมลูกชายท่านหนึ่งชื่อ “ดวง” เป็นลูกที่ดีของแม่มาตลอด แต่พอไปเรียนในตัวเมืองห่างเหินแม่ ก็เสียคน ติดเพื่อน ดื่มเหล้าเมายามอมแมม เล่นการพนัน ผลาญสมบัติแม่ เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม่ทุกข์ลำบากเป็นคนจน ขายนาขายไร่เพื่อส่งลูกเรียน แต่กลับทำให้แม่เจ็บช้ำน้ำใจจนแม่ล้มป่วยลงแล้วก็สิ้นใจ เมื่อเจ้าดวงได้ยินข่าวกลับไปเห็นเท่านั้นแหละ จึงสำนึกได้ !! เพื่อนฝูงมีได้ง่ายขอให้มีเงิน พอหมดเงินเพื่อนก็เมิน หรือมีแต่เพื่อนจูงไปทำชั่วทำบาปลงนรกนั้นง่าย เมื่อแม่สิ้นแล้วไม่มีแม่คนที่สองอีก มารู้ซึ้งถึงคุณว่าท่านเป็นคนสำคัญก็ต่อเมื่อท่านสิ้นชีวิตแล้ว

ตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ ได้กล่าวตักเตือนก็กระโชกโฮกฮากกับแม่ เพราะทำอย่างไรแม่ก็ไม่โกรธ ขออย่างไรแม่ก็ให้ แต่ส่วนลูกนั้นไม่ได้ทำอะไรให้ถูกต้องตามหน้าที่เลย จิตใจตอนที่มืดบอดนั้น ลืมจริงๆ ลืมความหวังดี ลืมความปรารถนาดีของแม่เสียจนหมดสิ้น หมดอย่างอื่น รถพัง จักรยานพัง บ้านพัง เราก็ใช้ความสามารถหาของใหม่มาทดแทนได้ แต่แม่นั้นมีเพียงคนเดียวหมดแล้วหมดเลย จะหาใครมาทดแทนได้

หมดสิ่งอื่นหมดไปหาใหม่แก้
หากหมดแม่แล้วไม่มีที่จักหา
แม่เป็นพระผู้ประเสริฐแต่เกิดมา
ร่วมชายคาเรือนตนแม่คนเดียว

ลูกทุกคนแม่เลี้ยงได้ไม่ทุกข์หนัก
เท่าลูกรักประพฤติตนเป็นคนชั่ว
ลูกกี่คนทนเลี้ยงได้ไม่หมองมัว
ไม่เทียบเท่าลูกตัวชั่วระยำ


พอแม่สิ้นชีวิตแล้วจึงสะอึก !! น้ำตาเจ้ากรรมลูกผู้ชายอกสามศอกจึงหลั่งไหลริน ว่าเราชั่วช้าเสียเหลือเกิน !! แม่คงเป็นทุกข์มาก ทุกข์จริงๆ นอนตายตาไม่หลับเป็นแน่ !!

นอกจากนี้แล้วแม่ยังเขียนตัวหนังสือติดไว้ที่หมอนที่ลูกเคยหนุนว่า......... “ดวงใจแม่” ......... ชั่วขณะตอนแม่นอน แม่กอดหมอนใบนั้น คือ แม่ยังนึกถึงลูกตลอด เมื่อไหร่ลูกจึงจะเป็นคนดี จนขาดใจตาย เจ้าดวงลูกชายเลยเลิกเรียนเมื่อแม่สิ้นใจ แล้วก็ไปขอบวชกับหลวงพ่อเจ้าอาวาส ทุกวันทุกคืนนึกแต่ขอโทษแม่ สวดมนต์ไหว้พระกรวดน้ำขอโทษแม่ เพราะน้ำตาแห่งความรู้ซึ้งถึงคุณ สำนึกในบุญคุณ เป็นเหตุกระตุ้นเตือนจิตตนเองให้ทำความดี

วิญญาณแม่อยู่ที่ใดในใต้หล้า
สุดขอบฟ้าสิ่งสถิตอยู่ทิศไหน
ขอให้แม่มีสุขพ้นทุกข์ภัย
สู่สวรรค์ครรลัยสบายอุรา

เกิดชาติหน้าฉันใดดั่งใจหมาย
ขอให้ได้พบกันดั่งฝันหา
เป็นแม่ลูกกันอีกดั่งเจตนา
จงอย่ามาด่วนจากพรากกันเลย

ในชาตินี้ลูกผิดพลาดไปแล้ว
โอ้แม่แก้วลูกอันธพาลมากจริงเอ๋ย
ยังมิได้ตอบแทนคุณของแม่เลย
ชะตาเอ๋ยชีวิตอนิจจัง

ขอให้แม่สุขสมอารมณ์หมาย
ขออย่าได้มีทุกข์ผิดพลาดหวัง
เกิดชาติไหนให้ลูกเดินตามทาง
จิตสว่างตามแม่บอกนั้นเถิดเอย


(เพลง)
แม่จ๋าแม่มาลาลับดับสูญสิ้นบุญแม่ไป
ลูกสุดอาลัยจนเหลือรำพัน
แม่จากไปแล้วจากไปจนชั่วนิรันดร์
ขอให้ดวงวิญญาณแม่นั้นสู่ดาวดึงส์

แม่เหนื่อยเมื่อยล้ามาทั้งชีวิต
คิดถึงคุณแม่ลำบากยากแท้แม่ไม่คำนึง
สิ้นบุญแม่แล้วเหมือนดังโพธิ์แก้วล้มตึง
ลูกขาดที่พึ่งเสมือนดังเรือขาดพาย

หลับเถิดหนาแม่จ๋าหลับให้เป็นสุข
ไม่ต้องห่วงลูกแม่จงหลับให้สบาย
ลำบากมาพอแล้วหนอตั้งแต่พ่อตาย
เลี้ยงลูกทั้งหญิงและชายเติบโตมาจนบัดนี้

สิบนิ้วลูกขอพนมก้มกราบ
ปวงเทพเทวาจงช่วยนำพาแม่สู่สุขาวดี
ขออธิษฐานถ้าแม้นว่าชาติหน้ามี
กี่หมื่นกี่แสนล้านปีเกิดอีกทีขอเป็นลูกแม่


นี้คือความจริง บาปเป็นตราประทับในใจไม่ลืมเลือน หมดแล้วหมดเลยหาคนอื่นมาแทนพ่อแม่ไม่ได้ หาเพื่อนหามิตรหาสหายหาง่าย แต่หามิตรแท้เหมือนแม่เรานั้นหายาก ท่านใดที่ยังมีแม่พ่อรักที่สุดอยู่ หากทำให้ท่านเสียใจแล้วบาปนั้นจะประทับอยู่ในดวงจิตนี้ ยากที่จะลืมเลือน มันจะเป็นหนามแหลมคอยทิ่มแทงดวงจิตให้เจ็บตลอด ว่าเราหนอเป็นลูกทรพี ! ว่าเราหนอเป็นลูกเนรคุณ ! ว่าเราหนอทำตัวเหมือนกับไม่ใช่ลูกแม่ซึ่งท่านรักเราที่สุด กลับทำแต่เรื่องร้ายๆ ร้อนๆ ให้ท่าน ! ตอนนี้ลูกบางคนชั่ว บางคนไม่ดีนั้น ไม่ใช่อะไร บางครั้งเค้าอยากทำดี อยากพูดดี อยากเป็นคนดี แต่สิ่งแวดล้อมเพื่อนฝูงจูงไปมากมาย เลยอดทนไม่ไหวต้องพลอยเป็นคนชั่วไปกับหมู่เพื่อนนั้น


(มีต่อ ๑๐)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 1:14 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ สมเด็จโปรดคุณนาย

คุณนายท่านหนึ่งเลี้ยงแม่ทิ้งๆ ขว้างๆ ตัวเองอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตรโหฐาน ส่วนแม่อยู่บ้านหลังสับปะรังเค แต่พอได้ “สมเด็จโต” ท่านให้สติเตือนจิตสะกิดใจว่า

สมเด็จ : โยมถวายอาหารพระทุกวันไหม ?

คุณนาย : ถวายทุกวันเจ้าค่ะ

สมเด็จ : ... ไม่ ... อาตมาไม่ได้หมายถึง “พระพุทธรูป” แต่หมายถึง “แม่” น๊ะ โยมมีแม่ไหม ??

พอได้ยินอย่างนั้น คุณนายสะอึก !! พูดไม่ออก

สมเด็จ : อาตมาได้ยินข่าวว่าโยมมีแม่ แต่โยมไม่ค่อยดูแลให้ดี ทิ้งขว้างท่านอยู่ตามลำพัง แต่โยมมาถวายอาหารให้อาตมาฉัน ซึ่งเป็นพระนอกบ้าน อาตมาหลงมานาน ถ้าอาตมาทราบตั้งแต่ตอนแรก อาตมาคงฉันข้าวโยมไม่ลงเพราะอาตมาเอาเปรียบพระในบ้านมากเหลือเกิน ถ้าโยมไม่มาถวายอาหารให้อาตมา คนอื่นก็ยังมาถวาย......... แต่แม่นั้นถ้าโยมผู้เป็นลูกไม่ให้ แล้วใครเล่าจักให้ ผู้เป็นลูกที่แม่ดูแลเลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่เด็กเล็กจนเติบใหญ่ เราได้นอนอยู่ในท้องแม่เก้าเดือน แม่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ปานนั้น เมื่อลูกไม่ดูแลแม่ แล้วใครเล่าในโลกนี้เขาจะมาดูแลแม่เรา

คุณนายกราบไม่ถึงสามทีเหมือนทุกครั้ง กราบทีหนึ่ง แล้วลากลับบ้านเลย ต่อมาไม่เคยเห็นมาหาเจ้าประคุณสมเด็จอีก จนกระทั่งเจ้าประคุณสมเด็จมรณภาพไป

ลืมมือแม่เคยอุ้มแอบลูกแนบอก
เคยกอดกกเกลียวกลมเอานมป้อน
ลืมเสียงแม่เคยกล่อมขับให้หลับนอน
ยามลูกอ้อนใส่เปลแม่เห่ไกว

ลืมเสียงเพลงเก่าแก่ของแม่สิ้น
นกขมิ้นเหลืองอ่อนจักนอนไหน
ลืมสายเปลสายสวาทขาดเยื่อใย
เหมือนสายใจแม่ให้ลูกแต่ถูกลืม


แต่แม้นจะไม่ได้กลับมาถวายอาหาร แม้นไม่ได้กลับมาที่วัดที่สมเด็จอยู่ ก็มีคนข้างบ้านมาบอกให้หลวงพ่อสมเด็จได้ทราบว่า คุณนายได้รับแม่มาเลี้ยงดูในบ้านอย่างสุขสบายแล้ว เท่านี้เองสมเด็จท่านก็ชื่นใจ.....สาธุ.....

อาตมาได้ยินข่าวอย่างนี้ก็ชื่นใจ ดีนะที่สมเด็จท่านรู้จักให้ธรรมทาน แนะนำกล่าวในสิ่งที่ควรกล่าว ถ้าเกิดท่านเห็นแก่หน้า ถ้าเกิดท่านพูดไปกลัวโยมจะไม่มาอุปัฏฐาก พูดไปแล้วกลัวโยมจะโกรธเคือง ไม่มาจังหัน ไม่มาถวายอาหาร ไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอก ไม่กล้าแนะนำ ถ้าท่านคิดอย่างนั้น โยมคุณนายก็คงไม่ได้สร้างความดีอันยิ่งใหญ่ให้กับตนเองเลย ก็คงจะทิ้งขว้างแม่อย่างนี้ต่อไป แต่บังเอิญเดชะพระบารมี หลวงพ่อสมเด็จท่านไม่เห็นแก่อามิส ไม่เห็นแก่ลาภสักการะ แต่ท่านมุ่งที่จะให้คุณธรรมเกิดขึ้นแก่โยม จะได้ทำดีไม่ผิดทาง ตนเองก็จะได้ไม่ถูกนักปราชญ์ติเตียนว่าเป็นคนเนรคุณ ชีวิตก็จะเจริญไปในเบื้องหน้า นี่อาตมาก็อนุโมทนากับคุณนายคนนั้นด้วยที่เลี้ยงแม่อย่างดีนะ


(มีต่อ ๑๑)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 1:18 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ ดวงจิตพลิกไปคนละเส้นทาง

ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี ธรรมจะคุ้มครองไม่ให้บุคคลผู้รักษาธรรมตกไปในที่ชั่ว พระธรรมนี้ที่เราทำดีแล้วปฏิบัติแล้ว จะคุ้มครองเราไม่ให้เราตกไปในที่ชั่วช้าเลวทราม จะให้เราอยู่ในสิ่งที่ดีอยู่ในความดี แม้นพระโพธิสัตว์เจ้า “พระสุวรรณสาม” ครั้งเมื่อสร้างเมตตาบารมี ได้อุปัฏฐากเลี้ยงดูบิดามารดาทั้งสองผู้บวชเป็นฤาษีอยู่ในป่า มีตาอันบอดสนิทด้วยงูพิษพ่นใส่ เพราะการที่ตาบอดจึงเป็นเหตุให้ลูกได้แสดงความกตัญญูตอบแทนบุญคุณของท่านสุดความสามารถ

พ่อแม่บางคนพอไม่สบาย ลูกก็ไม่ค่อยสบายใจ พ่อแม่ทำไมมาล้มป่วยตอนนี้ลูกกำลังมีงานหนักใจเหลือเกิน ลูกหาเงินทองมาจุนเจือครอบครัวไม่พอ ไม่น่าจะมาเป็นตอนนี้เลย ไปนั่งพึมพำคนเดียวหรือไปนั่งนึกนอนนึก แต่บางคนพอรู้ว่าพ่อแม่ป่วยไม่สบายยากลำบาก ก็โอ้ !! ดีแล้วเปิดโอกาสให้เราแสดงความกตัญญูกตเวที เราไม่อยากให้พ่อแม่ป่วยหรอก แต่ว่าสังขารชีวิตนี้ต้องเจ็บป่วย เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้สร้างความดีแก่ตนด้วยการอุปัฏฐากอุปถัมภ์ดูแลท่าน นี้คือความแตกต่างระหว่างดวงจิตผู้ใฝ่สูงและดวงจิตผู้ใฝ่ต่ำ ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแต่ละอย่างนั้น ดวงจิตจะพลิกไปคนละเส้นทาง บุคคลหนึ่งคิดอ้างเหตุผลอย่างอื่นไม่อยากดูแล เพราะว่าตัวเองกำลังแย่ กำลังลำบาก หรือกลัวเหน็ดเหนื่อย อีกคนหนึ่งกลับดีใจว่าเราจะได้อุปัฏฐากอุปถัมภ์ท่าน หากแบกความทุกข์ของพ่อแม่ได้จะแบ่งความทุกข์นั้นมาไว้แต่เพียงคนเดียว พ่อแม่ลำบากเพราะเรามากแล้วเราลำบากเพราะท่านบ้างจะเป็นไร

ลูกบางคนการงานมากมายรัดตัวไม่มีเวลาจะไปทำดีกับพ่อแม่ เลยไปฝากคนแก่ๆ ไว้ที่บ้านคนชรา น่าอนาถนักให้ท่านอยู่กับคนอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลาน แต่แม่นั้นแม้นทำการทำงานหนักขนาดไหน ก็ต้องกลับมาเพื่อเห็นหน้าลูก ดูแลลูก เอาใจลูก วางได้ทุกอย่างแต่ไม่วางขว้างทิ้งเรื่องลูก เมื่อยามเราเติบใหญ่มาไฉนเราไปวางพ่อวางแม่ทิ้งเสียเล่า เพื่อเอาการเอางานเอาเงินเอาทอง เราหนอเราทำถูกหรือเปล่าหนอ ? ทิ้งให้ท่านอยู่บ้านคนชรา โอ้หนออะไรเล่าพาให้เป็นอย่างนี้ ? ทิ้งบุญทิ้งบารมีทิ้งมงคลอันใหญ่ แต่เรากลับไปกราบไหว้อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางอื่น เคารพบูชาเครื่องรางของขลังที่เราว่าดี แต่ไม่ได้เอา “ของขลังที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด” คือ “คุณพ่อคุณแม่” นี่เอง ใครอุปัฏฐากดูแลแล้วไม่เคยผิดหวัง ย่อมประสพสิ่งที่ดีที่งามในชีวิตเสมอ

เคยมีข่าวบ้างไหมว่าคนใดถึงความทุกข์เดือดร้อนเพราะการดูแลแม่ เคยได้ยินข่าวบ้างไหมว่าคนนั้นคนนี้วางการวางงานมาดูแลแม่แล้วถึงกาลพินาศ คนทั้งหลายติเตียนนินทาว่าร้าย ทับถมโหมกระหน่ำว่าเป็นคนชั่ว เราทั้งหลายมีครอบครัวต้องจุนเจือครอบครัว ดูแลภรรยาดูแลลูก แต่เราต้องรู้ว่าภรรยาและลูกเป็นคนมาทีหลัง ช่วยเหลือกันทีหลัง มีคุณต่อกันน้อย แต่พ่อแม่นั้นมาก่อนช่วยเหลือเราก่อน เป็นต้นทุนบุญกุศลของเรา เราเป็นมนุษย์สุดประเสริฐ เราจะเอาผู้มีบุญคุณน้อยมาไว้เป็นหลัก หรือเราจะเอาเป็นผู้มีบุญคุณหนักมาเป็นหลักของชีวิต

ดังนั้น ขอให้ทำหน้าที่ของสามีภรรยาที่ต้องจุนเจือครอบครัวต่อไป แต่จิตใจนั้นต้องคอยรำพึงนึกถึงพ่อแม่ให้ดี ว่าท่านสุขหรือว่าท่านทุกข์ ตอนนี้ท่านกำลังทานข้าวกับอะไร นั่งทานข้าวกับใคร หรือนั่งทานข้าวคนเดียว เหมือนเรายามเป็นเด็ก พ่อแม่รำพึงถึงเราอยู่เนืองๆ ว่าเราสุขเราทุกข์อย่างไร

มือสองข้างซ้อนร่างอ่อนโอบอุ้ม
ร่างนิ่มนุ่มแนบข้างไม่ห่างหาย
อกแม่เอนแอบเอียงนอนเคียงกาย
ให้ลูกหายหนาวยามในค่ำคืน

ตักของแม่แผ่รองลูกดังฟูกนุ่ม
คอยโอบอุ้มกล่อมนิทราไม่ฝ่าฝืน
ประจงจูบลูบไล้ทุกวันคืน
เป็นที่ชื่นเชยชิดสนิทใจ

ยามจะนอนแม่ก็วอนวจีหวาน
กล่าวประสานกล่อมเสียงสำเนียงใส
ทั้งยามกินคอยป้อนวอนอาลัย
ยามลูกถ่ายแม่ก็ไม่รังเกียจเลย

ลูกเปรอะเปื้อนเหม็นสางแม่ล้างเช็ด
ทุกสิ่งเสร็จเกื้อกูลแม่คุณเอ๊ย
ไม่เบื่อหน่ายหมายนิยมเฝ้าชมเชย
ใครจะเลยล่วงท่านนั้นไม่ปาน


คุณธรรมเกิดแล้วอวิชชาสูญหายความเลวร้ายสิ้นสุด คุณความดีปรากฏก็เป็นคนกตัญญู อานุภาพแห่งธรรม ธรรมรัตนะ พระธรรมเป็นแก้วประเสริฐเกิดในจิตใครแล้ว คนนั้นก็จะเป็นคนมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า


(มีต่อ ๑๒)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 1:24 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ ครูผู้หญิงทิ้งกะละมังไปกราบแม่

คุณครูท่านหนึ่งเป็นครูผู้หญิง ว่าแม่ตลอด พอว่าบ่อยๆ เถียงบ่อยๆ ก็เลยไม่พูดกับแม่ตั้งหลายปี แม่ไปวัด ได้ม้วนเทปเรื่อง “กล่าวถึงพระคุณแม่” มา ก็เลยนำไปเปิดที่บ้านช่วงเวลาที่ลูกสาวซักผ้า แล้วแม่ก็ปัดกวาดบ้าน เปิดดังๆ ลูกไม่ฟังมันก็ได้ยินนะ ฟังไปฟังไป ทิ้งกะละมังเสื้อผ้าไปกราบแม่ ก็แสดงว่าลูกชั่วลูกไม่ดี ก็ไม่ใช่ว่าอยากชั่วอยากไม่ดี แต่ขาดบัณฑิตขาดแสงสว่างส่องไปถึงใจ บางคนเป็นอย่างนี้ พอได้ยินได้ฟังสิ่งที่เป็นสาระเป็นคุณค่าเป็นปัญญา คนเขามีบุญอยู่พอมีคนเปิดทางให้เขาก็สว่างโล่ง ฉะนั้น การมีกัลยาณมิตรผู้ชี้ทางเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

อันรักใดไหนอื่นมีหมื่นแสน
ไม่เหมือนแม้นแม่รักสมัครหมาย
รักของแม่คงมั่นตราบวันตาย
หญิงหรือชายรักเจ้าเท่าดวงมาลย์

ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่กรองกลั่น
เลือดแม่นั้นเลี้ยงหล่อก่อสังขาร
กว่าจะเป็นตัวตนต้องทนทาน
ครั้นถึงกาลคลอดเจ้าร้าวระบม

แม่เจ็บปวดเวียนว่ายชีวาสิ้น
หรือถวิลคิดใดให้ขื่นขม
หวังเพียงลูกปลอดภัยได้ชื่นชม
ก็สุขสมใจแม่อย่างแท้จริง

ตั้งแต่น้อยจนใหญ่ใครกันเล่า
ที่ป้อนข้าวป้อนน้ำทำทุกสิ่ง
จะหนักเบาเจ้าถ่ายไม่ประวิง
ไม่ทอดทิ้งกอดกกยามตกใจ

ขวัญเอ๋ยขวัญมาอยู่มาสู่เจ้า
แม่คอยเฝ้าชูช่วยยามป่วยไข้
ยามลูกนอนสายเปลแม่เห่ไกว
แม้นริ้นไรจะขบกัดแม่พัดหนี

แม่ยอมอดให้ลูกอิ่มก็ยิ้มชื่น
ทุกวันคืนหวังให้ลูกสุขศรี
พระคุณแม่ยิ่งกว่าฟ้าปฐพี
ชีวิตนี้เกิดมาควรแทนคุณ


ดังนั้น คุณโยมผู้เป็นพ่อเป็นแม่ผู้ทุกข์เพราะลูกตอนนี้ อย่าเกลียดอย่าชัง อย่าแช่งชักหักกระดูกลูกเลย จงสวดมนต์ไหว้พระ รักษาศีล อดทนแผ่เมตตาให้ลูกเถิดนะ กรรมหนักมันจะเบาบางไปด้วยความดี กรรมเบาก็จะสิ้นไปจากทุกข์โดยเร็วพลัน การว่าร้ายลูก แช่งชักหักกระดูกลูก โกรธลูกนั้นไม่เป็นผลดีใดๆ เลย แต่พ่อแม่บางคนไม่เคยโกรธ ไม่เคยด่า ไม่เคยแช่งลูกเลย ทุกข์อะไรก็น้ำตาไหลอยู่คนเดียว นึกแต่เพียงว่าเมื่อไหร่ลูกจะเป็นคนดี เมื่อไหร่ลูกจะละเลิกอบายมุข เมื่อไหร่ลูกจะทำให้พ่อแม่ชื่นใจเท่านั้น

เพราะเหตุที่ความรักที่แม่มีต่อลูกมากมายอย่างนี้ แม่ในโลกส่วนใหญ่จึงทุกข์ระทมตรมตรอมหมองเศร้า เพราะลูกไม่ระลึกถึงพระคุณ และไม่ตอบแทนในสิ่งที่ควรตอบแทน ไม่ทำตนให้อยู่ในความดี จึงทุกข์แล้วทุกข์เล่าในวัฏฏะสงสาร ระหกระเหินเดินทางไกล ชีวิตคือการเดินทาง เรือนร่างคือศาลาพักอาศัย ชาติแล้วชาติเล่าเวียนเกิดเวียนตาย ขอให้แม่ทั้งหลายที่ทุกข์เพราะลูก เอาความทุกข์เป็น “อริยสัจ” เสียเลย เอาความทุกข์เป็นที่ตั้งแห่งธรรม เอาความทุกข์เป็นที่ตั้งแห่งนิพพิทา เบื่อหน่ายคลายจากวัฏฏะสงสาร อย่าทุกข์ระทมตรมตรอมหมองเศร้า อย่าทุกข์ทนหม่นไหม้ ตีโพยตีพายพร่ำเพ้อรำพันเลย

ขอจงทำหน้าที่ของแม่ไป และประพฤติธรรมบำเพ็ญธรรมสั่งสมบารมี เป็นหนทางสู่กระแสพระนิพพานอันไม่เวียนเกิดเพราะใครๆ อีกในโลกนี้และโลกไหนๆ ขอให้แม่ทุกท่านทุกคนได้ทราบตรงนี้จุดนี้ให้กระจ่างแจ้ง จงน้อมจิต “อุปสมานุสติ” หน่วงเหนี่ยวเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ อันไม่มีเกิดธาตุสี่ ขันธ์ห้า ไม่มีแก่ชราชำรุดทรุดโทรม ไม่มีเจ็บป่วยทุรนทุราย ไม่มีความตายให้หวาดหวั่นพรั่นพรึง ถึงพระนิพพานแล้ว นิภะยัง กะตา ชื่อว่าพ้นจากภัย พ้นจากทุกข์ พ้นจากความคับแค้นเคืองขุ่นวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงเสียได้

สุดท้ายนี้ ขอให้พ่อแม่ผู้ให้ชีวิตลูกและขอให้ลูกผู้รู้คุณพ่อแม่ จงมีแต่ความสุขในมรรคผลนิพพาน พ้นจากวัฏฏะสงสารอันมีภัยนี้โดยเร็วพลัน ขอให้ลูกผู้มีบุญทุกคนจงรู้ซึ้งถึงคุณ อะไรที่ดีสามารถทำให้พ่อแม่ชื่นใจได้ สมควรจะทำตอนนี้เวลานี้เดี๋ยวนี้ ท่านเป็นผู้ให้ความอบอุ่น เป็นผู้ให้ความหวังดีทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา สมควรแล้วหรือยังที่เราจะตอบแทนบุญคุณของท่านในบัดนี้ สมควรแล้วหรือยัง ? จะรอวันไหน รอเวลาใด เดือนใดปีใดเล่า ?

ขอการฟังธรรมจงเป็นปัญญาญาณ เป็นแสงสว่างนำทาง อันมีความสุขพ้นจากเส้นทางอันมีทุกข์มีภัย จนกว่าจะมีกำลังใจตัดกิเลสร้ายคลายกิเลสทิ้ง ประจักษ์จริงในอริยสัจธรรม สู่มรรคผลนิพพานทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคนเทอญ เจริญพร


(มีต่อ ๑๓)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 1:35 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ วันเกิดของลูก

งานวันเกิดยิ่งใหญ่ใครคนนั้น
ฉลองกันในกลุ่มผู้ลุ่มหลง
หลงลาภยศสรรเสริญเพลินทะนง
วันเกิดส่งชีพสั้นเร่งวันตาย

อีกมุมหนึ่งซึ่งเหงาน่าเศร้าแท้
หญิงแก่ๆ นั่งหงอยและคอยหาย
โอ้วันนั้นเป็นวันอันตราย
แม่คลอดสายโลหิตแทบปลิดชนม์

วันเกิดลูกเกือบคล้ายวันตายแม่
เจ็บท้องแท้เท่าไหร่ก็ไม่บ่น
กว่าอุ้มท้องกว่าจะคลอดรอดเป็นคน
เติบโตจนบัดนี้นี่เพราะใคร

แม่เจ็บเจียนขาดใจในวันนั้น
กลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใส
ได้ชีวิตแล้วก็หลงระเริงใจ
ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา

ไฉนจึงเรียกกันว่าวันเกิด
วันผู้ให้กำเนิดจะถูกกว่า
คำอวยพรที่เขียนควรเปลี่ยนมา
ให้มารดาเราเป็นสุขจึงถูกแท้

เลิกจัดงานวันเกิดกันเถิดนะ
ควรที่จะคุกเข่ากราบเท้าแม่
ระลึกถึงพระคุณอบอุ่นแด
อย่ามัวแต่จัดงานประจานตัว

อันพระคุณใครๆ ในพิภพ
ยังรู้จบแจ้งคำมาพร่ำขาน
แม่และพ่อคุณต่อบุตรสุดประมาณ
ขอกราบกรานระลึกถึงซึ้งพระคุณ

เจ้าข้าเอ๋ยใครหนอใครให้กำเนิด
จึงก่อเกิดเติบใหญ่ด้วยไออุ่น
ทั้งกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกมาด้วยการุณย์
ช่วยค้ำจุนจนรอดพ้นเป็นคนมา

ถึงลำบากร่างกายใจห่วงลูก
จิตพันผูกดวงใจให้ห่วงหา
หัวอกใครจะอุ่นเท่าอีกเล่านา
คอยปลอบเช็ดน้ำตาคราระทม

เป็นแดนใจใสสะอาดปราศกิเลส
เป็นสรรเพชรของบุตรพิสุทธิ์สม
ความรักเปี่ยมด้วยเมตตาน่านิยม
ประดุจลมโชยเย็นให้เย็นดี

หอบสังขารทำงานเลี้ยงลูกน้อย
เกรงจะด้อยใจทรามต่ำศักดิ์ศรี
จึงส่งให้ได้ศึกษาวิชาดี
ให้ได้ดีกว่าแม่พ่อที่รอคอย

เหมือนนกกาหาเหยื่อมาเผื่อลูก
เปรอความสุขหาทรัพย์ไว้ให้ใช้สอย
ยามไกลพรากจากอุราตั้งตาคอย
ใจละห้อยนอนสะอื้นขื่นขมทรวง

กว่าลูกๆ จะสำนึกพระคุณท่าน
ช่างเนิ่นนานบ้างชีวาลาลับล่วง
บ้างก็ป่วยจนแทบสิ้นแดดวง
ลูกจึงห่วงเอาใจใส่ในกายา


บางท่านนานเหลือเกิน ช่างเนิ่นนานเหลือเกิน กว่าจะสำนึกในพระคุณของพ่อแม่ บุตรธิดาบางคนถึงกับพ่อแม่สิ้นชีวิตไปแล้วบ้างจึงรู้ซึ้งถึงคุณตามหลัง บุตรธิดาบางท่านพ่อแม่ป่วยนอนซมจนจะสิ้นใจแล้วจึงเป็นห่วงก็มี ตอนร่างกายท่านแข็งแรงอยู่ดียังไม่ค่อยรู้สึกสำนึกในบุญคุณเลย บุตรธิดาบางท่านพ่อแม่สิ้นชีวิตไปแล้วยังไม่รู้คุณเลยก็มี ต่อเมื่อตนเองมีบุตรธิดา เพราะเรารักลูกมาก ห่วงลูกมาก จึงสำนึกระลึกถึงพระคุณของพ่อแม่ว่า เราคงเป็นที่รักที่เมตตาของพ่อแม่เหมือนกับเรารักลูกเราตอนนี้

อย่าให้รอใกล้ตายจึงกรายใกล้
เป็นศพไปจึงรู้บุญคุณท่านหนา
ยามท่านอยู่ควรรู้ชัดสร้างศรัทธา
ตอบแทนคุณมารดาบิดาเอย


บางครั้งมีเงินมีทองเลี้ยงเพื่อนฝูง เลี้ยงข้าวน้ำ เลี้ยงเหล้า เลี้ยงยา ปลาปิ้ง สนุกสนาน แต่ไม่มีเงินทองส่งเลี้ยงแม่เลี้ยงพ่อ บางครั้งมีเงินทองส่งให้ภรรยาสามีซึ่งเจอกันทีหลัง หวังดีต่อกันทีหลัง แต่ผู้มีบุญคุณยิ่งใหญ่ ที่หวังดีตั้งแต่อยู่ในท้อง ลงทุนตั้งแต่ตอนต้นถือกำเนิดเกิดในครรภ์ หวังดี ตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าลูก บุญคุณนั้นยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ สุดจะเทียบเทียมได้ในโลกหล้า ท่านได้ให้กำเนิดเกิดเรามา เลี้ยงดูรักษาไม่ให้อนาทร แต่เงินทองที่จะส่งให้ท่านไม่มี เวลาจะไปเยี่ยมท่านไม่ค่อยมี

ความรักของแม่ที่มีต่อลูก การเลี้ยงลูกคือ “สัญชาตญาณ” ของผู้เป็นแม่ แต่ลูกหลานที่กตัญญูกตเวทีต่อบุญคุณพ่อแม่นั้น เรียกว่า “คุณธรรมของลูก” ไม่ใช่สัญชาตญาณ แต่เป็นคุณธรรมอันสูงประเสริฐจึงกตัญญูรู้คุณกตเวทีตอบแทนบุญคุณ แม่ที่รักลูกจึงหาง่ายเหมือน “พลอย” แต่ลูกที่กตัญญูต่อพ่อแม่นั้นหายากเหมือน “เพชร” ใครมีพ่อแม่อยู่ในขณะนี้ ก็ชื่อว่ามีพระอรหันต์เอาไว้ให้ทำบุญ ถ้ารู้ตัว ถ้าไม่รู้ตัวก็เอาพ่อแม่นี่แหละเป็นเหตุให้ทำบาปหนักกว่าเก่า อวิชชาพาให้มืดมิดคิดไม่แจ้งประจักษ์ในความจริง หันหลังให้พระ หันหลังให้ธรรมะ หันหน้าไปหาเรื่องสนุก หาอบายมุขสนุกสนาน เมื่อไม่รู้เส้นทางอันประเสริฐคอยเดินตามทางที่ถูก ชีวิตก็มืดมนเจ็บช้ำน้ำใจทุกข์ทนในเบื้องหน้า

เราจะดูแลตอบแทนบุญคุณของท่านเวลาไหน ? ตอนท่านมีชีวิตอยู่ หรือให้ท่านสิ้นใจไปก่อน ร่างกายนี้ที่ท่านเฝ้าทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงให้มาแล้วอย่างดี รักษาสมบัติคือร่างกายนี้ไว้ให้ดีบ้างไหม ? หรือปล่อยตนปล่อยใจไปเที่ยวเตร่เฮฮาตามความสนุกจนเป็นโรคเป็นภัยรักษาไม่หาย ติดยาม้า ยาบ้า ฝิ่น กัญชา เฮโรอีน เพื่อนขออะไรไม่ปฏิเสธ รับสนองเจตนาเพื่อนทั้งสิ้น แต่พ่อแม่ขอ ขอให้ลูกเป็นคนดี ขอให้ลูกอย่าติดยา ขอให้ลูกตั้งใจเรียน ขอให้ลูกทำความดีเป็นที่ชื่นใจ เป็นที่เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล ลูกให้แม่ให้พ่อได้บ้างไหม ? คนที่รักเราที่สุด อะไรจะเป็นรางวัลให้ชีวิตของผู้เป็นพ่อแม่ได้ชื่นใจบ้าง

๑๒ สิงหามหาราชินี เป็นวันแม่แห่งชาติ วันแม่แห่งโลก เป็นโอกาสอันดี เป็นโอกาสอันประเสริฐ ที่เราจักได้มาน้อมดวงจิตบูชาระลึกถึง “พระมหากรุณาธิคุณ” ของแม่แห่งชาติของปวงชนชาวไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมมหาราชินีนาถ และ “พระคุณอันหาประมาณมิได้” ของแม่ที่ให้ชีวิตเราในปัจจุบัน และแม่ที่ให้ชีวิตเราในอดีตวัฏฏะสงสารอันยาวไกล

การได้น้อมจิตใจมาระลึกถึงพระคุณอันหาประมาณมิได้ของพ่อแม่ บุญของท่านทั้งสองจะมาถึงเรา แต่ถ้านึกถึงคนที่ไม่มีศีลไม่มีธรรม ชีวิตก็จะย่ำแย่เสื่อมทรามเพราะจิตไปเกาะสิ่งที่ไม่ดีคนที่ไม่ดี ชีวิตจะราศีดีหรือว่าจะราศีอับเฉา จะมัวหมองหรือผ่องใส อยู่ที่ใจเราดวงเดียวเป็นผู้พาไป จิตเตนะ นียะติ โลโก โลกอันจิตย่อมนำไป เราจึงควรฝึกจิตใจให้นำไปในทางดี ความดีจะได้รักษา เมื่อนำทางจิตฝึกจิตไม่ดี จิตชั่วจิตร้ายมันจะพาเราลงต่ำ การนำชีวิตมาปฏิบัติดีนั้นคือตอบแทนบุญคุณของท่านแล้ว เป็นการมอบรางวัลให้ท่านได้ชื่นใจสบายใจ ท่านมีชีวิตอยู่ก็เป็นบุญใหญ่หลวง ท่านสิ้นชีวิตไปแล้วถ้าทำความดีมาก็ต้องเพ่งอุทิศแผ่บุญกุศลไปให้ท่าน

เพื่อนเพราะกินเหล้าด้วยกันนั้นมีมาก
เพื่อนแต่ปากสักว่าเพื่อนก็เกลื่อนหลาย
ส่วนเพื่อนใดเมื่อมีกิจเกิดมากมาย
ช่วยจนตายนั่นแหละเพื่อนอย่าเชือนเอย


ใครเป็นเพื่อนแท้ในบ้านเรา มีกิจธุระคอยช่วยตลอด ก็คือแม่พ่อนี่เอง เป็นเพื่อนสนิทเป็นเพื่อนแท้ตั้งแต่วันเกิดจนบัดนี้ ขณะนี้มีตายายหลายชีวิตหลายคู่ ไร้ญาติขาดมิตร ไร้ลูกหลานคอยดูแลให้กำลังใจ หูตาก็ฝ้าฟางแรงก็น้อยลง ตอนมีแรงมากก็เอาแรงนี้ทำการงานหาเงินทอง หาข้าวน้ำโภชนาหารเลี้ยงดูลูก แต่กรรมเมื่อปางไหนในวัฏฏะสงสารอันยาวไกลน่าพิลึกสะพึงกลัว ให้ลูกหญิงลูกชายของตัวหลบหน้าหายตากันไปหมด แยกย้ายกันมีครอบครัว

แล้วลูกที่ไม่ได้เหลียวแลดูแลพ่อแม่อย่างนั้นชีวิตจะเจริญได้หรือ ? เกิดในวัฏฏะสงสารอนาคตจะมีพ่อแม่ผู้หวังดีอีกหรือ ? จะมีความสุขแท้จริงได้หรือ ? ถ้าไม่รู้คุณของผู้ให้ชีวิตผู้ให้ต้นทุน ขอให้ลูกทุกคนพิจารณาตามความเป็นจริง

เนื่องด้วยทุกชีวิตเกิดมาในโลกต้องอาศัยแม่ผู้ให้กำเนิดทั้งสิ้น บุคคลบางคนทำบุญมามาก บุคคลบางคนทำบุญมาน้อย เมื่อเกิดมาในโลกจึงมีไม่เหมือนกัน ได้ไม่เหมือนกัน เป็นไม่เหมือนกัน บางท่านหรือบางชีวิตเกิดมามีพ่อแม่ทั้งสองคอยโอบอุ้มคุ้มครองดูแลรักษา ให้ความอบอุ่นทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงแต่เด็กเล็กจนเติบโตมา มิให้ลูกต้องอนาทรเดือดร้อนใจ เพราะทรัพย์สมบัติชื่อเสียง อำนวยความสะดวกให้ ไม่ว่าลูกจะเอื้อนเอ่ยอยากได้สิ่งใด พ่อแม่ก็ตามใจทุกอย่าง บางท่านมีลูกคิดในทางดีกตัญญูกตเวทีไม่เหินห่าง

แต่บางท่านพ่อแม่ตามใจมาก ลูกกลับไม่รู้คุณ นำความทุกข์ระทมมาให้แก่ผู้มีพระคุณก็มีไม่น้อย บางชีวิตบางท่านเกิดมามีพ่อแต่ไม่มีแม่ บางท่านมีแม่แต่ไม่มีพ่อ ไม่เห็นหน้าพ่อตั้งแต่เกิดมา บางท่านไม่เห็นพ่อแม่ พอรู้ภาษาก็รู้ว่าตนเองอยู่กับตาอยู่กับยาย บางคนไม่เห็นพ่อแม่ ไม่เห็นตาไม่เห็นยาย แต่ได้นางพยาบาลเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง และอื่นๆ อีกมากมาย

เพราะว่ากรรมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีต ถึงแม้เราจะมีพ่อแม่ให้ความอบอุ่นหรือไม่มีก็ตาม เราล้วนแล้วแต่เกิดมาจากพ่อแม่ทั้งสอง ผู้เป็นบัณฑิตมีปัญญา ศึกษาธรรมมาดีแล้ว จักไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจ ถ้าหากตนเกิดมาหาพ่อแม่ดูแลไม่ได้ จะไม่ระลึกนึกถึงจุดนั้น จะรู้แจ้งเข้าใจว่าทุกชีวิตเป็นไปตามกรรมที่สั่งสมมาแล้วในอดีต หรือถ้ารู้ว่าตนเองเกิดมาอาภัพ ไร้ญาติขาดมิตร ไร้ผู้ดูแลรักษาให้ความอบอุ่น เราก็จะประพฤติธรรมปฏิบัติธรรม สั่งสมคุณงามความดีในชาตินี้ปัจจุบันนี้ให้มาก อนาคตก็จะดีตาม ปัจจุบันเหตุ อนาคตผล อาศัยเหตุปัจจุบันส่งผลไปสู่อนาคต ย่อมได้ความสำเร็จเมื่อมีบุญหนุนหลัง

ฉะนั้น บางท่านบางคนจึงไม่ควรน้อยใจ และบางท่านบางคนเกิดมามีพ่อแม่ดูแลรักษาให้ความอบอุ่นทุกอย่าง แต่ประมาทมัวเมาก็มาก เลินเล่อไม่รู้คุณพ่อแม่ผู้มีคุณ ไม่รู้ว่าตนเองมีบุญมากจึงเกิดมาในฐานะที่ดี ที่ประเสริฐที่สุขที่สบาย เมื่อประมาทมัวเมาก็ทำบาปทำกรรมให้พ่อแม่ต้องน้ำตาตก ทำให้พ่อแม่ต้องลำบากใจ อนาคตต่อไปก็เสื่อมลง ย่อมไปเกิดในสถานที่ไม่ดีอีก

บางครั้งความทุกข์เป็นเหตุให้เราสั่งสมความดีให้พ้นทุกข์ บางครั้งความสุขเป็นเหตุให้เราประมาทมัวเมานำตนเองไปสู่ความทุกข์ก็มี แต่ผู้ไม่ประมาทแม้นยามเจอสิ่งที่ดีมีความสุข ก็สามารถทำความดีเพิ่มขึ้นต่อไปได้ ฉะนั้น เนื่องในฐานะที่เราทั้งหลายเกิดมาต้องอาศัยพ่อแม่ทั้งสอง ท่านจะดูแลเราดีหรือดูแลเราไม่ดีก็ตามเถิด ชื่อว่าเราเกิดมาจากท่าน ก็ขอให้เราน้อมดวงจิต คิดดี พูดดี ทำดี เพ่งแผ่บุญกุศลไปให้ท่าน ท่านจะดีเลิศท่านก็เป็นผู้ให้กำเนิดเรามา ท่านจะเสียหายท่านจะไม่ดีไร้คุณธรรมอย่างไร ท่านก็ให้กำเนิดเรามา ก็ชื่อว่าเราอาศัยท่านแล้ว ติดหนี้บุญคุณของท่านแล้ว

ดังนั้น ท่านผู้เกิดมาไม่มีความอบอุ่นกับพ่อกับแม่ ไม่มีพ่อแม่ดูแลรักษาขอยกเอาไว้ก่อน จะขอกล่าวถึงจิตวิญญาณของพ่อของแม่ที่สมบูรณ์ คือจิตของพ่อของแม่ที่มีความรักความห่วงหาอาลัย รักลูกดั่งแก้วตาดวงใจจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่ความรู้สึกของพ่อแม่จะรักลูกมาก จนถึงขนาดว่าลูกจะทำชั่วช้าเลวทรามปานใด พ่อแม่ให้อภัยได้หมด เพราะเหตุนี้พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่า “หาสิ่งใดจะเปรียบเทียบให้หนักเท่าบุญคุณของพ่อแม่นี้ยากเหลือเกิน เขาพระสุเมรุราช แผ่นดิน แผ่นฟ้า มหาสมุทร เอาพระปัญญาเป็นตาชั่ง คุณของแม่ยังหนักอึ้งสิ่งทั้งปวงยังเบา แต่พอเอาพระธรรมคำสั่งสอนอันประเสริฐวิเศษไปเทียบไปชั่งกับบุญคุณของแม่จึงเสมอกัน” แสดงว่าบุคคลจะตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ได้คือต้องอาศัยพระธรรมเท่านั้น

การพรรณนาระลึกถึงพระคุณของแม่ของพ่อจึงหาที่สิ้นสุดไม่ได้ นักปราชญ์บัณฑิต ผู้รู้ผู้มีปัญญา จึงได้สาธยาย จึงได้สรรเสริญ จึงได้พรรณนาบุญคุณของผู้มีพระคุณทั้งสองนี้มากมายในโลก เนื่องด้วยลูกทุกคนเกิดมาอาศัยพ่อแม่ และได้ความรักความห่วงใยจากพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่กว่าใครอื่นทั้งหมด เพราะท่านเป็น “บูรพาจารย์” เป็นอาจารย์สั่งสอนคนแรกของลูก ไม่มีอาจารย์องค์อื่นใดคนอื่นใดจะมาสอนก่อน..... เป็น “บูรพเทพ” เป็นเทพยดาเป็นเทวดาองค์แรกที่ดูแลรักษาลูกก่อนเทวดาองค์อื่นๆ..... เป็น “พระพรหม” เป็นผู้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาต่อลูก..... และเป็น “พระอรหันต์” ของลูก คือมีใจประเสริฐใจสูงส่งต่อลูกของท่าน

แม่.....เป็นครูผู้สอนแต่ตอนต้น
แม่.....ทุกคนอุดมพรหมวิหาร
แม่.....เมตตากรุณามุทิตาการ
แม่.....มีญาณอุเบกขาเป็นอารมณ์
แม่.....เหมือนพระอรหันต์อันสูงสุด
แม่.....หวังบุตรธิดาอย่าขื่นขม
แม่.....กับลูกผูกมิตรจิตชื่นชม
แม่.....จึงสมภาษิตมิตรในเรือน


เพราะเหตุที่พระผู้มีประภาคเจ้าทรงทราบดวงจิตของผู้เป็นพ่อเป็นแม่อย่างนี้แหละ จึงทรงตรัสว่า “ผู้ใดได้กตัญญูกตเวที แล้วรู้คุณตอบแทนพระคุณท่าน ชื่อว่าเดินตามเส้นทางพระโพธิสัตว์ เดินตามเส้นทางพระอริยเจ้าอันประเสริฐ พระอินทร์ก็ชื่นชม พระพรหมก็สรรเสริญ ชื่อว่าเป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไป เป็นผู้ที่ไม่มีวันจะเสื่อมทรามไปจากความดี มีชีวิตอยู่ในชาตินี้ก็รุ่งเรืองมีคุณค่า แม้นละจากชาตินี้ไปสู่โลกหน้าย่อมบันเทิงในสวรรค์อยู่ในสุคติ คือในภพภูมิที่ดีที่เจริญ”

ใครบูชาใครอุปัฏฐากพ่อแม่จัดเป็นมงคลอันอุดม อันใครๆ ผู้เป็นลูกจะล่วงเกินนั้นมิได้ เหมือนบูชาอุปัฏฐากพระอาจารย์ พระเทพ พระพรหม และพระอรหันต์ แม่คนเดียวนี้เป็นทั้งสี่องค์ คือ พระอาจารย์ พระเทพ พระพรหม และพระอรหันต์ ผู้ใดอุปัฏฐากเลี้ยงดูบูชาท่านทั้งสอง ย่อมมีสิริมีมงคลโอบอุ้มคุ้มครองตั้งแต่เส้นผมถึงปลายเท้า ส่วนผู้ใดทำให้ท่านทั้งสองต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ย่อมมีบาปกรรมตั้งแต่เส้นผมถึงปลายเท้าดุจเดียวกัน


บางสิ่งบางอย่างเราหมดอะไร เราก็หาของใหม่มาแก้ หาของใหม่มาแทนได้ แต่พอหมดพ่อหมดแม่จะหาใครมาแทนได้ ถึงแม้นบางท่านจะหาบุคคลอื่นมาแทนได้ แต่ก็ไม่เหมือนพ่อไม่เหมือนแม่ทั้งสองที่มีดวงจิตสูงและประเสริฐยิ่ง ถึงแม้บางท่านจะมีผู้มีพระคุณซึ่งแม้นไม่ใช่พ่อแม่บังเกิด เกล้า แต่ให้ความรักความห่วงใย ให้ความอบอุ่นเหมือนพ่อเหมือนแม่ นักปราชญ์บัณฑิตกล่าวว่า ผู้นั้นแหละคือผู้มีพระคุณในอดีตที่จุนเจือกันมา จึงมีจิตที่ห่วงหาอาลัย โอบอุ้มคุ้มครองเลี้ยงดูรักษากันอย่างดี

อันกรรมดีเกิดจากกายที่ทำดี เกิดจากวาจาที่พูดดี เกิดจากจิตที่คิดดี ส่วนบาปก็เกิดจากจิต จากวาจา จากกายด้วยเช่นกัน ความเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นเกิดขึ้นก็เพราะความดี ผู้ใดมารำลึกถึงผู้มีพระคุณแล้ว เป็นผู้กระทำบำเพ็ญในสิ่งที่ควรทำ ช่วยเหลือการงานของท่าน ทำหน้าที่แทนท่าน พูดจากับท่านไพเราะ คิดเคารพบูชาเทิดทูนทั้งต่อหน้าและลับหลัง มีกายอ่อนโยนไม่กระด้างไม่หยาบคาย บุคคลนั้นจะไปทิศทางใด เทพทั้งปวงย่อมรักษา มนุษย์ทั้งปวงย่อมเมตตา มารพาลภัยศัตรูย่อมครอบงำไม่ได้

ฉะนั้น บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องเสียสละ ธรรมะจะเป็นเครื่องชำระใจ ทุกข์หนักก็จะเบาบางจางคลาย ขอให้เราทั้งหลายผู้มีบุญเกิดมาเป็นคนในโลกนี้ในชาตินี้ จงทำให้ดีที่สุด พูดให้ดีที่สุด คิดให้ดีที่สุด ให้พ่อให้แม่ได้ชื่นใจที่สุดว่า ฉันลำบากเลี้ยงดูเขามา เขาก็ได้ทำความดี ทำหน้าที่ที่ดี

ยามลูกลงจากบันไดบ้านไปโรงเรียน ดวงตาทั้งคู่ของใครมองตาม ด้วยความห่วงหาอาลัยเป็นที่สุด เมื่อทราบว่ากลับมาโดยความปลอดภัย ก็ดีอกดีใจเหลือล้นพ้นประมาณ และในขณะที่ลูกใช้เงินใช้ทองอย่างสบายอกสบายใจ หรือใช้สุรุ่ยสุร่ายตามอำเภอใจ เรารู้บ้างไหมว่า ใครเอ่ย ! กำลังนอนก่ายหน้าผาก คิดว่าเราจะทำงานอะไรนะให้ได้เงินมากๆ เพื่อจะส่งให้ลูกได้เรียน ได้กินได้ใช้ ให้เสมอหน้าเสมอตา เทียมหน้าเทียมตาไม่ให้น้อยหน้าคนอื่นเขา

รู้บ้างไหม ?? ในความสบายของลูกที่ได้ใส่เสื้อผ้าชุดสวยๆ งามๆ แต่แอบแฝงด้วยความลำบากอย่างยิ่งของพ่อแม่ทั้งสอง เหงื่อทุกหยดที่หลุดจากร่างเพื่อเป็นเงินเป็นทองเป็นสตางค์ให้แก่ลูก เราหมดสมุด หมดดินสอ หมดหนังสือไปกี่เล่ม เราหมดเสื้อผ้าอาภรณ์ไปกี่ชุด เราหมดข้าวสารไปกี่กระสอบ เราหมดเงินทองไปกี่ร้อยพันหมื่นแสนหรือบางท่านถึงล้าน รู้ไหมว่าเราหมดไปเท่าไหร่แล้ว จากท่านทั้งสองเป็นผู้ให้

ฉะนั้น ลูกหญิงลูกชายทั้งหลายถึงเวลาแล้วหรือยัง ? ที่จะคิดตอบ แทนบุญคุณของท่าน หรือจะให้ท่านล่วงลับดับขันธ์สิ้นใจตายซะก่อนจึงรู้คุณ พอท่านสิ้นใจแล้ว เขาหามไว้ในโลงแล้ว เอาข้าวเอาน้ำสองสามถ้วย มาวางไว้ใกล้โลง แล้วก็เคาะโลง พ่อแม่ลุกมาทานข้าวเถิด เราจะเอาอย่างนั้นหรือ ? เราจะต้องนำข้าวนำน้ำให้พ่อแม่ก่อนที่ท่านจากไป ตอนที่ท่านรู้เรื่องได้เห็นลูกทำดี เห็นลูกมีน้ำใจดี เห็นลูกอุปัฏฐากดี เห็นลูกแสดงความกตัญญูดี ท่านคงจะมีความปลาบปลื้มปีติดีใจเป็นอย่างยิ่ง

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นคือเสี้ยวหนึ่ง หรือไม่ถึงเสี้ยวแห่งความเป็นผู้มีน้ำใจที่แม่พ่อมีต่อเรา บุญใดที่ลูกได้ทำ บุญใดที่ลูกได้กล่าว ได้คิด ได้สั่งสมอบรมมา ในอดีตร้อยชาติพันชาติ หมื่นชาติแสนชาติ อสงไขยกัปกัลป์ ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี บุญบารมีที่ได้บำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา ความดีทั้งปวง ลูกขอบูชาพระคุณพ่อแม่ทั้งสอง ผู้ให้กำเนิดเกิดชีวิตของลูกได้ลืมตามองโลก และได้ทำหน้าที่ได้ทำประโยชน์ส่วนรวมถึงบัดนี้ ขอบุญนี้จงโอบอุ้มคุ้มครองท่านทั้งสอง ให้มีความสุขพ้นจากทุกข์ และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของสรรพสัตว์ทั้งปวงในวัฏฏะสงสารอีกยาวนาน จนกว่าเข้าสู่มรรคผลนิพพานเป็นที่สุดแห่งทุกข์ กาย วาจา จิต ที่ลูกล่วงเกินด้วยเจตนาและไม่เจตนา ทั้งในอดีตถึงปัจจุบัน ขอผู้มีพระคุณทั้งสองจงอโหสิกรรมแก่ลูกนั้นด้วยเทอญ


(มีต่อ ๑๔)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 1:53 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ จดหมายแม่แผ่ถึงลูก

จะขออ่านจดหมายโยมยายให้ฟังสักหน่อยนะ รู้สึกว่าลูกจะทิ้งนะโยม ทิ้งไปติดโยมผู้หญิงไปติดสาว ลืมพ่อลืมแม่ เห็นโยมยายเขียนแล้วก็สะท้านใจสะเทือนใจ สงสารโยมเหมือนกันนะ แต่โชคดีโยมมาประพฤติธรรมมาปฏิบัติธรรม ทุกข์คงจะเบา ถึงแม้นลูกจะทิ้งพ่อทิ้งแม่ ดูซิ !! แม่ยังเขียนจดหมายมาอาราธนาขอให้พระสงฆ์แผ่เมตตาให้เขาพ้นวิบากกรรมด้วยเถิด แสดงว่าความรักที่คิดแต่ให้ไม่หวังสิ่งตอบแทน ปรารถนาให้ลูกเป็นสุขพ้นจากทุกข์ นี่มันไม่มีขอบเขตจริงๆ คือรักของพ่อแม่น่าบูชาตรงนี้นะโยม ตรงที่ลูกไม่สนใจพ่อแม่แล้ว แต่แม่ยังคิดให้เขาพ้นทุกข์ กลัวเขาจะไปทำบาปทำกรรม กลัวเขาจะไปหลงทางผิด ก็เลยมาขอพรอ้อนวอนให้พระสงฆ์องค์เจ้าแผ่เมตตา ขอให้เขาพ้นวิบากกรรมด้วยเถิด

โยมจำไว้นะ !! คนไหนที่ว่ารักเราที่สุด ถ้าเราทำให้ผิดใจดูมากๆ ซิ เราทำให้เกลียดดูซิ ทำให้เสียใจมากๆ ดูซิ จะยังรักเราอยู่หรือเปล่า ถ้ายังรักอยู่ จำไว้เลยนะโยม เป็นทาสรับใช้คนนั้นตลอดชีวิตก็ไม่เสียชาติเกิด จงคบกับคนนั้น จงอยู่กับคนนั้น จงเป็นเพื่อนเป็นมิตรกับคนนั้นนะโยม อย่าทิ้งคนนั้น แสดงว่าคนนั้นมีใจที่ไม่ใช่ธรรมดา แสดงว่าคนนั้นหวังดีจริงๆ เพราะว่าทำให้เสียใจมากแล้วยังรักเราช่วยเหลือเรา

ความรัก แปลว่า มีแต่จิตคิดให้คิดช่วย เมื่อใดได้ช่วยก็รู้สึกว่าสบายใจชื่นใจ คนที่เราช่วยจะคิดดีหรือไม่ดีกับเรา เราไม่ได้สน แต่ขอให้เขามีความสุขมีความดีเราก็ชื่นใจ ถ้าเรามีความรักแบบบริสุทธิ์อย่างนี้ รับรองว่าจะไม่ทุกข์หนัก ไม่ช้ำใจ จะไม่เป็นคู่กรรม ไม่เคืองแค้นไม่ขุ่นข้องไม่หมองมัว ไม่เผลอไปทำชั่วและคิดร้าย


เหมือนแม่ผู้นี้ที่ลูกทิ้งแม่ไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นแล้ว แม่ยังมาให้พระแผ่เมตตาเพื่อให้เขาพ้นวิบากกรรม นี่แสดงว่าบุคคลเช่นนี้ควรจะเทิดทูนไว้บูชา เดี๋ยวจะอ่านจดหมายให้ฟังว่า โยมยายเขียนมาว่าอย่างไร

“ขอกราบนมัสการพระคุณเจ้า ได้แผ่เมตตาธรรมให้ลูกชายชื่อ.................... ไม่อ่านชื่อนะโยม เป็นบุตรแท้ๆ ของพ่อของแม่ อ่านตามสำนวนโยมยายเลยนะ ไม่ต้องแก้นะ บัดเดี๋ยวนี้ไปหลงผู้หญิงที่ไม่มีศีลธรรมเลย ความเมตตาที่เคยมีต่อพ่อต่อแม่ก็ไม่มีเลย จนกระทั่งพ่อได้ตายจากไปก็ไม่มาดูพ่อเลย ดิฉันเอาศพพ่อเขาไว้ห้าวัน ลูกมาวันเผาศพพ่อ มาแบบเป็นแขก มาแล้วก็กลับ มาเผาพ่อเสร็จแล้วก็กลับ ลูกไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยตั้งแต่เกิดมา เขาเคยเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่มาแท้ๆ เดี๋ยวนี้หลงผู้หญิงมาก ไม่กลับบ้านเลยเจ้าค่ะ ขอพระคุณเจ้าได้แผ่เมตตาให้เขาพ้นวิบากกรรมด้วยเถิด ลูกชายชื่อ.................... เกิดวันอังคาร เดือนหก ปีเถาะ จากโยม....................”

ดูซิโยม !! อาตมาฟังรายการวิทยุรายการหนึ่ง สะดุดใจคำพูดคำหนึ่งของพระ ท่านพูดว่า มีโยมผู้ชายผู้ปฏิบัติธรรมคนหนึ่งเขียนจดหมายไปให้ท่าน พระท่านอ่านมาว่า......... “ผู้ชายน่ะ ผู้หญิงน่ะ หนุ่มก็ตาม สาวก็ตาม ภรรยาสามีน่ะ อย่าให้ความสำคัญมากนัก ผู้หญิงอย่าให้ความสำคัญผู้ชายมากนัก ผู้ชายก็อย่าให้ความสำคัญผู้หญิงมากนัก จนเกินพ่อเกินแม่ อันนี้ไม่ใช่ไม่ให้ความสำคัญกับภรรยาสามีนะ ให้เหมือนกัน แต่อย่าให้มากนักจนเกินพ่อเกินแม่ เพราะพ่อแม่มาก่อน ผู้หญิงผู้ชายหนุ่มสาวมาทีหลัง หนุ่มสาวนี่เจอกันตอนโต แล้วยังไม่ได้ทำบุญคุณให้แก่กันมากมายนัก แต่พ่อแม่ทำมาตั้งแต่อยู่ในท้อง ช่วยเหลือมาโอบอุ้มคุ้มครองมา ป้อนน้ำป้อนข้าวมาตั้งแต่เด็กเล็กจนเติบใหญ่” แหมฟังแล้วมันกินใจนะโยม

คือบางคนรู้คุณกันก็เพราะทำดีให้กันก่อน เราช่วยเหลือใคร คนนั้นต้องมีคุณก่อนจึงอยากช่วยเขา ถ้าเขาไม่เคยมีบุญคุณบางครั้งเราไม่ค่อยใส่ใจ แต่แม่นั้นยังไม่เห็นหน้าเรา เรายังไม่เคยช่วยเหลือ ไม่รู้หน้าตาลูกเป็นอย่างไร หญิงหรือชาย ไม่รู้ว่าเนรคุณหรือรู้คุณก็ไม่ทราบ แต่รู้ว่ามาอยู่ในท้อง แม่ก็รักตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าเรา สวดมนต์ภาวนาอวยพรอวยชัย เป็นชายให้เป็นคนดีเหนือชาย เป็นหญิงก็ให้เป็นคนดีเหนือหญิงทั้งหลาย อะไรดีๆ ก็ให้ลูกได้ลูกดีลูกเป็น

เพียงตั้งครรภ์ยังไม่ทันเห็นหน้าเจ้า
ในจิตเฝ้าผูกพันรักมั่นหนอ
เป็นเลือดก้อนในอุทรท่านพะนอ
สายเลือดหล่อเลี้ยงปลื้มลูกดื่มกิน

มนุษย์เรามากมายหลายพันล้าน
ที่แผ่ซ่านในพิภพจนจบสิ้น
ผ่านบัณฑิตรวยจนบนแผ่นดิน
ทุกคนสิ้นสืบกำเนิดเกิดจากครรภ์

สตรีใดให้กำเนิดเกิดมนุษย์
โลกสมมุตินามนิยมไว้คมสันต์
เรียกว่าแม่มาแต่แรกที่แบกครรภ์
เพราะแม่นั้นครอบครองป้องโลกไว้

ถึงยากจนก็อดทนเพราะรักลูก
จิตพันผูกรักยิ่งเกินสิ่งไหน
ยามคลอดบุตรสุดสวาทแทบขาดใจ
คลอดพ้นภัยเห็นหน้าเจ้าเฝ้าปรีดา

เมื่อยามลูกอยู่ในครรภ์พรั่นใจนัก
กลัวลูกรักจะเป็นทุกข์ไม่สุขา
จะลุกนั่งเวียนระวังกินข้าวปลา
คอยรักษาของเผ็ดร้อนก็ผ่อนคลาย

พร่ำสวดมนต์ภาวนาฟ้าพิทักษ์
ให้ลูกรักเลิศล้นคนทั้งหลาย
แม้นเป็นชายก็ประเสริฐเลิศเกินชาย
เป็นหญิงหมายยอดหญิงยิ่งกว่าใคร

เมื่อลูกคลอดจากครรภ์แม่หรรษา
มีเมตตายิ่งนักสุดรักใคร่
พะนอเลี้ยงเพียงแก้วตายอดยาใจ
ทั้งมดไรยุงริ้นมิไต่ตอม

เฝ้าฟูมฟักรักเลี้ยงเพียงชีวิต
แม่ตั้งจิตโลมเร้าเฝ้าถนอม
ลูกหลายคนแม่ก็ทนเฝ้าอดออม
คอยถนอมขวัญลูกผูกดวงมาลย์

น้ำใจแม่เกื้อกูลการุณย์บุตร
บริสุทธิ์สูงส่งพรหมวิหาร
เป็นแม่พระป้องกันภัยอันธพาล
คุณโอฬารใครไม่เกินกว่ามารดา

จะเทียบท่าทบเท่าคุณแม่นี้
ปฐพีท้องทะเลกว้างเวหา
ทั่วเขตคามสามภพจบโลกา
คุณมารดามากนักเพราะรักแรง


ฉะนั้น จงเห็นความสำคัญของพ่อแม่ยิ่งกว่าคนอื่น แหมคำพูดนี้มันกินใจ !! ใครทำอย่างนี้ได้ประเสริฐแน่นอน รับรองชาตินี้ทั้งชาติและทุกชาติจะไม่ตกต่ำ จะมีแต่ความเจริญเพราะไม่ลืมบุญคุณพ่อแม่ แต่ถ้าเหมือนหนุ่มคนนี้ไปหลงสาวมาก ไม่ใช่สาวธรรมดาด้วย แต่บอกว่าไม่มีศีลไม่มีธรรมะเสียด้วย น่ากลัวนะโยม !! ผู้ชายหลงไม่ใช่อะไรหรอก หลงรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสที่นิ่มนวล แต่เมื่อมันไม่สวย ไม่หอม ไม่พูดจาไพเราะ เดี๋ยวก็ทิ้งแหละผู้ชายน่ะ มันอยู่ไม่นานเดี๋ยวก็ทิ้งโยม ถ้ารักกันด้วยคุณธรรมจะอยู่นาน ถ้ารักกันด้วยฉาบฉวยแล้วจะอยู่ไม่นาน จะเป็นคู่กรรมกันอีกต่างหาก

อาตมาเป็นห่วงที่สุดเลยสำหรับเยาวชนสมัยปัจจุบัน เพราะว่าจะฉลาดขนาดไหน แต่ไม่ค่อยเฉลียวใจ โดนหลอกง่าย อะไรเขามายั่วยวนก็โดนเขาหลอกจนติด ส่วนผู้หญิงที่ชอบผู้ชายก็ติดที่เขาเอาใจ พูดไพเราะ สักวันหนึ่งข้างหน้าเขาได้ดั่งใจ เขาไม่เอาใจ ทีนี้ล่ะก็โกรธเป็นศัตรูกัน น้อยใจ มาร้องไห้นึกถึงพ่อแม่ทีหลัง ด่าตนเองว่าฉันทิ้งพ่อทิ้งแม่เป็นบาปกรรม กว่าจะละได้ก็ทำบาปกับพ่อแม่มามากนะ ทิ้งพ่อทิ้งแม่เหมือนทิ้งสมบัติ ทิ้งมงคล ทิ้งความดีความงามไปมากมายทีเดียว

ดังนั้น ผู้ชายจะไปชอบผู้หญิงต้องดูว่าเขาเป็นคนอย่างไร ใครควรคบใครควรเว้น จะคบอย่างไรก็ไม่ควรทิ้งพ่อทิ้งแม่ โยมผู้หญิงจะไปติดผู้ชาย ก็ต้องดูว่าผู้ชายคนนั้นเขาเอาอกเอาใจเรา จริงใจกับเราตลอดชีวิตเหมือนกับพ่อแม่หรือเปล่า ตอนแรกอาการสามสิบสองครบถ้วน ต่อไปรถพลิกคว่ำอะไรต่างๆ เลือดตกยางออก แขนขาพิกลพิการ อย่างไรก็ตามพ่อแม่ยังรักหวังดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่หนุ่มล่ะ แต่สาวล่ะ ที่รักเราเหมือนเดิมไหม ? ถ้าเกิดโฉมหน้าเราไม่งาม ถ้าเกิดทำให้เขาเสียใจ ทำอะไรต่างๆ ที่ไม่ถูกใจ เขายังรักเราอยู่หรือเปล่า ? เปรียบเทียบกันดูซิโยม เปรียบเทียบกันไม่ได้แน่ คงจะห่างราวฟ้ากับดิน ระหว่างความรักของพ่อแม่กับคนอื่น

เหตุที่เป็นอย่างนี้เพราะหันหลังให้พระธรรม หันหลังให้วัด ก็เลยไม่รู้จักคุมใจ กิเลสมันครอบงำ ไปหลงรักแล้วไปเจอทุกข์เจอภัย ผิดศีลผิดธรรม อาตมารู้สึกสงสารแม่สงสารพ่อผู้บังเกิดเกล้า รวมทั้ง สงสารลูกชายคนนี้เหมือนกันนะโยมนะ แม่บอกว่าขอให้แผ่เมตตาให้เขาด้วยเพื่อให้เขาพ้นวิบากกรรม คืออย่าให้เขาไปทำกรรมอย่างนั้น ถ้าเขาหลงอย่างนั้นเขาต้องมีบาปหนักเพราะเขาทิ้งพ่อทิ้งแม่ เขาเรียกว่า “หลงเมียลืมแม่ หลงผัวลืมพ่อ” ภาษาไทยเดิมนะโยม

อาตมาจึงขอนำบทกวีคำกลอนหัวอกแม่ เนื่องด้วยได้อ่านจดหมายฉบับนี้ และสมควรจะนำมาบอกเล่าเก้าสิบให้ทุกท่านได้รับรู้ เพื่อเปิดใจคุณโยมยาย ดังต่อไปนี้

โอ้ลูกเอ๋ยลูกน้อยกลอยใจแม่
แม่ดูแลปกปักษ์เลี้ยงรักษา
เฝ้าเห่กล่อมยอมลำบากตรากตรำมา
ยามเจ้าตื่นหรือนิทราก็อาทร

พ่อของเจ้าก็เอาใจไม่น้อยกว่า
เหน็ดเหนื่อยจากการงานมาอุตส่าห์ป้อน
รีบชงนมต้มน้ำซ้ำอดนอน
แม้เจ้าร้องออดอ้อนไม่ดุดัน

ยามเจ็บไข้ใจพ่อแม่แทบจะขาด
ภาวนาให้แคล้วคลาดจากภัยนั้น
อยากให้ลูกเป็นสุขทุกคืนวัน
โอ้ลูกขวัญลูกแม่รักประจักษ์จริง

แต่บัดนี้ลูกทิ้งแม่ไม่แลหา
หลงภรรยาว่าเป็นแม่สุดสุขสันต์
โอ้กรรมเอ๋ยเคยทำเมื่อไหร่กัน
ทรมานช้ำใจลูกไม่แล

ลืมมือแม่เคยอุ้มแอบลูกแนบอก
เคยกอดกกเกลียวกลมเอานมป้อน
ลืมเสียงแม่เคยกล่อมขับให้หลับนอน
ยามลูกอ้อนใส่เปลแม่เห่ไกว

ลืมเสียงเพลงเก่าแก่ของแม่สิ้น
นกขมิ้นเหลืองอ่อนจักนอนไหน
ลืมสายเปลสายสวาทขาดเยื่อใย
เหมือนสายใจแม่ให้ลูกแต่ถูกลืม


“พระเจ้าอชาติศัตรู” ไปฆ่าพ่อเพื่อเป็นใหญ่ กว่าจะรู้ตัวพ่อก็ตายก่อน จึงไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสเทศนาให้ฟัง เกิดศรัทธาเลื่อมใส ทิ้งบาป ทิ้งกรรม ทิ้งเวร กลับตัวกลับใจ ทำบุญมากขึ้นตลอดชีวิต พอสิ้นชีวิตไปตก นรกโลหกุมภี บริวารของอเวจีมหานรก ธรรมดาแล้วตายปุ๊บจะต้องลงอเวจีมหานรก แต่กลับตัวกลับใจเสียก่อน รีบไปทำความดีก่อนก็เลยบาปเบา กรรมเบา ไม่ตกอเวจีขุมใหญ่ ไปตกโลหกุมภีที่เป็นกระทะหม้อเหล็กขนาดใหญ่เท่าภูเขา เต็มไปด้วยน้ำแสบน้ำร้อน น้ำเดือดพล่านๆ แทน กว่าจะรู้บุญคุณมันก็ทำบาปไปเยอะ มันก็น่าเสียใจนะ น่าสงสารนะโยมนะ

ชื่นใจจังเลยที่เราเกิดทันพระศาสนา ชื่นใจจังเลยที่มีครูบาอาจารย์ชี้ทางสว่างให้ ชื่นใจจริงๆ ที่ครูบาอาจารย์ส่องทางอันอำไพ ปลื้มจิตชื่นใจไม่หลงทาง เพราะเหตุนั้นถ้าไม่หันหลังให้ธรรมะ ธรรมะจะรักษา ถ้าหันหน้าให้ธรรมะมุ่งประพฤติธรรมฟังธรรม ธรรมะจะเป็นที่พึ่งแก่โยม ถ้าเราไม่รีบเอาตอนนี้ โยมทั้งหลายก็จะเหมือนลูกชายโยมยายคนนี้ ซึ่งตอนนี้อาตมาจะสวดมนต์ภาวนา พาโยมอธิษฐานแผ่ทุกคน ใครทำชั่วจงกลับตัวมาทำดี เพราะคนทำผิดเหมือนกลืนยาพิษเข้าสู่ท้อง ยาพิษที่เคลือบด้วยน้ำตาลมันหวานตอนอม แต่กลืนลงไปถึงท้องพอแผลงฤทธิ์แล้วมันเจ็บปวด ความชั่วที่ทำแล้วมันชื่นใจตอนต้น แต่ผลออกมานั้นมันเผ็ดร้อนทนทุกข์ทรมาน

เพราะเหตุนั้นโยมอย่าหลงเป็นอันขาด มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน มีเพื่อนบอกเพื่อน จูงมาถือศีล ที่ให้โยมทำเพื่อให้โยมรู้จักทำบุญกับคนที่หกล้มทางจิตวิญญาณ คือคนไม่รู้จักวัดจักวานี่ ไม่รู้จักรักษาศีลสร้างบารมีนี่ จิตวิญญาณเขาหกล้ม อยู่ในภูมิหนึ่งที่จะต้องฝึกจิตให้สูงขึ้นนะโยมนะ ใครได้ช่วยคนหกล้มทางจิตวิญญาณจะได้อานิสงส์มาก เพราะได้ให้แสงสว่างแก่เขา ชวนคนมาปฏิบัติธรรมครั้งหนึ่ง ได้บุญมากกว่าทำบุญหนึ่งแสนสองแสน หนึ่งล้านสองล้านบาท เราจึงทำบุญอันโน้นนิดอันนี้หน่อยไปพร้อมๆ กัน ยิ่งทำความดีไว้มากบ่อยๆ ก็มีพลังบารมีเพิ่มขึ้นมาก กรรมเวรที่ไม่ดีย่อมเบาบางไปเร็ว

ถ้าชวนคนเป็นไม่ได้ ให้โยมชวนคนตาย จุดธูปสามดอก หกดอก เก้าดอก เท่าไหร่ก็จุดเถอะ อธิษฐานเลย จิตวิญญาณที่สถิตอยู่ตามต้นไม้น้อยใหญ่ อยู่ตามบ้านเรือน ตามภูเขาเลากา ตามห้วยหนองคลองบึง ตามถนนหนทาง ตายโหงตายห่า รถพลิกคว่ำ ตายอะไรต่างๆ ชวนมาถือศีลปฏิบัติธรรมหมดกรรมหมดเวรต่อกัน แต่ไม่ใช่ไปจุดธูปเชิญเขาแล้ว ตอนเดินทางมาวัดก็วาดภาพเป็นนิมิต โอ้โห !! เรานั่งไปกับผี ขนลุกซู่ๆ ไม่ใช่เหมือนในหนังนะ ผีน่าเกลียดน่ากลัวน่ะมันไม่ใช่ ผีก็รูปร่างหน้าตาเหมือนเรานี่แหละ แต่ตอนหน้าเกลียดน่ากลัวนี่คือตอนเขาแสดงฤทธิ์ให้คนกลัว ด้วยความประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือให้เราเห็นสภาพของเขาว่า น่าทุเรศมาก คือ เจ็บมาก ทรมานมาก ทุกข์มาก เขาปรากฏเป็นนิมิตให้เห็น เพื่อให้เราเห็นเขาแล้วสงสารเขาแล้วทำความดีให้เขา

โยมดูหนังแล้วต้องมีปัญญา แต่บางเรื่องดูแล้วโยมจะงงงวยนะ หลงผิดเป็นว่าถูก เช่น พ่อทำบาป ลูกกตัญญูมารับใช้กรรมแทนพ่อ มันได้ที่ไหนเล่า แฟนคนนี้ไปทำบาปมา สามีจริงใจยอมสละชีวิตใช้กรรมแทนภรรยา มันมีที่ไหนเล่า แก้กรรมกันไม่ได้ แก้บัญชีนรกบัญชีสวรรค์ไม่ได้ มันเป็นกฎตายตัว ใครทำดีได้ดี ใครทำชั่วได้ชั่ว พ่อแม่ก็แก้ให้ลูกไม่ได้ ลูกก็แก้ให้พ่อแม่ไม่ได้ ยกเว้นเราทำบุญแล้ว บอกให้พ่อแม่พี่น้องหรือญาติให้ทราบว่าเราทำบุญอุทิศให้ จงอนุโมทนาเอานะ ท่านสาธุดีใจ ท่านจึงจะได้บุญด้วย


(มีต่อ ๑๕)
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 2:01 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

๏ ธรรมคีตา : พระคุณแม่

ธรรมคีตา : พระคุณแม่ ๑

คำว่า “แม่” นั้นยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ
สุดจะเทียบเทียมได้ในโลกหล้า
เพราะแม่นั้นให้กำเนิดเกิดลูกมา
คุณของค่าน้ำนมหาใดปาน

คำว่าแม่มีแต่ “ให้” ไม่คิดรับ
แม่ให้ทรัพย์ให้วิชาให้อาหาร
ให้ชีวิตให้ความคิดให้วิญญาณ
สุดประมาณจะนับได้มากมายจริง

แม่ลำบากตรากตรำทุกค่ำเช้า
หนักก็เอาเบาก็สู้ไม่รู้หนี
แม่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งตาปี
แม่ยอมพลีชีวิตทั้งจิตใจ

ก็เพื่อลูกผูกพันกระสันรัก
แม้ดวงตาแม่รักควักให้ได้
เมื่อลูกโศกแม่เล่ายิ่งเศร้าใจ
ทั่วแดนไตรคุณแม่เลิศประเสริฐเอย


ธรรมคีตา : พระคุณแม่ ๒

โอ้ลูกเอ๋ยลูกน้อยกลอยใจแม่
แม่ดูแลปกปักษ์เลี้ยงรักษา
เฝ้าเห่กล่อมยอมลำบากตรากตรำมา
ยามเจ้าตื่นหรือนิทราก็อาทร

พ่อของเจ้าก็เอาใจไม่น้อยกว่า
เหน็ดเหนื่อยจากการงานมาอุตส่าห์ป้อน
รีบชงนมต้มน้ำซ้ำอดนอน
ยามเจ้าร้องออดอ้อนไม่ดุดัน

ลูกป่วยไข้ใจพ่อแม่แทบจะขาด
ภาวนาให้แคล้วคลาดจากภัยนั้น
อยากรับทุกข์ของลูกมาผูกพัน
อยากกีดกั้นภัยทุกอย่างให้ห่างไกล

เมื่อเติบโตให้เจ้าเข้าใจซึ้ง
เราสองคนผู้ซึ่งอยู่ชิดใกล้
ถึงดุด่าว่าตีใช่อะไร
ก็เพราะหวังปลูกฝังให้เจ้าได้ดี

ลูกอย่าเคืองอย่าโกรธโทษผิดๆ
จงพินิจด้วยปัญญาอย่าหลีกหนี
ที่พ่อแม่รักเจ้าเท่าชีวี
เลี้ยงลูกมาจนบัดนี้เพื่ออะไร

มิหวังให้ตัวเจ้าทุกข์ยากเข็ญ
หวังให้เจ้าเปี่ยมเต็มทุกสมัย
คุณธรรมนำรอดตลอดไป
เพราะความดีจะคุ้มภัยตลอดกาล

พ่อแม่ส่งเงินทองให้ลูกใช้
จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ
หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย

อันพ่อแม่มีแต่จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย
ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย
ลูกสบายแม่กับพ่อก็ชื่นใจ


ธรรมคีตะ : พระคุณแม่ ๓

พ่อแบกไถไปนายามฟ้าสาง
ลูกคิดสร้างแต่ชั่วมั่วหม่นหมอง
แม่รดผักตักน้ำในลำคลอง
ลูกไปจองตั๋วดูหนังแต่ยังวัน

พ่อถางป่าทำนาจนฟ้าสาง
ลูกสบายอัดบุหรี่ไม่เหลียวหลัง
พ่อกินข้าวกับเกลือเมื่อเที่ยงวัน
ลูกสุขสันต์ข้าวมันไก่ใจใหญ่พอ

พ่อหน้าดำคร่ำเครียดถางแต่ป่า
ลูกเที่ยวบาร์ฟลอร์โชว์โก้จริงหนอ
แม่ห่มผ้าผืนหนึ่งซึ่งมอซอ
ลูกแสนหล่อนุ่งมอสยอดไปเลย

พ่อตัวดำหลังคู้อยู่กลางทุ่ง
ลูกมัวยุ่งเที่ยวหญิงไม่นิ่งเฉย
พ่อฝ่าแดดตากลมจนไม่เสบย
โอ้ลูกเอ๋ยเล่นไพ่ไม่แลมอง

แม่ขาดเลือดแห้งผอมตรอมใจเศร้า
ว่าลูกเราอนาคตหมดหวังหนอ
เพราะแม่จนลูกจึงชั่วมัวสอพลอ
ทำเหล่ากอให้พินาศขาดคุณธรรม

ขอเพียงแค่นี้ลูกเอ๋ย
เกินเลยไหมที่จะสนอง
ธรรมะเท่านั้นคุ้มครอง
ปกป้องคนดีร่มเย็น

ชีวิตควรมีหางเสือ
ดั่งเรือที่ดีมิเว้น
ลูกควรตั้งจิตบำเพ็ญ
ธรรมะเป็นคุณตลอดไป


ธรรมคีตะ : พระคุณแม่ ๔

โอ้พระคุณเหนือเกล้าของลูกเอย
ลูกไม่เคยลืมบุญคุณของแม่นี้
สุดซาบซึ้งถึงค่าความปราณี
ที่แม่มีต่อลูกจิตผูกพัน

ลูกจะแทนคุณได้อย่างไรหนอ
เพื่อให้พอเพียงบุญคุณของแม่นั้น
ลูกบวชเรียนเพียรพากมากอนันต์
แต่ดูมันเล็กน้อยด้อยเกินไป

อันน้ำนมของแม่นี้มีค่าล้น
ลูกสุดค้นสรรหาคำปราศรัย
หาคำอื่นหมื่นแสนในแดนใด
จะยิ่งใหญ่เกินมารดาหาไม่มี

จะเปรียบด้วยดินฟ้ามหาสมุทร
ก็ไกลสุดฟ้าดินเมฆินคั่น
จะเอาดินสิ้นพิภพบรรจบกัน
มาเสกสรรให้เป็นเช่นปากกา

แล้วนำน้ำมหาสมุทรแสนสุดลึก
ทำแทนหมึกหมดสมุทรจนสุดหา
จารึกขานพระคุณของมารดา
บนแผ่นฟ้าแทนกระดาษเพียรวาดไป

จนหมดสิ้นดินฟ้ามหาสมุทร
จะสิ้นสุดคุณมารดาก็หาไม่
อันพระคุณเลิศยิ่งกว่าสิ่งใด
ที่แม่ให้ลูกรักประจักษ์เอย


ธรรมคีตะ : พระคุณแม่ ๕

พ่อแม่ก็แก่เฒ่าจำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพานเพียงเสี้ยววารของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจากเพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพนี้มิทนนานต้องร้าวรานสลายไป

ขอเถิดถ้าสงสารอย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัยจิตเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่าเพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอนคลายทุกข์ร้อนพอสุขใจ

เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้งให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ยลเติบโตจนสง่างาม

ขอโทษถ้าทำผิดขอให้คิดทุกๆ ยาม
ใจจริงแท้มีแต่ความหวังดีตามช่วยอวยชัย
ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่งมีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไปถึงฝั่งไว้ให้วังเวง


ธรรมคีตะ : พระคุณแม่ ๖

ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องของคุณแม่
ท่านเฝ้าแต่คอยประคบให้อบอุ่น
จะเคลื่อนไหวใจท่านผูกปลูกการุณย์
เฝ้าแต่ครุ่นคิดเป็นห่วงดวงชีวัน

ตั้งเก้าเดือนกว่าจะเคลื่อนจากท้องแม่
ลำบากแท้แม่ของลูกทุกข์มหันต์
เมื่อยามคลอดแทบชีวิตจะปลิดพลัน
เกิดลูกพลันพบหน้าลูกผูกอาลัย

เห็นลูกน้อยปลุกปลื้มลืมความเจ็บ
เหมือนใครเก็บเจ็บปลิดจิตผ่องใส
ใบหน้าลูกราวกับยารักษาใจ
ทิพย์โอสถรดฤทัยชูชีวัน

ท่านเลี้ยงลูกผูกจิตมิคิดหน่าย
มอบใจกายยอมอุทิศมิบิดผัน
หลั่งน้ำนมให้ลูกทุกคืนวัน
แล้วลูกนั้นดื่มกินด้วยยินดี

แม่เคยห่วงพวงถันยามท่านสาว
เมื่อถึงคราวเลี้ยงลูกถูกหน้าที่
เลือดในอกยกให้ดื่มปลื้มปราณี
ใจยินดีให้ลูกดื่มลืมความอาย

มือสองข้างซ้อนร่างอ่อนโอบอุ้ม
ร่างนิ่มนุ่มแนบข้างไม่ห่างหาย
อกแม่เอนแอบเอียงนอนเคียงกาย
ให้ลูกหายคลายหนาวยามค่ำคืน

ตักของแม่แผ่รองลูกดังฟูกนุ่ม
คอยโอบอุ้มกล่อมนิทราไม่ฝ่าฝืน
ประจงจูบลูบไล้ทุกวันคืน
เป็นที่ชื่นเชยชิดสนิทใจ

ยามจะนอนแม่ก็วอนวจีหวาน
กล่าวประสานกล่อมเสียงสำเนียงใส
ทั้งยามกินคอยป้อนวอนอาลัย
ยามลูกถ่ายแม่ก็ไม่รังเกียจเลย

ลูกเปรอะเปื้อนเหม็นสางแม่ล้างเช็ด
ทุกสิ่งเสร็จเกื้อกูลแม่คุณเอ๊ย
ไม่เบื่อหน่ายหมายนิยมเฝ้าชมเชย
ใครจะเลยล่วงท่านนั้นไม่ปาน


ธรรมคีตะ : พระคุณแม่ ๗

(เพลงขับร้องโดย ชินกร ไกรลาส)

พ่อแม่ใครลูกอยู่ไหนกันเล่า
ปล่อยให้ท่านซึมเศร้าเคล้าน้ำตา
ต้องซมซานอาศัยบ้านคนชรา
คงจะมีปัญหาเห็นแล้วน่าห่วงใย

เอ่ยปากถามจึงทราบความมาว่า
ลูกหญิงชายเลี้ยงมาทำสาแก่ใจ
เมื่อได้ดีไม่มีมาห่วงใย
บ้านที่ดินโอนให้กลับไร้ที่พึ่งพา

โอ้อกพ่อแม่ยามแก่ยามเฒ่า
เมื่อถูกลูกเต้าเขามาต่อว่า
คนหัวโบราณว่าท่านต่างๆ นาๆ
ติฉินนินทาท่านบอกว่าน้อยใจ

ลูกเกิดมาบิดามารดาเลี้ยงดู
เมื่อลูกๆ ฟังอยู่คงรู้ว่าใคร
ออกนอกบ้านซมซานจากไกล
โปรดจงกลับใจรับท่านไปเลี้ยงดู


ธรรมคีตะ : พระคุณแม่ ๘

(เพลงขับร้องโดย ไวพจน์ เพชรสุพรรณ)

แม่จ๋า แม่ แม่ แม่ เฝ้าแลเหลียว
แม่คนเดียวเลี้ยงลูกหลายคนได้
ลูกหลายคนเกิดมาน่าแปลกใจ
เลี้ยงไม่ได้แม่คนเดียวไม่เหลียวแล

คนที่ท่านรักบุตรสุดซาบซึ้ง
หญิงคนหนึ่งนั้นหรือชื่อว่าแม่
จำกันได้ไหมหนอ มอ สระ แอ
มีไม้เอกใช่แน่แม่ของเรา

แม่คำเดียวจำได้หญิงชายรู้
ชื่อคุ้นหูแม่แกแม่ของเค้า
คนที่รักเราแน่แม่ของเรา
เป็นแม่เก่าคนเดิมเริ่มเกิดมา

ใครที่ว่ารักเราไม่เท่าแม่
เฝ้าเหลียวแลสารพัดตัดปัญหา
ปากว่าเกลียดใจสมเพชเวทนา
เลี้ยงลูกมาจนโตโอ้ประคุณ

ลูกผู้หญิงควรเทิดไว้ใส่เหนือหัว
อย่าหลงผัวลืมแม่แกจะวุ่น
ลูกผู้ชายทำไฉนจะได้บุญ
บวชแทนคุณที่เลี้ยงมาค่าน้ำนม


ขอบูชาคุณธรรมความดี ที่มีอยู่กับจิตวิญญาณของผู้เป็นแม่ทุกท่านทุกคนในโลก ขอบูชาจิตวิญญาณความรู้สึกของผู้เป็นแม่ ที่มีความรักความเมตตาปรารถนาให้ความสุขแก่สรรพสัตว์ในโลก และขอผู้เป็นแม่จงเป็นที่พึ่งแก่ผู้มีทุกข์ในโลก กาย วาจา ใจ ที่ลูกได้ล่วงเกินในอดีตร้อยชาติพันชาติจนถึงปัจจุบัน จำได้และมิได้ เจตนาและไม่เจตนา ขอผู้เป็นแม่ในโลกจงอโหสิกรรมแก่ลูก บุญใดที่ลูกได้ทำ ได้สร้าง ได้บำเพ็ญ ในอดีตถึงปัจจุบัน ขอบูชาผู้เป็นแม่ ขอให้ผู้เป็นแม่จงมีความสุขพ้นจากความทุกข์ มีคุณธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าบังเกิดขึ้นในจิตวิญญาณ สู่มรรคผลนิพพานพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ด้วยเทอญ


------------ จบบริบูรณ์ ------------


สาธุ สาธุ สาธุ
 

_________________
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
ดาลิ่ง
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 23 มิ.ย.2006, 11:51 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

อนุโมทนาด้วยค่ะ
 
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง