Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 พระป่ากู้ชาติ : เมื่อ “คลังหลวง” จะถูกถลุง อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 11 พ.ย.2007, 7:36 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


พระป่ากู้ชาติ : เมื่อ “คลังหลวง” จะถูกถลุง
โดย ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์


เมื่อครั้งที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทางการเงินครั้งร้ายแรงในปี พ.ศ.2540 นโยบายเปิดตลาดเสรีทางการเงินของรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ส่งผลให้บรรดา “กองทุนเก็งกำไร” (Hedge Fund) ซึ่งเป็นบรรษัทข้ามชาติทางการเงินจากสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไทเกอร์ฟันด์” (Tiger Fund) ของนายจูเลี่ยน โรเบิร์ตสัน (Julian Robertson) ใช้กลยุทธ์ที่เหนือกว่าโจมตีค่าเงินบาทเพื่อการเก็งกำไรค่าเงิน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำเงินตราสำรองต่างประเทศออกมาต่อสู้ จนกระทั่งเงินตราสำรองของธนาคารแห่งประเทศไทยสูญหายไปเกือบหมดสิ้น ทำให้รัฐบาลสมัย พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ต้องลาออก

รัฐบาลต่อมาของ นายชวน หลีกภัย ได้ส่งรัฐมนตรีคลังคือนายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ เดินทางไปขอกู้เงินจาก “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (International Monetary Fund หรือ IMF) เพื่อชดเชยเงินตราสำรองต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทยที่สูญเสียไป “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” ได้แนะนำให้ประเทศไทยแก้กฎหมาย 11 ฉบับเพื่อแลกกับเงินกู้จำนวนดังกล่าว โดยมิได้ต่อรองให้ถึงที่สุด รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้ยินยอมแก้กฎหมาย 11 ฉบับตามคำแนะนำของ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” อันนำไปสู่การสูญเสียเอกราชทางเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงของประเทศ

กฎหมาย 11 ฉบับ (ซึ่งเรียกกันในหมู่นักวิชาการว่า “กฎหมายขายชาติ”) ได้เปิดทางให้ทุนข้ามชาติสามารถเข้าซื้อสินทรัพย์อันเป็นหัวใจเศรษฐกิจของประเทศได้เกือบทุกอย่าง เช่น ธนาคาร รัฐวิสาหกิจ สนามบิน (ยกเว้น “ดอนเมือง” และ “สุวรรณภูมิ” เท่านั้น) สถาบันการศึกษา ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ บริษัทประกันภัย ธุรกิจเอกชน รวมทั้งอนุญาตให้ทุนข้ามชาติเข้ามาค้าปลีกเพื่อแย่งอาชีพแข่งกับคนไทยได้อย่างเสรี

รวมความแล้ว “กฎหมาย 11 ฉบับ” ได้เปิดประเทศไทยให้ล่อนจ้อนเพื่อให้ทุนข้ามชาติเข้ามาข่มขืนเศรษฐกิจไทยได้อย่างเสรี และในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ.2540 ที่มูลค่าสินทรัพย์ลดต่ำกว่าความเป็นจริงเป็นอย่างมาก (บางครั้งเหลือเพียง 10% ของมูลค่าจริง) ทุนข้ามชาติได้เข้ามาซื้อไว้อย่างมหาศาล ไม่มีใครรู้ว่า “สินทรัพย์อันเป็นหัวใจเศรษฐกิจของประเทศไทย” อยู่ในมือของต่างชาติเป็นจำนวนเท่าใด

ต่อมารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นอกจากจะไม่ได้แก้คืนกฎหมาย 11 ฉบับตามที่ได้หาเสียงไว้แล้ว ยังได้แก้กฎหมายเพื่อเปิดช่องให้ตนเองขายดาวเทียมและกิจการโทรคมนาคม (ในรูปของหุ้นชินคอร์ป) อันเป็น “สัมปทานของชาติ” ให้แก่กองทุน “เทมาเส็ก” ของสิงคโปร์ และแก้กฎหมายสรรพากรเพื่อให้ตนเองไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่บาทเดียวจากรายได้มหาศาลนั้น นับเป็นการสูญเสียอธิปไตยด้านข้อมูลข่าวสาร อันนำไปสู่วิกฤตการเมืองจนกระทั่งรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกยึดอำนาจ

ในท่ามกลางภาวะล้มละลายทางการเงินของประเทศ ซึ่งนักวิชาการหลายคนเปรียบว่าเป็น “การเสียกรุงครั้งที่ 3” พระภิกษุผู้สูงอายุรูปหนึ่งซึ่งจำศีลภาวนาอยู่ในป่า เมื่อได้ทราบถึงความเดือดร้อนของบ้านเมืองแล้วก็ไม่อาจที่จะนิ่งดูดาย ได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ประชาชนออกมาช่วยกันกอบกู้บ้านเมือง เหมือนดัง “สมเด็จพระพนรัตน์” วัดป่าแก้ว และ “มหาเถรคันฉ่อง” เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 หรือเหมือนดัง “พระอาจารย์ธรรมโชติ” แห่ง “ค่ายบางระจัน” (สิงห์บุรี) และ “พระอาจารย์เจี้ยง” แห่ง “ค่ายบางกุ้ง” (สมุทรสงคราม) เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้จัดตั้ง “กองทุนผ้าป่าช่วยชาติ” ขึ้นเพื่อระดมทุนจากภาคประชาชนในรูปของทองคำและเงินตราต่างประเทศ โดยมีเจตนาที่จะนำไปใส่ไว้ใน “คลังหลวง” เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเงินของประเทศ

“คลังหลวง” (ปัจจุบันเรียกว่า “ฝ่ายออกบัตร” เป็นทรัพย์สินที่อยู่ในรูปของทองคำ เงินสกุลต่างประเทศ และพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ) เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2445 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระราชทานทรัพย์สินในพระคลังมหาสมบัติเพื่อหนุนหลังการพิมพ์ธนบัตรที่พิมพ์ครั้งแรกในขณะนั้น

ต่อมามีการออก “พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2471” โดยกำหนดให้แยกทรัพย์สินส่วนนี้ออกจากกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ จัดขึ้นเป็น “บัญชีทุนสำรองเงินตรา” (เป็นบัญชีหลักใน “ฝ่ายออกบัตร” หรือ “คลังหลวง”) เพื่อหนุนหลังการพิมพ์ธนบัตร ต่อมา “พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485” และ “พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2516” ก็กำหนดให้แยกสินทรัพย์ใน “คลังหลวง” ไว้ต่างหากจากสินทรัพย์ใน “ฝ่ายการธนาคาร” ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยกำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเพียงผู้ดูแล “คลังหลวง” เท่านั้น (ไม่สามารถเบิกจ่ายเพื่อการใดทั้งสิ้น)

ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขณะที่เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2509 ว่า “พวกคุณทั้งหลายคงเข้าใจกันดีว่า เรื่องทุนสำรองนี่ไม่ใช่ของผม และไม่ใช่ของใครในธนาคารชาตินี่ และไม่ใช่ของพวกคุณ ไม่ใช่ของรัฐบาล เป็นของชาติทั้งชาติ และก็เป็นของลูกหลานของพวกเราที่จะมีต่อไป ถ้าเปรียบประเทศเหมือนครอบครัว ทุนสำรองก็เหมือนกับหลักทรัพย์ของครอบครัวเรา เรามีหน้าที่จะทำนุบำรุงรักษาให้เป็นประโยชน์แก่อนาคตต่อไป”

เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย นำ “กองทุนผ้าป่าช่วยชาติ” ไปเข้าไว้กับ “ฝ่ายการธนาคาร” ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ซึ่งเป็นบัญชีที่สามารถเบิกจ่ายได้) ทำให้หลวงตามหาบัวและประชาชนต้องออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน (โดยหวั่นเกรงว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะนำเงินที่เพิ่มขึ้นของ “ฝ่ายการธนาคาร” ไปใช้เพื่อชดเชยภาวะขาดทุนจากการบริหารงานที่ผิดพลาด) จนในที่สุดธนาคารแห่งประเทศไทยต้องยินยอมทำตาม ด้วยการนำไปใส่ไว้ใน “คลังหลวง” ตามเจตนารมณ์เดิมของประชาชนผู้บริจาค

แล้วจู่ๆ รัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็เสนอ “ร่างพระราชบัญญัติเงินตราฉบับใหม่” เข้าสู่ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” ในเดือนกันยายน พ.ศ.2550 ที่ผ่านมา (แต่ต้องถอนกลับมาหลายครั้ง เนื่องจากกระแสคัดค้าน) โดยมีการแก้ไขหลักการของพระราชบัญญัติเงินตราอย่างสำคัญ จากแต่เดิมที่กำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเพียงผู้ “ดูแล” ทรัพย์สินใน “คลังหลวง” เท่านั้น มาเปิดทางให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิเข้า “บริหารจัดการ” ทรัพย์สินใน “คลังหลวง” (ซึ่งมี 3 บัญชี คือ บัญชีทุนสำรองเงินตรา บัญชีผลประโยชน์ประจำปี และบัญชีสำรองพิเศษ) ได้ (มาตรา 34/3) และยังเปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถเข้ามาบริหารจัดการสินทรัพย์ใน “คลังหลวง” ได้อีกด้วย (มาตรา 34/4) นับเป็นการเปิดกรุมหาสมบัติของชาติ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและต่างชาติถลุงเล่นตามอำเภอใจ

การออกมาคัดค้าน “พระราชบัญญัติเงินตราฉบับใหม่” ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และประชาชนในขณะนี้ จึงเป็นสิ่งที่ชอบด้วยเหตุผล ที่รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติพึงรับฟังและรับพิจารณา และนับเป็นการออกมา “กู้ชาติ” อีกครั้งหนึ่งของพระป่าแห่งวัดป่าบ้านตาด ในดินแดนอีสานของไทย


หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน หน้า 6
คอลัมน์ หน้าต่างความจริง
วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10837
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --

แก้ไขล่าสุดโดย admin เมื่อ 11 พ.ย.2007, 7:49 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
ตรงประเด็น
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 25 ก.ค. 2006
ตอบ: 773

ตอบตอบเมื่อ: 11 พ.ย.2007, 7:46 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ สาธุ สาธุ



น่าจะปักหมุดกระทู้นี้น่ะครับ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
กุหลาบสีชา
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 เม.ย. 2007
ตอบ: 1466
ที่อยู่ (จังหวัด): กทม.

ตอบตอบเมื่อ: 11 พ.ย.2007, 4:19 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขอกราบนมัสการพระอริยะผู้บำเพ็ญกิจอันยาวนาน
เพื่อประโยชน์ของชาติ และพระศาสนาอย่างแท้จริงมาด้วยจิตคารวะยิ่ง

สาธุ สาธุ สาธุ

อนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ คุณ admin สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
ดิตถกร
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 10 ส.ค. 2007
ตอบ: 20

ตอบตอบเมื่อ: 14 พ.ย.2007, 11:08 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

อ่านแล้วสลดใจ.......นะจ๊ะ
อุตส่าห์ลากศาสนาเข้ามา เรื่องการเมืองจนได้
( ทุกวันนี้ยังขัดแย้งกันไม่พออีกหรอ )
แล้วยังไปปรักปรำ "คนอื่น" ทั้งที่หาหลักฐาน
ไม่เจอตลอดเวลา 1 ปี.......!

เคยชมบารมีหลวงตาท่าน..ทางทีวี
เห็นมีคนคอยบอกบท ชงเรื่องชี้นำให้ท่านตลอดเวลา
โดยนั่งด้านหลังท่าน คอยพากย์บทให้ทันฟัง
ท่านฟังไปท่านก็เออๆ ออๆ ไป..ตามข้อมูลละข้อเสนอแนะ
คนพากย์บอกบทเสนอมามาแบบสดๆ
ท่านก็พิจารณาอนุมัติหรือวิพากย์วิจารย์สดๆ เดี๋ยวนั้นเลย
โดยใช้ข้อมูลที่คนบอกบทบอกมาแนะนำน่ะแหละ

ต้องขอชมว่าคนบอกบท และให้ข้อมูลคนนี้เก่งมาก
มีความสามารถในการใช้คำพูดเสนอเรื่องให้ท่าน
ผ่านความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วย

เอ้อ...อยากรู้ว่าคนนี้เป็นใคร..ช่วยตอบหน่อย
คนที่ว่า ไม่ว่าจะดีหรือชั่วมันก็เสื่อม เหมือนกันละ
ขออนุญาตเจ้าของกระทู้..มองต่างหน่อยนะ..

เศร้า
 

_________________
วิสัยอริยะมิอาจตัดสินจากภายนอก สภาวะแห่งอริยะที่ท่านเปิดเผย ผู้มีตาย่อมเห็น ผู้มีหูย่อมได้ยิน

แก้ไขล่าสุดโดย ดิตถกร เมื่อ 19 พ.ย.2007, 4:47 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
1เอง
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 29 ต.ค. 2007
ตอบ: 43
ที่อยู่ (จังหวัด): กรุงเทพฯ

ตอบตอบเมื่อ: 15 พ.ย.2007, 12:27 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เห็นชอบกับการกู้ชาติในครั้งนี้ครับ สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
ชัยพร พอกพูล
บัวพ้นดิน
บัวพ้นดิน


เข้าร่วม: 24 พ.ค. 2006
ตอบ: 73
ที่อยู่ (จังหวัด): กรุงเทพฯ

ตอบตอบเมื่อ: 16 พ.ย.2007, 8:02 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

นี่สิครับ พระอริยะสงฆ์ผู้ไม่ไปสบายเพียงส่วนตนในทางธรรม แต่นำพาความมั่นคงสู่ประเทศชาติ ใครจะบอกว่าการทำเพื่อชาติอย่างนี้ไม่ใช่กิจของสงฆ์ ผมว่าไปตรวจสอบศรัทธาของคุณใหม่จะดีกว่า

ขออนุโมทนากับหลวงตาท่านและพระป่าทุกรูปด้วยครับ สาธุ สาธุ
 

_________________
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Email
เหม่งตุ๊ก
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 28 ก.ย. 2007
ตอบ: 26
ที่อยู่ (จังหวัด): ชลบุรี

ตอบตอบเมื่อ: 16 พ.ย.2007, 7:47 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ท่านเป็นสงฆ์ที่บริสุทธ์ และเมตตา+เจตนา อันบริสุทธิ์ จะมีคนนำสิ่งนี้มาหาผลประโยชน์อื่นๆ หรือไม่
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
โมกข์ป่า
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 10 ม.ค. 2008
ตอบ: 22

ตอบตอบเมื่อ: 11 ม.ค. 2008, 11:13 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ธรรมมะของหลวงตานี่ จริงแท้แน่นอนทีเดียวเชียวค่ะ

จากไม่เคยใส่ผ้าถุง นุ่งแต่กางเกงไปวัด พอได้ฟังธรรมของหลวงตาท่าน ไม่กล้าใส่กางเกงประเภทยีนส์ไปวัดเลยค่ะ หันมาใส่ผ้าถุง หรือถ้าเป็นกางเกงก็จะเป็นกางเกงที่ไม่เข้ารูป หรือรัดรูป หรือแนบเนื้อค่ะ จะเลือกกางเกงแบบที่ดูแล้วไม่น่าเกลียดไม่รัดหน้า รัดหลัง หรือเอวต่ำให้คนว่าไม่รู้จักความได้เลยค่ะ

ในช่วงเริ่มต้นของการจัดทำโครงการของหลวงตานั้น ดีใจอยู่หรอกค่ะที่หลวงตาท่านเป็นห่วงชาติบ้านเมือง แต่คนรอบกายท่านสิคะ หาผลประโยชน์จากสิ่งที่หลวงตาตั้งใจทำ

ตัวเองนี้เป็นคนอุดรฯ ค่ะ เลยได้ยินเรื่องราวมาว่า เหล่าญาติของหลวงตานั้น จากที่เป็นคนทำงานธรรมดา ไม่ได้ร่ำรวยหรือมีเงินอะไรเท่าไหร่ แต่พอหลวงตาทำโครงการผ้าป่าช่วยชาติมาได้ซักระยะเท่านั้นแหละค่ะ แต่ละคนดูจะร่ำรวยกันผิดปกติ ซื้อรถยนต์คันละเป็นล้านขับขี่กันอย่างมีความสุขกัน ได้ยินได้ฟังมาอย่างนี้แล้วให้นึกอดสูใจค่ะ ทั้งๆ ที่มีของดีอยู่กับตัว ได้อยู่กับพระอริยบุคคลที่ปฏิบัติได้ถึงเพียงนี้แล้ว ยังสร้างบาปกรรมให้กับตนเองได้มากมายถึงเพียงนี้

ศรัทธาหลวงตายังมีอยู่เต็มเปี่ยมในหัวใจค่ะ แต่มีความรู้สึกว่าทำไมคนสมัยนี้จึงจ้องจะหากินกับพระสงฆ์องค์เจ้าท่านกันเหลือเกินก็ไม่ทราบได้เหมือนกันนะคะ ไม่กลัวบาปกันหรืออย่างไรกัน

พูดมาถึงตรงนี้แล้วขอเพิ่มอีกเรื่องหน่อยละกันนะคะ

ที่วัดป่าบ้านตาด ไม่ได้ประสบมาด้วยตนเองหรอกค่ะ แต่ญาติที่ได้ไปทำบุญกันที่วัดป่าบ้านตาดมานั้น มาเล่าให้ฟังค่ะว่า ตอนนี้นั้นวัดป่าบ้านตาดกลายเป็นวัดสำหรับคนรวยไปเสียแล้ว เพราะอะไรน่ะหรือค่ะ เพราะว่า หากคนที่ไปวัดนั้นเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ก็ไม่มีข้าวให้กินค่ะ ก็เมื่อตอนที่พระท่านรับอาหารกันแล้ว ถึงคราวญาติโยมจะหากับข้าวกินกันบ้าง เหล่าคนมีเงินทั้งหลายจะพากันยกหม้อกับข้าวหนีไปจัดที่ไว้สำหรับพรรคพวกของตนเองเท่านั้น ไม่ยอมแบ่งให้ชาวบ้านได้กินกัน เหล่าชาวบ้านก็ต้องกลับบ้านโดยไม่ได้ทานข้าว และต้องไปหาข้าวกินกันที่อื่น ซึ่งที่วัดป่าบ้านตาดนั้นไม่ได้มีแค่คนในละแวกนั้น หรือคนในจังหวัดเดินทางไปหรอกนะคะ จากต่างอำเภอก็ไปกันค่ะ

เรื่องนี้ก็เป็นเพียงเรื่องที่ได้ฟังมา จริงเท็จมากน้อยแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ก็ได้ยินจากหลายคน หลายที่เหมือนกันนะคะ ว่าเป็นเช่นนี้ แล้วอย่างนี้จะคิดอย่างไรกันคะ กับคนที่ไปวัดแล้วยังแบ่งแยกชนชั้นกันเช่นนี้ สลดใจค่ะ ที่ชาวพุทธทำแบบนี้กัน เข้าวัดแล้วยังสละกิเลสกันไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะบาปหนักกว่าไม่เข้าวัดแล้วสละกิเลสไม่ได้หรือเปล่า

เหนื่อยใจกับคนไทยค่ะ

อายหน้าแดง
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง